สาเหตุที่ จด อย. ไม่ผ่าน บ่อยที่สุด คือเอกสารไม่ครบหรือไม่ถูกต้อง รองลงมา คือฉลากผลิตภัณฑ์บกพร่อง สถานที่ผลิตไม่ผ่านมาตรฐาน GMP และสูตรหรือส่วนผสมที่ไม่ตรงข้อกำหนด ปัญหาเหล่านี้เกิดซ้ำกับผู้ประกอบการที่ยื่นด้วยตัวเองครั้งแรก ทำให้ต้องเสียเวลาแก้ไขและยื่นใหม่หลายรอบ บางรายใช้เวลาเกิน 6 เดือนกว่าจะได้เลข อย.
บทความนี้รวบรวม 6 ปัญหาหลักที่ทำให้คำขอจด อย. ถูกปฏิเสธ พร้อมวิธีแก้ไขแต่ละจุด เอกสารที่ต้องเตรียม การเตรียมสถานที่ผลิต และโทษทางกฎหมายถ้าไม่จด อย. ตามกำหนด อ่านจบแล้วจะรู้ว่าต้องเตรียมตัวอย่างไรก่อนยื่นจริงเพื่อให้ผ่านในรอบแรก
จด อย. ไม่ผ่าน เกิดจากอะไร?
คำขอจด อย. ไม่ผ่าน ไม่ได้แปลว่าผลิตภัณฑ์ไม่ดีหรือไม่ปลอดภัยเสมอไป ส่วนใหญ่เกิดจากความบกพร่องด้านเอกสาร และขั้นตอนที่แก้ไขได้ อย. จะพิจารณาจากหลายมิติพร้อมกัน ทั้งตัวผลิตภัณฑ์ สถานที่ผลิต เอกสารประกอบ และฉลาก ถ้าจุดใดจุดหนึ่งบกพร่อง คำขอทั้งหมดจะถูกส่งกลับมาแก้ไข
จากประสบการณ์ดูแลเคสมากกว่า 500 ราย C&S Rich1 พบว่าปัญหาส่วนใหญ่สามารถป้องกันได้ตั้งแต่ต้น ถ้ารู้ว่าจุดไหนที่ อย. ตรวจเข้มข้นที่สุด

จุดสำคัญ:
อย. ไม่ได้ “ปัดตก” คำขอถาวร แต่จะแจ้งให้แก้ไขและยื่นใหม่ อย่างไรก็ตาม แต่ละรอบที่ต้องยื่นซ้ำหมายถึงเวลา และค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น การเตรียมให้ถูกตั้งแต่แรกจึงคุ้มกว่ามาก
6 ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดและวิธีแก้ไข
ปัญหาที่ทำให้จด อย. ไม่ผ่านมีหลายจุด แต่ที่พบซ้ำกันในเกือบทุกเคสมี 6 ข้อหลักที่ต้องระวังเป็นพิเศษ แต่ละข้อมีแนวทางแก้ไขที่ชัดเจน ถ้าเช็คครบก่อนยื่นโอกาสผ่านรอบแรกสูงขึ้นมาก
1. เอกสารไม่ครบหรือไม่ถูกต้อง
นี่คือ ปัญหาอันดับหนึ่งที่พบบ่อยที่สุด อย. กำหนดเอกสารที่ต้องยื่นแตกต่างกันตามประเภทผลิตภัณฑ์ ผู้ประกอบการหลายรายมักเตรียมเอกสารไม่ครบ หรือเตรียมมาแล้วแต่รูปแบบไม่ตรงที่ อย. กำหนด เช่น ใช้เอกสารภาษาต่างประเทศโดยไม่แปลรับรอง หรือใช้สำเนาที่ไม่ได้รับรองความถูกต้อง
วิธีแก้: เตรียม checklist เอกสารตามประเภทผลิตภัณฑ์จาก อย. โดยตรง และให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบก่อนยื่น
2. ฉลากผลิตภัณฑ์บกพร่องหรือไม่ตรงมาตรฐาน
