จดหมายเตือนโฆษณาเกินจริงจาก อย. หรือ สคบ. รับมืออย่างไร

เผยแพร่เมื่อ:
27 Jul 2026
เขียนโดย:
Admin
ได้รับจดหมายเตือนโฆษณาเกินจริงจาก อย. หรือ สคบ. อย่าเพิกเฉย ควรตรวจสอบรายละเอียด แก้ไขหรือระงับโฆษณา และชี้แจงภายในกำหนด เพื่อลดความเสี่ยงทางกฎหมาย

เมื่อได้รับจดหมายเตือนโฆษณาเกินจริงจาก อย. หรือ สคบ. สิ่งที่ควรทำคือ ตั้งสติ อ่านรายละเอียดให้ครบ ระงับหรือแก้ไขโฆษณาที่มีปัญหาทันที แล้วทำหนังสือชี้แจงกลับภายในเวลาที่กำหนด สิ่งที่ห้ามทำที่สุด คือเพิกเฉย เพราะอาจนำไปสู่การดำเนินคดีและบทลงโทษที่หนักขึ้น

บทความนี้จะพาไปดูว่า จดหมายเตือนโฆษณาเกินจริงมาจากไหน ทำไมถึงได้รับ ต้องรับมือทีละขั้นอย่างไร บทลงโทษถ้าไม่แก้ไข และวิธีป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ เพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าต่อได้โดยไม่สะดุด

จดหมายเตือนโฆษณาเกินจริง คืออะไร มาจากไหน?

จดหมายเตือนโฆษณาเกินจริง คือ หนังสือแจ้งเตือนจากหน่วยงานรัฐที่พบว่าโฆษณาสินค้าของคุณอาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย เช่น

  • อ้างสรรพคุณเกินจริง
  • หลอกลวงผู้บริโภค
  • โฆษณา โดยไม่ได้ขออนุญาต

ส่วนใหญ่มาจากสองหน่วยงานหลัก คือ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)

อย. จะดูแลเรื่องการโฆษณาสรรพคุณของสินค้าสุขภาพ เช่น อาหารเสริม เครื่องสำอาง และเครื่องมือแพทย์ ส่วน สคบ. ดูแลการโฆษณาที่อาจไม่เป็นธรรมหรือหลอกลวงผู้บริโภคในภาพรวม บางกรณีสินค้าตัวเดียวอาจได้รับการตรวจสอบจากทั้งสองหน่วยงาน

ได้รับจดหมายเตือนโฆษณาเกินจริง

จุดสำคัญ:

จดหมายเตือนไม่ใช่การถูกปรับหรือคำตัดสินจากศาล แต่เป็นการแจ้งให้แก้ไขปัญหาก่อนดำเนินการทางกฎหมาย การตอบกลับ และแก้ไขอย่างถูกต้องภายในเวลาที่กำหนด ช่วยลดความเสี่ยงไม่ให้เรื่องรุนแรงขึ้น

ทำไมถึงได้รับจดหมายเตือนโฆษณาเกินจริง?

สาเหตุหลักคือ การโฆษณาที่อ้างสรรพคุณเกินจริง หรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเฉพาะสินค้าอาหารเสริมและเครื่องสำอาง ซึ่งกฎหมายกำหนดว่าข้อความโฆษณาต้องไม่เป็นเท็จ หลอกลวง หรือทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด

จากประสบการณ์การให้คำปรึกษาของทีม C&S Rich1 สาเหตุที่พบได้บ่อย มีดังนี้

1. อ้างว่ารักษาหรือป้องกันโรคได้

การใช้ข้อความที่สื่อว่าสินค้าสามารถรักษา บำบัด หรือป้องกันโรค ถือเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ถูกเตือน เพราะอาหารเสริมและเครื่องสำอางไม่ใช่ยา จึงไม่สามารถอ้างสรรพคุณทางการรักษาได้ เช่น

  • รักษาสิว
  • ลดความดัน
  • ป้องกันมะเร็ง

2. ใช้คำโอ้อวดเกินจริง

ข้อความที่รับประกันผลลัพธ์เกินจริง เช่น ขาวใสถาวร หายขาด 100% หรือเห็นผลใน 3 วัน อาจเข้าข่ายโฆษณาหลอกลวง เพราะทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด ดูตัวอย่างข้อความที่ใช้ได้และใช้ไม่ได้ที่ ดูตัวอย่างข้อความที่ใช้ได้และใช้ไม่ได้แบบเทียบชัดได้ที่ ตัวอย่างข้อความโฆษณาผิดกฎหมาย vs โฆษณาถูกกฎหมาย

3. โฆษณาโดยไม่ขออนุญาต

การโฆษณาสรรพคุณสินค้าสุขภาพ ต้องผ่านการตรวจพิจารณา และได้รับอนุญาตก่อนเผยแพร่ การโฆษณาก่อนได้รับอนุญาต รวมถึงการใช้รีวิวหรืออินฟลูเอนเซอร์ อาจถือเป็นความผิดได้

ได้รับจดหมายเตือนแล้ว ต้องทำอะไรบ้าง?

