วัตถุอันตราย คืออะไร? รู้จักประเภทสินค้า ขั้นตอนขอ อย. วอ. และข้อควรรู้ก่อนขาย

เผยแพร่เมื่อ:
27 Jul 2026
เขียนโดย:
Admin
วัตถุอันตราย คือสารหรือผลิตภัณฑ์ที่อยู่ภายใต้การควบคุมตามกฎหมาย เช่น น้ำยาฆ่าเชื้อ น้ำยาล้างห้องน้ำ และยากำจัดแมลง ซึ่งต้องขออนุญาตจาก อย. ก่อนจำหน่าย

วัตถุอันตราย คือสาร หรือผลิตภัณฑ์ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อคน สัตว์ พืช หรือสิ่งแวดล้อม เช่น น้ำยาล้างห้องน้ำ น้ำยาฆ่าเชื้อ และผลิตภัณฑ์กำจัดแมลง ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ อย. และต้องขออนุญาตก่อนผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย

บทความนี้จะพาไปดูว่า วัตถุอันตราย คืออะไร แบ่งเป็นกี่ชนิด สินค้าแบบไหนที่เข้าข่ายต้องขอ อย. วอ. ก่อนวางขาย และขั้นตอนเบื้องต้นที่ผู้ประกอบการต้องรู้ เพื่อไม่ให้ขายสินค้าผิดกฎหมายโดยไม่รู้ตัว

วัตถุอันตราย คืออะไร?

วัตถุอันตราย คือสารหรือผลิตภัณฑ์ที่อาจก่ออันตรายต่อคน สัตว์ พืช หรือสิ่งแวดล้อม เช่น เป็นพิษ กัดกร่อน ระคายเคือง หรือติดไฟ จึงอยู่ภายใต้การควบคุมตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535

วัตถุอันตรายไม่ได้มีเฉพาะสารเคมีในโรงงาน แต่ยังรวมถึงสินค้าใกล้ตัว เช่น ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด น้ำยาฆ่าเชื้อ และผลิตภัณฑ์กำจัดแมลง ซึ่งหลายรายการต้องขออนุญาตจาก อย. ก่อนผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย

วัตถุอันตราย คือสารหรือผลิตภัณฑ์ที่อาจก่ออันตรายต่อคน สัตว์ พืช หรือสิ่งแวดล้อม

จุดสำคัญ:

วัตถุอันตรายมีหลายหน่วยงานดูแลตามประเภทการใช้งาน อย. รับผิดชอบวัตถุอันตรายที่ใช้ในบ้านเรือน หรือทางสาธารณสุข ส่วนที่ใช้ทางการเกษตร หรืออุตสาหกรรมจะอยู่กับหน่วยงานอื่น การรู้ว่าสินค้าอยู่ในความดูแลของใครช่วยให้ยื่นถูกที่ตั้งแต่ต้น

วัตถุอันตราย 4 ชนิด ต่างกันยังไง?

วัตถุอันตรายแบ่งเป็น 4 ชนิดตามระดับการควบคุมของกฎหมาย ตั้งแต่ชนิดที่ 1 ที่แจ้งข้อเท็จจริง ไปจนถึงชนิดที่ 4 ที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือครอบครอง โดยพิจารณาจากชนิดสาร ความเข้มข้น และการใช้งาน ดังนี้

วัตถุอันตรายชนิดที่ 1

เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงน้อยที่สุด ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าเพียงแจ้งข้อเท็จจริงต่อเจ้าหน้าที่ ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยไม่ต้องขอขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย แต่ยังต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านฉลาก วิธีใช้ และความปลอดภัย เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อผู้ใช้งาน และสิ่งแวดล้อม

วัตถุอันตรายชนิดที่ 2

เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น จึงต้องขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย และแจ้งการดำเนินการ เช่น การผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนเริ่มดำเนินการจริง เพื่อให้สามารถตรวจสอบและควบคุมการใช้งานได้อย่างเหมาะสม

วัตถุอันตรายชนิดที่ 3

เป็นกลุ่มที่ต้องควบคุมอย่างเข้มงวด ผู้ประกอบการต้องขึ้นทะเบียน และขออนุญาตก่อนดำเนินการ ทั้งการผลิต นำเข้า ส่งออก หรือครอบครอง เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงกว่าชนิดที่ 1 และ 2 สินค้าที่มีสารออกฤทธิ์ หรือมีผล กระทบต่อสุขภาพ และสิ่งแวดล้อมบางประเภทมักอยู่ในกลุ่มนี้

วัตถุอันตรายชนิดที่ 4

เป็นกลุ่มที่มีระดับอันตรายสูงที่สุด และ ห้ามผลิต นำเข้า ส่งออก หรือครอบครองโดยเด็ดขาด เนื่องจากไม่สามารถควบคุมความเสี่ยงได้อย่างปลอดภัย ผู้ประกอบกา รจึงควรตรวจสอบส่วนประกอบ และประเภทของวัตถุอันตรายให้ชัดเจนก่อนนำสินค้าเข้าสู่ตลาด เพื่อหลีกเลี่ยงการดำเนินการที่ผิดกฎหมาย

สินค้าแบบไหนที่ต้องขอ อย. วอ. ก่อนขาย?

