กฎหมายโฆษณาอาหารเสริม มีอะไรบ้าง?
การโฆษณาอาหารเสริมในไทยมีกฎหมายควบคุมหลายฉบับ ได้แก่ พ.ร.บ. อาหาร พ.ศ. 2522, ประกาศ อย. ว่าด้วยข้อห้ามการโฆษณา และกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค
ส่วน อย. นั้น ปัจจุบันอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงสาธารณสุข และมีหน้าที่ตรวจสอบสินค้าอาหารเสริมที่โฆษณาหรือนำเสนอข้อมูลอันอาจทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด
ประเด็นที่สำคัญที่สุดคือ: ก่อนโฆษณาอาหารเสริม คุณต้องขอใบอนุญาตโฆษณาอาหาร (ฆอ.) จากสำนักงาน อย. หากทำการโฆษณาโดยไม่มีใบอนุญาต ถือเป็นการตัดตอนโฆษณาผิดกฎหมาย
จุดสำคัญ:
อาหารเสริมถือว่าเป็น “อาหาร” ตามพ.ร.บ. อาหาร ไม่ใช่ยา ดังนั้น ห้ามอวดอ้างสรรพคุณรักษาโรค และต้องขอใบอนุญาตโฆษณาเสมอ ไม่ว่าจะโฆษณาบน Facebook, Instagram, TikTok, Website หรือสื่อใด ๆ ก็ตาม
สิ่งที่ห้ามทำในการโฆษณาอาหารเสริม
สำนักงาน อย. มีข้อห้ามเกี่ยวกับการโฆษณาอาหารเสริมค่อนข้างเข้มงวด เพื่อไม่ให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด หากฝ่าฝืนอาจได้รับบทลงโทษ ดูรายละเอียดต่อไปนี้:

1. ห้ามอวดอ้างสรรพคุณรักษาโรค
ห้ามอ้างว่าอาหารเสริมสามารถรักษา ลดอาการ หรือป้องกันโรคใด ๆ เช่น “ลดอาการเบาหวาน” “รักษามะเร็ง” “แก้ปวดข้อ” “ลดความดันโลหิต” เป็นต้น ถ้าต้องการกล่าวถึงสรรพคุณในลักษณะนี้ สินค้านั้นต้องจดทะเบียนเป็น “ยา” ไม่ใช่อาหารเสริม
2. ห้ามใช้รูปภาพหรือชื่อบุคลากรทางการแพทย์
ห้ามนำรูปภาพของแพทย์ พยาบาล หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพมาใช้ในการโฆษณา โดยใช้การพูดว่า “แพทย์แนะนำ” “หมอชอบ” “ผู้เชี่ยวชาญเลือก” ไม่ว่าจะเป็นการพูดตรงๆ หรือแค่บอกเป็นนัย ล้วนเป็นการโฆษณาผิดกฎหมาย
3. ห้ามแสดงผลลัพธ์เกินจริง (Before-After)
ห้ามนำภาพ “ก่อน-หลัง” มาแสดงผล โดยเฉพาะเมื่อผลอาจเข้าใจว่าสินค้ามีคุณสมบัติ บำรุง หรือรักษา เช่น “ใช้ 30 วัน หน้าใสขึ้น” พร้อมภาพเปรียบเทียบหน้า ทั้งนี้อาจมีข้อยกเว้นในบางกรณีแต่ต้องขออนุมัติจาก อย. ก่อน
4. ห้ามใช้ข้อความที่ทำให้เข้าใจผิด
ตัวเลขหรือสถิติที่ไม่มีหลักฐานรองรับ ถือเป็นสิ่งที่ห้ามใช้ในการโฆษณาโดยเด็ดขาด เช่น
- การอ้างว่า “99% ของผู้ใช้พึงพอใจ” โดยไม่มีข้อมูลการสำรวจที่น่าเชื่อถือ
- การบอกว่า “ลดไขมันในร่างกายได้ถึง 50%” ทั้งที่ไม่เคยผ่านการทดสอบทางวิทยาศาสตร์ใดๆ
สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นการโฆษณาที่ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดเกี่ยวกับประสิทธิภาพที่แท้จริงของสินค้า
ข้อควรระวัง:
การโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์ (Facebook, Instagram, TikTok, YouTube, Website) ก็ต้องขอใบอนุญาตโฆษณา (ฆอ.) เหมือนกัน สำนักงาน อย. ติดตามสื่อออนไลน์เช่นกัน และมีการรายงานเมื่อพบโฆษณาผิดกฎหมาย
ขั้นตอนการขอใบอนุญาตโฆษณาอาหารเสริม (ฆอ.)
