จด อย. เครื่องสำอาง ทำอย่างไร? สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องรู้ก่อนยื่นจด

เผยแพร่เมื่อ:
12 Mar 2026
เขียนโดย:
Admin
หากคุณเป็นผู้ประกอบการที่กำลังพัฒนาสินค้าเครื่องสำอางและต้องการนำขายในตลาดไทย การจดแจ้งกับสำนักงาน อย. (สำนักงานอาหารและยา) เป็นขั้นตอนสำคัญที่คุณไม่สามารถข้ามได้ ไม่ว่าจะเป็นครีมบำรุง เซรั่ม ลิปสติก หรือสินค้าใดก็ตามที่จำแนกเป็น "เครื่องสำอาง" ตามกฎหมาย การเข้าใจกระบวนการนี้จะช่วยให้คุณวางแผนได้ดีขึ้น ลดความผิดพลาด และนำสินค้าออกสู่ตลาดได้เร็วขึ้น บทความนี้จะให้ความรู้แบบละเอียดเกี่ยวกับการจด อย. เครื่องสำอาง พร้อมคำแนะนำที่ใช้ได้จริง

จด อย. เครื่องสำอาง คืออะไร?

การจด อย. เครื่องสำอาง คือ การจดแจ้งสินค้าเครื่องสำอาง ต่อสำนักงาน อย. ก่อนนำสินค้าออกจำหน่าย โดยใช้ระบบ e-Submission ซึ่งเป็นระบบยื่นเอกสารออนไลน์ของสำนักงาน อย. อีกจุดสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ เครื่องสำอางใช้คำว่า “จดแจ้ง” ไม่ใช่ “ขึ้นทะเบียน” (คำว่าขึ้นทะเบียนใช้สำหรับอาหารและอาหารเสริม) ความแตกต่างนี้มีผลต่อขั้นตอน และเอกสารที่ต้องเตรียม

จุดสำคัญ:

เครื่องสำอางใช้ระบบ “จดแจ้ง” ผ่าน e-Submission ไม่ใช่ขึ้นทะเบียน การจดแจ้งต้องทำก่อนนำสินค้าออกจำหน่ายทุกครั้ง รวมถึงเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสูตร ส่วนประกอบ หรือการออกแบบบรรจุภัณฑ์

ประเภทเครื่องสำอางที่ต้องจดแจ้ง

ไม่ใช่ทุกเครื่องสำอางจะมีขั้นตอนการจดแจ้งที่เหมือนกัน สำนักงาน อย. ได้จัดหมวดหมู่เครื่องสำอางออกเป็นสองประเภทหลัก ซึ่งแต่ละประเภทมีความต้องการทางด้านเอกสาร และการทดสอบที่แตกต่างกัน การรู้จักความแตกต่างเหล่านี้จะช่วยให้คุณเตรียมตัวได้ถูกต้อง

เครื่องสำอาง

1. เครื่องสำอางควบคุม (Controlled Cosmetics)

เครื่องสำอางควบคุม คือ เครื่องสำอางที่มีส่วนประกอบหรือการใช้งานที่มีความเสี่ยงในด้านความปลอดภัยสูงกว่าเครื่องสำอางธรรมชาติ ประเภทนี้ต้องมีการทดสอบความปลอดภัย

ตัวอย่างของเครื่องสำอางควบคุม ได้แก่

  1. ครีมกันแดด ที่มีส่วนประกอบของ SPF สูง
  2. เครื่องสำอางเปลี่ยนสีผิว ที่มีสารเคมีในปริมาณมาก
  3. ครีมแต่งหน้าที่มีแร่ธาตุเนื้อหนา หรือสินค้าที่อ้างว่ามีคุณสมบัติทางการแพทย์

2. เครื่องสำอางทั่วไป (General Cosmetics)

เครื่องสำอางทั่วไป คือ เครื่องสำอางส่วนใหญ่ที่ไม่มีองค์ประกอบหรือการอ้างสิทธิ์ที่เสี่ยงต่อความปลอดภัย ประเภทนี้ไม่จำเป็นต้องผ่านการทดสอบความปลอดภัยที่เข้มงวด แต่ยังคงต้องมีข้อมูลความปลอดภัยพื้นฐาน