เมื่อได้รับจดหมายเตือน สิ่งสำคัญคือ อย่าเพิกเฉย ควรตรวจสอบรายละเอียด และดำเนินการแก้ไขให้เร็วที่สุด เพราะจดหมายเตือน เป็นโอกาสให้ปรับปรุงก่อน เรื่องจะเข้าสู่ขั้นตอนทางกฎหมาย โดยขั้นตอนที่ควรทำ มีดังนี้

1. ตรวจสอบสาเหตุที่ถูกเตือน

อ่านรายละเอียดในจดหมายให้ครบถ้วน ว่าแจ้งเตือนจากหน่วยงานใด เกี่ยวข้องกับเรื่องใด เช่น การโฆษณาเกินจริง การใช้ข้อความไม่ได้รับอนุญาต หรือข้อมูลสินค้าไม่ถูกต้อง เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด

2. แก้ไขหรือหยุดสิ่งที่เป็นปัญหา

ตรวจสอบโฆษณา เว็บไซต์ และช่องทางออนไลน์ที่เกี่ยวข้อง หากพบข้อมูลที่อาจไม่ถูกต้อง หรือไม่เป็นไปตามข้อกำหนด ควรแก้ไขหรือหยุดเผยแพร่ทันที เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาเพิ่มเติม

3. เตรียมเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้อง

รวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น เลข อย. รายละเอียดสินค้า เอกสารโฆษณา และหลักฐานการแก้ไข เพื่อใช้ประกอบการชี้แจง และแสดงให้เห็นว่ามีการดำเนินการแก้ไขแล้ว

4. ขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

หากไม่แน่ใจว่าข้อความหรือการดำเนินการเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่ ควรขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายอาหารและโฆษณา เพื่อวางแนวทางแก้ไขได้อย่างถูกต้อง

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการขอใบอนุญาตโฆษณา

5. ดำเนินการขอใบอนุญาตโฆษณาให้ถูกต้อง

หากสาเหตุของจดหมายเตือน เกิดจากการโฆษณาโดยไม่ได้รับอนุญาต ควรดำเนินการขอใบอนุญาตโฆษณาให้ถูกต้องก่อนเผยแพร่สื่ออีกครั้ง สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ ขอใบอนุญาตโฆษณาออนไลน์ (e-Submission)

ถ้าไม่แก้ไขจะมีบทลงโทษอย่างไร?

หากได้รับจดหมายเตือนแล้วแ ต่ยังไม่ดำเนินการแก้ไข ผู้ประกอบการอาจมีความเสี่ยงที่จะถูกดำเนินการตามกฎหมาย ตามลักษณะความผิด เช่น การโฆษณาไม่ถูกต้อง การกล่าวอ้างเกินจริง หรือการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ได้รับอนุญาต โดยบทลงโทษที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่

1. โทษปรับหรือจำคุกตามกฎหมาย

หากโฆษณามีข้อความเป็นเท็จ หลอกลวง หรือกล่าวอ้างสรรพคุณเกินจริง อาจมีโทษปรับหรือจำคุกตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

สำหรับสินค้ากลุ่มอาหาร การโฆษณาคุณประโยชน์หรือสรรพคุณที่ไม่เป็นความจริง ถือเป็นความผิดที่มีบทลงโทษสูงกว่าการโฆษณาโดยไม่ได้รับอนุญาต

2. ถูกสั่งระงับหรือแก้ไขโฆษณา

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาจมีคำสั่งให้หยุดเผยแพร่ หรือแก้ไขข้อความ รูปภาพ และข้อมูลที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด ผู้ประกอบการอาจต้องตรวจสอบโฆษณาทุกช่องทาง เช่น เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก ติ๊กต็อก และสื่อออนไลน์ อื่น ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการเผยแพร่ข้อมูลที่อาจเข้าข่ายผิดซ้ำอีก

3. ถูกตรวจสอบสินค้าและเอกสารเพิ่มเติม

นอกจากการตรวจสอบโฆษณา อาจมีการตรวจสอบข้อมูลสินค้า และเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น เลข อย. ฉลากสินค้า และเอกสารการอนุญาตต่าง ๆ หากพบความผิดเพิ่มเติม อาจนำไปสู่การดำเนินการตามกฎหมายในประเด็นอื่นที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น ผู้ประกอบการควรเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนและเป็นปัจจุบันอยู่เสมอ

4. กระทบความน่าเชื่อถือของธุรกิจ

การเพิกเฉยต่อจดหมายเตือน หรือปล่อยให้ปัญหาดำเนินต่อ อาจส่งผลต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์ และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค รวมถึงอาจกระทบความสัมพันธ์กับคู่ค้า ตัวแทนจำหน่าย หรือช่องทางการขายในอนาคต การแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว จึงช่วยลดผลกระทบ และยังรักษาความน่าเชื่อถือของธุรกิจได้

ข้อควรระวัง:

