เอกสารขอใบอนุญาตโรงงาน (รง.4) เตรียมอะไรบ้าง? เช็คลิสต์ครบจบ

เผยแพร่เมื่อ:
08 May 2026
เขียนโดย:
Admin
เอกสารขอใบอนุญาตโรงงาน (รง.4) แบ่งออกเป็น 4 หมวดหลัก ได้แก่ เอกสารของผู้ประกอบการหรือบริษัท เอกสารโรงงานและสถานที่

เอกสารขอใบอนุญาตโรงงาน (รง.4) แบ่งออกเป็น 4 หมวดหลัก ได้แก่ เอกสารของผู้ประกอบการหรือบริษัท เอกสารโรงงาน และสถานที่ รายการเครื่องจักร และกระบวนการผลิต เอกสารด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย ทั้งหมดนี้ต้องยื่นพร้อมกันต่อกรมโรงงานอุตสาหกรรม หรือสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด

บทความนี้จะรวมรายการเอกสารขอใบอนุญาตโรงงานทั้งหมดไว้ในที่เดียว พร้อมตารางเช็คลิสต์สรุป อธิบายรายละเอียดแต่ละหมวด และชี้ให้เห็นข้อผิดพลาดที่ทำให้ถูกส่งเอกสารกลับบ่อยที่สุด เพื่อให้คุณเตรียมได้ถูกต้องตั้งแต่ครั้งแรก


ทำไมต้องเตรียมเอกสารให้ครบก่อนยื่น รง.4?

การขอใบอนุญาตโรงงาน รง.4 ไม่ใช่การยื่นทีละชิ้นแล้วรอผล แต่เป็นการยื่นชุดเอกสารทั้งหมดในครั้งเดียว เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบว่าเอกสารครบหรือไม่ ถ้าขาดแม้แต่รายการเดียว จะถูกส่งกลับให้ไปเตรียมมาใหม่

ปัญหาที่ตามมาไม่ใช่แค่เสียเวลาซื้อใหม่ แต่ยังหมายความว่าต้องนัดคิวใหม่ ในช่วงที่มีผู้ยื่นหนาแน่น การรอคิวใหม่อาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ ซึ่งหมายถึงโรงงานยังเดินเครื่องไม่ได้ หรือโครงการล่าช้าออกไปโดยไม่จำเป็น

จุดสำคัญ:

เอกสารขอใบอนุญาตโรงงาน รง.4 ต้องเตรียมครบทั้ง 4 หมวดก่อนยื่น เพราะเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความครบถ้วนในทีเดียว ถ้าขาดหมวดใดหมวดหนึ่งจะถูกส่งกลับมาเตรียมใหม่ทั้งชุด

สิ่งสำคัญอีกอย่างคือ ประเภทของโรงงานมีผลต่อรายการเอกสารที่ต้องใช้ โดยเฉพาะในหมวดสิ่งแวดล้อม โรงงานที่มีกำลังเครื่องจักรสูงหรือมีกระบวนการที่อาจก่อมลพิษจะต้องยื่นแผนการจัดการที่ละเอียดกว่าโรงงานขนาดเล็กทั่วไป อ่านต่อเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแยกจำพวกโรงงานได้ที่ โรงงานจำพวก 1 2 3 ต่างกันอย่าไร?


หมวดที่ 1 – เอกสารของผู้ประกอบการและบริษัท

เอกสารหมวดนี้เกี่ยวกับตัวตน และสถานะทางกฎหมายของผู้ขอใบอนุญาต ทั้งในกรณีที่เป็นนิติบุคคล และบุคคลธรรมดา โดยทั่วไปเอกสารกลุ่มนี้ไม่ซับซ้อน แต่ต้องระวังเรื่องอายุเอกสาร และความถูกต้องของข้อมูลที่ปรากฏ

1. หนังสือรับรองนิติบุคคล (กรณีเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน)

ต้องเป็นหนังสือรับรองที่ออกโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า มีอายุไม่เกิน 6 เดือน นับจากวันยื่น ต้องระบุวัตถุประสงค์ที่ครอบคลุมการประกอบกิจการโรงงานประเภทนั้น ๆ ด้วย ถ้าวัตถุประสงค์ไม่ตรงก็ต้องแก้ไขก่อน

2. สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านกรรมการ

ต้องเป็นสำเนาของกรรมการทุกคนที่มีอำนาจลงนาม พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง สำหรับบุคคลธรรมดาที่ขอในนามตนเอง ใช้สำเนาบัตรประชาชน และทะเบียนบ้านของตนเอง

3. เอกสารแสดงสิทธิ์ในที่ดินหรือสัญญาเช่า

เป็นเอกสารที่พิสูจน์ว่า คุณมีสิทธิ์ใช้ที่ดินหรืออาคารนั้นเป็นโรงงาน ประกอบด้วย

  • กรณีเป็นเจ้าของที่ดิน โฉนดที่ดินหรือ น.ส.3 ก ในชื่อตัวเองหรือบริษัท หรือหนังสือยินยอมจากเจ้าของที่ดินถ้าเป็นชื่อบุคคลอื่น
  • กรณีเช่าที่ดินหรืออาคาร สัญญาเช่าที่มีอายุคงเหลือเพียงพอ (โดยทั่วไปต้องเหลือไม่น้อยกว่า 3 ปี) และต้องระบุวัตถุประสงค์การใช้งานเป็นโรงงานอย่างชัดเจน

4. แบบคำขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (รง.3)

แบบฟอร์มหลักที่ต้องกรอกข้อมูลของโรงงาน รายละเอียดกิจการ และผู้ขอใบอนุญาต กรอกให้ครบถ้วน และตรงกับเอกสารประกอบทุกฉบับ ความไม่สอดคล้องกันระหว่างแบบฟอร์ม กับเอกสารแนบเป็นสาเหตุที่ถูกตีกลับบ่อยมาก


หมวดที่ 2 – เอกสารโรงงานและสถานที่

เอกสารหมวดนี้แสดงให้เห็นว่า โรงงานของคุณตั้งอยู่ที่ไหน มีพื้นที่เท่าไร และมีโครงสร้างอาคารอย่างไร เจ้าหน้าที่ใช้เอกสารชุดนี้ประกอบการออกไปตรวจสอบสถานที่จริงในภายหลัง ดังนั้นข้อมูลในเอกสารกับสภาพจริงต้องตรงกัน

1. แผนที่แสดงที่ตั้งโรงงาน

ต้องแสดงเส้นทางการเดินทางจากถนนหลักมายังโรงงานได้ชัดเจน ระบุถนน สี่แยก หรือจุดสังเกตสำคัญ ระยะทางโดยประมาณ และตำแหน่งของโรงงานในภาพรวม ปัจจุบันสามารถใช้ภาพถ่ายจาก Google Maps ประกอบได้ แต่ต้องมีคำอธิบายเส้นทางแนบมาด้วย

2. แบบแปลนโรงงาน (Floor Plan)

แบบแปลนต้องแสดงพื้นที่ทั้งหมดของโรงงานตามมาตราส่วนจริง ระบุตำแหน่งของพื้นที่ผลิต พื้นที่เก็บวัตถุดิบ พื้นที่เก็บสินค้า ห้องน้ำ ทางออกฉุกเฉิน ตำแหน่งเครื่องจักรหลัก และระบบบำบัดน้ำเสีย (ถ้ามี)

แบบแปลนต้องจัดทำโดยวิศวกรที่มีใบอนุญาต (กรณีโรงงานขนาดใหญ่) หรืออย่างน้อยต้องเป็นแบบที่ชัดเจน และมีมาตราส่วนที่อ่านได้ ไม่ใช่ภาพสเก็ตช์คร่าว ๆ

3. ใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร (อ.1 หรือ อ.3) และใบรับรองการก่อสร้าง (อ.6)

ถ้าอาคารโรงงานก่อสร้างใหม่ หรือดัดแปลงโครงสร้าง ต้องมีใบอนุญาตก่อสร้าง และใบรับรองว่าก่อสร้างแล้วเสร็จถูกต้อง สำหรับอาคารเก่าที่มีอยู่แล้ว ให้แนบเอกสารแสดงว่าอาคารนั้นถูกต้องตามกฎหมาย เช่น หนังสือรับรองการก่อสร้างอาคาร

