เจ้าของธุรกิจเครื่องสำอางหลายคนคิดว่า ถ้าสินค้าจดแจ้งกับ อย. แล้ว จะโฆษณาอะไรก็ได้ นั่นคือความเข้าใจที่ผิดอย่างมาก เพราะการจดแจ้งและการโฆษณาเป็นคนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิง
จริงอยู่ที่เครื่องสำอางไม่ต้องขอใบอนุญาตโฆษณา แต่ข้อความที่ใช้โฆษณาต้องอยู่ภายใต้ พ.ร.บ. เครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 และ พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งกำหนดชัดเจนว่าโฆษณาแบบไหนผิดกฎหมาย บทความนี้รวมข้อห้าม ตัวอย่าง และแนวทางที่ถูกต้องไว้ครบ
โฆษณาเครื่องสำอาง ไม่ต้องขอใบอนุญาต แต่ยังต้องทำตามกฎ
เครื่องสำอางตามกฎหมายไทย หมายถึงผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทา ถู พ่น หรือใส่บนร่างกายเพื่อความสะอาด กลิ่นหอม เปลี่ยนสีผิว หรือดูแลผิวพรรณ โดยไม่ออกฤทธิ์รักษาโรค ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่แบ่งเส้นระหว่าง “เครื่องสำอาง” และ “ยา”
เพราะเครื่องสำอางไม่ได้รักษาโรค กฎหมายจึงไม่ได้กำหนดให้ต้องขออนุมัติโฆษณาก่อนเผยแพร่ แต่นั่นไม่ได้แปลว่าโฆษณาอะไรก็ได้ อย. ยังมีอำนาจสั่งระงับโฆษณาที่ผิดกฎหมายและเรียกเก็บค่าปรับได้ตลอดเวลา แม้จะไม่ผ่านการตรวจสอบล่วงหน้า

ข้อห้ามในการโฆษณาเครื่องสำอาง
กฎหมายกำหนดข้อห้ามในการโฆษณาเครื่องสำอางไว้ชัดเจน ซึ่งเจ้าของธุรกิจทุกคนต้องรู้ก่อนลงโฆษณาไม่ว่าจะผ่านช่องทางใดก็ตาม ข้อห้ามหลัก ๆ มีดังนี้
1. ห้ามกล่าวอ้างว่ารักษาโรคหรือบำบัดอาการ
เครื่องสำอางทำได้แค่ “ดูแลผิว” ไม่ใช่ “รักษาผิว” คำเหล่านี้ทำให้โฆษณากลายเป็นผิดกฎหมายทันที แม้สินค้าจะมีส่วนผสมที่ดีจริงก็ตาม
ตัวอย่างที่ผิดกฎหมาย: “รักษาสิวอักเสบ”, “หายจากผิวแตกลาย”, “บำบัดผิวแพ้”, “รักษาเชื้อราบนผิวหนัง”
ตัวอย่างที่ถูกกฎหมาย: “ช่วยลดการเกิดสิว”, “ทำให้ผิวดูเรียบเนียน”, “ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น”
2. ห้ามอ้างสรรพคุณเกินจริงหรือทำให้เข้าใจผิด
โฆษณาต้องสะท้อนความเป็นจริงของสินค้า ถ้าครีมของคุณมีส่วนผสม Vitamin C แต่โฆษณาว่า “ผิวขาวภายใน 7 วัน 100%” นั่นคือการอ้างสรรพคุณที่ต้องพิสูจน์ได้ และถ้าพิสูจน์ไม่ได้ถือว่าผิดกฎหมาย
ตัวเลขและระยะเวลาที่แน่นอน เช่น “ขาวขึ้น 3 เท่าใน 2 สัปดาห์” หรือ “ลดริ้วรอย 90% ใน 30 วัน” เป็นข้อความที่เสี่ยงมากถ้าไม่มีผลการทดสอบทางวิทยาศาสตร์รองรับ

3. ห้ามใช้คำที่บ่งบอกสรรพคุณทางการแพทย์
มีคำหลายคำที่ดูเหมือนบรรยายเครื่องสำอาง แต่จริง ๆ แล้วเข้าข่ายคำทางการแพทย์ที่ใช้ไม่ได้ เช่น “ฆ่าเชื้อ”, “ต้านการอักเสบ”, “ซ่อมแซมเซลล์”, “กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันผิว”
