ขั้นตอนการจด อย. ยา เริ่มจากการเตรียมความพร้อมของสถานที่ผลิตหรือผู้นำเข้าให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด รวมถึงต้องได้รับใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องและผ่านการรับรองมาตรฐาน GMP ซึ่งเป็นข้อกำหนดด้านการผลิตที่เน้นความสะอาด ความปลอดภัย และการควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด
บทความนี้อธิบายขั้นตอนการจด อย. ยา ตั้งแต่ประเภทของยาที่ต้องขึ้นทะเบียน ขั้นตอนดำเนินการ เอกสารที่ต้องใช้ตามแต่ละประเภท ระยะเวลา ค่าใช้จ่าย มาตรฐานโรงงาน GMP รวมถึงข้อควรระวังที่ผู้ประกอบการมักพลาด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลิตหรือนำเข้ายาเพื่อจำหน่ายในประเทศไทย
จด อย. ยา คืออะไร และต่างจากการจด อย. ผลิตภัณฑ์อื่นอย่างไร?
การ จด อย. ยา คือกระบวนการยื่นขอขึ้นทะเบียนยากับ อย. เพื่อพิสูจน์ว่ายานั้นมีคุณภาพ ประสิทธิภาพ และความปลอดภัยเพียงพอก่อนนำออกจำหน่าย ต่างจากผลิตภัณฑ์อื่นตรงที่ อย. จะตรวจสอบทั้งสูตร วิธีการผลิต ผลการทดสอบทางคลินิกหรือทางห้องปฏิบัติการ รวมถึงข้อมูลความปลอดภัยอย่างละเอียด
สิ่งที่ทำให้การจด อย. ยาแตกต่างจากการจด อย. อาหารเสริมหรือเครื่องสำอางมากที่สุด คือข้อกำหนดเรื่องโรงงานผลิต โรงงานที่ผลิตยาต้องได้รับการรับรอง GMP (Good Manufacturing Practice) ซึ่งเป็นมาตรฐานการผลิตที่เข้มงวดกว่ามาก
นอกจากนี้ยังต้องมีเภสัชกรควบคุมการผลิต และเอกสารทางวิชาการที่แสดงถึงประสิทธิภาพ และความปลอดภัยของยาด้วย
จุดสำคัญ:
ยาทุกประเภทที่จำหน่ายในไทยต้องผ่านการขึ้นทะเบียนกับ อย. โดยไม่มีข้อยกเว้น ไม่ว่าจะเป็นยาแผนปัจจุบัน ยาสมุนไพร หรือยาแผนโบราณ การจำหน่ายยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนมีโทษปรับสูงสุด 5,000 บาท ต่อชิ้น และโทษจำคุกตามกฎหมาย

ประเภทยาที่ต้องจด อย. และความแตกต่างของแต่ละประเภท
ยาในประเทศไทย แบ่งออกเป็นหลายประเภทตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม แต่ละประเภทมีข้อกำหนด และขั้นตอนการขึ้นทะเบียนที่แตกต่างกัน ผู้ประกอบการต้องระบุให้ชัดเจนก่อนว่าสินค้าของตน เป็นยาประเภทใด เพื่อเตรียมเอกสารให้ถูกต้อง
1. ยาแผนปัจจุบัน (ยาเคมีสำเร็จรูป)
ยาแผนปัจจุบัน คือยาที่ผลิตจากสารเคมีสังเคราะห์ หรือสารกึ่งสังเคราะห์ ครอบคลุมทั้งยาสำเร็จรูปที่ซื้อได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์ (OTC – Over The Counter) เช่น ยาพาราเซตามอล ยาแก้ไอ ยาลดกรด และยาที่ต้องมีใบสั่งแพทย์ (Prescription Drug) เช่น ยาปฏิชีวนะ ยาควบคุมโรคเรื้อรัง