ฉลากเป็นจุดที่ อย. ตรวจละเอียดมาก ปัญหาที่พบบ่อยคือ ข้อมูลบนฉลากไม่ครบตามที่กฎหมายกำหนด เช่น ไม่ระบุส่วนประกอบเรียงตามปริมาณมากไปน้อย ไม่มีวันผลิต/วันหมดอายุ ระบุคำโฆษณาเกินจริง หรือแปลชื่อสารที่ไม่ถูกต้อง นอกจากนี้ยังมีกรณีที่ชื่อผลิตภัณฑ์บนฉลากไม่ตรงกับที่ยื่นในเอกสาร
วิธีแก้: ออกแบบฉลาก ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขเฉพาะของผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท และให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบก่อนพิมพ์ อย่าพิมพ์ฉลากจริงก่อนได้รับเลข อย. แล้ว

3. สถานที่ผลิตไม่ผ่านมาตรฐาน GMP
สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ต้องขออนุญาตผลิต อย. จะส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสถานที่ผลิต ถ้าโรงงานหรือสถานที่ผลิตไม่ได้มาตรฐาน GMP (Good Manufacturing Practice) คำขอจะไม่ผ่านแม้เอกสารจะครบก็ตาม ปัญหาที่พบบ่อยได้แก่ พื้นที่แยกโซนไม่ชัดเจน ระบบน้ำและอากาศไม่ได้มาตรฐาน ไม่มีการจัดการสารเคมีที่ถูกต้อง
วิธีแก้: เตรียมสถานที่ให้ผ่านมาตรฐาน GMP ก่อนยื่นขอตรวจ ถ้าไม่แน่ใจว่าโรงงานผ่านมาตรฐานหรือไม่ ให้ที่ปรึกษาเข้าตรวจสอบก่อนที่ อย. จะมาตรวจจริง
4. สูตรผลิตภัณฑ์หรือส่วนผสมไม่ตรงข้อกำหนด
ผลิตภัณฑ์แต่ละประเภทมีข้อกำหนด เรื่องส่วนผสมที่ชัดเจน เช่น อาหารเสริมมีรายการสารที่ห้ามใส่ เครื่องสำอางมีข้อกำหนดปริมาณสาร active ingredients บางรายยื่นไปแล้ว พบว่าสูตรที่ใช้มีสารที่ถูกจำกัดปริมาณเกินขีดที่กำหนด หรือใช้สารที่ไม่ได้รับอนุญาตในประเทศไทย
วิธีแก้: ตรวจสอบสูตรกับรายการสารที่ อย. อนุมัติและข้อกำหนดปริมาณก่อนยื่น โดยเฉพาะสินค้านำเข้าที่ผลิตในต่างประเทศซึ่งอาจใช้มาตรฐานต่างกัน
5. ยื่นผิดประเภทหรือผิดช่องทาง
ผลิตภัณฑ์บางรายการ มีความซับซ้อนในการจัดประเภท เช่น ผลิตภัณฑ์ที่อยู่ระหว่างอาหารเสริมกับยา หรือเครื่องสำอางกับเครื่องมือแพทย์ ถ้าจัดประเภทผิดตั้งแต่ต้น จะต้องยื่นใหม่ผ่านฝ่ายที่ถูกต้อง เสียเวลาไปหลายเดือน นอกจากนี้ยังมีกรณียื่นผ่าน E-submission ผิดขั้นตอน ทำให้ระบบไม่รับ
วิธีแก้: ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อจัดประเภทผลิตภัณฑ์ให้ถูกต้องก่อนเริ่มกระบวนการ การจัดประเภทถูกตั้งแต่แรกช่วยประหยัดเวลาได้มาก
6. ข้อมูลไม่สอดคล้องกันระหว่างเอกสาร