ตัวอย่างของเครื่องสำอางทั่วไป ได้แก่

  1. แชมพูธรรมชาติ
  2. ครีมบำรุงผิว
  3. ลิปสติก
  4. ครีมทาหน้า
  5. ครีมนวด
  6. ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอื่นๆ ที่ใช้ส่วนประกอบทั่วไป

Tips:

หากคุณไม่แน่ใจว่าเครื่องสำอางของคุณอยู่ในประเภทใด ให้ติดต่อสำนักงาน อย. หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทะเบียน เพราะการจำแนกประเภทไม่ถูกต้องอาจนำไปสู่การปฏิเสธการจดแจ้ง

ขั้นตอนการจดแจ้งเครื่องสำอาง

กระบวนการจด อย. เครื่องสำอางประกอบด้วยหลายขั้นตอนสำคัญ การทำตามลำดับขั้นอย่างถูกต้องจะช่วยให้กระบวนการเป็นไปอย่างราบรื่น

ขั้นตอนการจด อย. เครื่องสำอาง

1. เตรียมสูตรและข้อมูลผลิตภัณฑ์

ระบุส่วนประกอบทั้งหมดให้ชัดเจน ทั้งชื่อไทยและชื่อ INCI สัดส่วน วัตถุประสงค์การใช้ และแหล่งที่มา หากใช้วัตถุดิบนำเข้า ต้องมีใบรับรองความปลอดภัย (SDS) จากผู้ผลิตด้วย

2. ทดสอบความปลอดภัย (Safety Testing)

เครื่องสำอางทั่วไปต้องมีข้อมูลยืนยันว่าปลอดภัยต่อผู้ใช้ ส่วนเครื่องสำอางควบคุมต้องผ่านการทดสอบเพิ่มเติมตามที่ อย. กำหนด เช่น การทดสอบการระคายเคือง และการแพ้ผิวหนัง

3. จัดทำฉลากและการโฆษณา

ฉลากต้องระบุข้อมูลครบถ้วนเป็นภาษาไทย ได้แก่

  • ชื่อผลิตภัณฑ์
  • ชื่อและที่อยู่ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า
  • วิธีใช้ผลิตภัณฑ์
  • ส่วนประกอบผลิตภัณฑ์
  • วันหมดอายุของผลิตภัณฑ์
  • ปริมาณสุทธิของผลิตภัณฑ์
  • คำเตือนของผลิตภัณฑ์ (ถ้ามี)

ส่วนเนื้อหาโฆษณาต้องไม่อ้างสรรพคุณทางการแพทย์ที่ไม่มีหลักฐานรองรับ

4. รวบรวมเอกสารสำหรับจดแจ้ง

เตรียมเอกสารให้ครบ ได้แก่ ใบสมัครจดแจ้ง แบบแสดงส่วนประกอบ ผลการทดสอบ ฉลากสินค้า และใบอนุญาตโรงงาน (สำหรับผู้ผลิต)

5. ยื่นจดแจ้งผ่านระบบ e-Submission

เข้าไปที่ https://submission.fda.moph.go.th/ สมัครสมาชิก อัปโหลดเอกสารในรูปแบบ PDF และกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน เมื่อยื่นสำเร็จ ระบบจะออกเลขติดตามสถานะให้

6. รอการพิจารณา

อย. จะใช้เวลาประมาณ 15-30 วันในการตรวจสอบ หากเอกสารไม่ครบหรือต้องแก้ไข อย. จะแจ้งกลับมา เมื่อผ่านการพิจารณาแล้ว จะได้รับใบรับรองการจดแจ้ง ซึ่งเป็นหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์สามารถจำหน่ายได้อย่างถูกกฎหมาย

ข้อควรระวัง:

อย่าจำหน่ายผลิตภัณฑ์ก่อนที่ได้รับใบรับรองการจดแจ้งจากสำนักงาน อย. การกระทำนี้เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายและอาจมีผลต่ออาชญญากรรม รวมทั้งค่าปรับ

