ค่าใช้จ่าย อย 2026 ต้องเตรียมงบเท่าไหร่? สรุปทุกประเภทสินค้า

เผยแพร่เมื่อ:
29 May 2026
เขียนโดย:
Admin
ค่าใช้จ่าย อย แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักที่ต้องเตรียมแยกกัน ได้แก่ ค่าธรรมเนียมอย่างเป็นทางการที่จ่ายให้ อย. โดยตรง กับค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการ

ค่าใช้จ่าย อย แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักที่ต้องเตรียมแยกกัน ได้แก่ ค่าธรรมเนียมอย่างเป็นทางการที่จ่ายให้ อย. โดยตรง กับค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการ เช่น ค่าทดสอบห้องแล็บ ค่าแปลเอกสาร และค่าบริการที่ปรึกษา โดยรวมแล้วงบที่ต้องเตรียมจริง ๆ มักสูงกว่าค่าธรรมเนียม อย. อย่างเดียว

บทความนี้จะสรุปค่าธรรมเนียม อย. อย่างเป็นทางการแยกตามประเภทสินค้าสำหรับปี 2026 ทั้งอาหารเสริม เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ และยา พร้อมค่าใช้จ่ายอื่นที่มักถูกมองข้าม ตารางเปรียบเทียบทำเองกับจ้างที่ปรึกษา และคำแนะนำในการวางแผนงบให้รอบคอบ

ค่าใช้จ่ายจด อย. แบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก

ก่อนดูตัวเลข ต้องเข้าใจก่อนว่า ค่าใช้จ่าย อย. ไม่ได้มีแค่ค่าธรรมเนียมที่จ่ายให้ อย. อย่างเดียว แต่มีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในกระบวนการอีกหลายรายการ ซึ่งถ้าไม่วางแผนไว้ล่วงหน้า งบอาจบานปลายได้ง่าย ซึ่ง 2 ส่วนหลักมีดังนี้

ส่วนที่ 1 ค่าธรรมเนียมของ อย. (เป็นไปตามประกาศของ อย. ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้)

ค่าธรรมเนียมส่วนนี้กำหนดโดยรัฐ ไม่สามารถต่อรองได้ ขึ้นอยู่กับประเภทและความซับซ้อนของผลิตภัณฑ์ ตัวเลขเหล่านี้อ้างอิงจากอัตราที่ประกาศใช้ล่าสุด และอาจมีการปรับเปลี่ยนได้ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข

ส่วนที่ 2 – ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการ

ได้แก่ ค่าทดสอบห้องแล็บ ค่าแปลเอกสาร ค่าจัดเตรียมเอกสารเทคนิค และค่าบริการที่ปรึกษา ส่วนนี้ต่างหากที่มักทำให้งบบานเกินคาด เพราะหลายคนไม่ได้วางแผนไว้ตั้งแต่ต้น

จุดสำคัญ:

จากประสบการณ์ดูแลเคสมากกว่า 500 เคส ค่าธรรมเนียม อย. อย่างเป็นทางการนั้นมักคิดเป็นเพียง 10-30% ของค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด ส่วนที่เหลือ คือค่าเตรียมเอกสาร ค่าทดสอบ และค่าบริการอื่น ๆ ที่ต้องเตรียมไว้ด้วย

ผู้ประกอบการหญิงใช้เครื่องคิดเลขคำนวณต้นทุนข้างกองกล่องพัสดุ เพื่อวางแผนค่าใช้จ่ายตามตารางอัตราการยื่น ขอจด อย.

ตารางค่าธรรมเนียม อย. แยกตามประเภทสินค้า

ตารางด้านล่างสรุปค่าธรรมเนียมอย่างเป็นทางการของ อย. แยกตามประเภทสินค้า ข้อมูลนี้อ้างอิงจากประกาศอัตราค่าธรรมเนียมที่บังคับใช้ในปี 2026 ซึ่งอาจมีการปรับปรุงตามประกาศราชกิจจานุเบกษาล่าสุด ดังนี้

1. อาหารเสริม (ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร)

