ตัวอย่างโฆษณาผิดกฎหมาย และโฆษณาถูกกฎหมายมักต่างกันที่รายละเอียดเล็ก ๆ ที่คนมองข้ามง่าย เช่น คำว่า "ช่วย" กับ "รักษา" หรือ "บำรุง" กับ "แก้" คำเหล่านี้มีความหมายทางกฎหมายต่างกันมาก และอาจเป็นเส้นแบ่งระหว่างโฆษณาที่ใช้งานได้กับโฆษณาที่โดนปรับ
บทความนี้จะรวบรวมตัวอย่างข้อความโฆษณาจริง ในแต่ละประเภทสินค้า พร้อมตารางเปรียบเทียบว่าแบบไหนถูก แบบไหนผิด คำที่ห้ามใช้เด็ดขาด โทษที่จะได้รับ และวิธีตรวจสอบข้อความโฆษณาของตัวเองก่อนลงจริง
โฆษณาทั่วไป ทำไมถึงมีโอกาสผิดกฎหมายได้
กฎหมายไม่ได้ดูแค่ว่า "ดูปกติหรือเปล่า" แต่ดูที่ "ข้อความนั้นอ้างอะไร" และ "มีหลักฐานรองรับหรือเปล่า"
พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 พระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 และพระราชบัญญัติเครื่องมือแพทย์ พ.ศ. 2551 ต่างกำหนดว่าโฆษณาสินค้าในกลุ่มที่ อย. ดูแลต้องได้รับอนุญาตก่อน และข้อความต้องตรงกับที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น ถ้าเพิ่มสรรพคุณเองโดยไม่มีหลักฐาน นั่นคือผิดกฎหมายทันที แม้ว่าคู่แข่งจะทำแบบเดียวกันก็ตาม

สาเหตุหลักที่ทำให้โฆษณาผิดกฎหมายโดยที่ผู้ประกอบการไม่รู้ตัว มีอยู่ 3 ข้อ:
- ใช้คำที่มีนัยยะทางการแพทย์โดยไม่มีหลักฐานรองรับ
- อ้างสรรพคุณเกินกว่าที่ได้รับอนุญาตจาก อย.
- ไม่ได้ยื่นขอใบอนุญาตโฆษณาก่อนลงโฆษณาเลย
จุดสำคัญ:
โฆษณาสินค้าที่ อย. กำกับดูแลทุกชิ้น ต้องได้รับอนุญาตก่อนลงโฆษณา ไม่ว่าจะเป็นโพสต์ Facebook, รีวิวที่จ้างมา, หรือแม้แต่ป้ายในร้าน ถ้าข้อความยังไม่ได้รับอนุญาต ทุกช่องทางที่ลงถือว่าผิดกฎหมาย
ตัวอย่างเปรียบเทียบโฆษณาถูกกฎหมาย vs โฆษณาผิดกฎหมาย
ตัวอย่างต่อไปนี้แสดงให้เห็นชัดว่าข้อความที่ดูคล้ายกันมาก แต่ความแตกต่างเล็กน้อยในการเลือกคำส่งผลต่างกันอย่างสิ้นเชิงในแง่กฎหมาย
อาหารเสริม
โฆษณาเกี่ยวกับอาหารเสริมจำเป็นต้องอยู่ภายใต้ข้อกำหนดทางกฎหมาย ตารางด้านล่างนี้เป็นตัวอย่างเปรียบเทียบข้อความโฆษณาที่ไม่เหมาะสม และข้อความที่สามารถใช้ได้อย่างถูกต้องตาม
| ข้อความโฆษณาที่ผิดกฎหมาย | ข้อความโฆษณาที่ถูกกฎหมาย | เหตุผล |
|---|---|---|
| รักษาโรคเบาหวาน ลดน้ำตาลในเลือดได้จริง | ช่วยบำรุงร่างกาย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพ | รักษา เป็นนัยยะทางการแพทย์ที่ต้องมีหลักฐานทางคลินิก |
| กินแล้วผอม 5 กิโลใน 2 สัปดาห์ | ส่วนประกอบที่อาจช่วยสนับสนุนการควบคุมน้ำหนัก | อ้างผลลัพธ์ชัดเจนโดยไม่มีหลักฐานรองรับ |
| เพิ่มภูมิคุ้มกัน ป้องกันโรคได้ 100% | มีวิตามิน C และสังกะสี ซึ่งมีส่วนช่วยในการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน | ข้อความแรกอ้างผลป้องกันโรค ข้อความที่สองอิงตามหน้าที่ทางโภชนาการที่มีหลักฐาน |
| แก้ปัญหานอนไม่หลับ หลับสนิททันที | มีสารสกัดจากดอกคาโมมายล์ที่ช่วยให้ผ่อนคลาย | "แก้ปัญหา" และ "ทันที" เป็นการอ้างสรรพคุณเกินจริง |
เครื่องสำอาง