คำเหล่านี้ถ้าใช้กับเครื่องสำอาง อย. อาจพิจารณาว่าสินค้ากำลังอ้างสรรพคุณเป็น “ยา” ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้โฆษณาผิดกฎหมาย แต่อาจส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ต้องไปขึ้นทะเบียนเป็นยาแทนด้วย
4. ห้ามใช้ภาพหรือกราฟิกที่ทำให้เข้าใจผิด
กฎหมายครอบคลุมทั้งข้อความและภาพ ภาพ Before-After ที่แก้ไขหรือดัดแปลงมากเกินความเป็นจริงถือเป็นการโฆษณาที่ทำให้เข้าใจผิด ภาพควรสะท้อนผลลัพธ์จริงที่ผู้บริโภคทั่วไปพอจะได้รับ ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในเงื่อนไขที่ควบคุมพิเศษ
5. ห้ามอ้างอิงสถาบันราชการหรือมหาวิทยาลัยโดยไม่ได้รับอนุญาต
การระบุในโฆษณาว่า “ได้รับการรับรองจาก…” หรือ “วิจัยโดย…” ถ้าไม่เป็นความจริงหรือไม่ได้รับอนุญาตจากสถาบันนั้น ๆ ถือเป็นการโฆษณาเท็จที่มีโทษหนักกว่าการใช้คำโอ้อวดทั่วไป

คำที่ใช้ได้ vs คำที่ใช้ไม่ได้ ในโฆษณาเครื่องสำอาง
ตารางเปรียบเทียบด้านล่างรวมคำที่ใช้บ่อยและบอกชัดเจนว่าคำไหนผ่านกฎหมาย คำไหนไม่ผ่าน เป็นแนวทางเบื้องต้น เนื่องจากการพิจารณาในบริบทจริงอาจซับซ้อนกว่านี้
| ใช้ได้ (ถูกกฎหมาย) | ใช้ไม่ได้ (ผิดกฎหมาย) |
|---|---|
| ลดการเกิดสิว | รักษาสิว / หายจากสิว |
| ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใส | ทำให้ผิวขาวจริง / ลดเมลานิน |
| ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น | ซ่อมแซมผิวที่แห้งแตก |
| ลดเลือนริ้วรอย | ลบริ้วรอยหายถาวร |
| ช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์ | ต้านอนุมูลอิสระ 100% |
| มีส่วนผสม SPF ปกป้องผิว | ป้องกันมะเร็งผิวหนัง |
โทษและบทลงโทษกรณีโฆษณาเครื่องสำอางผิดกฎหมาย
โทษสำหรับโฆษณาเครื่องสำอางผิดกฎหมายกำหนดไว้ใน พ.ร.บ. เครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 โดยมีอัตราโทษดังนี้
- โฆษณาเครื่องสำอางที่เป็นเท็จหรือโอ้อวดเกินจริง – ปรับไม่เกิน 100,000 บาท
- โฆษณาเครื่องสำอางอันตรายหรือที่ห้ามจำหน่าย – จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- กรณีที่เคยถูกเตือนแล้วยังฝ่าฝืน – โทษหนักขึ้นตามดุลพินิจของศาล
นอกจากโทษตาม พ.ร.บ. เครื่องสำอางแล้ว ยังอาจถูกดำเนินคดีเพิ่มเติมภายใต้ พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งมีโทษปรับสูงถึง 500,000 บาท ถ้าโฆษณานั้นก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้บริโภคด้วย
สรุป
โฆษณาเครื่องสำอางมีอิสระมากกว่าผลิตภัณฑ์สุขภาพประเภทอื่น เพราะไม่ต้องขออนุมัติล่วงหน้า แต่นั่นก็แปลว่าคุณต้องรับผิดชอบเองเต็ม ๆ ต่อทุกข้อความที่เผยแพร่ออกไป
หลักง่าย ๆ ที่ช่วยได้ คือ เครื่องสำอาง “ดูแล” ผิวได้ แต่ “รักษา” ผิวไม่ได้ ถ้าข้อความโฆษณาของคุณยังอยู่ในกรอบนี้ โอกาสที่จะผิดกฎหมายก็น้อยลงมาก
FAQ
Q: เครื่องสำอางจดแจ้งกับ อย. แล้ว โฆษณาได้เลยไหม?
