การนำเข้าเครื่องมือแพทย์จากต่างประเทศ ต้องขออนุญาตจาก อย. ก่อนนำเข้าและจำหน่าย โดยผู้ประกอบการต้องตรวจสอบประเภทของเครื่องมือแพทย์ เตรียมเอกสารของผู้ผลิตและผลิตภัณฑ์ แล้วจึงยื่นคำขอผ่านระบบของ อย. เมื่อได้รับอนุญาตจึงสามารถนำเข้าและจำหน่ายได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
บทความนี้จะพาคุณไปดูเอกสารที่ผู้นำเข้าเครื่องมือแพทย์ต้องเตรียม ขั้นตอนการขอใบอนุญาต GDPMD สำหรับสถานที่นำเข้า เอกสาร CSDT ที่บังคับใช้สำหรับเครื่องมือแพทย์ Class 2-4 และระยะเวลาในการดำเนินการแต่ละขั้น
ทำไมการนำเข้าเครื่องมือแพทย์ต้องเตรียมเอกสารต่างจากสินค้าในประเทศ?
การนำเข้าเครื่องมือแพทย์ต้องใช้เอกสารเพิ่มเติม เพราะ อย. ต้องตรวจสอบมาตรฐานของผู้ผลิตในต่างประเทศและสิทธิ์ของผู้นำเข้า ก่อนอนุญาตให้นำเข้าจำหน่าย เอกสารสำคัญที่แตกต่าง ได้แก่
- Free Sale Certificate ยืนยันว่าสินค้าจำหน่ายได้ในประเทศต้นทาง
- Letter of Authorization (LOA) ยืนยันสิทธิ์ในการนำเข้า
- ISO 13485 รับรองมาตรฐานโรงงานผู้ผลิต
ถ้าขาดเอกสารใดเอกสารหนึ่ง อย. จะไม่รับพิจารณา ทำให้ต้องเลื่อนกระบวนการออกไปจนกว่าจะได้เอกสารครบ
เอกสารหลัก 4 ตัวที่ผู้นำเข้าเครื่องมือแพทย์ต้องเตรียม
การนำเข้าเครื่องมือแพทย์ต้องเตรียมเอกสารจากผู้ผลิตในต่างประเทศให้ครบก่อนยื่นขอ อย. โดยเอกสารบางรายการอาจใช้เวลาประสานงานหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน จึงควรเริ่มเตรียมล่วงหน้า เอกสารหลักที่ต้องใช้ มีดังนี้
1. Free Sale Certificate (CFS)
เอกสารยืนยันว่า สินค้านี้ได้รับอนุมัติให้จำหน่ายในประเทศต้นทาง ออกโดยหน่วยงานราชการของประเทศนั้น ๆ เช่น FDA ของสหรัฐอเมริกา NMPA ของจีน หรือ Notified Body ของยุโรป
CFS ต้องระบุ:
- ชื่อสินค้าที่ตรงกับสินค้าที่จะนำเข้าไทย
- ผู้ผลิตและที่อยู่
- ประเภท Class ของเครื่องมือแพทย์
- ออกไม่เกิน 6 เดือน (อย. ไทยรับเฉพาะเอกสารใหม่)

2. Letter of Authorization (LOA)
หนังสือจากผู้ผลิตอนุญาตให้คุณเป็นผู้นำเข้า และจำหน่ายสินค้าในประเทศไทย LOA ต้องระบุชัดเจนว่าคุณมีสิทธิ์ทำอะไรบ้าง (นำเข้าอย่างเดียว, นำเข้าและจำหน่าย, ตัวแทนแต่เพียงผู้เดียว)
LOA ที่ดีควรมี:
- ชื่อบริษัทผู้รับมอบอำนาจ (บริษัทคุณ)
- ขอบเขตสิทธิ์
- ระยะเวลามีผลบังคับใช้
- ลายเซ็นและตราประทับของผู้มีอำนาจในบริษัทผู้ผลิต
3. ISO 13485 ของโรงงานผู้ผลิต
มาตรฐานสากลด้าน Quality Management System สำหรับเครื่องมือแพทย์ ถ้าโรงงานผู้ผลิตในต่างประเทศไม่มี ISO 13485 จะจด อย. ไทยไม่ได้ในเครื่องมือแพทย์ Class 2 ขึ้นไป
ใบรับรองต้องยังไม่หมดอายุ และครอบคลุมประเภทเครื่องมือแพทย์ที่คุณจะนำเข้า
4. เอกสาร CSDT (สำหรับ Class 2-4)