ก่อนยื่นขอเลข อย. สำหรับอาหารเสริม ผู้ประกอบการควรเตรียมงบประมาณทั้งในส่วนค่าธรรมเนียมราชการ ค่าตรวจวิเคราะห์ และค่าเตรียมเอกสารต่าง ๆ โดยค่าใช้จ่ายจะต่างกันตามประเภทสินค้า และความซับซ้อนของสูตร ซึ่งสามารถสรุปค่าใช้จ่ายหลักได้ ดังนี้

รายการ ค่าธรรมเนียม (บาท) หมายเหตุ
ค่าธรรมเนียมขึ้นทะเบียนอาหาร (ต่อผลิตภัณฑ์) 200-8,000 ขึ้นอยู่กับประเภทอาหาร
ค่าตรวจวิเคราะห์ห้องแล็บ (ต่อการทดสอบ) 3,000 – 15,000 ขึ้นอยู่กับจำนวนที่ส่งตรวจ
ค่าต่ออายุทะเบียน (ทุก 3 ปี) 5,000 – 10,000 ต่อก่อนหมดอายุ
งบรวมโดยประมาณ (ต่อผลิตภัณฑ์) 15,000 – 50,000+ รวมค่าเตรียมเอกสาร
ค่าธรรมเนียมสถามที่นำเข้าอาหารเสริม 20,000 ราคาประมาณ เป็นการชำระครั้งเดียว และต่ออายุทุก 3 ปี
ค่าธรรมเนียมต่ออายุสถานที่นำเข้าอาหารเสริม 10,500 ราคาโดยประมาณประมาณ

2. เครื่องสำอาง

เครื่องสำอางในไทยใช้ระบบ จดแจ้งเครื่องสำอาง ไม่ใช่การขึ้นทะเบียนแบบยาและอาหารเสริม ทำให้ขั้นตอนรวดเร็วกว่า แต่ผู้ประกอบการยังต้องเตรียมเอกสารสูตร ส่วนประกอบ และข้อมูลความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ให้ครบถ้วน โดยค่าใช้จ่ายหลักมีดังนี้

รายการ ค่าธรรมเนียม (บาท) หมายเหตุ
ค่าคำขอจดแจ้งเครื่องสำอาง (ต่อผลิตภัณฑ์) 100 ผ่านระบบ E-submission
ค่าธรรมเนียมใบรับจดแจ้ง 900 เป็นอัตราตามที่ อย. กำหนด
งบรวมโดยประมาณ (ต่อผลิตภัณฑ์) 1,000 รวมค่าเตรียมเอกสาร

3. เครื่องมือแพทย์ (แบ่งตาม Class)

เครื่องมือแพทย์เป็นกลุ่มที่มีรายละเอียดการขึ้นทะเบียนซับซ้อนที่สุด เพราะแบ่งระดับความเสี่ยงของสินค้าออกเป็น 4 Class ยิ่งความเสี่ยงสูง เอกสาร การทดสอบ และค่าใช้จ่ายก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยสามารถแบ่งค่าใช้จ่ายโดยประมาณได้ดังนี้

Class ตัวอย่างสินค้า ค่าธรรมเนียม (บาท) งบรวม (โดยประมาณ)
Class 1 ผ้าพันแผล ถุงมือยาง 2,600-3,100 15,000 – 25,000 บาท
Class 2 เครื่องวัดความดัน ที่วัดน้ำตาล 11,000 50,000 – 100,000 บาท
Class 3 สายสวน อุปกรณ์ฝัง 11,000-21,000 50,000 – 120,000 บาท
Class 4 เครื่องกระตุ้นหัวใจ รากฟันเทียม 11,000-21,000 18,000-200,000 บาท

4. ยา

กลุ่มยาเป็นประเภทที่มีค่าใช้จ่ายและขั้นตอนซับซ้อนที่สุด เพราะต้องใช้เอกสารทางเทคนิค การทดสอบประสิทธิภาพ และข้อมูลความปลอดภัยจำนวนมาก แม้ค่าธรรมเนียมขึ้นทะเบียนตำรับยากับ อย. จะอยู่ราว 5,000-50,000 บาทต่อตำรับ แต่เมื่อรวมค่า Bioequivalence, Stability Test และเอกสาร CTD แล้ว งบรวมจริงมักอยู่ในระดับหลักแสนถึงหลักล้านบาทต่อตำรับ

หญิงสาวนั่งตรวจเช็กรายการข้อมูลบนเอกสารคลิปบอร์ดสีส้ม เพื่อจัดสรรงบประมาณและป้องกันงบบานปลายในขั้นตอนการจัดเตรียมเอกสาร ยื่นจด อย.

