ถ้าคุณกำลังจะลงโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นอาหารเสริม เครื่องมือแพทย์ หรือยา มีสิ่งหนึ่งที่ต้องทำก่อนเสมอ นั่นคือ “ขอใบอนุญาตโฆษณา” จาก อย. ก่อน เพราะถ้าลงโฆษณาโดยไม่มีใบอนุญาต นอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว โทษปรับยังหนักถึงหลักแสนบาท
บทความนี้รวบรวมทุกสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องรู้เกี่ยวกับใบอนุญาตโฆษณา อย. ตั้งแต่คืออะไร ประเภทไหนบ้าง ใครต้องขอ ขั้นตอน เอกสาร และค่าใช้จ่าย ไว้ที่เดียวครบจบ

ใบอนุญาตโฆษณา อย. คืออะไร?
ใบอนุญาตโฆษณา คือเอกสารที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ออกให้กับผู้ประกอบการที่ต้องการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพต่อสาธารณชน ก่อนที่จะนำข้อความ ภาพ หรือวิดีโอใด ๆ ไปเผยแพร่ ไม่ว่าจะผ่านสื่อออนไลน์ โทรทัศน์ วิทยุ หรือสิ่งพิมพ์ ต้องผ่านการขออนุมัติจาก อย. ก่อนเสมอ
พูดง่าย ๆ คือ อย. ต้องตรวจสอบว่า “โฆษณานี้บอกข้อมูลถูกต้องไหม?” และ “ไม่โอ้อวดเกินจริงไหม?” ก่อนที่ประชาชนจะได้เห็น ซึ่งเป็นระบบที่ออกแบบมาเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคโดยตรง
ประเภทใบอนุญาตโฆษณา อย. มีอะไรบ้าง?
ใบอนุญาตโฆษณา อย. แบ่งตามประเภทผลิตภัณฑ์ที่จะโฆษณา โดยมีรหัสย่อที่ผู้ประกอบการควรรู้จัก 3 ประเภทหลัก ได้แก่ ฆอ., ฆพ., และ ฆท. แต่ละประเภทอยู่ภายใต้กฎหมายคนละฉบับและมีกระบวนการตรวจสอบที่ต่างกัน
1. ฆอ. – ใบอนุญาตโฆษณาอาหาร
ฆอ. คือใบอนุญาตสำหรับโฆษณาอาหาร ครอบคลุมอาหารเสริม นม ผลิตภัณฑ์นม เครื่องดื่มชูกำลัง และผลิตภัณฑ์อาหารทั่วไปที่มีการกล่าวอ้างสรรพคุณ ภายใต้ พ.ร.บ. อาหาร พ.ศ. 2522 ถ้าโฆษณาอาหารเสริมแล้วบอกว่า “รักษาโรค” หรือ “ลดน้ำหนักได้ X กิโลใน Y วัน” แบบนี้ผิดกฎหมายทันที แม้จะมีใบ ฆอ. แล้วก็ตาม
2. ฆพ. – ใบอนุญาตโฆษณาเครื่องมือแพทย์
ฆพ. คือใบอนุญาตสำหรับโฆษณาเครื่องมือแพทย์ ครอบคลุมตั้งแต่อุปกรณ์วัดความดัน เครื่องตรวจน้ำตาล อุปกรณ์ฟื้นฟูสมรรถภาพ ไปจนถึงเครื่องมือวินิจฉัยโรคต่าง ๆ ภายใต้ พ.ร.บ. เครื่องมือแพทย์ พ.ศ. 2562 ฆพ. เป็นประเภทที่ลูกค้าส่วนใหญ่ของซีแอนด์เอสริช 1 ต้องการ เพราะธุรกิจนำเข้าเครื่องมือแพทย์มักต้องโฆษณาผ่านทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ แคตตาล็อก งานนิทรรศการ หรือโซเชียลมีเดีย
3. ฆท. – ใบอนุญาตโฆษณายา
ฆท. คือใบอนุญาตสำหรับโฆษณายา ซึ่งมีกระบวนการตรวจสอบที่เข้มงวดที่สุด เพราะยาส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพ การโฆษณายาโดยไม่ได้รับอนุญาตมีโทษจำคุกด้วย ไม่ใช่แค่ปรับ ควรให้ผู้เชี่ยวชาญดูแลเรื่องนี้โดยตรง
4. เครื่องสำอาง – กรณีพิเศษที่ไม่ต้องขอใบอนุญาต
เครื่องสำอางไม่ต้องขอใบอนุญาตโฆษณา จาก อย. แต่ยังต้องอยู่ภายใต้ พ.ร.บ. เครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 ซึ่งห้ามกล่าวอ้างสรรพคุณที่เกินจริงหรือไม่เป็นความจริง

ใครบ้างที่ต้องขอใบอนุญาตโฆษณา?
