ขอใบอนุญาตโฆษณาออนไลน์ ต้องเริ่มยังไง? (e-Submission)

เผยแพร่เมื่อ:
24 Apr 2026
เขียนโดย:
pattarapol@decorear.com
เช็กวิธีขอใบอนุญาตโฆษณาออนไลน์ผ่าน e-Submission ปี 2026 เริ่มตั้งแต่ตรวจประเภทสินค้า เตรียมเอกสาร และเทคนิคยื่นให้ผ่านฉลุย ถูกต้องตามกฎหมาย 100%!

การขอใบอนุญาตโฆษณาออนไลน์ เริ่มจากตรวจสอบก่อนว่าสินค้าหรือธุรกิจของคุณต้องขออนุญาตหรือไม่ จากนั้นเตรียมเอกสารและเนื้อหาโฆษณาให้ครบ แล้วจึงยื่นผ่านระบบ e-Submission เมื่อผ่านการตรวจสอบก็สามารถนำโฆษณาไปใช้งานได้อย่างถูกต้อง

บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักว่าใบอนุญาตโฆษณาคืออะไร ทำไมบางธุรกิจต้องขอ สินค้าประเภทไหนที่เข้าข่าย รวมถึงขั้นตอนการยื่นขอใบอนุญาตโฆษณาออนไลน์ผ่านระบบ e-Submission และเอกสารที่ต้องเตรียม เพื่อให้คุณดำเนินการได้ถูกต้องตั้งแต่ต้น

ใบอนุญาตโฆษณาคืออะไร? ทำไมต้องขอ?

ใบอนุญาตโฆษณา คือเอกสารที่ อย. ออกให้เพื่อรับรองว่าเนื้อหาโฆษณานั้นไม่เป็นเท็จ ไม่เกินจริง และไม่ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดเกี่ยวกับสรรพคุณอ หรือคุณภาพของสินค้า โดยกฎหมายกำหนดให้สินค้าควบคุม เช่น ยา อาหาร เครื่องสำอาง และเครื่องมือแพทย์ ต้องผ่านการตรวจสอบนี้ก่อนโฆษณาในทุกช่องทาง

ถ้าคุณโฆษณาโดยไม่มีใบอนุญาต แม้แค่โพสต์ใน Facebook หรือ TikTok ก็อาจผิดกฎหมาย มีโทษทั้งปรับและจำคุก และ อย. สามารถสั่งให้ลบโฆษณาพร้อมดำเนินคดีได้ทันที

จุดสำคัญ:

ใบอนุญาตโฆษณาออกให้เฉพาะ “ชุดข้อความโฆษณา” นั้น ๆ ถ้าคุณเปลี่ยนข้อความ ภาพ หรือเพิ่มสรรพคุณใหม่ ต้องยื่นขอใหม่ทุกครั้ง

สินค้าประเภทไหนที่ต้องขอใบอนุญาตโฆษณา?

สินค้าที่ต้องขอใบอนุญาตโฆษณา มักเป็นกลุ่มที่ “มีผลต่อสุขภาพ หรืออยู่ภายใต้การควบคุมของกฎหมาย” โดยตัวอย่างหลัก ๆ ได้แก่

1. ยาและผลิตภัณฑ์ยา

เป็นกลุ่มสินค้าที่ถูกควบคุมเข้มงวดที่สุด การโฆษณาจะต้องได้รับอนุญาตก่อนทุกครั้ง และเนื้อหาต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด ห้ามโฆษณาเกินจริง หรือกล่าวอ้างว่าสามารถรักษาโรคได้แบบแน่นอน เช่น “หายขาด” หรือ “เห็นผลทันที” เพราะอาจทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด และมีความเสี่ยงต่อการถูกลงโทษตามกฎหมาย

