นำเข้าเครื่องมือแพทย์จากต่างประเทศ ต้องจด อย. อย่างไร? คู่มือผู้นำเข้า 2026

เผยแพร่เมื่อ:
26 Jun 2026
เขียนโดย:
Admin
การนำเข้าเครื่องมือแพทย์จากต่างประเทศ ต้องขออนุญาตจาก อย. ก่อนนำเข้าและจำหน่าย โดยผู้ประกอบการต้องตรวจสอบประเภทของเครื่องมือแพทย์ เตรียมเอกสารของผู้ผลิตและผลิตภัณฑ์ แล้วจึงยื่นคำขอผ่านระบบของ อย

การนำเข้าเครื่องมือแพทย์จากต่างประเทศ ต้องขออนุญาตจาก อย. ก่อนนำเข้าและจำหน่าย โดยผู้ประกอบการต้องตรวจสอบประเภทของเครื่องมือแพทย์ เตรียมเอกสารของผู้ผลิตและผลิตภัณฑ์ แล้วจึงยื่นคำขอผ่านระบบของ อย. เมื่อได้รับอนุญาตจึงสามารถนำเข้าและจำหน่ายได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

บทความนี้จะพาคุณไปดูเอกสารที่ผู้นำเข้าเครื่องมือแพทย์ต้องเตรียม ขั้นตอนการขอใบอนุญาต GDPMD สำหรับสถานที่นำเข้า เอกสาร CSDT ที่บังคับใช้สำหรับเครื่องมือแพทย์ Class 2-4 และระยะเวลาในการดำเนินการแต่ละขั้น

ทำไมการนำเข้าเครื่องมือแพทย์ต้องเตรียมเอกสารต่างจากสินค้าในประเทศ?

การนำเข้าเครื่องมือแพทย์ต้องใช้เอกสารเพิ่มเติม เพราะ อย. ต้องตรวจสอบมาตรฐานของผู้ผลิตในต่างประเทศและสิทธิ์ของผู้นำเข้า ก่อนอนุญาตให้นำเข้าจำหน่าย เอกสารสำคัญที่แตกต่าง ได้แก่

  • Free Sale Certificate ยืนยันว่าสินค้าจำหน่ายได้ในประเทศต้นทาง
  • Letter of Authorization (LOA) ยืนยันสิทธิ์ในการนำเข้า
  • ISO 13485 รับรองมาตรฐานโรงงานผู้ผลิต

ถ้าขาดเอกสารใดเอกสารหนึ่ง อย. จะไม่รับพิจารณา ทำให้ต้องเลื่อนกระบวนการออกไปจนกว่าจะได้เอกสารครบ

เอกสารหลัก 4 ตัวที่ผู้นำเข้าเครื่องมือแพทย์ต้องเตรียม

การนำเข้าเครื่องมือแพทย์ต้องเตรียมเอกสารจากผู้ผลิตในต่างประเทศให้ครบก่อนยื่นขอ อย. โดยเอกสารบางรายการอาจใช้เวลาประสานงานหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน จึงควรเริ่มเตรียมล่วงหน้า เอกสารหลักที่ต้องใช้ มีดังนี้

1. Free Sale Certificate (CFS)

เอกสารยืนยันว่า สินค้านี้ได้รับอนุมัติให้จำหน่ายในประเทศต้นทาง ออกโดยหน่วยงานราชการของประเทศนั้น ๆ เช่น FDA ของสหรัฐอเมริกา NMPA ของจีน หรือ Notified Body ของยุโรป

CFS ต้องระบุ:

  • ชื่อสินค้าที่ตรงกับสินค้าที่จะนำเข้าไทย
  • ผู้ผลิตและที่อยู่
  • ประเภท Class ของเครื่องมือแพทย์
  • ออกไม่เกิน 6 เดือน (อย. ไทยรับเฉพาะเอกสารใหม่)
เตรียมเอกสารนำเข้าเครื่องมือแพทย์

2. Letter of Authorization (LOA)

หนังสือจากผู้ผลิตอนุญาตให้คุณเป็นผู้นำเข้า และจำหน่ายสินค้าในประเทศไทย LOA ต้องระบุชัดเจนว่าคุณมีสิทธิ์ทำอะไรบ้าง (นำเข้าอย่างเดียว, นำเข้าและจำหน่าย, ตัวแทนแต่เพียงผู้เดียว)

LOA ที่ดีควรมี:

  • ชื่อบริษัทผู้รับมอบอำนาจ (บริษัทคุณ)
  • ขอบเขตสิทธิ์
  • ระยะเวลามีผลบังคับใช้
  • ลายเซ็นและตราประทับของผู้มีอำนาจในบริษัทผู้ผลิต