เอกสารที่ต้องเตรียม

การจดแจ้งเครื่องสำอางต้องใช้เอกสารหลายชุด ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามประเภทเครื่องสำอางและองค์ประกอบ ด้านล่างนี้คือรายการเอกสารที่โดยทั่วไปต้องเตรียม

1. ใบสมัครจดแจ้ง

แบบฟอร์มทางการที่ออกโดยสำนักงาน อย. ต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วนและถูกต้องทุกช่อง เพราะหากข้อมูลไม่สมบูรณ์อาจทำให้การพิจารณาล่าช้าหรือถูกปฏิเสธได้

2. บัญชีส่วนประกอบ (Ingredient List)

รายการส่วนประกอบทั้งหมดในผลิตภัณฑ์ พร้อมสัดส่วนที่ชัดเจน โดยต้องระบุทั้งชื่อภาษาไทยและชื่อสากล (INCI) เพื่อให้ อย. ตรวจสอบได้ว่าไม่มีสารต้องห้ามหรือสารที่เกินปริมาณที่กำหนด

3. ใบรับรองการทดสอบความปลอดภัย

สำหรับเครื่องสำอางควบคุม ต้องมีผลการทดสอบจากห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรอง เช่น การทดสอบการระคายเคืองหรือการแพ้ผิวหนัง ส่วนเครื่องสำอางทั่วไปต้องมีข้อมูลยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ปลอดภัยต่อผู้บริโภค

4. ใบรับรองความปลอดภัยของวัตถุดิบ (SDS)

เอกสารที่ออกโดยผู้ผลิตวัตถุดิบ ระบุข้อมูลความปลอดภัยของสารเคมีแต่ละชนิดที่ใช้ในสูตร จำเป็นสำหรับวัตถุดิบนำเข้าและสารเคมีที่มีความเสี่ยง

5. ภาพฉลากสินค้า

ภาพถ่ายหรือไฟล์ฉลากที่ชัดเจน ครอบคลุมทุกด้านของบรรจุภัณฑ์ ทั้งด้านหน้า ด้านหลัง และด้านข้าง ฉลากต้องมีข้อมูลครบตามที่กฎหมายกำหนด เช่น ชื่อผลิตภัณฑ์ ส่วนประกอบ วิธีใช้ วันหมดอายุ และชื่อผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า

6. ใบอนุญาตโรงงาน (ถ้าเป็นผู้ผลิต)

หากผลิตเองในประเทศไทย ต้องแนบใบอนุญาตโรงงานที่ออกโดย อย. เพื่อยืนยันว่าสถานที่ผลิตได้มาตรฐานและได้รับการรับรองอย่างถูกต้อง

7. หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)

ใช้ในกรณีที่ผู้ยื่นเอกสารไม่ใช่เจ้าของผลิตภัณฑ์ โดยต้องมีลายเซ็นของเจ้าของและระบุขอบเขตอำนาจที่มอบให้อย่างชัดเจน

8. ข้อมูลของผู้ผลิต

ระบุชื่อบริษัท ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และอีเมลที่ติดต่อได้จริง เพื่อให้ อย. สามารถแจ้งผลหรือขอข้อมูลเพิ่มเติมได้สะดวก

9. ตัวอย่างสินค้า (ในบางกรณี)

อย. อาจขอตัวอย่างผลิตภัณฑ์จริงเพื่อตรวจสอบคุณภาพและความสอดคล้องกับข้อมูลที่ยื่น โดยเฉพาะในกรณีที่เป็นเครื่องสำอางควบคุมหรือมีส่วนประกอบที่ต้องพิจารณาเป็นพิเศษ

ข้อควรระวังในการโฆษณาเครื่องสำอาง

หลายคนมักสับสนว่าการจดแจ้งเครื่องสำอางรวมถึงการขออนุญาตโฆษณาด้วยหรือไม่ คำตอบคือ ไม่ต้องขอใบอนุญาตโฆษณาแยกต่างหาก แต่เนื้อหาโฆษณาต้องเป็นไปตามกฎหมายที่เข้มงวดมาก