Common Submission Dossier Template (CSDT) คือเอกสารทางเทคนิคสำหรับเครื่องมือแพทย์ Class 2-4 ซึ่งประกอบด้วยข้อมูลสำคัญ เช่น
- ข้อมูลทั่วไปของผลิตภัณฑ์ (General Information)
- หลักฐานด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพ (Essential Principles of Safety and Performance)
- ผลการศึกษาก่อนใช้งาน และข้อมูลทางคลินิก (Pre-clinical และ Clinical Studies)
- การวิเคราะห์ความเสี่ยง (Risk Analysis)
- ข้อมูลกระบวนการผลิต (Manufacturing Information)
- ข้อมูลฉลากและเอกสารกำกับผลิตภัณฑ์ (Labeling Information)
จุดสำคัญ:
ถ้าสินค้าผ่าน CE Mark จากยุโรปหรือ FDA approval จากสหรัฐอเมริกาแล้ว ข้อมูลทางเทคนิคที่ใช้ในกระบวนการนั้นสามารถนำมาประกอบเอกสาร CSDT ของ อย. ไทยได้ ช่วยลดเวลาในการจัดทำเอกสารใหม่ตั้งแต่ต้น
ใบอนุญาตสถานที่นำเข้า (GDPMD) ที่ผู้นำเข้าต้องมีก่อน
ก่อนยื่นจดทะเบียนเครื่องมือแพทย์ ผู้นำเข้าต้องได้รับ ใบอนุญาตสถานที่นำเข้าเครื่องมือแพทย์ตามมาตรฐาน GDPMD (Good Distribution Practice for Medical Devices) ก่อน เพื่อรับรองว่าสถานที่จัดเก็บและกระจายสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดของ อย.
GDPMD ครอบคลุมหลักสำคัญ ได้แก่
- การจัดการคลังสินค้าและการจัดเก็บ
- ระบบควบคุมอุณหภูมิและความชื้น (สำหรับสินค้าที่ต้องการ)
- ระบบการเรียกคืนสินค้า (Recall System)
- การฝึกอบรมพนักงาน
- การบันทึกข้อมูลสินค้าและการกระจายสินค้า
การขอใบอนุญาตสถานที่นำเข้าใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน รวมการตรวจสถานที่จริงโดยเจ้าหน้าที่ อย. ค่าธรรมเนียมเริ่มต้นที่ประมาณ 20,000 บาท และต้องต่ออายุทุก 5 ปี
ขั้นตอนการนำเข้าเครื่องมือแพทย์ทีละขั้น
การนำเข้าเครื่องมือแพทย์เพื่อจำหน่ายในไทยมีทั้งหมด 6 ขั้นตอนหลัก โดยควรวางแผนล่วงหน้า เพราะทั้งการเตรียมเอกสารและการขออนุญาต อย. ใช้เวลาประมาณ 6–12 เดือน ขั้นตอนมีดังนี้
ขั้นที่ 1: ขอใบอนุญาตสถานที่นำเข้า (GDPMD)
เตรียมสถานที่จัดเก็บให้พร้อม ขอใบอนุญาตจาก อย. ก่อนเริ่มกระบวนการอื่น ใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ GDPMD คืออะไร? สิ่งที่ต้องรู้ก่อนขออนุญาตสถานที่นำเข้าเครื่องมือแพทย์
ขั้นที่ 2: ประสานงานกับผู้ผลิตเพื่อขอเอกสาร
ขอเอกสารสำคัญจากผู้ผลิต เช่น Free Sale Certificate, LOA และ ISO 13485 ใช้เวลาประมาณ 1–3 เดือน โดยควรเริ่มเตรียมล่วงหน้า เพื่อลดความล่าช้า และตรวจสอบให้ข้อมูลตรงกับคำขอของ อย.
ขั้นที่ 3: เตรียมเอกสาร CSDT
จัดทำเอกสารทางเทคนิคสำหรับ Class 2–4 หากมี CE Mark หรือ FDA approval สามารถใช้ประกอบ เพื่อช่วยลดระยะเวลาในการจัดเตรียม ยื่นขอ และควรตรวจสอบความครบถ้วนก่อนยื่นทุกครั้ง
ขั้นที่ 4: ยื่นจดทะเบียนกับ อย.
