จด อย. เครื่องสำอาง คืออะไร?
การจด อย. เครื่องสำอาง คือ การจดแจ้งสินค้าเครื่องสำอาง ต่อสำนักงาน อย. ก่อนนำสินค้าออกจำหน่าย โดยใช้ระบบ e-Submission ซึ่งเป็นระบบยื่นเอกสารออนไลน์ของสำนักงาน อย. อีกจุดสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ เครื่องสำอางใช้คำว่า “จดแจ้ง” ไม่ใช่ “ขึ้นทะเบียน” (คำว่าขึ้นทะเบียนใช้สำหรับอาหารและอาหารเสริม) ความแตกต่างนี้มีผลต่อขั้นตอน และเอกสารที่ต้องเตรียม
จุดสำคัญ:
เครื่องสำอางใช้ระบบ “จดแจ้ง” ผ่าน e-Submission ไม่ใช่ขึ้นทะเบียน การจดแจ้งต้องทำก่อนนำสินค้าออกจำหน่ายทุกครั้ง รวมถึงเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสูตร ส่วนประกอบ หรือการออกแบบบรรจุภัณฑ์
ประเภทเครื่องสำอางที่ต้องจดแจ้ง
ไม่ใช่ทุกเครื่องสำอางจะมีขั้นตอนการจดแจ้งที่เหมือนกัน สำนักงาน อย. ได้จัดหมวดหมู่เครื่องสำอางออกเป็นสองประเภทหลัก ซึ่งแต่ละประเภทมีความต้องการทางด้านเอกสาร และการทดสอบที่แตกต่างกัน การรู้จักความแตกต่างเหล่านี้จะช่วยให้คุณเตรียมตัวได้ถูกต้อง

1. เครื่องสำอางควบคุม (Controlled Cosmetics)
เครื่องสำอางควบคุม คือ เครื่องสำอางที่มีส่วนประกอบหรือการใช้งานที่มีความเสี่ยงในด้านความปลอดภัยสูงกว่าเครื่องสำอางธรรมชาติ ประเภทนี้ต้องมีการทดสอบความปลอดภัย
ตัวอย่างของเครื่องสำอางควบคุม ได้แก่
- ครีมกันแดด ที่มีส่วนประกอบของ SPF สูง
- เครื่องสำอางเปลี่ยนสีผิว ที่มีสารเคมีในปริมาณมาก
- ครีมแต่งหน้าที่มีแร่ธาตุเนื้อหนา หรือสินค้าที่อ้างว่ามีคุณสมบัติทางการแพทย์
2. เครื่องสำอางทั่วไป (General Cosmetics)
เครื่องสำอางทั่วไป คือ เครื่องสำอางส่วนใหญ่ที่ไม่มีองค์ประกอบหรือการอ้างสิทธิ์ที่เสี่ยงต่อความปลอดภัย ประเภทนี้ไม่จำเป็นต้องผ่านการทดสอบความปลอดภัยที่เข้มงวด แต่ยังคงต้องมีข้อมูลความปลอดภัยพื้นฐาน
ตัวอย่างของเครื่องสำอางทั่วไป ได้แก่
- แชมพูธรรมชาติ
- ครีมบำรุงผิว
- ลิปสติก
- ครีมทาหน้า
- ครีมนวด
- ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอื่นๆ ที่ใช้ส่วนประกอบทั่วไป
Tips:
หากคุณไม่แน่ใจว่าเครื่องสำอางของคุณอยู่ในประเภทใด ให้ติดต่อสำนักงาน อย. หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทะเบียน เพราะการจำแนกประเภทไม่ถูกต้องอาจนำไปสู่การปฏิเสธการจดแจ้ง
ขั้นตอนการจดแจ้งเครื่องสำอาง
กระบวนการจด อย. เครื่องสำอางประกอบด้วยหลายขั้นตอนสำคัญ การทำตามลำดับขั้นอย่างถูกต้องจะช่วยให้กระบวนการเป็นไปอย่างราบรื่น

1. เตรียมสูตรและข้อมูลผลิตภัณฑ์
ระบุส่วนประกอบทั้งหมดให้ชัดเจน ทั้งชื่อไทยและชื่อ INCI สัดส่วน วัตถุประสงค์การใช้ และแหล่งที่มา หากใช้วัตถุดิบนำเข้า ต้องมีใบรับรองความปลอดภัย (SDS) จากผู้ผลิตด้วย
2. ทดสอบความปลอดภัย (Safety Testing)