4. รูปถ่ายโรงงานและบริเวณโดยรอบ

รูปถ่ายช่วยให้เจ้าหน้าที่เห็นสภาพโรงงานจริงก่อนออกตรวจ ต้องถ่ายให้เห็นด้านหน้าอาคาร ภายในพื้นที่ผลิต ทางเข้าออก และระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน


หมวดที่ 3 – เครื่องจักรและกระบวนการผลิต

เอกสารหมวดนี้เป็นส่วนที่เจ้าหน้าที่ใช้ประเมินว่าโรงงานจัดอยู่ใน โรงงานจำพวกไหน (จำพวก 1, 2 หรือ 3) ซึ่งมีผลต่อกระบวนการขอใบอนุญาต และข้อกำหนดที่ต้องปฏิบัติ โรงงานที่มีกำลังเครื่องจักรรวมตั้งแต่ 50 แรงม้าขึ้นไป หรือมีคนงานตั้งแต่ 7 คนขึ้นไป จัดเป็นโรงงานที่ต้องขอใบอนุญาต รง.4

1. รายการเครื่องจักรและกำลังแรงม้า

ต้องระบุรายการเครื่องจักรทุกเครื่องที่ใช้ในกระบวนการผลิต ประกอบด้วย

  • ชื่อเครื่องจักรและประเภท
  • ยี่ห้อและรุ่น (ถ้ามี)
  • กำลังมอเตอร์ หน่วยเป็นแรงม้า (HP) หรือกิโลวัตต์ (kW)
  • จำนวนเครื่อง
  • กำลังรวมทั้งหมด

กำลังเครื่องจักรรวมนี้สำคัญมาก เพราะเป็นตัวกำหนดว่าโรงงานอยู่ในจำพวกใด และต้องยื่นเรื่องกับหน่วยงานไหน

2. รายละเอียดกระบวนการผลิต (Process Flow)

อธิบายขั้นตอนการผลิตตั้งแต่รับวัตถุดิบ จนถึงได้สินค้าสำเร็จรูป ทำในรูปแบบผังกระบวนการ (Flow Chart) หรือรายละเอียดเป็นข้อ ๆ ก็ได้ แต่ต้องชัดเจนพอที่เจ้าหน้าที่จะเข้าใจว่าแต่ละขั้นตอนทำอะไร ใช้เครื่องจักรอะไร และมีของเสียหรือมลพิษเกิดขึ้นในขั้นตอนไหนบ้าง

3. ประเภทและปริมาณการผลิต

ระบุว่าผลิตสินค้าประเภทอะไร และมีปริมาณการผลิตโดยประมาณต่อวันหรือต่อปีเท่าไร ข้อมูลนี้ใช้ประกอบการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้วย

Tips:

รวบรวมคู่มือเครื่องจักร และ nameplate ของมอเตอร์ทุกตัวไว้ล่วงหน้า เพราะข้อมูลกำลังแรงม้าที่แน่นอนสำคัญมากในการคำนวณกำลังรวม และช่วยให้กรอกแบบฟอร์มได้ถูกต้อง


หมวดที่ 4 – สิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย

เอกสารหมวดนี้แตกต่างกันมากขึ้นอยู่กับประเภทของโรงงาน โรงงานที่มีกระบวนการผลิตที่อาจก่อให้เกิดมลพิษจะต้องยื่นแผนการจัดการที่ละเอียดกว่า และในบางกรณีต้องให้วิศวกรสิ่งแวดล้อมจัดทำเอกสารเหล่านี้ด้วย

1. แผนการจัดการน้ำเสีย

โรงงานที่มีน้ำเสียจากกระบวนการผลิต ต้องมีระบบบำบัดน้ำเสีย และต้องยื่นรายละเอียดระบบบำบัด ปริมาณน้ำเสียที่เกิดขึ้นต่อวัน วิธีการบำบัด และค่ามาตรฐานน้ำทิ้งที่สามารถระบายออกได้ตามกฎหมาย

