เอกสารจด อย. ต้องเตรียมอะไรบ้าง? เช็คลิสต์ฉบับสมบูรณ์ทุกประเภทสินค้า

เผยแพร่เมื่อ:
07 May 2026
เขียนโดย:
Admin
เอกสารจด อย. แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือเอกสารบริษัทและเอกสารผลิตภัณฑ์ ครบทุกประเภท อาหารเสริม เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ และยา พร้อม Tips เตรียมให้รวดเร็ว

เอกสารจด อย. แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักคือ เอกสารของบริษัทหรือผู้ประกอบการ และเอกสารเฉพาะของผลิตภัณฑ์ที่ต้องการขึ้นทะเบียน โดยเอกสารชุดแรกใช้ได้ทุกประเภทสินค้า ส่วนชุดที่สองจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับว่าสินค้านั้นเป็นอาหารเสริม เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ หรือยา

บทความนี้จะรวบรวมรายการเอกสารจด อย. ไว้ครบในที่เดียว ครอบคลุมทุกประเภทสินค้า พร้อมตารางเปรียบเทียบ Tips การเตรียมเอกสาร และข้อผิดพลาดที่พบบ่อยจนทำให้เสียเวลาโดยไม่จำเป็น

เอกสารจด อย. คืออะไร และทำไมต้องเตรียมให้ครบ?เอกสารจด อย. คือชุดเอกสารที่ผู้ประกอบการต้องจัดเตรียม และยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหาร และยา (อย.) เพื่อขอขึ้นทะเบียนสินค้า หรือแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์ก่อนที่จะวางจำหน่ายได้อย่างถูกกฎหมาย

เหตุผลที่ต้องเตรียมเอกสารให้ครบตั้งแต่แรกคือ ถ้าเอกสารไม่ครบหรือไม่ถูกต้อง อย. จะส่งเรื่องกลับมาให้แก้ไข ซึ่งหมายความว่าต้องนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง ระยะเวลาที่ต้องรอจะยาวออกไปอีกหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน ผลกระทบที่ตามมาคือเปิดตัวสินค้าช้า และต้นทุนโดยรวมสูงขึ้น

เอกสารจด อย. คือ

จุดสำคัญ:

เอกสารจด อย. แบ่งเป็น 2 กลุ่ม – เอกสารบริษัทที่ใช้ร่วมกันได้ทุกสินค้า และเอกสารผลิตภัณฑ์ที่ต้องเตรียมแยกตามประเภทสินค้า การเตรียมเอกสารให้ครบก่อนยื่นช่วยลดเวลารอได้หลายสัปดาห์


กลุ่มที่ 1 – เอกสารบริษัทและผู้ประกอบการ (ใช้ได้ทุกประเภทสินค้า)

เอกสารชุดนี้เกี่ยวกับตัวตนของบริษัทหรือผู้ขอจด อย. ไม่ว่าสินค้าจะเป็นประเภทอะไร ก็ต้องใช้เอกสารกลุ่มนี้ทั้งหมด สำหรับบริษัทที่มีสินค้าหลายตัว เอกสารชุดนี้เตรียมครั้งเดียวแล้วใช้ซ้ำได้

1. หนังสือรับรองบริษัท (ออกให้ไม่เกิน 6 เดือน)

หนังสือรับรองบริษัทต้องเป็นฉบับที่ออกโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และมีอายุไม่เกิน 6 เดือน นับจากวันที่ยื่นเรื่อง ระบุวัตถุประสงค์ของบริษัทที่ครอบคลุมการผลิตหรือจำหน่ายสินค้าประเภทนั้น ๆ ด้วย ถ้าวัตถุประสงค์ไม่ตรงกับประเภทสินค้าที่ขอจด อย. อาจต้องแก้ไขข้อมูลที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าก่อน

2. สำเนาบัตรประชาชนกรรมการผู้มีอำนาจ

ต้องเป็นสำเนาบัตรประชาชนของกรรมการที่มีอำนาจลงนาม พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง บางกรณีที่มีกรรมการหลายคน อาจต้องแนบสำเนาของกรรมการทุกคนขึ้นอยู่กับรูปแบบอำนาจในหนังสือรับรองบริษัท