เครื่องสำอางทั่วไปต้องมีข้อมูลยืนยันว่าปลอดภัยต่อผู้ใช้ ส่วนเครื่องสำอางควบคุมต้องผ่านการทดสอบเพิ่มเติมตามที่ อย. กำหนด เช่น การทดสอบการระคายเคือง และการแพ้ผิวหนัง
3. จัดทำฉลากและการโฆษณา
ฉลากต้องระบุข้อมูลครบถ้วนเป็นภาษาไทย ได้แก่
- ชื่อผลิตภัณฑ์
- ชื่อและที่อยู่ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า
- วิธีใช้ผลิตภัณฑ์
- ส่วนประกอบผลิตภัณฑ์
- วันหมดอายุของผลิตภัณฑ์
- ปริมาณสุทธิของผลิตภัณฑ์
- คำเตือนของผลิตภัณฑ์ (ถ้ามี)
ส่วนเนื้อหาโฆษณาต้องไม่อ้างสรรพคุณทางการแพทย์ที่ไม่มีหลักฐานรองรับ
4. รวบรวมเอกสารสำหรับจดแจ้ง
เตรียมเอกสารให้ครบ ได้แก่ ใบสมัครจดแจ้ง แบบแสดงส่วนประกอบ ผลการทดสอบ ฉลากสินค้า และใบอนุญาตโรงงาน (สำหรับผู้ผลิต)
5. ยื่นจดแจ้งผ่านระบบ e-Submission
เข้าไปที่ https://submission.fda.moph.go.th/ สมัครสมาชิก อัปโหลดเอกสารในรูปแบบ PDF และกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน เมื่อยื่นสำเร็จ ระบบจะออกเลขติดตามสถานะให้
6. รอการพิจารณา
อย. จะใช้เวลาประมาณ 15-30 วันในการตรวจสอบ หากเอกสารไม่ครบหรือต้องแก้ไข อย. จะแจ้งกลับมา เมื่อผ่านการพิจารณาแล้ว จะได้รับใบรับรองการจดแจ้ง ซึ่งเป็นหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์สามารถจำหน่ายได้อย่างถูกกฎหมาย
ข้อควรระวัง:
อย่าจำหน่ายผลิตภัณฑ์ก่อนที่ได้รับใบรับรองการจดแจ้งจากสำนักงาน อย. การกระทำนี้เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายและอาจมีผลต่ออาชญญากรรม รวมทั้งค่าปรับ
เอกสารที่ต้องเตรียม
การจดแจ้งเครื่องสำอางต้องใช้เอกสารหลายชุด ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามประเภทเครื่องสำอางและองค์ประกอบ ด้านล่างนี้คือรายการเอกสารที่โดยทั่วไปต้องเตรียม
1. ใบสมัครจดแจ้ง
แบบฟอร์มทางการที่ออกโดยสำนักงาน อย. ต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วนและถูกต้องทุกช่อง เพราะหากข้อมูลไม่สมบูรณ์อาจทำให้การพิจารณาล่าช้าหรือถูกปฏิเสธได้
2. บัญชีส่วนประกอบ (Ingredient List)
รายการส่วนประกอบทั้งหมดในผลิตภัณฑ์ พร้อมสัดส่วนที่ชัดเจน โดยต้องระบุทั้งชื่อภาษาไทยและชื่อสากล (INCI) เพื่อให้ อย. ตรวจสอบได้ว่าไม่มีสารต้องห้ามหรือสารที่เกินปริมาณที่กำหนด
3. ใบรับรองการทดสอบความปลอดภัย
สำหรับเครื่องสำอางควบคุม ต้องมีผลการทดสอบจากห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรอง เช่น การทดสอบการระคายเคืองหรือการแพ้ผิวหนัง ส่วนเครื่องสำอางทั่วไปต้องมีข้อมูลยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ปลอดภัยต่อผู้บริโภค
4. ใบรับรองความปลอดภัยของวัตถุดิบ (SDS)
เอกสารที่ออกโดยผู้ผลิตวัตถุดิบ ระบุข้อมูลความปลอดภัยของสารเคมีแต่ละชนิดที่ใช้ในสูตร จำเป็นสำหรับวัตถุดิบนำเข้าและสารเคมีที่มีความเสี่ยง
