ขายอาหารเสริม ต้องมีใบอนุญาตอะไรบ้าง? คู่มือผู้ขายมือใหม่

เผยแพร่เมื่อ:
27 Jul 2026
เขียนโดย:
Admin
ขายอาหารเสริมให้ถูกกฎหมาย ต้องมีเลข อย. ของสินค้า ใบอนุญาตตามรูปแบบธุรกิจ และขออนุญาตโฆษณาเมื่อกล่าวถึงสรรพคุณ เพื่อป้องกันความเสี่ยงทางกฎหมาย

ขายอาหารเสริมให้ถูกกฎหมาย ต้องมีอย่างน้อย 2 อย่าง คือ เลขสารบบอาหาร หรือเลข อย. ประจำตัวสินค้าแต่ละรายการ และใบอนุญาตสถานที่ที่ตรงกับรูปแบบธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือผู้จัดจำหน่าย และถ้าจะโฆษณาสรรพคุณ ยังต้องขอใบอนุญาตโฆษณาเพิ่มอีกด้วย

บทความนี้จะพาไปรู้จัก ใบอนุญาตที่ผู้ขายอาหารเสริมต้องมี พร้อมแนวทางเริ่มต้นธุรกิจสำหรับมือใหม่ เพื่อดำเนินการได้ถูกต้องตามกฎหมาย สร้างความน่าเชื่อถือ และลดความเสี่ยงในการทำธุรกิจ

ขายอาหารเสริม ต้องมีใบอนุญาตอะไรบ้าง?

การขายอาหารเสริม สิ่งที่ต้องมีหลัก ๆ คือ สินค้าได้รับอนุญาตจาก อย. และผู้ขายต้องดำเนินธุรกิจให้ถูกประเภท โดยเอกสารที่ต้องใช้จะแตกต่างกันตามรูปแบบการขาย ดังนี้

1. สินค้าต้องมีเลขสารบบอาหาร (เลข อย.)

อาหารเสริมทุกประเภท ต้องมีเลขสารบบอาหารประจำสินค้า เพื่อยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ผ่านการขึ้นทะเบียนกับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก่อนนำมาจำหน่าย ผู้ขายควรตรวจสอบว่าสินค้ามีเลข อย. ถูกต้องและตรงกับผลิตภัณฑ์

โฆษณาอาหารเสริม

2. ต้องมีใบอนุญาตตามรูปแบบธุรกิจ

ใบอนุญาตที่ต้องมีขึ้นอยู่กับว่าคุณทำธุรกิจแบบไหน เช่น

  • รับผลิตอาหารเสริม (OEM) ต้องดำเนินการผ่านโรงงานที่ได้รับอนุญาตผลิตอาหาร
  • นำเข้าอาหารเสริม ต้องมีใบอนุญาตนำเข้าอาหาร
  • ซื้อมาเพื่อจำหน่ายต่อ ควรเลือกสินค้าที่มีเลข อย. และมาจากแหล่งผลิตที่ถูกต้อง

3. ต้องขออนุญาตโฆษณา หากมีการกล่าวถึงสรรพคุณ

หากต้องการทำโฆษณา ที่พูดถึงประโยชน์ หรือสรรพคุณของอาหารเสริม เช่น ช่วยลดอาการบางอย่าง หรือมีผลต่อร่างกาย ต้องตรวจสอบและขออนุญาตก่อนเผยแพร่ เพื่อป้องกันการใช้ข้อความที่ผิดกฎหมาย

ดังนั้น ผู้เริ่มขายอาหารเสริมควรตรวจสอบให้ครบ 3 ส่วน คือ เลข อย. ของสินค้า ใบอนุญาตตามรูปแบบธุรกิจ และการขออนุญาตโฆษณาเมื่อมีการกล่าวถึงสรรพคุณ

จุดสำคัญ:

ต้องแยก 2 ระดับให้ชัด คือ ใบอนุญาตสถานที่ (ผลิต/นำเข้า) และเลข อย. ของตัวสินค้า แต่ละรายการ ต้องมีสถานที่ที่ได้รับอนุญาตก่อน จึงจะยื่นขอเลข อย. ให้สินค้าได้

เลข อย. และใบอนุญาตสถานที่ ต่างกันยังไง?