2. อาหารและเครื่องดื่ม

อาหารและเครื่องดื่มบางประเภท โดยเฉพาะที่มีการกล่าวอ้างสรรพคุณ เช่น ช่วยลดน้ำหนัก บำรุงร่างกาย หรือเสริมสุขภาพ ต้องขออนุญาตก่อนนำไปโฆษณา เนื้อหาที่ใช้โฆษณาต้องไม่เกินจริง หรือทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด เช่น อ้างผลลัพธ์ชัดเจนเกินไป หรือใช้คำที่สื่อว่าเห็นผลทันที ดังนั้นก่อนเผยแพร่ ควรตรวจสอบ และยื่นขออนุญาตให้เรียบร้อยเพื่อป้องกันปัญหาด้านกฎหมาย

3. เครื่องสำอาง

เป็นอีกกลุ่มที่ต้องระวังเรื่องการโฆษณา โดยเฉพาะกรณีที่มีการกล่าวอ้างสรรพคุณ เช่น ทำให้ผิวขาว รักษาสิว หรือเห็นผลภายในระยะเวลาสั้น ๆ บางกรณีอาจไม่ต้องขออนุญาตล่วงหน้า แต่เนื้อหาโฆษณาต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมาย ห้ามกล่าวอ้างเกินจริง หรือสื่อว่ามีคุณสมบัติเป็นยา เช่น รักษาโรคได้ ดังนั้นควรตรวจสอบเนื้อหาให้รอบคอบก่อนเผยแพร่ทุกครั้ง

4. เครื่องมือแพทย์

เป็นสินค้าที่อยู่ภายใต้การควบคุมด้านการโฆษณาอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการรักษา วินิจฉัย หรือส่งผลต่อสุขภาพโดยตรง การโฆษณาเครื่องมือแพทย์ส่วนใหญ่ต้องขออนุญาตก่อน และเนื้อหาต้องไม่กล่าวอ้างเกินจริง เช่น การรับประกันผลลัพธ์ หรือทำให้เข้าใจว่าสามารถรักษาโรคได้แน่นอน ดังนั้นก่อนเผยแพร่ควรตรวจสอบและยื่นขออนุญาตให้ถูกต้องเพื่อลดความเสี่ยงด้านกฎหมาย

ข้อควรระวัง:

การ Repost หรือแชร์โฆษณาที่ไม่ได้รับอนุญาตก็ถือว่าผิดกฎหมายด้วย ไม่ใช่แค่เจ้าของสินค้าที่รับผิดชอบ แต่ผู้ที่เผยแพร่ต่อก็อาจโดนดำเนินคดีได้

เอกสารที่ต้องใช้ในการขอใบอนุญาตโฆษณา

เอกสารที่ต้องเตรียมอาจแตกต่างกันตามประเภทสินค้า ควรตรวจสอบรายการเอกสารเพิ่มเติมจากระบบ e-Submission ตามประเภทสินค้าจริง ๆ อีกครั้งก่อนยื่น แต่เอกสารพื้นฐานที่มักต้องใช้มีดังนี้

เอกสารทั่วไป:

  1. สำเนาบัตรประชาชนหรือหนังสือรับรองบริษัท (แล้วแต่กรณี)
  2. ใบสำคัญการจดทะเบียนสินค้า (ทะเบียน อย. ของสินค้านั้น ๆ)
  3. ต้นฉบับโฆษณาที่ต้องการขออนุญาต (ทุกเวอร์ชัน ทุก Platform)
  4. เอกสารรับรองสรรพคุณหรือผลการทดสอบ (กรณีอ้างสรรพคุณพิเศษ)

Tips:

ก่อนยื่น ควรตรวจสอบข้อความโฆษณาของคุณว่าไม่มีการอ้างสรรพคุณที่เกินกว่าที่ทะเบียนสินค้าระบุไว้ เพราะนี่คือสาเหตุหลักที่ทำให้โฆษณาไม่ผ่านการพิจารณา

ขั้นตอนการขอใบอนุญาตโฆษณาออนไลน์ผ่าน e-Submission

การยื่นขอใบอนุญาตโฆษณาออนไลน์ผ่านระบบ e-Submission เป็นวิธีที่สะดวกและรวดเร็วมากขึ้น โดยไม่ต้องเดินทางไปยื่นเอกสารด้วยตัวเอง หากเตรียมข้อมูลครบตั้งแต่ต้น ขั้นตอนก็จะผ่านได้ง่ายขึ้น ขั้นตอนหลักมีดังนี้