ผู้ที่ต้องขอใบอนุญาตโฆษณา คือทุกคนที่ต้องการเผยแพร่โฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพในกลุ่มที่กฎหมายควบคุม ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้จัดจำหน่าย หรือแม้แต่ตัวแทนขาย ถ้าคุณเป็นคนที่ “โฆษณา” สินค้านั้น คุณคือคนที่ต้องขอ
สำคัญมาก : 1 ใบอนุญาตต่อ 1 ประเภทสื่อ ถ้าอยากลงทั้งออนไลน์และสิ่งพิมพ์ต้องขอแยกกัน
ขั้นตอนการขอใบอนุญาตโฆษณา อย.
กระบวนการขอใบอนุญาตโฆษณา อย. มีหลายขั้นตอนที่ต้องทำตามลำดับ โดยแต่ละประเภทใบอนุญาตก็มีรายละเอียดปลีกย่อยต่างกัน แต่โดยรวมมีกรอบเดียวกัน
- เตรียมชิ้นงานโฆษณาให้พร้อม – สคริปต์ ข้อความ ภาพ หรือวิดีโอที่จะใช้จริง พร้อมเลขทะเบียนผลิตภัณฑ์
- ยื่นขออนุญาตผ่านระบบ e-Submission ที่ privus.fda.moph.go.th
- รอการพิจารณา 15-30 วันทำการ เจ้าหน้าที่ อย. ตรวจสอบเนื้อหา
- รับใบอนุญาตและระบุเลขที่ใบอนุญาตในชิ้นงานโฆษณาทุกชิ้น
เอกสารที่ต้องเตรียมในการขอใบอนุญาตโฆษณา
เอกสารหลักที่ต้องใช้เกือบทุกกรณี:
- สำเนาใบสำคัญการจดทะเบียน อย. ของผลิตภัณฑ์ที่จะโฆษณา
- ชิ้นงานโฆษณาในรูปแบบครบถ้วน (สคริปต์ ภาพ หรือวิดีโอ)
- เอกสารแสดงอำนาจ (กรณีมอบหมายตัวแทนยื่นแทน)
- หนังสือรับรองบริษัทที่ออกไม่เกิน 6 เดือน
- เอกสารข้อมูลทางเทคนิค (สำหรับเครื่องมือแพทย์)
ค่าใช้จ่ายและระยะเวลา
ระยะเวลาพิจารณาโดยเฉลี่ย 15-30 วันทำการ สำหรับกรณีที่เอกสารครบถ้วน แต่ถ้ามีการแก้ไข ระยะเวลาอาจยืดออกไปอีก 1-2 รอบ ควรเผื่อเวลาก่อนวันเปิดแคมเปญอย่างน้อย 2-3 เดือน
สรุป
ใบอนุญาตโฆษณา อย. ไม่ใช่เรื่องที่ยาก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ข้ามไปได้ ผู้ประกอบการที่ขายผลิตภัณฑ์สุขภาพทุกคนต้องเข้าใจว่าสินค้าของตัวเองอยู่ในประเภทไหน ต้องขอ ฆอ. ฆพ. หรือ ฆท. แล้วเตรียมชิ้นงานและเอกสารให้พร้อมก่อนยื่น
FAQ
Q: ใบอนุญาตโฆษณา อย. มีอายุกี่ปี?