A: การจดแจ้งและการโฆษณาเป็นคนละเรื่อง การจดแจ้งบอกว่า “สินค้าผ่านมาตรฐาน” แต่ไม่ได้แปลว่าโฆษณาอะไรก็ได้ กฎหมายโฆษณาเครื่องสำอางยังคงใช้บังคับเต็มที่
Q: ถ้าลูกค้าคอมเมนต์ว่า “ทาแล้วสิวหาย” ในเพจเรา เราต้องรับผิดชอบด้วยไหม?
A: มีความเสี่ยงค่ะ ถ้าปล่อยให้ Comment ที่ผิดกฎหมายค้างอยู่โดยไม่ดำเนินการใด ๆ อย. อาจมองว่าคุณ “ยินยอม” แนะนำให้ลบ Comment ที่มีข้อความเกินจริงทันที
Q: โฆษณา Before-After ผิดกฎหมายไหม?
A: ไม่ผิดเสมอไป ถ้าภาพสะท้อนผลลัพธ์จริงและไม่ได้แต่งภาพให้เกินความเป็นจริง แต่ถ้าผลลัพธ์ดีเกินจริงหรือใช้ภาพที่ดัดแปลง ถือว่าผิดกฎหมาย ต้องมีข้อความกำกับว่าผลลัพธ์แตกต่างกันตามแต่ละบุคคล
Q: ถ้า Influencer พูดผิดกฎหมายในรีวิว เจ้าของสินค้าโดนด้วยไหม?
A: มีโอกาสโดนด้วยค่ะ โดยเฉพาะถ้าคุณจ้าง Influencer ให้รีวิวสินค้า และเนื้อหาที่รีวิวมีข้อความที่ผิดกฎหมาย ทางออกที่ดีคือทำ Briefing ที่ชัดเจนและให้ Influencer อ่านและยืนยันก่อนเผยแพร่
Q: เครื่องสำอางอินทรีย์หรือธรรมชาติ 100% โฆษณาได้ว่า “ปลอดภัยกว่า” ไหม?
A: ต้องระวังค่ะ การบอกว่า “ปลอดภัยกว่า” ต้องมีข้อมูลรองรับ ว่าปลอดภัยกว่าอะไร ถ้าไม่มีข้อมูลเปรียบเทียบที่ชัดเจน การใช้คำเช่นนี้อาจถือว่าเป็นการโฆษณาที่ทำให้เข้าใจผิดได้
หากคุณต้องการทำ โฆษณาเครื่องสำอาง ให้ถูกต้องตามกฎหมาย ลดความเสี่ยงในการถูกปรับ หรือถูกระงับการขายในอนาคต ทีมงาน ซีแอนด์เอสริช 1 พร้อมตรวจสอบข้อความโฆษณา เพื่อให้แบรนด์ของคุณสื่อสารได้อย่างมั่นใจ ถูกต้อง และน่าเชื่อถือในสายตาผู้บริโภค
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ >> C&S Rich 1
📲 Tel: 064-560-7779
💬 Line: @cs0645607779
📩 Email: [email protected]
📚 Facebook: จด อย บริษัท ซีแอนด์เอสริช1 จำกัด