สำหรับโรงงานที่มีเพียงน้ำเสียจากการอุปโภคบริโภคของพนักงาน (เช่น ห้องน้ำ) ก็ต้องระบุว่าระบายเข้าระบบบำบัดน้ำเสียส่วนกลาง หรือบ่อซึม หรือระบบใด

2. แผนการจัดการมลพิษทางอากาศ (ฝุ่น ควัน กลิ่น)

กระบวนการผลิตที่มีการระเหยของสารเคมี การเผาไหม้ การตัด การเชื่อม หรือกระบวนการที่ก่อให้เกิดฝุ่นหรือกลิ่น ต้องระบุชนิดและปริมาณมลพิษที่เกิดขึ้น วิธีควบคุมและลดมลพิษ (เช่น ติดตั้ง filter, ดักฝุ่น) และช่องทางระบายอากาศ

3. แผนการจัดการของเสีย (ขยะอุตสาหกรรม)

ต้องระบุประเภทของเสียที่เกิดขึ้น แบ่งเป็นของเสียอันตราย (hazardous waste) และของเสียทั่วไป พร้อมวิธีการจัดเก็บ ขนส่ง และกำจัดให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยเฉพาะของเสียอันตรายต้องใช้ผู้รับกำจัดที่ได้รับใบอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม

4. แผนการป้องกันและระงับอัคคีภัย

ต้องมีแผนผังแสดงตำแหน่งถังดับเพลิง ทางออกฉุกเฉิน และอุปกรณ์ความปลอดภัยในโรงงาน พร้อมแผนอพยพเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน บางพื้นที่อาจต้องผ่านการตรวจจากสำนักงานป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยด้วย

5. เอกสารเพิ่มเติมสำหรับโรงงานบางประเภท

โรงงานบางประเภทต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมตามลักษณะการผลิต เช่น

  • โรงงานที่มีหม้อต้มแรงดันสูง – ต้องแนบหลักฐานการตรวจรับรองจากกรมโรงงานฯ
  • โรงงานที่ใช้สารเคมีอันตราย – ต้องมีบัญชีสารเคมี และแผนฉุกเฉิน
  • โรงงานที่อยู่ในนิคมอุตสาหกรรม – ต้องแนบหนังสือยินยอมจากนิคมฯ ด้วย

ข้อควรระวัง:

เอกสารด้านสิ่งแวดล้อมต้องจัดทำให้ตรงกับสภาพโรงงานจริง และประเภทการผลิตจริง ถ้าระบุกระบวนการผลิต หรือปริมาณการผลิตต่ำกว่าความเป็นจริง เพื่อหลีกเลี่ยงข้อกำหนด เมื่อเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบสถานที่จริงจะพบความไม่สอดคล้องกัน ซึ่งอาจส่งผลให้ไม่ได้รับใบอนุญาต


เช็คลิสต์รวม – เอกสารขอใบอนุญาตโรงงาน รง.4

ตารางด้านล่างสรุปรายการเอกสารทั้งหมดที่ต้องเตรียม สามารถใช้เป็น checklist ก่อนยื่นได้เลย

หมวด รายการเอกสาร
หมวด 1: ผู้ประกอบการ หนังสือรับรองบริษัท (ไม่เกิน 6 เดือน)
สำเนาบัตรประชาชนกรรมการ จำเป็น
โฉนดที่ดินหรือสัญญาเช่า จำเป็น
แบบคำขอ รง.3 กรอกครบถ้วน จำเป็น
หมวด 2: โรงงาน/สถานที่ แผนที่แสดงที่ตั้งโรงงาน
แบบแปลนโรงงาน (Floor Plan) จำเป็น
ใบอนุญาตก่อสร้าง (อ.1) + ใบรับรอง (อ.6) ถ้ามีการก่อสร้างใหม่
รูปถ่ายโรงงาน จำเป็น
หมวด 3: เครื่องจักร รายการเครื่องจักรและกำลังแรงม้า
ผังกระบวนการผลิต (Process Flow) จำเป็น
ประเภทและปริมาณการผลิต จำเป็น
หมวด 4: สิ่งแวดล้อม แผนการจัดการน้ำเสีย
แผนการจัดการมลพิษทางอากาศ ตามประเภทโรงงาน
แผนการจัดการของเสีย จำเป็น
แผนป้องกันและระงับอัคคีภัย จำเป็น