การโฆษณาเครื่องสำอางต้องอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของกฎหมาย เพื่อไม่ให้มีการกล่าวอ้างสรรพคุณเกินจริง ตารางด้านล่างนี้เป็นตัวอย่างเปรียบเทียบข้อความโฆษณาที่ไม่เหมาะสม และข้อความที่สามารถใช้ได้อย่างถูกต้องตามหลักการโฆษณาเครื่องสำอาง
| ข้อความโฆษณาที่ผิดกฎหมาย | ข้อความโฆษณาที่ถูกกฎหมาย | เหตุผล |
|---|---|---|
| รักษาสิวหายถาวร ไม่กลับมาอีก | ช่วยดูแลผิวที่เป็นสิว ลดความมันส่วนเกิน | เครื่องสำอางรักษาโรคไม่ได้ ถ้าอ้างรักษาจะเข้าข่ายยา |
| ลบรอยแผลเป็นได้ใน 7 วัน | บำรุงผิวให้ดูเรียบเนียน ลดการมองเห็นของรอยหมองคล้ำ | "ลบรอยแผลเป็น" เป็นสรรพคุณเกินกว่าขอบเขตของเครื่องสำอาง |
| กระชับผิว แก้หย่อนคล้อย เหมือนยกหน้า | ให้ความรู้สึกผิวกระชับ มีความชุ่มชื้น | "แก้หย่อนคล้อย" มีนัยยะทางการแพทย์ที่ต้องใช้ผลิตภัณฑ์เฉพาะ |
| ฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิว | สูตร Oil Control ช่วยควบคุมความมันบนผิวหน้า | "ฆ่าเชื้อ" เป็นการอ้างสรรพคุณเชิงยา ต้องมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ |
เครื่องมือแพทย์
การโฆษณาเครื่องมือแพทย์ต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายอย่างเคร่งครัด เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ ตารางด้านล่างนี้เป็นตัวอย่างเปรียบเทียบข้อความโฆษณาที่ไม่เหมาะสม และข้อความที่สามารถใช้ได้อย่างถูกต้องตามหลักการโฆษณาเครื่องมือแพทย์
| ข้อความโฆษณาที่ผิดกฎหมาย | ข้อความโฆษณาที่ถูกกฎหมาย | เหตุผล |
|---|---|---|
| รักษามะเร็งได้ วิจัยแล้วในญี่ปุ่น | อุปกรณ์ช่วยตรวจวัดสัญญาณชีพ ใช้ในการติดตามสุขภาพ | อ้างรักษาโรคร้ายแรงโดยไม่มีหลักฐานที่ผ่านการตรวจสอบในไทย |
| เครื่องนาโน ลดความเจ็บปวดเรื้อรังได้ 100% | อุปกรณ์นวดกล้ามเนื้อ ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียด | อ้างผลชัดเจนโดยไม่มีหลักฐานรับรองตามมาตรฐาน อย. |
| แทนการผ่าตัด ไม่ต้องพบแพทย์ | ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้งาน ใช้เป็นอุปกรณ์เสริม | ห้ามโฆษณาให้ผู้บริโภคหลีกเลี่ยงการพบแพทย์ |
ยา
การโฆษณายาอยู่ภายใต้การควบคุมที่เข้มงวดเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีผลโดยตรงต่อร่างกายและสุขภาพของผู้ใช้ ตารางด้านล่างนี้เป็นตัวอย่างเปรียบเทียบข้อความโฆษณาที่ไม่เหมาะสม และข้อความที่สามารถใช้ได้อย่างถูกต้องตามหลักการโฆษณายา
| ข้อความโฆษณาที่ผิดกฎหมาย | ข้อความโฆษณาที่ถูกกฎหมาย | เหตุผล |
|---|---|---|
| หายไข้ใน 1 ชั่วโมง รับประกัน | ใช้บรรเทาอาการไข้ และปวดศีรษะ ตามคำแนะนำของเภสัชกร | รับประกันผลลัพธ์เฉพาะเจาะจงโดยไม่มีหลักฐาน |
| ไม่มีผลข้างเคียง ปลอดภัย 100% | ควรอ่านฉลากก่อนใช้ และปรึกษาเภสัชกรหากมีโรคประจำตัว | ยาทุกชนิดมีความเสี่ยง การอ้างว่าปลอดภัย 100% เป็นความเท็จ |
คำที่ห้ามใช้โดยเด็ดขาดในโฆษณา อย.