สิ่งที่ห้ามพูดในโฆษณา

ห้ามอ้างว่าผลิตภัณฑ์สามารถรักษา แก้ไข หรือป้องกันโรคใดๆ เช่น “ครีมนี้รักษาสิว” “แก้ปัญหาริ้วรอย” หรือ “เหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน” เพราะถือเป็นการอ้างสรรพคุณทางการแพทย์ซึ่งผิดกฎหมาย

สิ่งที่โฆษณาได้

พูดถึงประโยชน์ด้านความงามได้ เช่น “ลดรูขุมขน” “เพิ่มความชุ่มชื้น” หรือ “ผิวเรียบเนียนขึ้น” แต่ต้องมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ และห้ามใช้ภาพหรือข้อความที่เกินจริงหรือทำให้เข้าใจผิด

หากไม่แน่ใจ แนะนำให้ศึกษาแนวทางของ อย. หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนเผยแพร่โฆษณา

สรุป

การจดแจ้งเครื่องสำอางกับ อย. มีหลายขั้นตอน ตั้งแต่การเตรียมสูตร ทดสอบความปลอดภัย จัดทำฉลาก รวบรวมเอกสาร ไปจนถึงการยื่นผ่านระบบออนไลน์และรอผลพิจารณา หากคุณเตรียมตัวมาอย่างถูกต้องตั้งแต่ต้น กระบวนการทั้งหมดจะราบรื่นและรวดเร็ว

สิ่งที่ไม่ควรมองข้าม คือ การวางแผนเวลาและงบประมาณให้ดีตั้งแต่ต้น เพราะหากเอกสารหรือข้อมูลไม่ครบถ้วน อาจถูกปฏิเสธและต้องยื่นใหม่ ซึ่งทำให้เสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น

FAQ

ผู้ประกอบการมักมีคำถามที่คล้ายกันเกี่ยวกับการจด อย. เครื่องสำอาง ด้านล่างนี้เป็นคำถามทั่วไปและคำตอบที่อาจช่วยให้คุณเข้าใจมากขึ้น

Q: การจด อย. เครื่องสำอางใช้เวลานานเท่าไร?

A: ใช้เวลาพิจารณา 1-3 วันทำการ สำหรับการจดแจ้งเครื่องสำอางทั่วไป เช่น ครีม / โลชั่น / น้ำหอม และเครื่องสำอาง และ 10-15 วัน สำหรับ Ampoule, Vial หรือ Syringe ทำการนับจากวันที่ยื่นเอกสารครบถ้วน

อย่างไรก็ตาม เวลาจริงอาจแตกต่างกันไปตามความซับซ้อนของผลิตภัณฑ์ จำนวนเอกสารที่ยื่น และความไวของสำนักงาน อย. ในการประมวลผล หากมีข้อบกพร่องของเอกสาร อย. จะขอให้แก้ไข ซึ่งจะเพิ่มเวลาการพิจารณา

Q: ต้องมีใบอนุญาตโรงงานหรือไม่?

A: ผู้ผลิตในไทยต้องมีใบอนุญาตโรงงาน แต่หากเป็นผู้นำเข้าหรือจ้างโรงงานอื่นผลิต ไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาตของตัวเอง เพียงแต่ต้องมีเอกสารยืนยันว่าโรงงานที่ผลิตได้รับอนุญาตถูกต้อง

Q: ต้องทดสอบเครื่องสำอางที่หลายก่อนจดแจ้งหรือไม่?

A: เครื่องสำอางทั่วไปไม่จำเป็นต้องทดสอบเต็มรูปแบบ แต่ต้องมีหลักฐานว่าปลอดภัย ส่วนเครื่องสำอางควบคุมต้องผ่านการทดสอบความปลอดภัยที่เข้มงวดกว่า หากไม่แน่ใจควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อน

Q: สามารถแก้ไขสูตรหรือคุณสมบัติของเครื่องสำอางหลังจากจดแจ้งแล้วได้หรือไม่?

A: ได้ แต่ต้องแจ้ง อย. ก่อนนำสินค้าเวอร์ชันใหม่ออกจำหน่าย ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนส่วนประกอบ บรรจุภัณฑ์ ฉลาก ผู้ผลิต หรือประเทศที่ผลิต

Q: หากการจดแจ้งถูกปฏิเสธ ควรทำอย่างไร?