เลขสารบบอาหาร (เลข อย.) คือเลข 13 หลักบนฉลากที่ใช้ระบุผลิตภัณฑ์อาหารเสริมแต่ละรายการ เพื่อยืนยันว่าสินค้าได้รับอนุญาตจาก อย. แล้ว ผู้ขายควรตรวจสอบเลข อย. ก่อนรับสินค้ามาจำหน่าย เพื่อป้องกันสินค้าผิดกฎหมาย

ส่วนใบอนุญาตสถานที่จะแตกต่างกันตามรูปแบบธุรกิจ โดยแบ่งเป็น 3 กรณีหลัก ได้แก่

  • ผลิตเอง: ต้องขออนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร โดยกรณีที่เข้าข่ายโรงงานต้องมีใบอนุญาตผลิตอาหาร และสถานที่ต้องผ่านมาตรฐาน GMP
  • นำเข้า: ขอใบอนุญาตนำเข้าอาหาร พร้อมเอกสารจากต้นทาง เช่น CFS และ COA สามารถดูรายละเอียดที่ จด อย. สินค้านำเข้า
  • รับมาขายต่อ: ถ้ารับสินค้าที่มีเลข อย. อยู่แล้วมาขายต่อ โดยทั่วไปไม่ต้องขอใบอนุญาตผลิตหรือนำเข้าเอง แต่ต้องมั่นใจว่าสินค้ามีเลข อย. จริง และมาจากแหล่งที่เชื่อถือได้

Tips:

หากเพิ่งเริ่มสร้างแบรนด์และยังไม่มีโรงงานเอง การใช้บริการโรงงาน OEM ที่มีใบอนุญาตและมาตรฐาน GMP อยู่แล้ว เป็นทางเลือกที่ช่วยลดเวลาและต้นทุน พร้อมดำเนินการขอเลข อย. ได้ง่ายขึ้น

ทดสอบอาหารเสริม

ต้องขอใบอนุญาตโฆษณาด้วยไหม และเริ่มต้นยังไง?

หากโฆษณาอาหารเสริมโดยกล่าวถึงสรรพคุณ หรือคุณประโยชน์ของสินค้าเพื่อการค้า เช่น ช่วยดูแลผิว ลดน้ำหนัก หรือเสริมภูมิคุ้มกัน ต้องส่งข้อความและสื่อโฆษณาให้ อย. ตรวจพิจารณาก่อนเผยแพร่

ส่วนการโพสต์ขายทั่วไปที่ระบุเพียงชื่อสินค้า ราคา หรือส่วนประกอบ โดยไม่ได้กล่าวอ้างผลต่อร่างกาย โดยทั่วไปไม่ถือเป็นการโฆษณาสรรพคุณ แต่ควรหลีกเลี่ยงข้อความที่สื่อถึงการรักษาหรือป้องกันโรค

การเตรียมสินค้า และโฆษณาให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น ช่วยลดความเสี่ยงทางกฎหมาย และทำให้เริ่มขายอาหารเสริมได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

ข้อควรระวัง:

การขายอาหารเสริมที่ไม่มีเลข อย. หรือโฆษณาสรรพคุณ โดยไม่ขออนุญาต มีโทษทั้งจำ และทั้งปรับ ผู้ขายต่อก็อาจมีความผิดร่วมด้วย ควรตรวจสอบให้ครบก่อนเริ่มขายเสมอ

สรุป

การขายอาหารเสริมให้ถูกกฎหมาย ไม่ได้มีเพียงแค่การมีสินค้าเท่านั้น แต่ต้องตรวจสอบให้ครบทั้ง เลขสารบบอาหาร (เลข อย.) ของสินค้า ใบอนุญาตตามรูปแบบธุรกิจ และการโฆษณาที่ถูกต้องตามกฎหมาย

สำหรับผู้เริ่มต้น ควรเริ่มจากเลือกสินค้าที่มีเลข อย. ถูกต้อง เลือกรูปแบบการดำเนินธุรกิจให้เหมาะสม และตรวจสอบข้อความโฆษณาก่อนเผยแพร่ โดยเฉพาะการกล่าวถึงสรรพคุณหรือผลต่อร่างกาย

การเตรียมเอกสาร และดำเนินการให้ถูกต้องตั้งแต่แรก ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้แบรนด์ ลดความเสี่ยงทางกฎหมาย และช่วยให้ธุรกิจอาหารเสริมเติบโตได้อย่างมั่นคง

FAQ

Q1: ขายอาหารเสริมออนไลน์อย่างเดียว ต้องมีใบอนุญาตไหม?