คำเหล่านี้ถ้าปรากฏในโฆษณาสินค้าประเภท อาหารเสริม เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ หรือยา ถือว่าผิดกฎหมายทันทีในเกือบทุกกรณี เว้นแต่จะเป็นยาที่ได้รับอนุญาตเฉพาะ และมีหลักฐานทางคลินิกรองรับ
คำที่อ้างว่า "รักษา" หรือ "แก้ไข" โรค:
- รักษา, แก้, หาย, หยุด, ยับยั้ง (ในบริบทของโรคเฉพาะ)
- บำบัด, ฟื้นฟู (ในบริบทของโรค)
- กำจัด (เชื้อโรค, มะเร็ง, ฯลฯ)
คำที่อ้างผลลัพธ์เกินจริงหรือรับประกัน:
- 100%, รับประกัน, แน่นอน, ทันที
- ภายใน X วัน / X ชั่วโมง (ถ้าไม่มีหลักฐาน)
- ถาวร, ไม่กลับมาอีก
คำที่ทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นยา (สำหรับเครื่องสำอาง/อาหารเสริม):
- ฆ่าเชื้อ, ต้านเชื้อแบคทีเรีย (ถ้าไม่มีการรับรอง)
- ลดการอักเสบ, แก้อักเสบ (ในบริบททางการแพทย์)
- ป้องกันโรค, ต้านมะเร็ง
คำที่อ้างอิงผู้เชี่ยวชาญโดยไม่มีหลักฐาน:
- แพทย์แนะนำ (ถ้าไม่มีหลักฐาน)
- วิจัยพิสูจน์แล้ว (ถ้าไม่มีงานวิจัยจริง)
- ใช้ในโรงพยาบาล (ถ้าไม่เป็นความจริง)
คำที่ใช้ได้แต่ต้องระวัง
คำกลุ่มนี้ไม่ได้ห้ามเสมอไป แต่ใช้ผิดบริบท หรือใช้กับสินค้าผิดประเภทก็ผิดได้เช่นกัน ต้องดูว่าสินค้านั้นมีหลักฐานรองรับสรรพคุณนั้นหรือเปล่า และข้อความที่ขอใบอนุญาตไว้ครอบคลุมข้อความนั้นหรือเปล่า เช่น
- "ช่วย" – ใช้ได้ถ้าตามด้วยสรรพคุณที่มีหลักฐาน เช่น "ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น"
- "บำรุง" – ใช้ได้กับเครื่องสำอางและอาหารเสริม แต่ต้องไม่เกินขอบเขตที่ได้รับอนุญาต
- "ลด" – ใช้ได้ถ้ามีข้อมูลสนับสนุน เช่น "ลดความมัน" แต่ไม่ใช่ "ลดการอักเสบเรื้อรัง" สำหรับเครื่องสำอาง
- "ส่งเสริม" – ใช้ได้ถ้าไม่อ้างการรักษาโรค เช่น "ส่งเสริมสุขภาพผิว"
- "สนับสนุน" – เช่น "สนับสนุนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน" ใช้ได้ถ้ามีหลักฐานทางโภชนาการรองรับ
หลักการง่าย ๆ คือ ถ้าข้อความนั้นทำให้ผู้บริโภคเชื่อว่าสินค้าจะ แก้ไขโรค หรือ ทดแทนการรักษาทางการแพทย์ ต้องระวังไว้ก่อนว่าอาจผิดกฎหมาย
ข้อควรระวัง:
Influencer และ KOL ที่รีวิวสินค้าก็อยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน ถ้า Influencer พูดเกินกว่าที่ได้รับอนุญาต ทั้ง Influencer และเจ้าของสินค้าอาจถูกดำเนินคดีได้ ต้องให้ Script ที่ถูกต้องกับ Influencer ทุกคนก่อนลงคอนเทนต์