ข้อผิดพลาดที่ทำให้ถูกส่งเอกสารกลับ

จากประสบการณ์ดูแลลูกค้าในกระบวนการขอใบอนุญาตโรงงาน ข้อผิดพลาดต่อไปนี้ เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดที่ทำให้เอกสารถูกตีกลับมาแก้ไข

1. หนังสือรับรองบริษัทหมดอายุ

เจ้าของธุรกิจหลายคนไม่ทราบว่าหนังสือรับรองมีอายุ 6 เดือนนับจากวันออก ถ้าเตรียมไว้นานแล้วโดยไม่ได้ตรวจสอบวันที่ ต้องขอใหม่ก่อนยื่น

2. แบบแปลนไม่มีมาตราส่วน

แบบแปลนที่ไม่ระบุมาตราส่วน หรือไม่มีขนาดจริงของพื้นที่ เจ้าหน้าที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าโรงงานมีพื้นที่ใช้สอยเพียงพอ และถูกต้องตามที่ระบุในแบบฟอร์มหรือไม่

3. กำลังแรงม้าในแบบฟอร์มไม่ตรงกับรายการเครื่องจักร

ตัวเลขกำลังรวมที่คำนวณผิดหรือตกหล่น ทำให้จัดประเภทโรงงานไม่ถูก และอาจส่งผลต่อกระบวนการขออนุญาตทั้งหมด

4. ขาดเอกสารสิ่งแวดล้อมสำหรับโรงงานบางประเภท

ผู้ประกอบการบางรายไม่ทราบว่าโรงงานของตนอยู่ในประเภทที่ต้องยื่นแผนจัดการน้ำเสียหรือมลพิษทางอากาศเพิ่มเติม

5. สัญญาเช่าหมดอายุก่อนได้รับใบอนุญาต

ถ้าสัญญาเช่าเหลืออายุน้อยกว่าระยะเวลาที่ต้องใช้ในกระบวนการขออนุญาต อาจต้องต่อสัญญาก่อนหรือขอหนังสือยินยอมเพิ่มเติม

6. วัตถุประสงค์บริษัทไม่ครอบคลุมประเภทกิจการ

เช่น บริษัทจดทะเบียนเพื่อ “ค้าขาย” แต่ต้องการขอใบอนุญาตโรงงานผลิต ต้องแก้ไขวัตถุประสงค์ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าก่อน


สรุป

เอกสารขอใบอนุญาตโรงงาน ทั้ง 4 หมวดต้องเตรียมให้ครบก่อนยื่น ทั้งเอกสารบริษัท เอกสารสถานที่ รายการเครื่องจักร และแผนสิ่งแวดล้อม การตรวจสอบความถูกต้อง และความครบถ้วนก่อนยื่นช่วยหลีกเลี่ยงการถูกส่งเอกสารกลับ ซึ่งหมายถึงเสียเวลา และอาจกระทบแผนการเปิดโรงงานได้

สำหรับใครที่อยากเข้าใจเรื่องประเภทโรงงานให้ชัดขึ้นก่อนตัดสินใจยื่นขอ รง.4 สามารถอ่านเพิ่มเติมที่บทความ โรงงานจำพวก 1, 2, 3 คืออะไร แตกต่างกันอย่างไร หรือดูรายละเอียดบริการเต็มรูปแบบได้ที่หน้าบริการขอใบอนุญาตโรงงาน


FAQ

Q1: โรงงานขนาดเล็กที่กำลังแรงม้าต่ำกว่า 50 แรงม้า ต้องขอ รง.4 ไหม?

A: ไม่ต้องขอ รง.4 หากเข้าเกณฑ์ โรงงานจำพวก 1 คือมีกำลังเครื่องจักรรวมไม่เกิน 50 แรงม้า และมีคนงานไม่เกิน 7 คน แต่ต้องแจ้งเริ่มประกอบกิจการต่อกรมโรงงานอุตสาหกรรมภายใน 30 วันหลังเริ่มดำเนินงาน ไม่ใช่ยกเว้นการดำเนินการทั้งหมด

Q2: โรงงานเช่าอาคารหรือเช่าโกดัง สามารถขอ รง.4 ได้ไหม?