กระบวนการขึ้นทะเบียนยาแผนปัจจุบันใช้เวลานาน และเข้มงวดที่สุด ในบรรดายาทุกประเภท เพราะต้องมีข้อมูลทางคลินิกหรือหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ รวมถึงผลการทดสอบความสมมูลทางชีวภาพ (Bioequivalence) สำหรับยาสามัญ
2. ยาสมุนไพร
ยาสมุนไพร คือยาที่ได้จากพืช สัตว์ หรือแร่ธาตุตามธรรมชาติ แบ่งเป็นยาสมุนไพรเดี่ยว (Mono-herbal) และยาสมุนไพรผสม (Multi-herbal) รวมถึงยาสมุนไพรนำเข้าจากต่างประเทศ ที่ต้องขึ้นทะเบียนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด สำหรับยาสมุนไพรนำเข้าโดยเฉพาะ
การขึ้นทะเบียนยาสมุนไพรมีเส้นทางที่หลากหลายกว่า เนื่องจากมีทั้งรูปแบบยาสมุนไพรที่ขึ้นทะเบียนแบบเต็ม และยาสมุนไพรที่อยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร ซึ่งมีขั้นตอนเฉพาะของตัวเอง
3. ยาแผนโบราณ
ยาแผนโบราณ คือยาที่ใช้ตำรับ และกรรมวิธีของการแพทย์แผนไทย หรือการแพทย์แผนโบราณของต่างประเทศ เช่น ยาจีน ยาอายุรเวท ยาประเภทนี้มีขั้นตอนการขึ้นทะเบียนที่แตกต่างจากยาแผนปัจจุบัน โดย อย. จะพิจารณาตามตำรับที่มีประวัติการใช้มายาวนาน
ยาแผนโบราณหลายตำรับ มีในบัญชียาแผนไทยที่หมอแผนไทยสามารถปรุงให้ผู้ป่วยได้โดยตรง แต่ถ้าจะผลิตเพื่อจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ ยังต้องขึ้นทะเบียน และมีโรงงานผลิตที่ได้มาตรฐาน
4. ยาตามใบสั่งแพทย์
ยาตามใบสั่งแพทย์ต้องมีข้อมูลด้านความปลอดภัย และการใช้ในกลุ่มผู้ป่วยเฉพาะที่ครบถ้วนกว่า รวมถึงข้อมูลด้านการตรวจสอบผลข้างเคียงหลังวางจำหน่าย (Post-Marketing Surveillance)

ขั้นตอนการขึ้นทะเบียนยากับ อย.
กระบวนการ จด อย. ยา มีหลายขั้นตอน และต้องดำเนินการอย่างถูกต้องตั้งแต่ต้น เพราะถ้าเอกสารไม่ครบหรือสูตรยาไม่ผ่านมาตรฐาน จะต้องแก้ไขและยื่นใหม่ ซึ่งทำให้เสียเวลาไปมาก โดยขั้นตอนการขึ้นทะเบียนยากับ อย มีดังนี้
1. กำหนดประเภทยาและเส้นทางการขึ้นทะเบียน
ขั้นตอนแรก คือระบุให้ชัดว่ายาที่จะขึ้นทะเบียนเป็นประเภทใด เพราะแต่ละประเภทใช้แบบฟอร์มและเอกสารที่ต่างกัน รวมถึงค่าธรรมเนียม และระยะเวลาพิจารณาก็ต่างกันด้วย
2. ตรวจสอบคุณสมบัติผู้ขอขึ้นทะเบียน
ผู้ขอขึ้นทะเบียนยา ต้องเป็นผู้รับอนุญาตผลิตยาหรือนำเข้ายา โดยต้องมีใบอนุญาตผลิต หรือนำเข้ายาก่อน ซึ่งใบอนุญาตเหล่านี้มีข้อกำหนดเรื่องสถานที่และบุคลากรที่เข้มงวด เช่น ต้องมีเภสัชกรประจำ
3. เตรียมเอกสารและข้อมูลทางวิชาการ
นี่คือขั้นตอนที่ใช้เวลามากที่สุด เพราะต้องรวบรวมข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ผลการทดสอบ และเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รายการเอกสารจะแตกต่างกันตามประเภทยา
4. ยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission
อย. ให้ยื่นเอกสารผ่านระบบออนไลน์เป็นหลัก โดยต้องสร้างบัญชีในระบบและอัปโหลดเอกสารตามที่กำหนด มีค่าธรรมเนียมที่ต้องชำระออนไลน์
5. รอการตรวจสอบและตอบรับ
เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเอกสารและอาจมีคำถามหรือขอข้อมูลเพิ่มเติม ผู้ยื่นต้องติดตามสถานะ และตอบกลับภายในเวลาที่กำหนด
6. รับเลขทะเบียนยา
เมื่อผ่านการพิจารณาแล้ว อย. จะออกเลขทะเบียนยาให้ ซึ่งต้องแสดงบนฉลากผลิตภัณฑ์ทุกชิ้น

เอกสารที่ต้องเตรียมแยกตามประเภทยา
เอกสารในการ จด อย. ยา มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนตามประเภทยา ผู้ประกอบการต้องเตรียมให้ตรงประเภทเพื่อไม่ให้ถูกปฏิเสธคำขอ
เอกสารทั่วไปที่ทุกประเภทต้องมี
ไม่ว่าจะเป็นยาแผนปัจจุบัน ยาสมุนไพร หรือยาแผนโบราณ โดยทั่วไปจะต้องเตรียมเอกสารพื้นฐานดังนี้
- คำขอขึ้นทะเบียนยาตามแบบฟอร์ม อย. ที่กำหนด
- ใบอนุญาตผลิตหรือนำเข้ายาของผู้ยื่นคำขอ
- ข้อมูลสูตรส่วนประกอบของยา (Formula)
- ข้อมูลวิธีการผลิต (Manufacturing Process)
- ผลการทดสอบคุณภาพยา (Quality Control Data)
- ข้อมูลฉลากและเอกสารกำกับยา
- หนังสือรับรองโรงงานผลิต (GMP Certificate)
เอกสารเฉพาะสำหรับยาแผนปัจจุบัน
นอกจากเอกสารพื้นฐานแล้ว การจดทะเบียนยาแผนปัจจุบันจะต้องมีเอกสารเชิงวิชาการและข้อมูลการศึกษารองรับเพิ่มเติม ดังนี้
- ข้อมูลทางเภสัชวิทยา (Pharmacology Data)
- ข้อมูลความปลอดภัย (Safety Data) ทั้งจากการทดสอบในสัตว์ทดลองและในมนุษย์
- ผลการทดสอบความสมมูลทางชีวภาพ (Bioequivalence Study) สำหรับยาสามัญ
- เอกสารทางคลินิก (Clinical Data) สำหรับยาใหม่
เอกสารเฉพาะสำหรับยาสมุนไพร
การขึ้นทะเบียนยาสมุนไพรจะเน้นข้อมูลด้านวัตถุดิบ แหล่งที่มา และภูมิปัญญาการใช้เป็นหลัก โดยต้องมีเอกสารเพิ่มเติม ดังนี้
- ข้อมูลพืชสมุนไพรที่ใช้ (Botanical Information) พร้อมการยืนยันชนิดพันธุ์
- ผลการทดสอบความปลอดภัยและประสิทธิภาพ
- ข้อมูลประวัติการใช้แบบดั้งเดิม (Traditional Use) ถ้ามี
- ผลการทดสอบสารปนเปื้อน เช่น โลหะหนัก ยาฆ่าแมลง
เอกสารเฉพาะสำหรับยาแผนโบราณ
การขึ้นทะเบียนยาแผนโบราณจะเน้น สูตรตำรับดั้งเดิมและภูมิปัญญาการใช้ เป็นหลัก โดยมีเอกสารสำคัญเพิ่มเติมมีดังนี้
- ตำรับยาแผนโบราณที่อ้างอิง พร้อมแหล่งที่มา
- เอกสารหรือหลักฐานที่แสดงว่าตำรับนั้นมีการใช้มาในอดีต
- ข้อมูลส่วนประกอบและวิธีการเตรียมยา
Tips:
ก่อนเริ่มเตรียมเอกสาร แนะนำให้ขอ Pre-submission Meeting กับ อย. เพื่อหารือเรื่องเส้นทางการขึ้นทะเบียนที่เหมาะสม โดยเฉพาะสำหรับยาใหม่หรือยาสมุนไพรที่มีความซับซ้อน จะช่วยประหยัดเวลาได้มาก

ระยะเวลาและค่าใช้จ่ายในการจด อย. ยา