โทษของการใช้ข้อความโฆษณาผิดกฎหมาย
โทษสำหรับโฆษณาผิดกฎหมายไม่ใช่แค่ค่าปรับเล็กน้อย แต่มีผลกระทบเป็นลูกโซ่ที่ส่งผลต่อธุรกิจระยะยาวด้วย
โทษทางกฎหมาย:
- ปรับสูงสุด 200,000 บาท ต่อครั้ง (สำหรับโฆษณายาที่ผิดกฎหมาย)
- ปรับสูงสุด 50,000 บาท ต่อครั้ง (สำหรับโฆษณาอาหารและผลิตภัณฑ์อื่น)
- กรณีร้ายแรง อาจมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี
- สั่งระงับการโฆษณา และถอดโฆษณาออกทุกช่องทาง
ผลกระทบต่อธุรกิจ:
- อาจถูกพักหรือเพิกถอนใบอนุญาตผลิต/จำหน่าย
- เสียชื่อเสียงแบรนด์ถ้าข่าวออกสู่สาธารณะ
- ถ้าเกิดซ้ำหลายครั้ง โทษจะหนักขึ้นเรื่อย ๆ

วิธีตรวจสอบว่าข้อความโฆษณาของตัวเองปลอดภัยไหม
ก่อนเผยแพร่โฆษณา ไม่ว่าจะเป็นโพสต์บนโซเชียล เว็บไซต์ หรือข้อความบนแพ็กเกจ ควรตรวจสอบเนื้อหาเบื้องต้นก่อนทุกครั้ง เพราะแม้ข้อความจะดูทั่วไปหรือพบเห็นได้บ่อย ก็อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายได้ โดยสามารถเช็กเบื้องต้นได้ด้วย ขั้นตอนต่อไปนี้
ขั้นตอนที่ 1 – ตรวจว่ามีใบอนุญาตโฆษณาหรือยัง
ใบอนุญาตโฆษณาต้องขอแยกต่างหากจากการจด อย. สินค้าที่ขึ้นทะเบียนแล้วยังไม่ได้มีสิทธิ์โฆษณาทุกข้อความ ต้องยื่นขอ "ใบอนุญาตโฆษณา" สำหรับข้อความที่ต้องการใช้ก่อนเสมอ
ขั้นตอนที่ 2 – เปรียบเทียบข้อความกับที่ได้รับอนุญาต
ข้อความที่ได้รับอนุญาตจะระบุไว้ชัดเจนในเอกสารอนุญาต ให้นำข้อความที่จะใช้มาเปรียบเทียบทีละจุด ถ้ามีส่วนที่เพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงจากที่ได้รับอนุญาต ต้องยื่นขออนุญาตใหม่ก่อน
ขั้นตอนที่ 3 – ตรวจสอบ "คำต้องห้าม"
ใช้ Checklist ง่าย ๆ ว่าข้อความนั้นมีคำที่อ้างการรักษาโรค รับประกันผลลัพธ์ หรืออ้างผู้เชี่ยวชาญโดยไม่มีหลักฐานหรือเปล่า ถ้ามีแม้แต่คำเดียว ให้แก้ไขก่อนลง
ขั้นตอนที่ 4 – ตรวจสอบ Visual ด้วย ไม่ใช่แค่ข้อความ
รูปภาพและ Infographic ก็อยู่ภายใต้กฎหมายโฆษณาด้วย เช่น รูปที่แสดงให้เห็นว่าสินค้า "รักษา" โรค หรือ Before/After ที่แสดงผลเกินจริง ก็ถือว่าผิดกฎหมาย
Tips:
ถ้าไม่แน่ใจว่าข้อความใดผิดหรือถูก วิธีที่ปลอดภัยที่สุด คือยื่นขอตรวจก่อนลงโฆษณา การขอปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย อย. ล่วงหน้าสักครั้งช่วยประหยัดค่าปรับ และปัญหาที่ตามมาได้มาก
สรุป
เส้นแบ่งระหว่าง ตัวอย่างโฆษณาผิดกฎหมาย และถูกกฎหมายอยู่ที่การเลือกใช้คำอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะคำที่มีนัยยะเชิงการรักษาโรค การรับประกันผลลัพธ์ และการอ้างผู้เชี่ยวชาญโดยไม่มีหลักฐาน สิ่งสำคัญคือต้องขอใบอนุญาตโฆษณาก่อนทุกครั้ง และใช้ข้อความตรงตามที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น
FAQ คำถามที่พบบ่อย
Q1: ต้องขอใบอนุญาตโฆษณาสำหรับโพสต์ในโซเชียลมีเดียด้วยไหม?
A: ใช่ โพสต์ Facebook, Instagram, TikTok และช่องทางออนไลน์อื่น ๆ ล้วนถือเป็นการโฆษณาตามกฎหมาย ต้องได้รับอนุญาตก่อนลงโพสต์เช่นเดียวกับโฆษณาทางทีวีหรือวิทยุ
Q2: ถ้า Influencer รีวิวสินค้าเกินจริง เจ้าของสินค้าจะมีความผิดด้วยไหม?
A: มีโอกาสผิดด้วย ถ้า Influencer ใช้ข้อความ หรืออ้างสรรพคุณที่เกินกว่าที่ได้รับอนุญาต เจ้าของสินค้าสามารถถูกดำเนินคดีได้ด้วย ต้องกำหนดขอบเขตข้อความให้ Influencer ล่วงหน้า
Q3: ข้อความ Before/After ใช้ได้ไหมในโฆษณาเครื่องสำอาง?
A: ใช้ได้ แต่ต้องระมัดระวัง ถ้า Before/After แสดงผลที่เกินขอบเขตของเครื่องสำอาง เช่น ลบแผลเป็น หรือลดริ้วรอยถาวร อาจผิดกฎหมายได้ ต้องตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญก่อน
Q4: ใบอนุญาตโฆษณาที่ขอไว้ใช้กับทุกช่องทางได้เลยไหม?
A: ขึ้นอยู่กับขอบเขตของใบอนุญาตที่ขอไว้ บางกรณีต้องระบุช่องทางโฆษณาด้วย ควรตรวจสอบเอกสารอนุญาตให้ชัดเจนก่อนลงโฆษณาในช่องทางใหม่
Q5: ถ้าโฆษณาผ่าน อย. แล้ว ยังต้องระวังอะไรอีกไหม?
A: ต้องใช้ข้อความตรงตามที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น ห้ามเพิ่มหรือดัดแปลงข้อความเอง และต้องต่ออายุใบอนุญาตตามกำหนด ถ้าต้องการเพิ่มข้อความใหม่ต้องยื่นขออนุญาตใหม่ก่อนเสมอ
ถ้าต้องการให้มืออาชีพช่วยดูแลตั้งแต่การขอใบอนุญาตโฆษณา ไปจนถึงตรวจสอบข้อความก่อนลง ทีมงาน C&S Rich1 ให้บริการครบวงจรมากกว่า 7 ปี ดูรายละเอียดบริการได้ที่ บริการขอใบอนุญาตโฆษณา
📲 Tel: 064-560-7779
💬 Line: @cs0645607779
📩 Email: csrich188@gmail.com
📚 Facebook: จด อย บริษัท ซีแอนด์เอสริช1 จำกัด