สินค้าที่ต้องขอ อย. ก่อนขาย ส่วนใหญ่เป็นวัตถุอันตรายที่ใช้ในบ้านเรือนหรือทางสาธารณสุข เนื่องจากมีสารสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อผู้ใช้หรือสิ่งแวดล้อม จึงอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ อย. โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ดังนี้

1. ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดบ้านเรือน

เช่น น้ำยาล้างห้องน้ำ น้ำยาขจัดคราบ น้ำยาฟอกขาว และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้น ที่มีสารกัดกร่อนหรือสารฆ่าเชื้อ ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้อาจเข้าข่ายเป็นวัตถุอันตราย

หากมีสารสำคัญหรือความเข้มข้นตามเกณฑ์ที่กำหนด โดยต้องตรวจสอบประเภทสาร และดำเนินการขึ้นทะเบียนหรือขออนุญาตก่อนนำมาผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย

ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดบ้านเรือน

2. ผลิตภัณฑ์กำจัดแมลงและสัตว์รบกวน

เช่น ยาจุดกันยุง สเปรย์กำจัดแมลง เหยื่อกำจัดหนู ผลิตภัณฑ์กำจัดปลวก และผลิตภัณฑ์ไล่หรือกำจัดสัตว์รบกวน เนื่องจากมีสารออกฤทธิ์ที่ส่งผลต่อแมลงหรือสัตว์ จึงต้องควบคุมเป็นพิเศษ โดยผู้ประกอบการต้องตรวจสอบชนิดสาร และขออนุญาตตามประเภทวัตถุอันตรายก่อนวางจำหน่าย

3. ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรค

เช่น น้ำยาฆ่าเชื้อ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้นผิวที่อ้างว่าสามารถฆ่าเชื้อโรค เชื้อแบคทีเรีย หรือไวรัสได้ หากมีการกล่าวอ้างด้านประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อ ต้องผ่านการขึ้นทะเบียน และได้รับอนุญาตตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดก่อนจำหน่าย เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้ามีความปลอดภัย และมีข้อมูลรองรับตามกฎหมาย

ขั้นตอนขอ อย. วอ. เบื้องต้น

การขอ อย. วอ. (ใบอนุญาตวัตถุอันตราย) ต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนด เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดก่อนผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย โดยมีขั้นตอนหลักดังนี้

1. ตรวจสอบว่าสินค้าเข้าข่ายวัตถุอันตรายหรือไม่

เริ่มจากตรวจสอบสูตร ส่วนประกอบ สารออกฤทธิ์ ความเข้มข้น และวัตถุประสงค์การใช้งาน เพื่อจัดประเภทวัตถุอันตรายให้ถูกต้อง เช่น ชนิดที่ 1, 2, 3 หรือ 4 เนื่องจากแต่ละชนิดมีระดับการควบคุมและขั้นตอนดำเนินการแตกต่างกัน

2. เตรียมข้อมูลและเอกสารผลิตภัณฑ์

จัดเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น รายละเอียดสูตรผลิตภัณฑ์ ข้อมูลสารสำคัญ เอกสารความปลอดภัย (SDS) ฉลากสินค้า วิธีใช้ คำเตือน และข้อมูลผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า เพื่อใช้ประกอบการพิจารณา

3. ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนหรือขออนุญาต

ดำเนินการยื่นคำขอตามประเภทวัตถุอันตราย โดยวัตถุอันตรายบางชนิดอาจต้องขึ้นทะเบียนสินค้า ขณะที่บางประเภทต้องขออนุญาตก่อนผลิต นำเข้า ส่งออก หรือครอบครอง

4. รอการตรวจสอบและแก้ไขข้อมูล (ถ้ามี)

เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ สูตร ฉลาก และเอกสารประกอบ หากพบข้อมูลไม่ครบถ้วนหรือไม่เป็นไปตามเกณฑ์ อาจต้องแก้ไขเพิ่มเติมก่อนพิจารณาอนุมัติ

5. ได้รับอนุญาตและดำเนินการตามเงื่อนไข

เมื่อผ่านการอนุมัติ ผู้ประกอบการจึงสามารถดำเนินธุรกิจได้ตามขอบเขตที่ได้รับอนุญาต พร้อมต้องปฏิบัติตามข้อกำหนด เช่น การใช้ฉลากที่ถูกต้อง การเก็บรักษา และการปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัย

ข้อควรระวัง:

การผลิต นำเข้า หรือขายวัตถุอันตราย โดยไม่ขึ้นทะเบียนหรือไม่ขออนุญาตตามชนิด มีโทษตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย ทั้งปรับและจำคุก ควรตรวจสอบและดำเนินการให้ครบก่อนวางขายเสมอ

สรุป

วัตถุอันตราย คือผลิตภัณฑ์ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกฎหมาย เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อผู้ใช้ และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ผลิตภัณฑ์กำจัดแมลง และผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อบางประเภทที่อาจต้องขึ้นทะเบียนหรือขออนุญาตจาก อย. ก่อนผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย

ก่อนวางสินค้าในตลาด ผู้ประกอบการควรตรวจสอบว่าสินค้าเข้าข่ายเป็นวัตถุอันตรายหรือไม่ รวมถึงเตรียมเอกสาร และดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดให้ครบถ้วน เพื่อให้สามารถจำหน่ายสินค้าได้อย่างถูกต้อง ลดความเสี่ยงด้านกฎหมาย และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจในระยะยาว

FAQ

Q1: วัตถุอันตราย กับ วอ. ต่างกันยังไง?

A: วัตถุอันตราย คือประเภทของสินค้า/สารเคมีที่อยู่ภายใต้การควบคุม ส่วน วอ. คือ ใบอนุญาตหรือการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับวัตถุอันตรายตามที่กฎหมายกำหนด

Q2: อย. ดูแลวัตถุอันตรายทุกประเภทเลยไหม?

A: ไม่ อย. ดูแลเฉพาะวัตถุอันตรายที่ใช้ในบ้านเรือนและทางสาธารณสุข ส่วนด้านการเกษตรและอุตสาหกรรมอยู่ภายใต้หน่วยงานอื่น

Q3: น้ำยาล้างจานหรือน้ำยาซักผ้าต้องขอวัตถุอันตรายไหม?

A: ขึ้นอยู่กับสูตร สารออกฤทธิ์ และคำกล่าวอ้างบนฉลาก หากมีสารควบคุมหรืออ้างสรรพคุณด้านฆ่าเชื้อ อาจเข้าข่ายต้องขออนุญาต

Q4: ขอ อย. วัตถุอันตราย ใช้เวลานานไหม?

A: ระยะเวลาขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า ความครบถ้วนของเอกสาร และขั้นตอนการตรวจสอบของหน่วยงาน

Q5: สินค้าที่มีสารเคมีทุกชนิดต้องขอ อย.วัตถุอันตราย ไหม

A: ไม่จำเป็น ต้องพิจารณาจากชนิดสาร ความเข้มข้น และวัตถุประสงค์การใช้งาน ว่าสินค้าเข้าข่ายวัตถุอันตรายหรือไม่


หากคุณกำลังจะผลิต นำเข้า หรือขายผลิตภัณฑ์ที่อาจเข้าข่ายวัตถุอันตราย และยังไม่แน่ใจว่าสินค้าอยู่ชนิดไหนหรือต้องดำเนินการอย่างไร ทีมที่ปรึกษา C&S Rich1 ช่วยตรวจสอบ และวางแผนขั้นตอนให้ได้ ด้วยประสบการณ์ดูแลงานด้าน อย. มากกว่า 7 ปี

สามารถดูรายละเอียดบริการเพิ่มเติมได้ที่ บริการรับจด อย.


📲 Tel: 064-560-7779

💬 Line: @cs0645607779

📩 Email: csrich188@gmail.com

แบ่งปันข่าวนี้:

สนใจจด อย.

ใบอนุญาตโฆษณา

ใบอนุญาตโรงงาน (รง.4)

ซีแอนด์เอสริช 1 ผู้เชี่ยวชาญด้านการจด อย. และใบอนุญาตมากว่า 7 ปี

บทความล่าสุด

นวัตกรรม AI และแอปสุขภาพจะเข้าข่ายเครื่องมือแพทย์ หากใช้วินิจฉัย คัดกรอง หรือติดตามโรค ต้องขออนุญาต อย. แต่หากใช้บันทึกข้อมูลสุขภาพทั่วไป มักไม่ต้องขออนุญาต

27 Jul 2026

ขายอาหารเสริมให้ถูกกฎหมาย ต้องมีเลข อย. ของสินค้า ใบอนุญาตตามรูปแบบธุรกิจ และขออนุญาตโฆษณาเมื่อกล่าวถึงสรรพคุณ เพื่อป้องกันความเสี่ยงทางกฎหมาย

27 Jul 2026

ได้รับจดหมายเตือนโฆษณาเกินจริงจาก อย. หรือ สคบ. อย่าเพิกเฉย ควรตรวจสอบรายละเอียด แก้ไขหรือระงับโฆษณา และชี้แจงภายในกำหนด เพื่อลดความเสี่ยงทางกฎหมาย

27 Jul 2026
จด อย บริษัท ซีแอนด์เอสริช1 จำกัด