ระยะเวลาในการพิจารณาขึ้นทะเบียนยา มีความแตกต่างกันมาก ตามประเภทยาและความซับซ้อนของข้อมูลที่ยื่น ไม่มีตัวเลขที่ตายตัว แต่โดยทั่วไปอยู่ในช่วงดังนี้
- ยาแผนปัจจุบัน (ยาใหม่): 1-3 ปี ขึ้นอยู่กับข้อมูลทางคลินิกที่ต้องใช้
- ยาแผนปัจจุบัน (ยาสามัญ): 6 เดือน – 1 ปี สำหรับยาที่มีข้อมูลครบถ้วน
- ยาสมุนไพร: 3-12 เดือน ขึ้นอยู่กับประเภทและความสมบูรณ์ของเอกสาร
- ยาแผนโบราณ: 3-6 เดือน สำหรับตำรับที่มีประวัติการใช้ชัดเจน
ค่าธรรมเนียมการขึ้นทะเบียนยาแตกต่างกันตามประเภท ตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักหมื่นบาทต่อรายการ นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายในการทดสอบที่ห้องปฏิบัติการ ค่าจัดทำเอกสาร และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อีกด้วย
ค่าใช้จ่ายรวมโดยประมาณสำหรับผู้ประกอบการ ยาแผนปัจจุบันอาจสูงถึง 300,000 – 1,000,000 บาทหรือมากกว่า (รวมค่าทดสอบทุกอย่าง) ส่วนยาสมุนไพรและยาแผนโบราณอาจต่ำกว่า แต่ก็ยังมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าผลิตภัณฑ์ประเภทอื่น
ข้อกำหนดโรงงานผลิตยา (GMP) ที่ต้องรู้
GMP (Good Manufacturing Practice) คือมาตรฐานการผลิตที่ อย. กำหนดให้โรงงานผลิตยาทุกแห่งต้องปฏิบัติตาม โดยครอบคลุมตั้งแต่อาคารสถานที่ เครื่องมือและอุปกรณ์ กระบวนการผลิต บุคลากร ไปจนถึงการควบคุมคุณภาพ
โรงงานที่ไม่ผ่าน GMP จะไม่สามารถยื่นขอขึ้นทะเบียนยาได้ และ อย. จะตรวจสอบโรงงานในระหว่างกระบวนการพิจารณาด้วย สำหรับผู้ประกอบการที่ไม่มีโรงงานเป็นของตัวเอง การใช้โรงงาน OEM ที่ได้รับรอง GMP ถือเป็นทางออกที่นิยม แต่โรงงาน OEM ก็ต้องมีใบอนุญาตผลิตยาที่ถูกต้องด้วย
มาตรฐาน GMP สำหรับยาในไทยแบ่งเป็น PIC/S GMP (Pharmaceutical Inspection Co-operation Scheme) ซึ่งเป็นมาตรฐานสากล และ Thai GMP ที่ใช้สำหรับยาแผนโบราณและยาสมุนไพรบางประเภท โรงงานต้องระบุให้ชัดว่าได้รับรองมาตรฐานใด
ข้อควรระวัง:
ถ้าต้องการเปลี่ยนโรงงานผลิตหลังจากขึ้นทะเบียนยาแล้ว ต้องยื่นขอเปลี่ยนแปลงรายการขึ้นทะเบียน (Variation) กับ อย. ก่อนเสมอ การเปลี่ยนโรงงานโดยไม่แจ้งถือเป็นความผิดกฎหมาย และเลขทะเบียนอาจถูกเพิกถอนได้
ข้อควรระวังสำหรับผู้ประกอบการที่จะจด อย. ยา
จากประสบการณ์กว่า 7 ปีของ C&S Rich1 ในการให้บริการจด อย. มีข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในกระบวนการขึ้นทะเบียนยา ดังนี้
- เริ่มผลิตหรือจำหน่ายก่อนได้เลขทะเบียน – ผิดกฎหมายทันที แม้จะอยู่ระหว่างรอการพิจารณาก็ตาม ห้ามจำหน่ายก่อนได้รับเลขทะเบียน
- เอกสารทางวิทยาศาสตร์ไม่ครบหรือไม่ได้มาตรฐาน – เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ถูกปฏิเสธ โดยเฉพาะผลการทดสอบที่ไม่ได้ทำจากห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรอง
- ฉลากยาไม่ถูกต้อง – ฉลากยาต้องแสดงข้อมูลตามที่ อย. กำหนดอย่างครบถ้วน ทั้งชื่อยา ส่วนประกอบ วิธีใช้ คำเตือน วันหมดอายุ และเลขทะเบียน
- ไม่ติดตามสถานะการพิจารณา – ถ้า อย. ส่งหนังสือขอข้อมูลเพิ่มเติมแล้วไม่ตอบกลับภายในเวลาที่กำหนด คำขออาจถูกยกเลิก
- ลืมต่ออายุทะเบียนยา – ทะเบียนยามีอายุ 5 ปี ต้องต่ออายุก่อนหมดอายุ ไม่เช่นนั้นยาที่ค้างสต็อกอยู่ก็จะจำหน่ายไม่ได้อีก
สรุป
การ จด อย. ยา เป็นกระบวนการที่ซับซ้อน และใช้เวลานานกว่าผลิตภัณฑ์ประเภทอื่น แต่ถ้าเตรียมตัวดีและมีเอกสารครบถ้วนตั้งแต่ต้น จะช่วยให้กระบวนการราบรื่นขึ้นมาก สิ่งสำคัญ คือต้องระบุประเภทยาให้ถูกต้อง เตรียมโรงงานให้ได้มาตรฐาน GMP และรวบรวมข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ให้ครบก่อนยื่นคำขอ
FAQ
Q1: ยาสมุนไพรที่ทำเองขายแค่ในตลาดนัดต้องจด อย. ไหม?
A: ถ้าเป็นการผลิตเพื่อจำหน่าย ไม่ว่าจะจำหน่ายช่องทางใดก็ต้องขึ้นทะเบียนกับ อย. ทั้งหมด ยกเว้นหมอแผนไทยที่ปรุงยาให้ผู้ป่วยเฉพาะรายเท่านั้นที่ได้รับการยกเว้น
Q2: นำเข้ายาจากต่างประเทศมาขายในไทย ต้องขึ้นทะเบียนใหม่ไหม หรือใช้ทะเบียนของประเทศต้นทาง?
A: ต้องขึ้นทะเบียนกับ อย. ไทยใหม่ทั้งหมด แม้ยานั้นจะมีทะเบียนจากประเทศต้นทางแล้วก็ตาม โดยต้องแสดงเอกสารจากประเทศต้นทางประกอบด้วย
Q3: ใบอนุญาตผลิตยากับทะเบียนยาแตกต่างกันอย่างไร?
A: ใบอนุญาตผลิตยาคืออนุญาตให้ “สถานที่” ผลิตยาได้ ส่วนทะเบียนยาคืออนุญาตให้ “ผลิตภัณฑ์” นั้น ๆ จำหน่ายได้ ต้องมีทั้งสองอย่างจึงจะผลิตและขายได้ถูกกฎหมาย
Q4: ยาที่ขึ้นทะเบียนแล้วอยากเปลี่ยนสูตรหรือเปลี่ยนฉลาก ต้องทำอะไรบ้าง?
A: ต้องยื่นขอแก้ไขรายการขึ้นทะเบียน (Variation) กับ อย. ก่อนทุกครั้ง ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเองได้ มีทั้ง Major Change และ Minor Change ที่มีขั้นตอนต่างกัน
Q5: ยาสมุนไพรกับอาหารเสริมต่างกันอย่างไร เลือกขึ้นทะเบียนแบบไหนดี?
A: ขึ้นอยู่กับสรรพคุณที่อ้างและส่วนประกอบ ถ้าอ้างสรรพคุณในการรักษาหรือบำบัดโรคจะเข้าข่ายยา ถ้าอ้างว่าบำรุงสุขภาพโดยทั่วไปจะเข้าข่ายอาหารเสริม ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อระบุประเภทที่ถูกต้อง
ถ้าคุณกำลังวางแผนจด อย.ยาและต้องการผู้ช่วยที่มีประสบการณ์ด้านนี้โดยตรง ทีม C&S Rich1 ให้บริการจด อย. ครอบคลุมทั้งยาแผนปัจจุบัน ยาสมุนไพร และยาแผนโบราณ พร้อมให้คำปรึกษาเบื้องต้นฟรี
สามารถดูบริการเพิ่มเติมได้ที่ บริการรับจด อย.
📲 Tel: 064-560-7779
💬 Line: @cs0645607779
📩 Email: csrich188@gmail.com
📚 Facebook: จด อย บริษัท ซีแอนด์เอสริช1 จำกัด