ค่าใช้จ่ายอื่นที่มักถูกมองข้าม

นี่คือ ส่วนที่ทำให้งบบานปลายที่สุด เพราะผู้ประกอบการมักวางแผนแค่ค่าธรรมเนียม อย. แต่ลืมคิดถึงค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการ รวมเป็นรายการหลักที่ต้องเตรียมงบไว้ด้วย ซึ่งค่าใช้จ่ายอื่นที่มักถูกมองข้ามมีดังนี้

1. ค่าแปลเอกสาร

ถ้าสินค้าหรือส่วนผสมมาจากต่างประเทศ เอกสารเทคนิคที่ต้องยื่นให้ อย. ต้องเป็นภาษาไทยหรืออังกฤษ ค่าแปลเอกสารทางวิทยาศาสตร์ หรือกฎหมายราคาสูงกว่าการแปลทั่วไปมาก โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 500-2,000 บาทต่อหน้า ถ้ามีเอกสารหนาก็บวกเพิ่มได้เลย

2. ค่าทดสอบห้องแล็บ

หลายประเภทสินค้าต้องมีผลทดสอบห้องแล็บรับรองก่อนยื่น อย. ค่าทดสอบขึ้นอยู่กับจำนวนพารามิเตอร์ที่ต้องทดสอบ และประเภทสินค้า

ตัวอย่างเช่น

  • การทดสอบความปลอดภัยสำหรับเครื่องสำอางอาจใช้งบ 10,000-30,000 บาท
  • ส่วนการทดสอบ Stability สำหรับอาหารเสริมอาจอยู่ที่ 5,000-20,000 บาทหรือมากกว่า

3. ค่าจัดเตรียมเอกสารเทคนิค

เอกสารที่ต้องยื่นกับ อย. ไม่ใช่แค่กรอกฟอร์ม แต่ต้องมีเอกสารประกอบทางเทคนิคจำนวนมาก เช่น

  • สูตรผลิตภัณฑ์
  • ข้อมูลส่วนผสม Safety Assessment
  • Specification

ซึ่งต้องมีผู้เชี่ยวชาญช่วยจัดทำ ค่าใช้จ่ายส่วนนี้รวมกับค่าที่ปรึกษาอยู่ที่ประมาณ 10,000-100,000 บาท ขึ้นอยู่กับความซับซ้อน

ข้อควรระวัง:

ถ้ายื่นเอกสารไม่ครบหรือไม่ถูกต้อง อย. จะปฏิเสธและต้องยื่นใหม่ ซึ่งแปลว่าเสียค่าธรรมเนียมซ้ำ และเสียเวลาเพิ่มอีกหลายเดือน นั่นคือ เหตุผลที่การมีที่ปรึกษาช่วยตรวจสอบเอกสารก่อนยื่นมีมูลค่ามาก

เปรียบเทียบ: ทำเองกับจ้างบริษัทที่ปรึกษา

คำถามที่ได้ยินบ่อยคือ “ทำเองได้ไหม หรือต้องจ้างที่ปรึกษา?” คำตอบขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย แต่นี่คือตารางเปรียบเทียบที่ช่วยตัดสินใจ

ข้อเปรียบเทียบ ทำเอง จ้างที่ปรึกษา
ค่าใช้จ่าย ถูกกว่า (เฉพาะค่าธรรมเนียม) สูงกว่า (บวกค่าบริการ)
ระยะเวลา นานกว่า (ต้องเรียนรู้เอง) เร็วกว่า (มีประสบการณ์)
โอกาสถูกปฏิเสธ สูงกว่าสำหรับผู้เริ่มต้น น้อยกว่า (เตรียมเอกสารถูก)
เหมาะกับ มีทีม Regulatory ในบริษัท ผู้ประกอบการรายใหม่ หรือต้องการความเร็ว

งบประมาณรวมที่ควรเตรียม

สรุปงบรวมโดยประมาณสำหรับแต่ละประเภทสินค้า ตัวเลขเหล่านี้เป็นแค่ค่าประมาณไม่ใช่ตัวเลขตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของผลิตภัณฑ์ จำนวนการทดสอบที่ต้องทำ และว่าจ้างที่ปรึกษาหรือไม่