A: อย. จะแจ้งเหตุผลมาให้ เช่น ส่วนประกอบต้องห้าม สัดส่วนเกินกำหนด เอกสารไม่ครบ หรือฉลากไม่ถูกต้อง ให้แก้ไขตามที่ระบุแล้วยื่นใหม่ได้เลย หากไม่แน่ใจควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้การยื่นครั้งถัดไปผ่านได้เลย

หากคุณกำลังมองหาผู้ช่วยจดแจ้ง อย. บริษัท ซีแอนด์เอสริช 1 จำกัด (C&S Rich 1) มีประสบการณ์มากกว่า 7 ปี ในการดูแลงานจดแจ้ง อย. ครบวงจร ทั้งเครื่องสำอาง อาหารเสริม และสินค้าอื่นๆ ที่ผ่านมาเราช่วยผู้ประกอบการกว่า 500 รายให้ผ่านการจดแจ้งได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว ทีมงานของเราพร้อมให้คำแนะนำเฉพาะเจาะจงสำหรับผลิตภัณฑ์ของคุณ เพื่อให้เข้าสู่ตลาดได้อย่างมั่นใจ


📲 Tel: 064-560-7779

💬 Line: @cs0645607779

📩 Email: [email protected]

📚 Facebook: จด อย บริษัท ซีแอนด์เอสริช1 จำกัด

แบ่งปันข่าวนี้:

สนใจจด อย.

ใบอนุญาตโฆษณา

ใบอนุญาตโรงงาน (รง.4)

ซีแอนด์เอสริช 1 ผู้เชี่ยวชาญด้านการจด อย. และใบอนุญาตมากว่า 7 ปี

บทความล่าสุด

ใบอนุญาตโฆษณา อย. ไม่ใช่เรื่องที่ยาก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ข้ามไปได้ ผู้ประกอบการที่ขายผลิตภัณฑ์สุขภาพทุกคนต้องเข้าใจว่าสินค้าของตัวเองอยู่ในประเภทไหน ต้องขอ ฆอ. ฆพ. หรือ ฆท. แล้วเตรียมชิ้นงานและเอกสารให้พร้อมก่อนยื่น

09 Apr 2026

ถ้าคุณเป็นเจ้าของธุรกิจผลิตจำหน่ายอาหารเสริม หรือกำลังวางแผนจะส่งเสริมการขาย คุณอาจสงสัยว่า "โฆษณาอาหารเสริมให้ถูกกฎหมายต้องทำอย่างไร?" ปัญหาคือ หลายคนไม่รู้ว่า อาหารเสริมต้องมี "ใบอนุญาตโฆษณา" (ฆอ.) จากสำนักงาน อย. ก่อนโฆษณา และต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์มากมาย หากไม่เคารพกฎหมาย จะเสี่ยงต่อการถูกปรับ ติดคุก หรือถูกอายัดสินค้า บทความนี้จะแนะนำกฎหมายโฆษณาอาหารเสริมอย่างละเอียด เพื่อให้คุณสามารถโฆษณาได้อย่างมั่นใจและไม่ผิดกฎหมาย

12 Mar 2026

หากคุณเป็นผู้ประกอบการที่กำลังพัฒนาสินค้าเครื่องสำอางและต้องการนำขายในตลาดไทย การจดแจ้งกับสำนักงาน อย. (สำนักงานอาหารและยา) เป็นขั้นตอนสำคัญที่คุณไม่สามารถข้ามได้ ไม่ว่าจะเป็นครีมบำรุง เซรั่ม ลิปสติก หรือสินค้าใดก็ตามที่จำแนกเป็น "เครื่องสำอาง" ตามกฎหมาย การเข้าใจกระบวนการนี้จะช่วยให้คุณวางแผนได้ดีขึ้น ลดความผิดพลาด และนำสินค้าออกสู่ตลาดได้เร็วขึ้น บทความนี้จะให้ความรู้แบบละเอียดเกี่ยวกับการจด อย. เครื่องสำอาง พร้อมคำแนะนำที่ใช้ได้จริง

12 Mar 2026
จด อย บริษัท ซีแอนด์เอสริช1 จำกัด