A:
- ใบอนุญาตโฆษณาเครื่องมือแพทย์ (ฆพ.) มีอายุ 3 ปี นับตั้งแต่วันที่ได้รับอนุญาต ซึ่งเมื่อครบกำหนดจะต้องยื่นคำขอใหม่ ไม่สามารถต่ออายุได้
- ใบอนุญาตโฆษณาอาหาร (ฆอ.) มีอายุ 5 ปีนับจากวันที่ได้รับอนุญาต ซึ่งเมื่อครบกำหนดจะต้องยื่นคำขอใหม่ ไม่สามารถต่ออายุได้
- ใบอนุญาตโฆษณายา (ฆท.) มีอายุ 5 ปี นับจากวันที่ได้รับอนุญาต โดยแบ่งเป็น 2 ประเภทหลักคือ โฆษณาต่อประชาชนทั่วไป (ฆท.) และโฆษณาต่อผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ (ฆศ.) ซึ่งต้องแสดงเลขที่ใบอนุญาตให้ชัดเจนในสื่อโฆษณาตามที่ กองยา ระบุไว้
Q: โฆษณาผ่านโซเชียลมีเดียต้องขอใบอนุญาตด้วยไหม?
A: ต้องขอค่ะ การโฆษณาผ่าน Facebook, Instagram, TikTok ถือเป็น “สื่ออินเทอร์เน็ต” ที่อยู่ภายใต้การควบคุมเช่นเดียวกัน ต้องขอใบอนุญาตแยกจากสื่อประเภทอื่น
Q: ถ้ามีสินค้าหลายรายการ ต้องขอใบอนุญาตแยกทุกชิ้นไหม?
A: ใช่ค่ะ ใบอนุญาตโฆษณาผูกกับสินค้าและชิ้นงานโฆษณาแต่ละชิ้น ถ้ามีสินค้า 5 รายการต้องยื่นขอแยก 5 ครั้ง
Q: ก่อนได้ใบอนุญาต สามารถทดสอบโฆษณาในวงจำกัดได้ไหม?
A: ไม่ได้ครับ กฎหมายถือว่าการเผยแพร่โฆษณาโดยไม่มีใบอนุญาตคือความผิด ไม่ว่าจะเป็นการทดสอบหรือวงจำกัดก็ตาม ต้องรอใบอนุญาตก่อนเสมอ
Q: ถ้าซื้อโฆษณาผ่านเอเจนซี่ ใครต้องเป็นคนขอใบอนุญาต?
A: เจ้าของผลิตภัณฑ์หรือผู้รับผิดชอบสินค้าตามกฎหมายเป็นผู้ต้องขอใบอนุญาต ไม่ใช่เอเจนซี่ เอเจนซี่สามารถช่วยดำเนินการยื่นแทนได้ แต่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจจากเจ้าของสินค้า
เรื่องใบอนุญาตโฆษณา ให้เราดูแลให้คุณ ****ซีแอนด์เอสริช 1 ให้บริการขอใบอนุญาตโฆษณา อย. ครบทุกประเภท ทั้ง ฆอ. ฆพ. และ ฆท. ด้วยประสบการณ์กว่า 7 ปีและมากกว่า 500 เคส พร้อมดูแลตั้งแต่เตรียมเอกสารจนได้รับอนุมัติ
📲 Tel: 064-560-7779
💬 Line: @cs0645607779
📩 Email: [email protected]
📚 Facebook: จด อย บริษัท ซีแอนด์เอสริช1 จำกัด