ประเภทสินค้า งบขั้นต่ำ งบที่ควรเตรียม
เครื่องสำอาง 10,000 บาท 20,000 – 50,000 บาท
อาหารเสริม 20,000 บาท 50,000 – 150,000 บาท
เครื่องมือแพทย์ Class 1-2 30,000 บาท 50,000 – 200,000 บาท
เครื่องมือแพทย์ Class 3-4 200,000 บาท 500,000 บาทขึ้นไป
ยา (ตำรับใหม่) 100,000 บาท 500,000 – 2,000,000 บาท

ตัวเลขในตารางเป็นงบที่ควรเตรียม รวมค่าธรรมเนียม อย. ค่าทดสอบห้องแล็บ ค่าแปลเอกสาร และค่าบริการที่ปรึกษาแล้ว ถ้าเตรียมไว้ในระดับนี้จะไม่ติดขัดระหว่างกระบวนการ

ทีมที่ปรึกษาธุรกิจร่วมกันตรวจสอบกราฟรายงานสรุปบนโต๊ะทำงาน เพื่อให้คำแนะนำแนวทางการวางแผนงบประมาณสำหรับยื่นขอใบสำคัญการ จด อย.

คำแนะนำในการวางแผนงบ

จากประสบการณ์ดูแลเคสมากกว่า 500 เคสในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา นี่คือแนวทางการวางแผนงบที่ช่วยให้ไม่มีปัญหาระหว่างกระบวนการ

1. แยกงบออกเป็น 3 ก้อน

ก้อนแรกสำหรับค่าธรรมเนียมอย่างเป็นทางการ ก้อนที่สองสำหรับค่าเตรียมเอกสารและทดสอบ และก้อนที่สามเป็นงบสำรองอีก 20-30% สำหรับกรณีต้องแก้ไขหรือทดสอบซ้ำ

2. ปรึกษาก่อนเตรียมเอกสาร

ก่อนเริ่มทดสอบ หรือจัดเตรียมเอกสารใด ๆ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนว่าสินค้าของคุณต้องผ่านการทดสอบอะไรบ้าง เพราะแต่ละสินค้าต่างกัน การรีบทดสอบโดยไม่รู้ว่า อย. ต้องการอะไรอาจทำให้เสียเงินทดสอบซ้ำ

3. วางแผน Timeline ควบคู่กับงบ

งบที่เตรียมต้องพอสำหรับระยะเวลาทั้งหมด ถ้ากระบวนการใช้เวลา 6-12 เดือน ต้องมีเงินหมุนเวียนพอสำหรับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ตลอดช่วงเวลานั้น ไม่ใช่แค่ค่าธรรมเนียมครั้งแรก

Tips:

ถ้ามีสินค้าหลายตัวที่ต้องจด อย. พร้อมกัน ควรจัดลำดับความสำคัญ และทยอยยื่นแทนที่จะยื่นทีเดียวหมด เพราะจะช่วยกระจายภาระงบประมาณ และถ้ามีข้อผิดพลาดในสินค้าตัวแรก ยังมีเวลาแก้ไขก่อนยื่นสินค้าตัวถัดไป


สรุป

ค่าใช้จ่ายในการจด อย. ไม่ได้มีแค่ค่าธรรมเนียมราชการ แต่ยังรวมถึงค่าทดสอบห้องแล็บ ค่าแปลเอกสาร ค่าเตรียมเอกสารเทคนิค และค่าบริการที่ปรึกษา ซึ่งในหลายกรณี ค่าใช้จ่ายส่วนนี้อาจสูงกว่าค่าธรรมเนียมของ อย. หลายเท่า โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มอาหารเสริม เครื่องมือแพทย์ และยา

ดังนั้น ก่อนเริ่มกระบวนการ ผู้ประกอบการควรวางแผนงบประมาณให้ครอบคลุมทั้งระบบ ตั้งแต่ค่าธรรมเนียม ค่าเตรียมเอกสาร ไปจนถึงงบสำรองสำหรับการแก้ไขหรือทดสอบเพิ่มเติม เพื่อป้องกันงบบานปลายและลดความล่าช้าระหว่างดำเนินการ

FAQ

Q1: ค่าธรรมเนียมจด อย. จ่ายครั้งเดียวจบไหม หรือต้องจ่ายซ้ำ?