5. ภาพฉลากสินค้า
ภาพถ่ายหรือไฟล์ฉลากที่ชัดเจน ครอบคลุมทุกด้านของบรรจุภัณฑ์ ทั้งด้านหน้า ด้านหลัง และด้านข้าง ฉลากต้องมีข้อมูลครบตามที่กฎหมายกำหนด เช่น ชื่อผลิตภัณฑ์ ส่วนประกอบ วิธีใช้ วันหมดอายุ และชื่อผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า
6. ใบอนุญาตโรงงาน (ถ้าเป็นผู้ผลิต)
หากผลิตเองในประเทศไทย ต้องแนบใบอนุญาตโรงงานที่ออกโดย อย. เพื่อยืนยันว่าสถานที่ผลิตได้มาตรฐานและได้รับการรับรองอย่างถูกต้อง
7. หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
ใช้ในกรณีที่ผู้ยื่นเอกสารไม่ใช่เจ้าของผลิตภัณฑ์ โดยต้องมีลายเซ็นของเจ้าของและระบุขอบเขตอำนาจที่มอบให้อย่างชัดเจน
8. ข้อมูลของผู้ผลิต
ระบุชื่อบริษัท ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และอีเมลที่ติดต่อได้จริง เพื่อให้ อย. สามารถแจ้งผลหรือขอข้อมูลเพิ่มเติมได้สะดวก
9. ตัวอย่างสินค้า (ในบางกรณี)
อย. อาจขอตัวอย่างผลิตภัณฑ์จริงเพื่อตรวจสอบคุณภาพและความสอดคล้องกับข้อมูลที่ยื่น โดยเฉพาะในกรณีที่เป็นเครื่องสำอางควบคุมหรือมีส่วนประกอบที่ต้องพิจารณาเป็นพิเศษ
ข้อควรระวังในการโฆษณาเครื่องสำอาง
หลายคนมักสับสนว่าการจดแจ้งเครื่องสำอางรวมถึงการขออนุญาตโฆษณาด้วยหรือไม่ คำตอบคือ ไม่ต้องขอใบอนุญาตโฆษณาแยกต่างหาก แต่เนื้อหาโฆษณาต้องเป็นไปตามกฎหมายที่เข้มงวดมาก
สิ่งที่ห้ามพูดในโฆษณา
ห้ามอ้างว่าผลิตภัณฑ์สามารถรักษา แก้ไข หรือป้องกันโรคใดๆ เช่น “ครีมนี้รักษาสิว” “แก้ปัญหาริ้วรอย” หรือ “เหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน” เพราะถือเป็นการอ้างสรรพคุณทางการแพทย์ซึ่งผิดกฎหมาย
สิ่งที่โฆษณาได้
พูดถึงประโยชน์ด้านความงามได้ เช่น “ลดรูขุมขน” “เพิ่มความชุ่มชื้น” หรือ “ผิวเรียบเนียนขึ้น” แต่ต้องมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ และห้ามใช้ภาพหรือข้อความที่เกินจริงหรือทำให้เข้าใจผิด
หากไม่แน่ใจ แนะนำให้ศึกษาแนวทางของ อย. หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนเผยแพร่โฆษณา

สรุป
การจดแจ้งเครื่องสำอางกับ อย. มีหลายขั้นตอน ตั้งแต่การเตรียมสูตร ทดสอบความปลอดภัย จัดทำฉลาก รวบรวมเอกสาร ไปจนถึงการยื่นผ่านระบบออนไลน์และรอผลพิจารณา หากคุณเตรียมตัวมาอย่างถูกต้องตั้งแต่ต้น กระบวนการทั้งหมดจะราบรื่นและรวดเร็ว
สิ่งที่ไม่ควรมองข้าม คือ การวางแผนเวลาและงบประมาณให้ดีตั้งแต่ต้น เพราะหากเอกสารหรือข้อมูลไม่ครบถ้วน อาจถูกปฏิเสธและต้องยื่นใหม่ ซึ่งทำให้เสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น
FAQ
ผู้ประกอบการมักมีคำถามที่คล้ายกันเกี่ยวกับการจด อย. เครื่องสำอาง ด้านล่างนี้เป็นคำถามทั่วไปและคำตอบที่อาจช่วยให้คุณเข้าใจมากขึ้น
Q: การจด อย. เครื่องสำอางใช้เวลานานเท่าไร?