3. เอกสารสถานที่ผลิตหรือสถานที่นำเข้า

เอกสารส่วนนี้ใช้ยืนยันว่าผู้ประกอบการมีสิทธิ์ใช้สถานที่ในการผลิตสินค้า หรือใช้เป็นสถานที่นำเข้า/จัดเก็บสินค้าได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยทั่วไปประกอบด้วย

  • สำเนาทะเบียนบ้านหรือหลักฐานที่ตั้งสถานที่ผลิต
  • ใบอนุญาตผลิต (ถ้ามีอยู่แล้ว) หรือเอกสารแสดงว่าสถานที่ผ่านการตรวจจาก อย.
  • สำหรับสินค้านำเข้า ให้แนบหลักฐานที่ตั้งโกดังหรือสถานที่เก็บสินค้าแทน

4. หนังสือมอบอำนาจ (กรณีใช้ตัวแทนยื่นแทน)

ถ้าผู้ประกอบการไม่ได้ยื่นเองโดยตรง ต้องมีหนังสือมอบอำนาจลงนามโดยกรรมการผู้มีอำนาจ พร้อมติดอากรแสตมป์ให้ถูกต้อง และสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ

ปรึกษา เอกสาร จด อย.

กลุ่มที่ 2 – เอกสารผลิตภัณฑ์ (แตกต่างตามประเภทสินค้า)

นอกจากเอกสารบริษัทแล้ว แต่ละประเภทสินค้ายังต้องการเอกสารเฉพาะของตัวเองอีกชุดหนึ่ง ซึ่งส่วนนี้แหละที่ผู้ประกอบการมักสับสนหรือเตรียมผิดบ่อยที่สุด เพราะข้อกำหนดแตกต่างกันค่อนข้างมากในแต่ละประเภท

อาหารเสริม (Dietary Supplement)

สินค้าประเภทอาหารเสริมต้องแจ้งรายละเอียดผ่านระบบ e-submission ของ อย. โดยเอกสารสำคัญที่ต้องเตรียมมีดังนี้

  • สูตรส่วนประกอบ (Formula) ระบุชื่อ ปริมาณ และหน้าที่ของส่วนประกอบทุกตัว รวมถึง Excipient ที่ใช้
  • ผลการวิเคราะห์ (Certificate of Analysis – CoA) จากห้องแล็บที่ได้รับการรับรอง ระบุปริมาณสารสำคัญ และผลการตรวจความปลอดภัยพื้นฐาน
  • ฉลากสินค้า ที่ออกแบบให้ถูกต้องตามประกาศ อย. เช่น ขนาดตัวอักษร การระบุส่วนประกอบ คำเตือน และรายละเอียดโภชนาการ (ถ้าจำเป็น)
  • เอกสารรับรองความปลอดภัยของวัตถุดิบ สำหรับส่วนประกอบที่มีความเสี่ยงหรือยังไม่เป็น Novel Food ที่ อย. อนุมัติ

เครื่องสำอาง (Cosmetics)

เครื่องสำอางในไทยใช้ระบบ แจ้ง ไม่ใช่ ขึ้นทะเบียน แต่เอกสารที่ต้องเตรียมไว้ให้พร้อมมีดังนี้

  • สูตรส่วนผสม (Formula / Ingredient List) ตามมาตรฐาน INCI Name และปริมาณแต่ละส่วนประกอบ
  • Safety Assessment รายงานการประเมินความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ จัดทำโดยผู้เชี่ยวชาญ (สำหรับสินค้าที่มีความเสี่ยงสูงหรือสินค้านำเข้า)
  • ฉลากสินค้า ระบุครบตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งชื่อสินค้า ส่วนประกอบ วิธีใช้ คำเตือน วันหมดอายุ และข้อมูลผู้จำหน่าย
  • Certificate of Free Sale (CFS) สำหรับสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ ออกโดยหน่วยงานรัฐของประเทศผู้ผลิต
เครื่องสำอาง (Cosmetics)