A: ค่าธรรมเนียมขึ้นทะเบียนจ่ายครั้งแรกเมื่อยื่น แต่ทะเบียน อย. ส่วนใหญ่มีอายุจำกัด เช่น อาหารเสริมต้องต่ออายุทุก 3 ปี และมีค่าต่ออายุที่ต้องจ่ายด้วย นอกจากนั้นถ้าต้องการเปลี่ยนแปลงข้อมูล เช่น สูตร หรือฉลาก ก็มีค่าธรรมเนียมแก้ไขเพิ่มเติม

Q2: อาหารเสริมกับเครื่องสำอาง อันไหนค่าใช้จ่ายน้อยกว่ากัน?

A: เครื่องสำอางโดยรวมค่าใช้จ่ายถูกกว่า เพราะใช้ระบบแจ้งข้อมูลแทนการขึ้นทะเบียน และมักไม่ต้องทดสอบห้องแล็บมากเท่าอาหารเสริม อย่างไรก็ตามขึ้นอยู่กับประเภทและสูตรของสินค้าด้วย

Q3: ถ้าถูกปฏิเสธ ค่าธรรมเนียมที่จ่ายไปแล้วได้คืนไหม?

A: ค่าธรรมเนียมที่จ่ายให้ อย. โดยทั่วไปจะไม่คืนแม้ถูกปฏิเสธ นั่นคือเหตุผลสำคัญที่ต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้องก่อนยื่น เพื่อลดโอกาสถูกปฏิเสธและต้องเสียค่าธรรมเนียมซ้ำ

Q4: สินค้านำเข้าค่าใช้จ่ายจด อย. ต่างจากสินค้าผลิตในไทยไหม?

A: ค่าธรรมเนียม อย. เหมือนกัน แต่ค่าใช้จ่ายอื่นอาจต่างกัน สินค้านำเข้ามักมีค่าแปลเอกสารเพิ่ม และอาจต้องมีเอกสารรับรองจากประเทศต้นทางที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

Q5: ค่าบริการที่ปรึกษาจด อย. อยู่ที่เท่าไหร่?

A: ค่าบริการที่ปรึกษาขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าและความซับซ้อนของเคส โดยทั่วไปอยู่ในช่วง 10,000-100,000 บาทต่อผลิตภัณฑ์ ควรขอใบเสนอราคาโดยละเอียดพร้อมรายการบริการที่ครอบคลุมก่อนตัดสินใจ


ถ้าคุณต้องการทราบค่าใช้จ่ายที่แม่นยำสำหรับผลิตภัณฑ์ของคุณโดยเฉพาะ ทีมงาน C&S Rich1 ยินดีให้คำปรึกษาและประเมินงบเบื้องต้นฟรี ด้วยประสบการณ์ 7 ปีและ 500+ เคส เราช่วยให้คุณวางแผนได้แม่นยำและประหยัดกว่าการลองผิดลองถูกเอง

ดูรายละเอียดบริการเพิ่มเติมได้ที่ บริการจด อย. ครบวงจร


📲 Tel: 064-560-7779

💬 Line: @cs0645607779

📩 Email: csrich188@gmail.com

📚 Facebook: จด อย บริษัท ซีแอนด์เอสริช1 จำกัด

แบ่งปันข่าวนี้:

สนใจจด อย.

ใบอนุญาตโฆษณา

ใบอนุญาตโรงงาน (รง.4)

ซีแอนด์เอสริช 1 ผู้เชี่ยวชาญด้านการจด อย. และใบอนุญาตมากว่า 7 ปี

บทความล่าสุด

จด อย. OEM คือการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ที่คุณว่าจ้างโรงงานอื่นผลิตให้ ในชื่อแบรนด์ของคุณเอง ซึ่งเป็นรูปแบบที่นิยมมากในปัจจุบัน

29 May 2026

ค่าใช้จ่าย อย แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักที่ต้องเตรียมแยกกัน ได้แก่ ค่าธรรมเนียมอย่างเป็นทางการที่จ่ายให้ อย. โดยตรง กับค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการ

29 May 2026
จด อย บริษัท ซีแอนด์เอสริช1 จำกัด