ไม่ใช่แค่เจ้าของแบรนด์ที่มีความเสี่ยง ผู้ที่รับจ้างโฆษณา รีวิว หรืออินฟลูเอนเซอร์ที่ช่วยเผยแพร่ข้อความเกินจริง ก็อาจมีความผิดร่วมได้ จึงควรตรวจสอบข้อความก่อนโพสต์ทุกครั้ง

สรุป

เมื่อได้รับจดหมายเตือนโฆษณาเกินจริงจาก อย. หรือ สคบ. อย่าเพิกเฉย ให้ตั้งสติ อ่านรายละเอียดให้ครบ ระงับโฆษณาที่มีปัญหาทันที ทำหนังสือชี้แจงภายในกำหนด และขอใบอนุญาตโฆษณาให้ถูกต้องถ้าจำเป็น การตอบสนองที่รวดเร็ว และตรงประเด็น มักช่วยให้เรื่องจบโดยไม่ถูกดำเนินคดี

และทางที่ดีที่สุด คือป้องกันตั้งแต่ต้น ด้วยการขออนุญาตโฆษณาก่อนเผยแพร่ และเลี่ยงคำที่อ้างสรรพคุณเกินจริง เพราะการวางระบบให้ถูกตั้งแต่แรกช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างมั่นคง

FAQ

Q1: ได้รับจดหมายเตือนแล้วต้องตอบกลับภายในกี่วัน?

A: ให้ยึดตามระยะเวลาที่ระบุในจดหมาย หากไม่สามารถดำเนินการได้ทัน ควรยื่นคำขอขยายเวลาก่อนครบกำหนด

Q2: ได้รับจดหมายเตือนเรื่องโฆษณาเกินจริงแล้ว จะถูกปรับทันทีหรือไม่?

A: ไม่เสมอไป จดหมายเตือนเป็นการแจ้งให้แก้ไขหรือชี้แจงก่อน หากเพิกเฉยหรือไม่ดำเนินการตามกำหนด อาจถูกดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

Q3: จดหมายเตือนจาก อย. กับ สคบ. ต่างกันอย่างไร?

A: อย. ดูแลการโฆษณาสินค้าสุขภาพ เช่น อาหารเสริมและเครื่องสำอาง ส่วน สคบ. ดูแลการโฆษณาที่อาจไม่เป็นธรรมหรือทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด

Q4: ถ้าลบโฆษณาที่มีปัญหาแล้ว ยังต้องชี้แจงอีกหรือไม่?

A: ควรชี้แจง เพราะการลบโฆษณาเป็นเพียงการแก้ไขเบื้องต้น หน่วยงานอาจขอหนังสือชี้แจง และหลักฐานการดำเนินการเพิ่มเติม

Q5: จดหมายเตือนกับหนังสือเรียกชี้แจง ต่างกันอย่างไร?

A: จดหมายเตือนเป็นการแจ้งให้แก้ไขปัญหาเบื้องต้น ส่วนหนังสือเรียกชี้แจงมักเป็นการขอข้อมูล หรือข้อเท็จจริงเพิ่มเติม เพื่อประกอบการพิจารณา


หากคุณได้รับจดหมายเตือนโฆษณาเกินจริง หรืออยากวางระบบโฆษณาสินค้า อย. ให้ถูกกฎหมายตั้งแต่ต้น ทีมที่ปรึกษา C&S Rich1 ช่วยดูแลตั้งแต่ตรวจข้อความโฆษณาไปจนถึงการขอใบอนุญาต ด้วยประสบการณ์มากกว่า 7 ปี

สามารถดูรายละเอียดบริการเพิ่มเติมได้ที่ บริการขอใบอนุญาตโฆษณา


📲 Tel: 064-560-7779

💬 Line: @cs0645607779

📩 Email: csrich188@gmail.com

แบ่งปันข่าวนี้:

สนใจจด อย.

ใบอนุญาตโฆษณา

ใบอนุญาตโรงงาน (รง.4)

ซีแอนด์เอสริช 1 ผู้เชี่ยวชาญด้านการจด อย. และใบอนุญาตมากว่า 7 ปี

บทความล่าสุด

นวัตกรรม AI และแอปสุขภาพจะเข้าข่ายเครื่องมือแพทย์ หากใช้วินิจฉัย คัดกรอง หรือติดตามโรค ต้องขออนุญาต อย. แต่หากใช้บันทึกข้อมูลสุขภาพทั่วไป มักไม่ต้องขออนุญาต

27 Jul 2026

ขายอาหารเสริมให้ถูกกฎหมาย ต้องมีเลข อย. ของสินค้า ใบอนุญาตตามรูปแบบธุรกิจ และขออนุญาตโฆษณาเมื่อกล่าวถึงสรรพคุณ เพื่อป้องกันความเสี่ยงทางกฎหมาย

27 Jul 2026

ได้รับจดหมายเตือนโฆษณาเกินจริงจาก อย. หรือ สคบ. อย่าเพิกเฉย ควรตรวจสอบรายละเอียด แก้ไขหรือระงับโฆษณา และชี้แจงภายในกำหนด เพื่อลดความเสี่ยงทางกฎหมาย

27 Jul 2026
จด อย บริษัท ซีแอนด์เอสริช1 จำกัด