A: ใช้เวลาพิจารณา 1-3 วันทำการ สำหรับการจดแจ้งเครื่องสำอางทั่วไป เช่น ครีม / โลชั่น / น้ำหอม และเครื่องสำอาง และ 10-15 วัน สำหรับ Ampoule, Vial หรือ Syringe ทำการนับจากวันที่ยื่นเอกสารครบถ้วน
อย่างไรก็ตาม เวลาจริงอาจแตกต่างกันไปตามความซับซ้อนของผลิตภัณฑ์ จำนวนเอกสารที่ยื่น และความไวของสำนักงาน อย. ในการประมวลผล หากมีข้อบกพร่องของเอกสาร อย. จะขอให้แก้ไข ซึ่งจะเพิ่มเวลาการพิจารณา
Q: ต้องมีใบอนุญาตโรงงานหรือไม่?
A: ผู้ผลิตในไทยต้องมีใบอนุญาตโรงงาน แต่หากเป็นผู้นำเข้าหรือจ้างโรงงานอื่นผลิต ไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาตของตัวเอง เพียงแต่ต้องมีเอกสารยืนยันว่าโรงงานที่ผลิตได้รับอนุญาตถูกต้อง
Q: ต้องทดสอบเครื่องสำอางที่หลายก่อนจดแจ้งหรือไม่?
A: เครื่องสำอางทั่วไปไม่จำเป็นต้องทดสอบเต็มรูปแบบ แต่ต้องมีหลักฐานว่าปลอดภัย ส่วนเครื่องสำอางควบคุมต้องผ่านการทดสอบความปลอดภัยที่เข้มงวดกว่า หากไม่แน่ใจควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อน
Q: สามารถแก้ไขสูตรหรือคุณสมบัติของเครื่องสำอางหลังจากจดแจ้งแล้วได้หรือไม่?
A: ได้ แต่ต้องแจ้ง อย. ก่อนนำสินค้าเวอร์ชันใหม่ออกจำหน่าย ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนส่วนประกอบ บรรจุภัณฑ์ ฉลาก ผู้ผลิต หรือประเทศที่ผลิต
Q: หากการจดแจ้งถูกปฏิเสธ ควรทำอย่างไร?
A: อย. จะแจ้งเหตุผลมาให้ เช่น ส่วนประกอบต้องห้าม สัดส่วนเกินกำหนด เอกสารไม่ครบ หรือฉลากไม่ถูกต้อง ให้แก้ไขตามที่ระบุแล้วยื่นใหม่ได้เลย หากไม่แน่ใจควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้การยื่นครั้งถัดไปผ่านได้เลย
หากคุณกำลังมองหาผู้ช่วยจดแจ้ง อย. บริษัท ซีแอนด์เอสริช 1 จำกัด (C&S Rich 1) มีประสบการณ์มากกว่า 7 ปี ในการดูแลงานจดแจ้ง อย. ครบวงจร ทั้งเครื่องสำอาง อาหารเสริม และสินค้าอื่นๆ ที่ผ่านมาเราช่วยผู้ประกอบการกว่า 500 รายให้ผ่านการจดแจ้งได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว ทีมงานของเราพร้อมให้คำแนะนำเฉพาะเจาะจงสำหรับผลิตภัณฑ์ของคุณ เพื่อให้เข้าสู่ตลาดได้อย่างมั่นใจ
📲 Tel: 064-560-7779
💬 Line: @cs0645607779
📩 Email: [email protected]
📚 Facebook: จด อย บริษัท ซีแอนด์เอสริช1 จำกัด