ยื่นเอกสารผ่านระบบ E-submission พร้อมชำระค่าธรรมเนียม โดยระยะเวลาพิจารณาขึ้นอยู่กับความซับซ้อนและ Class ของเครื่องมือแพทย์ และควรติดตามสถานะอย่างสม่ำเสมอ
ขั้นที่ 5: ตอบกลับ อย. กรณีขอข้อมูลเพิ่ม
หาก อย. ขอเอกสารหรือข้อมูลเพิ่มเติม ต้องตอบกลับให้ครบถ้วน และรวดเร็ว เพื่อไม่ให้กระบวนการพิจารณาล่าช้า และควรจัดเตรียมเอกสารสำรองไว้ล่วงหน้า
ขั้นที่ 6: รับใบอนุญาตและนำเข้าสินค้า
เมื่อได้รับเลขทะเบียนแล้ว สามารถนำเข้าและจำหน่ายได้ทันที โดยต้องแสดงเลขทะเบียนบนฉลากสินค้าให้ถูกต้องตามข้อกำหนด และต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขหลังการอนุญาต

ข้อควรระวัง:
ห้ามนำเข้าเครื่องมือแพทย์เข้ามาก่อนได้รับใบอนุญาตจาก อย. แม้จะเป็นการนำเข้าตัวอย่างทดสอบ ก็ต้องขออนุญาตล่วงหน้าผ่านระบบเฉพาะ การนำเข้า โดยไม่ได้รับอนุญาตมีโทษทั้งปรับและจำคุก รวมถึงสินค้าอาจถูกยึดและทำลาย
ปัญหาที่ผู้นำเข้าเครื่องมือแพทย์มักพบ
จากประสบการณ์ของ C&S Rich1 ในการดูแลเคสนำเข้าเครื่องมือแพทย์มากว่า 7 ปี ปัญหาที่ผู้นำเข้ามักพบและทำให้กระบวนการล่าช้ามีดังนี้
1. ผู้ผลิตในต่างประเทศไม่เข้าใจระบบไทย
ผู้ผลิตในต่างประเทศบางรายไม่คุ้นเคยกับข้อกำหนดของ อย. ไทย ทำให้ส่งเอกสารผิดรูปแบบ หรือไม่ครบ การมีคนกลางที่อธิบายข้อกำหนดของไทยให้ผู้ผลิตเข้าใจ ช่วยให้ได้เอกสารที่ถูกต้องตั้งแต่แรก
2. ISO 13485 ของโรงงานหมดอายุ
หลายเคสล่าช้า เพราะ ISO 13485 ของโรงงานหมดอายุระหว่างกระบวนการเตรียมเอกสารยื่น ทีมงาน C&S Rich1 จะตรวจสอบวันหมดอายุของเอกสารสำคัญทุกฉบับก่อนเริ่มดำเนินการ พร้อมแจ้งเตือนลูกค้าให้เตรียมต่ออายุล่วงหน้า เพื่อลดความเสี่ยงที่กระบวนการยื่นจะสะดุดหรือเลื่อนออกไป
3. การจัด Class ของเครื่องมือแพทย์อาจไม่ตรงกัน
การจัด Class ของเครื่องมือแพทย์ในต่างประเทศอาจไม่ตรงกับหลักเกณฑ์ของ อย. ไทย เนื่องจากแต่ละประเทศใช้ข้อกำหนดที่แตกต่างกัน เมื่อนำเข้ามาขึ้นทะเบียนในประเทศไทยจึงต้องยึดกฎหมายไทยเป็นหลัก ทีมงาน C&S Rich1 จะตรวจสอบการจัด Class ให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น เพื่อลดปัญหาการแก้ไขเอกสารและความล่าช้าในการยื่นขึ้นทะเบียน
4. ฉลากภาษาไทยไม่ครบ
ฉลากภาษาไทยต้องมีข้อมูลครบถ้วนตามข้อกำหนดของ อย. หากข้อมูลไม่ครบ อาจต้องแก้ไขก่อนยื่นขึ้นทะเบียน ทีมงาน C&S Rich1 จะตรวจสอบ แนะนำ และจัดทำร่างฉลากให้ถูกต้องตามมาตรฐาน เพื่อลดการแก้ไขและช่วยให้การยื่นเป็นไปอย่างราบรื่น