การขอใบอนุญาตโฆษณา (ฆอ.) สำหรับอาหารเสริมมีขั้นตอนที่ชัดเจน โดยต้องผ่านระบบสารสนเทศของสำนักงาน อย. (e-Submission) ขั้นตอนมีดังนี้:
1. เตรียมเนื้อหาโฆษณา
รวบรวมสิ่งที่จะใช้ในโฆษณาให้ครบ เช่น ข้อความ รูปภาพ วิดีโอ หรือสื่อต่างๆ จากนั้นตรวจสอบให้แน่ใจว่าเนื้อหาเหล่านั้นไม่ขัดต่อกฎหมาย เช่น ไม่มีการอ้างสรรพคุณรักษาโรค และไม่มีการใช้รูปของแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญประกอบโฆษณา
2. เตรียมเอกสารประกอบการขอ
จัดเตรียมเอกสารที่จำเป็น ได้แก่ สำเนาบัตรประชาชนของผู้ยื่นขอ หลักฐานที่อยู่ ใบรับรองการจดทะเบียนอาหารเสริมจาก อย. (กรณีที่สินค้าขึ้นทะเบียนแล้ว) และใบอนุญาตโรงงาน (กรณีผลิตเอง)
3. ยื่นขอผ่านระบบ e-Submission
เข้าไปที่เว็บไซต์ อย. (www.fda.moph.go.th) สมัครสมาชิก แล้วกรอกแบบฟอร์มขอใบอนุญาตโฆษณาอาหาร พร้อมอัปโหลดเนื้อหาโฆษณาและเอกสารประกอบ จากนั้นชำระค่าธรรมเนียมให้เรียบร้อย
4. รอพิจารณา
อย. จะใช้เวลาประมาณ 7–15 วันในการตรวจสอบคำขอ หากเนื้อหาโฆษณามีส่วนใดที่ต้องแก้ไข อย. จะแจ้งกลับมายังผู้ยื่นคำขอเพื่อดำเนินการปรับปรุง
5. ได้รับใบอนุญาตโฆษณา (ฆอ.)
เมื่อได้รับการอนุมัติ จะได้รับใบอนุญาตโฆษณาอาหาร (ฆอ.) ซึ่งระบุเลขใบอนุญาต วันที่ออก และวันหมดอายุ ควรเก็บต้นฉบับไว้สำหรับการตรวจสอบ และบันทึกไฟล์ดิจิทัลไว้อ้างอิงเวลาโฆษณา
Tips:
ใบอนุญาตโฆษณา (ฆอ.) มีอายุใช้ได้ 3 ปี นับจากวันที่อนุมัติ หากต้องการต่ออายุต้องยื่นคำขออีกครั้ง หรือหากเปลี่ยนแปลงเนื้อหาโฆษณาต้องขอใบอนุญาตใหม่
บทลงโทษสำหรับการโฆษณาอาหารเสริมผิดกฎหมาย
หากคุณโฆษณาอาหารเสริมโดยไม่มีใบอนุญาต หรือฝ่าฝืนข้อห้ามต่าง ๆ จะได้รับบทลงโทษตามพ.ร.บ. อาหาร พ.ศ. 2522 ดังต่อไปนี้:

1. บทลงโทษทางการเงิน (ปรับ)
ถูกปรับเป็นเงินไม่เกิน 300,000 บาท สำหรับการโฆษณาโดยไม่มีใบอนุญาต หรือการโฆษณาที่มีเนื้อหาขัดต่อกฎหมาย
2. บทลงโทษทางอาญา (จำคุก)
จำคุกไม่เกิน 3 ปี บางกรณีอาจถูกลงโทษทั้งปรับและจำคุกพร้อม ๆ กัน โดยเฉพาะกรณีที่สินค้าเกี่ยวข้องกับสุขภาพและมีการอ้างสรรพคุณรักษาโรค
3. อายัดสินค้า
สำนักงาน อย. สามารถสั่งระงับจำหน่ายสินค้า หรืออายัดสินค้าที่โฆษณาผิดกฎหมาย ห้ามนำมาจำหน่ายตั้งแต่นั้นไปจนกว่าจะแก้ไข
4. ความเสียหายต่อแบรนด์
นอกเหนือจากบทลงโทษกฎหมายแล้ว การโฆษณาผิดกฎหมายยังอาจสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของธุรกิจ ความเชื่อถือจากผู้บริโภค และการถูกสื่อมวลชนทำให้ประจำตัว