A: สามารถขอได้ หากอาคารนั้นรองรับการประกอบกิจการโรงงานตามผังเมืองและข้อกำหนดด้านอาคาร โดยต้องมีหนังสือยินยอมจากเจ้าของอาคารหรือสัญญาเช่าที่ชัดเจนประกอบการยื่นขออนุญาต

Q3: ใช้เวลานานแค่ไหนในการพิจารณาอนุมัติ รง.4?

A: โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 30–60 วันหลังเอกสารครบ แต่ในทางปฏิบัติอาจนานขึ้นหากมีการตรวจสถานที่หรือขอเอกสารเพิ่มเติม แนะนำเผื่อเวลาไว้ประมาณ 3–6 เดือน

Q4: แบบแปลนโรงงานต้องให้วิศวกรจัดทำไหม?

A: ไม่ได้บังคับทุกกรณี แต่แนะนำให้วิศวกรที่มีใบอนุญาต (กว.) จัดทำ โดยเฉพาะโรงงานขนาดกลาง–ใหญ่หรือมีโครงสร้างซับซ้อน เพื่อความถูกต้อง และลดโอกาสถูกตีกลับ ส่วนโรงงานขนาดเล็กสามารถจัดทำเองได้ หากแบบแปลนชัดเจนและมีมาตราส่วนถูกต้อง

Q5: ถ้ายื่นเอกสารไม่ครบ จะถูกปฏิเสธทันทีไหม?

A: ยังไม่ถูกปฏิเสธทันที โดยทั่วไปเจ้าหน้าที่จะให้แก้ไขหรือส่งเอกสารเพิ่มเติมก่อน แต่จะทำให้ระยะเวลาพิจารณาล่าช้า ดังนั้นควรตรวจสอบเอกสารและแบบแปลนให้ครบก่อนยื่นทุกครั้ง


ถ้ากำลังเตรียมยื่นใบอนุญาตโรงงาน ทีม C&S Rich1 ช่วยดูแลครบวงจร ตั้งแต่ตรวจเอกสาร จัดทำแบบแปลน ไปจนถึงยื่นขออนุญาตและต่ออายุ เพื่อให้กระบวนการผ่านได้รวดเร็วและไม่สะดุด

ดูรายละเอียดบริการเพิ่มเติมได้ที่หน้าบริการขอใบอนุญาตโรงงาน หรือติดต่อเราได้เลย


📲 Tel: 064-560-7779

💬 Line: @cs0645607779

📩 Email: csrich188@gmail.com

📚 Facebook: จด อย บริษัท ซีแอนด์เอสริช1 จำกัด

แบ่งปันข่าวนี้:

สนใจจด อย.

ใบอนุญาตโฆษณา

ใบอนุญาตโรงงาน (รง.4)

ซีแอนด์เอสริช 1 ผู้เชี่ยวชาญด้านการจด อย. และใบอนุญาตมากว่า 7 ปี

บทความล่าสุด

จด อย. อาหารเสริม ต้องเตรียมเอกสาร ยื่นผ่าน E-submission และรอพิจารณา 30-180 วัน รวมขั้นตอนครบจบ พร้อมช่องทางออนไลน์และค่าใช้จ่ายที่ต้องรู้

12 May 2026

ตัวอย่างโฆษณาถูกกฎหมายและโฆษณาผิดกฎหมาย อาหารเสริม เครื่องสำอาง ยา เครื่องมือแพทย์ คำที่ห้ามใช้เด็ดขาด โทษ และวิธีตรวจสอบก่อนลงโฆษณา

12 May 2026

รง 4 ต้องขอก่อน อย. เสมอ สำหรับโรงงานผลิต อธิบายเหตุผล ลำดับขั้นตอน Timeline และตารางเปรียบเทียบผู้ผลิต vs ผู้นำเข้าครบในที่เดียว

08 May 2026
จด อย บริษัท ซีแอนด์เอสริช1 จำกัด