1. เตรียมเอกสารและเนื้อหาโฆษณา

รวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น ข้อมูลผู้ประกอบการ และใบอนุญาตสินค้า พร้อมไฟล์โฆษณาจริง ทั้งภาพ วิดีโอ หรือข้อความ โดยต้องไม่กล่าวอ้างเกินจริงหรือผิดกฎหมา

2. ลงทะเบียนและยื่นคำขอผ่านระบบ

เข้าใช้งานระบบ e-Submission กรอกข้อมูลสินค้า แนบเอกสาร และอัปโหลดไฟล์โฆษณาให้ครบถ้วน โดยควรตรวจสอบความถูกต้องก่อนกดยื่นทุกครั้ง

3. ตรวจสอบและแก้ไข (ถ้ามี)

หลังยื่นคำขอ เจ้าหน้าที่จะตรวจรายละเอียด หากพบจุดที่ต้องแก้ไข เช่น ข้อความไม่ผ่านเกณฑ์ หรือเอกสารไม่ครบ จะมีการแจ้งกลับให้ปรับแก้ผ่านระบบ

4. รอการพิจารณาและรับใบอนุญาต

เมื่อผ่านการพิจารณาแล้ว จะได้รับอนุญาตให้นำโฆษณาไปใช้งานได้ โดยต้องใช้ตามเนื้อหาที่ยื่นไว้ หากมีการแก้ไขภายหลัง อาจต้องยื่นขอใหม่

ค่าธรรมเนียมและระยะเวลาในการขออนุญาตโฆษณา

ค่าธรรมเนียมการขออนุญาตโฆษณาอยู่ในช่วง 1,000 – 5,000 บาท ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า และจำนวนชุดโฆษณาที่ยื่น ซึ่งถือว่าไม่สูงมากเมื่อเทียบกับงบโฆษณาที่ใช้จริง

ระยะเวลาโดยประมาณ:

ตามกฎหมาย อย. ต้องพิจารณาภายใน 15-30 วันทำการ ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า แต่ถ้าเอกสารไม่ครบหรือข้อความโฆษณาต้องแก้ไข กระบวนการอาจยาวขึ้นเป็น 2-3 เดือน

สิ่งที่ทำให้ขั้นตอนล่าช้ามากที่สุด จากประสบการณ์ของทีม C&S Rich 1 คือสาเหตุหลักส่วนใหญ่อยู่ที่ “ข้อความโฆษณาไม่ผ่านเกณฑ์” เช่น การใช้คำว่า “รักษา” “หาย” หรือ “ป้องกัน” ซึ่งในหลักเกณฑ์ของ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา จัดเป็นคำที่ต้องมีหลักฐานทางการแพทย์รองรับอย่างชัดเจน

หลายครั้งแม้เอกสารจะครบ แต่เพียงแค่คำโฆษณาไม่ถูกต้อง ก็ทำให้ต้องแก้ไขหลายรอบและทำให้ระยะเวลายืดออกไป ดังนั้นการตรวจสอบเนื้อหาให้ถูกต้องตั้งแต่ก่อนยื่นจริง จึงเป็นสิ่งที่ช่วยลดเวลาได้มากที่สุด

สรุป

การขอ ใบอนุญาตโฆษณาออนไลน์ผ่าน e-Submission ไม่ได้ยุ่งยาก หากเตรียมตัวให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น โดยหัวใจสำคัญคือ การตรวจสอบข้อความโฆษณาให้สอดคล้องกับทะเบียนสินค้า และเตรียมเอกสารให้ครบก่อนยื่น เพราะจะช่วยลดโอกาสถูกส่งกลับมาแก้ไข และทำให้ขั้นตอนอนุมัติเป็นไปได้ราบรื่นมากขึ้น


FAQ

Q1: โพสต์ขายสินค้าใน Facebook ต้องขอใบอนุญาตโฆษณาด้วยไหม?