วิธีโฆษณาอาหารเสริมให้ถูกกฎหมาย
หากต้องการโฆษณาอาหารเสริมให้ปลอดภัยและถูกกฎหมาย ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนและหลักการต่อไปนี้:
1. ขอใบอนุญาตโฆษณา (ฆอ.) ก่อนโฆษณา
นี่คือขั้นตอนสำคัญที่สุด ต้องยื่นคำขอใบอนุญาตโฆษณาอาหารไปยังสำนักงาน อย. และรอการอนุมัติจากนั้นค่อยนำเนื้อหาไปใช้ในการโฆษณา
2. ใช้ภาษาที่ตรงไปตรงมาและไม่เกินจริง
เนื้อหาโฆษณาทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นข้อความ รูปภาพ หรือวิดีโอ ต้องไม่ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด โดยให้พูดถึงเฉพาะประโยชน์ทั่วไปของส่วนประกอบที่มีหลักฐานรองรับ เช่น “มีวิตามินซี” “มีแคลเซียม” หรือ “ช่วยบำรุงกระดูก” และหลีกเลี่ยงการใช้คำที่บ่งบอกถึงการรักษาโรค เช่น “รักษา” “หาย” หรือ “แก้”
3. ระวังการใช้ผู้เชี่ยวชาญหรือดาราในโฆษณา
หากต้องการใช้ผู้เชี่ยวชาญหรือดาราในโฆษณา สามารถทำได้เพื่อความสวยงามหรือดึงดูดใจเท่านั้น แต่ห้ามให้ใช้เพื่อแนะนำสินค้าในเชิงการรักษา หรืออ้างว่าสินค้ามีประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาสุขภาพใดๆ
4. เก็บเอกสารหลักฐานให้พร้อมเสมอ
เก็บรักษาใบอนุญาตโฆษณา ข้อมูลสูตรผลิตภัณฑ์ และหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่รองรับคุณสมบัติของสินค้าไว้ให้ครบ เผื่อเจ้าหน้าที่ขอตรวจสอบจะได้แสดงได้ทันที
5. ติดตามดูแลโฆษณาออนไลน์อย่างสม่ำเสมอ
หากมีการโฆษณาบนโซเชียลมีเดีย ควรหมั่นตรวจสอบความคิดเห็นของผู้บริโภคด้วย เพราะบางครั้งคอมเมนต์ หรือรีวิวที่ปรากฏอาจมีการอ้างสรรพคุณเกินจริง ซึ่งอาจทำให้ผิดกฎหมายได้เช่นกัน
สรุป
การโฆษณาอาหารเสริมเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความรู้ และความระมัดระวังมาก เพราะต้องปฏิบัติตามกฎหมายหลายฉบับ และหากผิดพลาดจะต้องเสี่ยงต่อการถูกปรับเงิน จำคุก หรือถูกอายัดสินค้า สิ่งที่ต้องจำไว้ก็คือ:
1. ต้องขอใบอนุญาตโฆษณา (ฆอ.) จากสำนักงาน อย. ก่อนโฆษณา
2. ห้ามอวดอ้างสรรพคุณรักษาโรค
3. ห้ามใช้ผู้เชี่ยวชาญหรือดาราเพื่อแนะนำสินค้าในเชิงการรักษา
4. ห้ามแสดงโฆษณาเกินจริงหรือข้อความที่ทำให้เข้าใจผิด
5. โฆษณาออนไลน์ก็ต้องทำการขอใบอนุญาต
หากคุณปฏิบัติตามหลักการและขั้นตอนเหล่านี้ คุณจะสามารถโฆษณาอาหารเสริมได้อย่างปลอดภัย มั่นใจ และไม่ต้องกังวลเรื่องกฎหมาย
FAQ
Q: อาหารเสริมที่จด อย. แล้ว ต้องขอใบอนุญาตโฆษณากี่ครั้ง?