เครื่องมือแพทย์ (Medical Device)

เครื่องมือแพทย์มีขั้นตอนซับซ้อนที่สุด และแบ่งเป็นหลาย Class ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงของอุปกรณ์ เอกสารหลักที่ต้องเตรียมมีดังนี้

  • CE Mark หรือ ISO 13485 ใบรับรองมาตรฐานจากต่างประเทศ (สำหรับสินค้านำเข้า) แสดงว่าผ่านมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล
  • Technical File / Technical Documentation เอกสารแสดงรายละเอียดทางเทคนิคของอุปกรณ์ วัสดุที่ใช้ กระบวนการผลิต และผลการทดสอบ
  • ใบรับรอง GDPMD (Good Distribution Practice for Medical Devices) สำหรับผู้นำเข้าหรือผู้จัดจำหน่ายเครื่องมือแพทย์ในไทย ซึ่งต้องได้รับการตรวจและรับรองจาก อย. ก่อน
  • IFU (Instructions for Use) คู่มือการใช้งานที่แปลเป็นภาษาไทยแล้ว
  • Authorization Letter จากผู้ผลิตต่างประเทศ มอบอำนาจให้ผู้นำเข้าในไทยดำเนินการจด อย. แทน

ยา (Pharmaceutical)

ยาเป็นประเภทที่มีข้อกำหนดเข้มงวดที่สุด และกระบวนการขึ้นทะเบียนใช้เวลานานที่สุด เอกสารที่จำเป็นได้แก่

  • ใบรับรอง GMP (Good Manufacturing Practice) แสดงว่าโรงงานผลิตผ่านมาตรฐาน WHO-GMP หรือ PIC/S GMP
  • ทะเบียนตำรับยา (Drug Master File – DMF) รายละเอียดสูตรตำรับ กระบวนการผลิต และการควบคุมคุณภาพ
  • ผลการทดสอบความคงสภาพ (Stability Study) ระยะเวลาอย่างน้อย 6 เดือนสำหรับ Accelerated Study หรือ 12 เดือนสำหรับ Long-term Study
  • ผลการทดสอบทางคลินิก (Clinical Trial Data) สำหรับยาใหม่ที่ยังไม่เคยได้รับการขึ้นทะเบียนที่ไหนในโลก
  • Certificate of Pharmaceutical Product (CPP) จากประเทศผู้ผลิต (สำหรับยานำเข้า)

Tips การเตรียมเอกสารจด อย. ให้รวดเร็วและไม่สะดุด

การเตรียมเอกสารให้ถูกต้องตั้งแต่แรกเป็นสิ่งที่ช่วยประหยัดเวลาได้มากที่สุด จากประสบการณ์ดูแลเคสจด อย. มากกว่า 500 เคสของทีม C&S Rich1 ปัญหาที่เจอซ้ำ ๆ มักมาจากจุดเดิม ๆ ทุกครั้ง

1. เช็คอายุเอกสารก่อนยื่นเสมอ

หนังสือรับรองบริษัทที่ใช้ได้ต้องมีอายุไม่เกิน 6 เดือน ถ้าคุณมีเอกสารอยู่แล้วแต่ออกมานานกว่านั้น ต้องขอใหม่จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าก่อน ซึ่งใช้เวลาไม่นาน แต่ถ้าลืมตรวจสอบแล้วยื่นไปเลย อย. จะส่งกลับมาให้แก้ไขและนับระยะเวลาใหม่

2. ฉลากสินค้าต้องผ่านการตรวจก่อนผลิตจริง

หลายคนออกแบบฉลากเสร็จแล้วรีบไปผลิตเลย แต่ถ้าฉลากไม่ผ่านการอนุมัติจาก อย. ก็ต้องแก้ไขและพิมพ์ใหม่ ซึ่งสิ้นเปลืองทั้งเวลา และต้นทุน ควรส่งตรวจฉลากล่วงหน้าก่อนเริ่มผลิตจำนวนมาก