A: ต้องมีเลข อย.เสมอ ถ้ารับสินค้าที่มีเลข อย. อยู่แล้วมาขายต่อ มักไม่ต้องขอใบอนุญาตผลิตหรือนำเข้าเอง แต่ถ้าจะโฆษณาสรรพคุณต้องขออนุญาตโฆษณา และถ้าผลิตหรือนำเข้าเองต้องขอใบอนุญาตสถานที่

Q2: ถ้าจ้างโรงงาน OEM ผลิต ใครเป็นคนขอเลข อย.?

A: เจ้าของแบรนด์เป็นผู้ยื่นขอเลข อย. โดยใช้สถานที่ผลิตของโรงงาน OEM ที่มีใบอนุญาตอยู่แล้ว บางโรงงานมีบริการช่วยยื่นให้ ควรตกลงเรื่องนี้ให้ชัดก่อนเริ่มผลิต

Q3: ขายอาหารเสริมที่ไม่มีเลข อย. มีโทษอย่างไร?

A: มีโทษตามพระราชบัญญัติอาหาร ทั้งปรับและจำคุก และสินค้าอาจถูกยึดทำลาย ผู้ขายต่อที่รู้หรือควรรู้ว่าสินค้าไม่มีเลข อย. ก็อาจมีความผิดด้วย จึงควรตรวจสอบให้แน่ใจก่อนรับมาขาย

Q4: ขายอาหารเสริมโดยไม่มีเลข อย. มีความผิดไหม?

A: มีความผิด เพราะอาหารเสริมที่วางจำหน่ายต้องผ่านการอนุญาตและมีเลขสารบบอาหารที่ถูกต้อง

Q5: ทำแบรนด์อาหารเสริมเอง ต้องมีโรงงานไหม?

A: ไม่จำเป็นต้องมีโรงงานเอง สามารถใช้บริการโรงงาน OEM ที่มีใบอนุญาตผลิตและมาตรฐาน GMP เพื่อผลิตสินค้าและดำเนินการขอเลข อย. ได้


ถ้าคุณกำลังจะเริ่มขายอาหารเสริมและยังไม่แน่ใจว่าต้องขอใบอนุญาตอะไรบ้าง ทีมที่ปรึกษา C&S Rich1 ช่วยตรวจสอบความพร้อม และวางแผนขั้นตอนให้ได้ตั้งแต่ต้น ด้วยประสบการณ์ดูแลงานจด อย. มากกว่า 7 ปี

สามารถดูรายละเอียดบริการเพิ่มเติมได้ที่ บริการรับจด อย.


📲 Tel: 064-560-7779

💬 Line: @cs0645607779

📩 Email: csrich188@gmail.com

แบ่งปันข่าวนี้:

สนใจจด อย.

ใบอนุญาตโฆษณา

ใบอนุญาตโรงงาน (รง.4)

ซีแอนด์เอสริช 1 ผู้เชี่ยวชาญด้านการจด อย. และใบอนุญาตมากว่า 7 ปี

บทความล่าสุด

นวัตกรรม AI และแอปสุขภาพจะเข้าข่ายเครื่องมือแพทย์ หากใช้วินิจฉัย คัดกรอง หรือติดตามโรค ต้องขออนุญาต อย. แต่หากใช้บันทึกข้อมูลสุขภาพทั่วไป มักไม่ต้องขออนุญาต

27 Jul 2026

ขายอาหารเสริมให้ถูกกฎหมาย ต้องมีเลข อย. ของสินค้า ใบอนุญาตตามรูปแบบธุรกิจ และขออนุญาตโฆษณาเมื่อกล่าวถึงสรรพคุณ เพื่อป้องกันความเสี่ยงทางกฎหมาย

27 Jul 2026

ได้รับจดหมายเตือนโฆษณาเกินจริงจาก อย. หรือ สคบ. อย่าเพิกเฉย ควรตรวจสอบรายละเอียด แก้ไขหรือระงับโฆษณา และชี้แจงภายในกำหนด เพื่อลดความเสี่ยงทางกฎหมาย

27 Jul 2026
จด อย บริษัท ซีแอนด์เอสริช1 จำกัด