3. ISO 13485 ของโรงงานผู้ผลิต

มาตรฐานสากลด้าน Quality Management System สำหรับเครื่องมือแพทย์ ถ้าโรงงานผู้ผลิตในต่างประเทศไม่มี ISO 13485 จะจด อย. ไทยไม่ได้ในเครื่องมือแพทย์ Class 2 ขึ้นไป

ใบรับรองต้องยังไม่หมดอายุ และครอบคลุมประเภทเครื่องมือแพทย์ที่คุณจะนำเข้า

4. เอกสาร CSDT (สำหรับ Class 2-4)

Common Submission Dossier Template (CSDT) คือเอกสารทางเทคนิคสำหรับเครื่องมือแพทย์ Class 2-4 ซึ่งประกอบด้วยข้อมูลสำคัญ เช่น

  • ข้อมูลทั่วไปของผลิตภัณฑ์ (General Information)
  • หลักฐานด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพ (Essential Principles of Safety and Performance)
  • ผลการศึกษาก่อนใช้งาน และข้อมูลทางคลินิก (Pre-clinical และ Clinical Studies)
  • การวิเคราะห์ความเสี่ยง (Risk Analysis)
  • ข้อมูลกระบวนการผลิต (Manufacturing Information)
  • ข้อมูลฉลากและเอกสารกำกับผลิตภัณฑ์ (Labeling Information)

จุดสำคัญ:

ถ้าสินค้าผ่าน CE Mark จากยุโรปหรือ FDA approval จากสหรัฐอเมริกาแล้ว ข้อมูลทางเทคนิคที่ใช้ในกระบวนการนั้นสามารถนำมาประกอบเอกสาร CSDT ของ อย. ไทยได้ ช่วยลดเวลาในการจัดทำเอกสารใหม่ตั้งแต่ต้น

ใบอนุญาตสถานที่นำเข้า (GDPMD) ที่ผู้นำเข้าต้องมีก่อน

ก่อนยื่นจดทะเบียนเครื่องมือแพทย์ ผู้นำเข้าต้องได้รับ ใบอนุญาตสถานที่นำเข้าเครื่องมือแพทย์ตามมาตรฐาน GDPMD (Good Distribution Practice for Medical Devices) ก่อน เพื่อรับรองว่าสถานที่จัดเก็บและกระจายสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดของ อย.

GDPMD ครอบคลุมหลักสำคัญ ได้แก่

  • การจัดการคลังสินค้าและการจัดเก็บ
  • ระบบควบคุมอุณหภูมิและความชื้น (สำหรับสินค้าที่ต้องการ)
  • ระบบการเรียกคืนสินค้า (Recall System)
  • การฝึกอบรมพนักงาน
  • การบันทึกข้อมูลสินค้าและการกระจายสินค้า

การขอใบอนุญาตสถานที่นำเข้าใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน รวมการตรวจสถานที่จริงโดยเจ้าหน้าที่ อย. ค่าธรรมเนียมเริ่มต้นที่ประมาณ 20,000 บาท และต้องต่ออายุทุก 5 ปี

ขั้นตอนการนำเข้าเครื่องมือแพทย์ทีละขั้น

การนำเข้าเครื่องมือแพทย์เพื่อจำหน่ายในไทยมีทั้งหมด 6 ขั้นตอนหลัก โดยควรวางแผนล่วงหน้า เพราะทั้งการเตรียมเอกสารและการขออนุญาต อย. ใช้เวลาประมาณ 6–12 เดือน ขั้นตอนมีดังนี้

ขั้นที่ 1: ขอใบอนุญาตสถานที่นำเข้า (GDPMD)

เตรียมสถานที่จัดเก็บให้พร้อม ขอใบอนุญาตจาก อย. ก่อนเริ่มกระบวนการอื่น ใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ GDPMD คืออะไร? สิ่งที่ต้องรู้ก่อนขออนุญาตสถานที่นำเข้าเครื่องมือแพทย์

ขั้นที่ 2: ประสานงานกับผู้ผลิตเพื่อขอเอกสาร

ขอเอกสารสำคัญจากผู้ผลิต เช่น Free Sale Certificate, LOA และ ISO 13485 ใช้เวลาประมาณ 1–3 เดือน โดยควรเริ่มเตรียมล่วงหน้า เพื่อลดความล่าช้า และตรวจสอบให้ข้อมูลตรงกับคำขอของ อย.

ขั้นที่ 3: เตรียมเอกสาร CSDT

จัดทำเอกสารทางเทคนิคสำหรับ Class 2–4 หากมี CE Mark หรือ FDA approval สามารถใช้ประกอบ เพื่อช่วยลดระยะเวลาในการจัดเตรียม ยื่นขอ และควรตรวจสอบความครบถ้วนก่อนยื่นทุกครั้ง

ขั้นที่ 4: ยื่นจดทะเบียนกับ อย.