5. นำเข้าตัวอย่างทดสอบโดยไม่ขออนุญาต
หลายผู้นำเข้านำตัวอย่างมาทดสอบก่อนตัดสินใจจดทะเบียน โดยไม่รู้ว่าต้องขออนุญาตล่วงหน้า ทำให้สินค้าถูกยึดที่ด่านศุลกากร
Tips:
ก่อนเริ่มประสานงานกับผู้ผลิตในต่างประเทศ ทำ checklist เอกสารทั้งหมดที่ต้องใช้ส่งไปให้ผู้ผลิตในครั้งเดียว พร้อมตัวอย่าง template ของแต่ละเอกสาร จะช่วยลดเวลาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและได้เอกสารครบเร็วขึ้น
สรุป
การนำเข้าเครื่องมือแพทย์ต้องดำเนินการตามข้อกำหนดของ อย. ตั้งแต่การขอใบอนุญาตสถานที่นำเข้า การเตรียมเอกสารจากผู้ผลิต การจัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้อง ไปจนถึงการยื่นขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ โดยเอกสาร และขั้นตอนอาจแตกต่างกันตามประเภท รวมถึงระดับความเสี่ยงของเครื่องมือแพทย์
หากเตรียมเอกสารครบถ้วน และตรวจสอบความถูกต้องตั้งแต่ต้น จะช่วยลดปัญหาการแก้ไขเอกสาร ทำให้กระบวนการขึ้นทะเบียนเป็นไปอย่างรวดเร็วมากขึ้น
FAQ
Q1: ถ้าเครื่องมือแพทย์มี CE Mark แล้ว ลดขั้นตอนได้ไหม?
A: ลดเวลาในการเตรียมเอกสาร CSDT ได้ เพราะข้อมูลทางเทคนิคและทางคลินิคที่ทำสำหรับ CE Mark สามารถใช้ประกอบการยื่น อย. ไทยได้ แต่ยังต้องยื่นจดทะเบียนกับ อย. ไทยทุกครั้ง CE Mark ไม่ทดแทนการจด อย. ไทย
Q2: ขอใบอนุญาต GDPMD ใช้เวลานานแค่ไหน?
A: เฉลี่ย 2-3 เดือน รวมการตรวจสถานที่จริงโดยเจ้าหน้าที่ อย. ถ้าสถานที่ของคุณยังไม่ได้มาตรฐาน GDPMD อาจต้องปรับปรุงก่อนยื่น ทำให้ใช้เวลาเพิ่มอีก 1-2 เดือน
Q3: นำตัวอย่างเครื่องมือแพทย์เข้ามาทดสอบก่อนตัดสินใจสั่งซื้อใหญ่ได้ไหม?
A: ทำได้ แต่ต้องขออนุญาตล่วงหน้าผ่านระบบของ อย. ห้ามนำเข้าโดยพลการ เพราะสินค้าจะถูกยึดที่ด่านศุลกากร การขออนุญาตนำตัวอย่างใช้เวลาประมาณ 2-4 สัปดาห์
Q4: ถ้าผู้ผลิตในต่างประเทศไม่มี Free Sale Certificate ยังขึ้นทะเบียน อย. ได้หรือไม่?
A: ได้ ปัจจุบันการขึ้นทะเบียนเครื่องมือแพทย์บางกรณีไม่จำเป็นต้องใช้ Free Sale Certificate
ถ้าคุณกำลังวางแผนนำเข้าเครื่องมือแพทย์และไม่แน่ใจว่าต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง ทีมงาน C&S Rich1 พร้อมประเมินเอกสารและขั้นตอนเฉพาะสำหรับสินค้าของคุณ พร้อมประสานงานกับผู้ผลิตในต่างประเทศแทนคุณได้
ดูบริการเพิ่มเติมได้ที่ บริการรับจด อย.
📲 Tel: 064-560-7779
💬 Line: @cs0645607779
📩 Email: csrich188@gmail.com
📚 Facebook: จด อย บริษัท ซีแอนด์เอสริช1 จำกัด