หนึ่งในข้อผิดพลาดที่แก้ง่ายที่สุดแต่พบบ่อยมาก คือข้อมูลในเอกสารต่าง ๆ ไม่ตรงกัน เช่น ชื่อผลิตภัณฑ์ในแบบฟอร์มไม่ตรงกับชื่อบนฉลาก ส่วนประกอบในสูตรไม่ตรงกับผลการทดสอบห้องแล็บ หรือชื่อผู้ผลิตในเอกสารต่างกันในแต่ละฉบับ อย. จะส่งคืนทันทีถ้าพบความไม่สอดคล้องนี้
วิธีแก้: ก่อนยื่น ให้ตรวจสอบว่าทุกเอกสารใช้ชื่อ สูตร และข้อมูลที่ตรงกันทุกจุด วิธีง่าย ๆ คือทำตาราง cross-check ข้อมูลสำคัญกับเอกสารแต่ละฉบับ
Tips:
ก่อนยื่นจริง ลองขอนัด “pre-submission consultation” กับ อย. หรือใช้บริการที่ปรึกษาตรวจสอบความพร้อมก่อน จะช่วยลดโอกาสถูกส่งคืนได้มาก
เอกสารที่จำเป็นในการยื่นจด อย. มีอะไรบ้าง?
เอกสารที่ต้องเตรียมขึ้นอยู่กับประเภทผลิตภัณฑ์ แต่มีชุดเอกสารกลางที่ผลิตภัณฑ์เกือบทุกประเภทต้องใช้ร่วมกัน การเตรียมเอกสารให้ครบและถูกต้องตั้งแต่ต้นช่วยให้ไม่ต้องยื่นซ้ำ
เอกสารกลางที่ต้องใช้เกือบทุกประเภท
ชุดเอกสารพื้นฐานที่ใช้ยืนยันตัวตน ความถูกต้องของธุรกิจ สถานประกอบการ และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหน่วยงานส่วนใหญ่จะใช้ประกอบการพิจารณาเหมือนกัน ได้แก่
- หนังสือรับรองบริษัท – อายุไม่เกิน 6 เดือน รับรองโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
- ใบอนุญาตสถานประกอบการ – ใบอนุญาตผลิต นำเข้า หรือจัดจำหน่าย แล้วแต่กรณี
- ข้อมูลสูตรและส่วนผสม – รายละเอียดส่วนประกอบทุกรายการพร้อมปริมาณ
- ผลการทดสอบจากห้องแล็บที่ได้รับการรับรอง – ผลวิเคราะห์ตามมาตรฐานที่ อย. กำหนด
- ตัวอย่างฉลากและบรรจุภัณฑ์ – ทั้งภาษาไทยและภาษาต้นทาง (ถ้านำเข้า)
- เอกสารรับรองจากผู้ผลิต – Certificate of Analysis (COA) และ Certificate of Free Sale (CFS) สำหรับสินค้านำเข้า
เอกสารเพิ่มเติมตามประเภทสินค้า
อาหารเสริมและอาหารทั่วไป จะต้องมีผลการทดสอบทางจุลชีววิทยาและโภชนาการเพิ่มเติม เครื่องสำอางต้องมี Safety Assessment Report เครื่องมือแพทย์ต้องมีเอกสารทางเทคนิคตามมาตรฐาน ISO/CE ครบถ้วน
การเตรียมตัวก่อนยื่นจด อย. ครั้งแรก
การเตรียมตัวที่ดีก่อนยื่นช่วยประหยัดทั้งเวลา และค่าใช้จ่ายได้มาก ผู้ประกอบการที่เตรียมตัวพร้อมตั้งแต่ต้นมักใช้เวลาน้อยกว่าคนที่ลองผิดลองถูกเองเป็น 2-3 เท่า

ขั้นตอนเตรียมตัวก่อนยื่น
1. จัดประเภทผลิตภัณฑ์ให้ถูกต้อง
ผลิตภัณฑ์ของคุณอยู่ในหมวดไหน – อาหาร อาหารเสริม เครื่องสำอาง ยา เครื่องมือแพทย์ หรือวัตถุอันตราย? ประเภทที่ถูกต้องกำหนดว่าต้องยื่นขออะไร ใช้เอกสารชุดไหน และผ่านกองไหนของ อย.