ยื่นเอกสารผ่านระบบ E-submission พร้อมชำระค่าธรรมเนียม โดยระยะเวลาพิจารณาขึ้นอยู่กับความซับซ้อนและ Class ของเครื่องมือแพทย์ และควรติดตามสถานะอย่างสม่ำเสมอ

ขั้นที่ 5: ตอบกลับ อย. กรณีขอข้อมูลเพิ่ม

หาก อย. ขอเอกสารหรือข้อมูลเพิ่มเติม ต้องตอบกลับให้ครบถ้วน และรวดเร็ว เพื่อไม่ให้กระบวนการพิจารณาล่าช้า และควรจัดเตรียมเอกสารสำรองไว้ล่วงหน้า

ขั้นที่ 6: รับใบอนุญาตและนำเข้าสินค้า

เมื่อได้รับเลขทะเบียนแล้ว สามารถนำเข้าและจำหน่ายได้ทันที โดยต้องแสดงเลขทะเบียนบนฉลากสินค้าให้ถูกต้องตามข้อกำหนด และต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขหลังการอนุญาต

จัดเตรียมเอกสารใบอนุญาตสถานที่นำเข้า

ข้อควรระวัง:

ห้ามนำเข้าเครื่องมือแพทย์เข้ามาก่อนได้รับใบอนุญาตจาก อย. แม้จะเป็นการนำเข้าตัวอย่างทดสอบ ก็ต้องขออนุญาตล่วงหน้าผ่านระบบเฉพาะ การนำเข้า โดยไม่ได้รับอนุญาตมีโทษทั้งปรับและจำคุก รวมถึงสินค้าอาจถูกยึดและทำลาย

ปัญหาที่ผู้นำเข้าเครื่องมือแพทย์มักพบ

จากประสบการณ์ของ C&S Rich1 ในการดูแลเคสนำเข้าเครื่องมือแพทย์มากว่า 7 ปี ปัญหาที่ผู้นำเข้ามักพบและทำให้กระบวนการล่าช้ามีดังนี้

1. ผู้ผลิตในต่างประเทศไม่เข้าใจระบบไทย

ผู้ผลิตในต่างประเทศบางรายไม่คุ้นเคยกับข้อกำหนดของ อย. ไทย ทำให้ส่งเอกสารผิดรูปแบบ หรือไม่ครบ การมีคนกลางที่อธิบายข้อกำหนดของไทยให้ผู้ผลิตเข้าใจ ช่วยให้ได้เอกสารที่ถูกต้องตั้งแต่แรก

2. ISO 13485 ของโรงงานหมดอายุ

หลายเคสล่าช้า เพราะ ISO 13485 ของโรงงานหมดอายุระหว่างกระบวนการเตรียมเอกสารยื่น ทีมงาน C&S Rich1 จะตรวจสอบวันหมดอายุของเอกสารสำคัญทุกฉบับก่อนเริ่มดำเนินการ พร้อมแจ้งเตือนลูกค้าให้เตรียมต่ออายุล่วงหน้า เพื่อลดความเสี่ยงที่กระบวนการยื่นจะสะดุดหรือเลื่อนออกไป

3. การจัด Class ของเครื่องมือแพทย์อาจไม่ตรงกัน

การจัด Class ของเครื่องมือแพทย์ในต่างประเทศอาจไม่ตรงกับหลักเกณฑ์ของ อย. ไทย เนื่องจากแต่ละประเทศใช้ข้อกำหนดที่แตกต่างกัน เมื่อนำเข้ามาขึ้นทะเบียนในประเทศไทยจึงต้องยึดกฎหมายไทยเป็นหลัก ทีมงาน C&S Rich1 จะตรวจสอบการจัด Class ให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น เพื่อลดปัญหาการแก้ไขเอกสารและความล่าช้าในการยื่นขึ้นทะเบียน

4. ฉลากภาษาไทยไม่ครบ

ฉลากภาษาไทยต้องมีข้อมูลครบถ้วนตามข้อกำหนดของ อย. หากข้อมูลไม่ครบ อาจต้องแก้ไขก่อนยื่นขึ้นทะเบียน ทีมงาน C&S Rich1 จะตรวจสอบ แนะนำ และจัดทำร่างฉลากให้ถูกต้องตามมาตรฐาน เพื่อลดการแก้ไขและช่วยให้การยื่นเป็นไปอย่างราบรื่น

5. นำเข้าตัวอย่างทดสอบโดยไม่ขออนุญาต

หลายผู้นำเข้านำตัวอย่างมาทดสอบก่อนตัดสินใจจดทะเบียน โดยไม่รู้ว่าต้องขออนุญาตล่วงหน้า ทำให้สินค้าถูกยึดที่ด่านศุลกากร

Tips:

ก่อนเริ่มประสานงานกับผู้ผลิตในต่างประเทศ ทำ checklist เอกสารทั้งหมดที่ต้องใช้ส่งไปให้ผู้ผลิตในครั้งเดียว พร้อมตัวอย่าง template ของแต่ละเอกสาร จะช่วยลดเวลาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและได้เอกสารครบเร็วขึ้น

สรุป

การนำเข้าเครื่องมือแพทย์ต้องดำเนินการตามข้อกำหนดของ อย. ตั้งแต่การขอใบอนุญาตสถานที่นำเข้า การเตรียมเอกสารจากผู้ผลิต การจัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้อง ไปจนถึงการยื่นขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ โดยเอกสาร และขั้นตอนอาจแตกต่างกันตามประเภท รวมถึงระดับความเสี่ยงของเครื่องมือแพทย์

หากเตรียมเอกสารครบถ้วน และตรวจสอบความถูกต้องตั้งแต่ต้น จะช่วยลดปัญหาการแก้ไขเอกสาร ทำให้กระบวนการขึ้นทะเบียนเป็นไปอย่างรวดเร็วมากขึ้น

FAQ

Q1: ถ้าเครื่องมือแพทย์มี CE Mark แล้ว ลดขั้นตอนได้ไหม?

A: ลดเวลาในการเตรียมเอกสาร CSDT ได้ เพราะข้อมูลทางเทคนิคและทางคลินิคที่ทำสำหรับ CE Mark สามารถใช้ประกอบการยื่น อย. ไทยได้ แต่ยังต้องยื่นจดทะเบียนกับ อย. ไทยทุกครั้ง CE Mark ไม่ทดแทนการจด อย. ไทย

Q2: ขอใบอนุญาต GDPMD ใช้เวลานานแค่ไหน?

A: เฉลี่ย 2-3 เดือน รวมการตรวจสถานที่จริงโดยเจ้าหน้าที่ อย. ถ้าสถานที่ของคุณยังไม่ได้มาตรฐาน GDPMD อาจต้องปรับปรุงก่อนยื่น ทำให้ใช้เวลาเพิ่มอีก 1-2 เดือน

Q3: นำตัวอย่างเครื่องมือแพทย์เข้ามาทดสอบก่อนตัดสินใจสั่งซื้อใหญ่ได้ไหม?

A: ทำได้ แต่ต้องขออนุญาตล่วงหน้าผ่านระบบของ อย. ห้ามนำเข้าโดยพลการ เพราะสินค้าจะถูกยึดที่ด่านศุลกากร การขออนุญาตนำตัวอย่างใช้เวลาประมาณ 2-4 สัปดาห์

Q4: ถ้าผู้ผลิตในต่างประเทศไม่มี Free Sale Certificate ยังขึ้นทะเบียน อย. ได้หรือไม่?

A: ได้ ปัจจุบันการขึ้นทะเบียนเครื่องมือแพทย์บางกรณีไม่จำเป็นต้องใช้ Free Sale Certificate


ถ้าคุณกำลังวางแผนนำเข้าเครื่องมือแพทย์และไม่แน่ใจว่าต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง ทีมงาน C&S Rich1 พร้อมประเมินเอกสารและขั้นตอนเฉพาะสำหรับสินค้าของคุณ พร้อมประสานงานกับผู้ผลิตในต่างประเทศแทนคุณได้

ดูบริการเพิ่มเติมได้ที่ บริการรับจด อย.


📲 Tel: 064-560-7779

💬 Line: @cs0645607779

📩 Email: csrich188@gmail.com

📚 Facebook: จด อย บริษัท ซีแอนด์เอสริช1 จำกัด

แบ่งปันข่าวนี้:

สนใจจด อย.

ใบอนุญาตโฆษณา

ใบอนุญาตโรงงาน (รง.4)

ซีแอนด์เอสริช 1 ผู้เชี่ยวชาญด้านการจด อย. และใบอนุญาตมากว่า 7 ปี

บทความล่าสุด

การนำเข้าเครื่องมือแพทย์จากต่างประเทศ ต้องขออนุญาตจาก อย. ก่อนนำเข้าและจำหน่าย โดยผู้ประกอบการต้องตรวจสอบประเภทของเครื่องมือแพทย์ เตรียมเอกสารของผู้ผลิตและผลิตภัณฑ์ แล้วจึงยื่นคำขอผ่านระบบของ อย

26 Jun 2026

การจด อย. อาหาร คือการขออนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อให้สามารถผลิตและจำหน่ายอาหารได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

26 Jun 2026

เลข สบ. คือ เลขที่ใบอนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ออกให้กับสถานที่ผลิตอาหารที่ผ่านการตรวจประเมินตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด

26 Jun 2026
จด อย บริษัท ซีแอนด์เอสริช1 จำกัด