3. CoA ต้องมาจากแล็บที่ได้รับการรับรอง

ผลการวิเคราะห์ที่ใช้ประกอบการยื่น อย. ต้องมาจากห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 17025 ผลจากแล็บทั่วไปหรือแล็บภายในโรงงานที่ไม่ได้รับรอง อย. จะไม่ยอมรับ

4. เอกสารภาษาต่างประเทศต้องแปลพร้อมรับรอง

CoA, Safety Assessment, CE Mark หรือเอกสารอื่น ๆ ที่ออกมาเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาอื่น ต้องแนบคำแปลภาษาไทยพร้อมรับรองคำแปลถูกต้องโดยนักแปลที่ได้รับการรับรอง

Tips:

เตรียม “โฟลเดอร์เอกสารบริษัท” ไว้ล่วงหน้า รวบรวมหนังสือรับรองบริษัท สำเนาบัตรประชาชนกรรมการ และเอกสารสถานที่ไว้ในที่เดียว พอต้องยื่นสินค้าหลายตัวจะได้ไม่ต้องตามหาใหม่ทุกครั้ง


ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการเตรียมเอกสารจด อย.

จากการดูแลเคสของลูกค้ามานานหลายปี ข้อผิดพลาดที่ทำให้เสียเวลามักวนซ้ำที่จุดเดิม ๆ ต่อไปนี้คือสิ่งที่ต้องระวังมากที่สุด

1. วัตถุประสงค์บริษัทไม่ครอบคลุมประเภทสินค้า – เช่น บริษัทจดทะเบียนเพื่อ “จำหน่ายสินค้าทั่วไป” แต่ขอจด อย. อาหารเสริม ต้องไปแก้วัตถุประสงค์ก่อน

2. ฉลากไม่เป็นไปตามมาตรฐาน – ขนาดตัวอักษรเล็กเกินไป ไม่มีคำเตือนที่กำหนด หรือไม่ระบุที่อยู่ผู้ผลิตให้ชัดเจน

3. สูตรส่วนประกอบไม่ตรงกับฉลาก – ปริมาณสารสำคัญที่ระบุในสูตรกับที่พิมพ์บนฉลากไม่สอดคล้องกัน

4. ขาดเอกสารจากผู้ผลิตต่างประเทศ – สำหรับสินค้านำเข้า มักลืมขอ Authorization Letter หรือ Free Sale Certificate จากผู้ผลิตซึ่งต้องใช้เวลาในการติดต่อและรับเอกสาร

5. ผลแล็บหมดอายุ – CoA บางฉบับมีอายุที่กำหนดไว้ ต้องตรวจสอบวันหมดอายุของผลวิเคราะห์ก่อนยื่น

ข้อควรระวัง:

อย่าส่งเอกสารที่ยังไม่ครบหรือยังไม่แน่ใจว่าถูกต้อง เพราะถ้า อย. ตีกลับจะต้องรอคิวใหม่ตั้งแต่ต้น ในบางช่วงที่มีผู้ยื่นจำนวนมาก การรอคิวใหม่อาจนานถึงหลายสัปดาห์


สรุป

เอกสารจด อย. แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ เอกสารของบริษัทและเอกสารผลิตภัณฑ์ โดยเอกสารบริษัทใช้ร่วมกันได้ทุกสินค้า เช่น หนังสือรับรองบริษัท บัตรประชาชนกรรมการ และเอกสารสถานที่ผลิตหรือนำเข้า ส่วนเอกสารผลิตภัณฑ์จะแตกต่างตามประเภทสินค้า เช่น อาหารเสริมต้องมีสูตรและผลแล็บ เครื่องสำอางต้องมีสูตรและฉลาก เครื่องมือแพทย์และยาต้องมีเอกสารมาตรฐานและผลการทดสอบเพิ่มเติม


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเอกสารจด อย.

Q1: เอกสารจด อย. ต้องเตรียมกี่ชุด?