A: ต้องขอใบอนุญาตโฆษณา (ฆอ.) เพิ่มเติมแยกจากการจดทะเบียน การจดทะเบียนอาหารเสริม (ฆอ.) หมายความว่าผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยแล้ว แต่การโฆษณาต้องได้รับอนุมัติเนื้อหาจากสำนักงาน อย. เป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง
Q: โฆษณาอาหารเสริมบนเว็บไซต์ของตัวเองต้องขอใบอนุญาตหรือไม่?
A: ต้องขอใบอนุญาตเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ของตัวเอง หรือแพลตฟอร์มสื่อสังคมใด ๆ สำนักงาน อย. ถือว่าเป็นการโฆษณา
Q: ค่าธรรมเนียมการขอใบอนุญาตโฆษณาอาหารเสริมเป็นเท่าไหร่?
A: ค่าธรรมเนียมการขอใบอนุญาตโฆษณาอาหาร (ฆอ.) คือ 5,000 บาท ต่อการยื่นคำขอ ไม่คืนเงินหากปฏิเสธการขอ
Q: ใบอนุญาตโฆษณา (ฆอ.) สามารถใช้โฆษณาได้นานเท่าไหร่?
A: ใบอนุญาตโฆษณา (ฆอ.) มีอายุใช้ได้ 3 ปี นับจากวันที่อนุมัติ หลังจากนั้นต้องขออีกครั้งหรือต่ออายุ
Q: ถ้าตรวจพบว่าโฆษณาผิดกฎหมาย จะได้รับโอกาสแก้ไขหรือไม่?
A: ถ้าเป็นการตรวจสอบจากสำนักงาน อย. ในขั้นตอนการขออนุมัติ จะมีแจ้งให้ปรับปรุงแก้ไข อย่างไรก็ตาม หากพบการโฆษณาผิดกฎหมายหลังจากที่ได้ใบอนุญาตแล้ว และมีการรายงานจากผู้บริโภค สำนักงาน อย. อาจลงโทษทันทีโดยไม่มีโอกาสแก้ไข
บริษัท ซีแอนด์เอสริช 1 จำกัด (C&S Rich 1) มีประสบการณ์กว่า 7 ปี ในการจัดการคำขอใบอนุญาตโฆษณาอาหารเสริมและผลิตภัณฑ์อาหารอื่น ๆ กฎหมายเกี่ยวกับการโฆษณาอาหารเสริมมีความซับซ้อน และข้อกำหนดอาจเปลี่ยนแปลงเป็นครั้งคราว เพื่อให้แน่ใจว่าคุณปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้อง ทีมงานของเรายินดีให้คำปรึกษาฟรีและช่วยให้ธุรกิจของคุณสามารถโฆษณาได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
ดูบริการของเรา: บริการใบอนุญาตโฆษณา | บริการจด อย. อาหารเสริม | บริการใบอนุญาตโรงงาน