A: ต้องขอ ถ้าเป็นยา อาหารเสริม เครื่องสำอาง หรือเครื่องมือแพทย์ และมีการอ้างสรรพคุณ แต่ถ้าแค่บอกราคา รูปสินค้า และช่องทางขาย อาจไม่ต้องขอ

Q2: ใบอนุญาตโฆษณามีอายุกี่ปี?

A: ใบอนุญาตโฆษณาส่วนใหญ่มีอายุ 1-3 ปี แล้วแต่ประเภทสินค้า และผูกกับข้อความโฆษณาชุดที่ได้รับอนุมัติ ถ้าข้อความเปลี่ยนหรือต้องการโฆษณาชุดใหม่ ต้องยื่นขออนุญาตใหม่

Q3: ถ้าโฆษณาไปก่อนโดยยังไม่มีใบอนุญาต จะเกิดอะไรขึ้น?

A: อย. มีอำนาจสั่งให้ลบโฆษณา เรียกเก็บค่าปรับ และดำเนินคดีตามกฎหมายได้ โทษปรับอาจสูงถึงหลักแสนบาทต่อครั้ง และถ้าเป็นสินค้าที่อ้างสรรพคุณผิดพลาดมาก ๆ อาจถึงขั้นจำคุก

Q4: ขอใบอนุญาตโฆษณาผ่าน e-Submission กับไปยื่นเองที่ อย. ต่างกันไหม?

A: ผลการอนุมัติไม่ต่างกัน แต่การยื่นผ่าน e-Submission สะดวกกว่ามาก เพราะไม่ต้องเดินทาง ยื่นเอกสารได้ตลอด 24 ชั่วโมง และติดตามสถานะผ่านระบบได้เลย

Q5: ถ้าสินค้ามีหลายชุดโฆษณา ต้องยื่นแยกกันทุกชุดไหม?

A: ต้องยื่นแยกทุกชุด เพราะใบอนุญาตโฆษณาออกให้เฉพาะชุดโฆษณาที่ยื่น ไม่ครอบคลุมชุดอื่น ถ้ามีหลายชุด แนะนำให้วางแผนยื่นพร้อมกันจะได้รับผลพิจารณาในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน

ถ้ายังไม่มั่นใจว่าข้อความโฆษณาของคุณผ่านเกณฑ์ อย. ทีม C&S Rich 1 พร้อมให้คำปรึกษา ช่วยตรวจสอบและดูแลให้ครบทุกขั้นตอน สามารถดูรายละเอียดได้ที่ ขอใบอนุญาตโฆษณา ทุกประเภท


📲 Tel: 064-560-7779

💬 Line: @cs0645607779

📩 Email: csrich188@gmail.com

📚 Facebook: จด อย บริษัท ซีแอนด์เอสริช1 จำกัด

แบ่งปันข่าวนี้:

สนใจจด อย.

ใบอนุญาตโฆษณา

ใบอนุญาตโรงงาน (รง.4)

ซีแอนด์เอสริช 1 ผู้เชี่ยวชาญด้านการจด อย. และใบอนุญาตมากว่า 7 ปี

บทความล่าสุด

นวัตกรรม AI และแอปสุขภาพจะเข้าข่ายเครื่องมือแพทย์ หากใช้วินิจฉัย คัดกรอง หรือติดตามโรค ต้องขออนุญาต อย. แต่หากใช้บันทึกข้อมูลสุขภาพทั่วไป มักไม่ต้องขออนุญาต

27 Jul 2026

ขายอาหารเสริมให้ถูกกฎหมาย ต้องมีเลข อย. ของสินค้า ใบอนุญาตตามรูปแบบธุรกิจ และขออนุญาตโฆษณาเมื่อกล่าวถึงสรรพคุณ เพื่อป้องกันความเสี่ยงทางกฎหมาย

27 Jul 2026

ได้รับจดหมายเตือนโฆษณาเกินจริงจาก อย. หรือ สคบ. อย่าเพิกเฉย ควรตรวจสอบรายละเอียด แก้ไขหรือระงับโฆษณา และชี้แจงภายในกำหนด เพื่อลดความเสี่ยงทางกฎหมาย

27 Jul 2026
จด อย บริษัท ซีแอนด์เอสริช1 จำกัด