A: โดยทั่วไป อย. กำหนดให้ยื่นเอกสารต้นฉบับหรือสำเนารับรองถูกต้อง 1 ชุด แต่ควรเก็บสำเนาไว้อีกอย่างน้อย 1 ชุดเผื่อกรณีต้องส่งเพิ่มเติมหรือยื่นแก้ไขในภายหลัง

Q2: ถ้าเป็นบุคคลธรรมดา ไม่ได้จดทะเบียนบริษัท ขอจด อย. ได้ไหม?

A: ได้ สำหรับบางประเภทสินค้า เช่น เครื่องสำอาง บุคคลธรรมดาสามารถแจ้งข้อมูลได้โดยใช้สำเนาบัตรประชาชนแทนหนังสือรับรองบริษัท

Q3: เอกสารภาษาอังกฤษต้องแปลทุกฉบับไหม?

A: เอกสารที่ต้องแปล และรับรองคำแปลมีเฉพาะเอกสารที่ อย. ร้องขอในรูปแบบภาษาไทย เช่น ฉลาก คู่มือการใช้งาน และบางส่วนของ Technical File ส่วนเอกสารทางเทคนิคบางชนิดเช่น CoA มักยอมรับเป็นภาษาอังกฤษได้ แต่ควรตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่ก่อน

Q4: ต้องใช้เวลานานแค่ไหนในการรวบรวมเอกสารจด อย.?

A: เอกสารบริษัท เช่น หนังสือรับรองบริษัทใช้เวลา 1-3 วัน ส่วนเอกสารผลิตภัณฑ์เช่น CoA หรือ Safety Assessment อาจต้องรอ 2-4 สัปดาห์ขึ้นอยู่กับแล็บที่ใช้ สำหรับสินค้านำเข้าการรอเอกสารจากต่างประเทศอาจใช้เวลานานกว่านั้น

Q5: จ้างที่ปรึกษาจด อย. มีข้อดีอย่างไร?

A: ที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์จะช่วยตรวจสอบเอกสารก่อนยื่น ลดโอกาสถูกตีกลับ และแนะนำเส้นทางที่เร็วที่สุดสำหรับสินค้าแต่ละประเภท โดยเฉพาะสินค้าที่มีความซับซ้อนอย่างเครื่องมือแพทย์หรือยา การใช้ที่ปรึกษาช่วยประหยัดเวลาได้มาก

ถ้าคุณกำลังเตรียมเอกสารสำหรับจด อย. และอยากให้มีคนตรวจสอบว่าครบหรือยัง ทีม C&S Rich1 พร้อมให้คำปรึกษาได้ทันที เราดูแลเคสจด อย. มาแล้วกว่า 500 เคสใน 7 ปี อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการรับจด อย. หรือติดต่อเราได้เลย


📲 Tel: 064-560-7779

💬 Line: @cs0645607779

📩 Email: csrich188@gmail.com

📚 Facebook: จด อย บริษัท ซีแอนด์เอสริช1 จำกัด

แบ่งปันข่าวนี้:

สนใจจด อย.

ใบอนุญาตโฆษณา

ใบอนุญาตโรงงาน (รง.4)

ซีแอนด์เอสริช 1 ผู้เชี่ยวชาญด้านการจด อย. และใบอนุญาตมากว่า 7 ปี

บทความล่าสุด

จด อย. อาหารเสริม ต้องเตรียมเอกสาร ยื่นผ่าน E-submission และรอพิจารณา 30-180 วัน รวมขั้นตอนครบจบ พร้อมช่องทางออนไลน์และค่าใช้จ่ายที่ต้องรู้

12 May 2026

ตัวอย่างโฆษณาถูกกฎหมายและโฆษณาผิดกฎหมาย อาหารเสริม เครื่องสำอาง ยา เครื่องมือแพทย์ คำที่ห้ามใช้เด็ดขาด โทษ และวิธีตรวจสอบก่อนลงโฆษณา

12 May 2026

รง 4 ต้องขอก่อน อย. เสมอ สำหรับโรงงานผลิต อธิบายเหตุผล ลำดับขั้นตอน Timeline และตารางเปรียบเทียบผู้ผลิต vs ผู้นำเข้าครบในที่เดียว

08 May 2026
จด อย บริษัท ซีแอนด์เอสริช1 จำกัด