2. ตรวจสอบสูตรและส่วนผสมก่อน
ก่อนเริ่มผลิตจริง ให้ตรวจสอบว่าส่วนผสมทุกรายการได้รับอนุญาตในประเทศไทยและปริมาณไม่เกินข้อกำหนด ข้อนี้สำคัญมากสำหรับสินค้านำเข้าที่ผลิตตามสูตรต่างประเทศ
3. เตรียมสถานที่ผลิตให้พร้อม
สำหรับผู้ผลิตเอง ให้ตรวจสอบว่าโรงงานผ่านมาตรฐาน GMP หรือ HACCP ตามที่ผลิตภัณฑ์กำหนด ถ้ายังไม่ผ่าน ต้องแก้ไขก่อนยื่นขอตรวจสอบ ดูข้อมูลใบอนุญาตโรงงานเพิ่มเติมได้ที่ ใบอนุญาตโรงงาน ทำยังไง ขั้นตอน ค่าใช้จ่าย [2026]
4. เตรียมเอกสารและส่งทดสอบห้องแล็บล่วงหน้า
การทดสอบห้องแล็บใช้เวลา 2-8 สัปดาห์ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า ให้ส่งตัวอย่างทดสอบตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อไม่ให้กระบวนการทั้งหมดช้าลงจากจุดนี้
5. ออกแบบฉลากให้ตรงมาตรฐานก่อนพิมพ์
อย่าสั่งพิมพ์ฉลากจริงก่อนได้รับการอนุมัติ เพราะถ้าต้องแก้ไขจะเสียค่าพิมพ์ซ้ำโดยไม่จำเป็น
ค่าปรับและผลกระทบถ้าไม่จด อย. ตามกำหนด
หลายคนสงสัยว่าถ้าไม่จด อย. จะโดนอะไร คำตอบตรง ๆ คือโทษทางกฎหมายหนักกว่าที่คิด ทั้งโทษทางอาญา โทษปรับ และผลกระทบต่อธุรกิจในระยะยาว
โทษตามกฎหมายถ้าไม่จด อย.
โทษแตกต่างกันตามประเภทผลิตภัณฑ์ แต่โดยทั่วไปมีระดับดังนี้:
| ประเภทความผิด | โทษสูงสุด | กฎหมายอ้างอิง |
|---|---|---|
| ผลิต/นำเข้าอาหารโดยไม่ขออนุญาต | จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ | พ.ร.บ. อาหาร พ.ศ. 2522 |
| ผลิต/จำหน่ายเครื่องสำอางไม่ผ่าน อย. | จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ | พ.ร.บ. เครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 |
| ผลิต/จำหน่ายเครื่องมือแพทย์ไม่ได้รับอนุญาต | จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ | พ.ร.บ. เครื่องมือแพทย์ พ.ศ. 2562 |
| ผลิต/จำหน่ายยาไม่ได้รับอนุญาต | จำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท | พ.ร.บ. ยา พ.ศ. 2510 |
ผลกระทบต่อธุรกิจที่ไม่ใช่แค่ค่าปรับ
การจำหน่ายสินค้าที่ไม่มีเลข อย. ไม่ได้ส่งผลแค่เรื่องค่าปรับเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อธุรกิจในหลายด้าน ซึ่งอาจรุนแรงกว่าที่คาดไว้
1. ถูกสั่งเรียกสินค้าคืน (Product Recall)
ถ้า อย. ตรวจพบสินค้าที่จำหน่ายโดยไม่มีเลข อย. จะสั่งเรียกสินค้าคืนทั้งหมด ค่าใช้จ่ายในการเรียกคืนสินค้ามักสูงกว่าค่าจด อย. หลายเท่า
2. แพลตฟอร์มออนไลน์ระงับบัญชี
Shopee, Lazada, TikTok Shop มีนโยบายตรวจสอบสินค้าสุขภาพและความงามเข้มข้น ถ้าตรวจพบสินค้าไม่มีเลข อย. บัญชีจะถูกระงับและสินค้าถูกถอดออกจากแพลตฟอร์ม
3. ความเสียหายต่อแบรนด์
ลูกค้าที่รู้ว่าสินค้าไม่มีเลข อย. จะสูญเสียความเชื่อถือ และการฟื้นฟูภาพลักษณ์แบรนด์ใช้เวลาและงบประมาณสูงมาก การกู้คืนความเชื่อมั่นต้องใช้ทั้งเวลา งบประมาณ และการสื่อสารแบรนด์อย่างต่อเนื่อง
ข้อควรระวัง:
นอกจากค่าปรับและโทษจำคุก ยังมีผลกระทบที่ทำลายธุรกิจในระยะยาว ได้แก่ การถูกสั่งเรียกคืนสินค้าทั้งหมด การถูกห้ามขายชั่วคราวหรือถาวร และความเสียหายต่อชื่อเสียงที่ยากจะฟื้นคืน โดยเฉพาะในยุคที่ข่าวสารแพร่กระจายเร็ว
สรุป
จด อย. ไม่ผ่านส่วนใหญ่เกิดจากปัญหาที่ป้องกันได้ ไม่ว่าจะเป็นเอกสารไม่ครบ ฉลากไม่ตรงมาตรฐาน สถานที่ผลิตไม่พร้อม หรือข้อมูลในเอกสารไม่สอดคล้องกัน ถ้ารู้จุดเสี่ยงทั้ง 6 ข้อและเตรียมตัวให้ครบก่อนยื่น โอกาสผ่านรอบแรกสูงขึ้นมาก ประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดจากการยื่นซ้ำ
ส่วนเรื่องโทษทางกฎหมาย ค่าปรับเป็นแค่ส่วนหนึ่ง ผลกระทบต่อธุรกิจทั้งการถูกสั่งเรียกสินค้าคืนและความเสียหายต่อแบรนด์หนักกว่าค่าปรับมาก การจด อย. ให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับทุกธุรกิจ
FAQ
Q1: ถ้าคำขอจด อย. ไม่ผ่าน ต้องทำอย่างไรต่อ?
A: อย. จะแจ้งสาเหตุที่ไม่ผ่านกลับมาพร้อมข้อให้แก้ไข คุณต้องแก้ไขตามที่ระบุและยื่นใหม่ภายในระยะเวลาที่กำหนด ไม่ต้องเริ่มกระบวนการใหม่ตั้งแต่ต้น แต่ถ้าแก้ไขไม่ทันหรือไม่ตรงตามที่ให้แก้ไข อาจต้องยื่นใหม่ทั้งหมด
Q2: ระยะเวลาตั้งแต่ยื่นจนรู้ผลว่าผ่านหรือไม่ผ่านนานแค่ไหน?
A: ขึ้นอยู่กับประเภทผลิตภัณฑ์ และความซับซ้อน โดยทั่วไปอาหารเสริมใช้เวลา 3-6 เดือน เครื่องสำอาง 30-90 วัน เครื่องมือแพทย์ 6-18 เดือน ยา 1-2 ปีขึ้นไป ถ้าเอกสารไม่ครบจะหยุดนับเวลาและรอจนกว่าจะยื่นเพิ่มเติมครบ
Q3: ค่าปรับขายสินค้าไม่มีเลข อย. คือเท่าไหร่?
A: ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า เช่น อาหารปรับสูงสุด 20,000 บาทและจำคุกไม่เกิน 2 ปี เครื่องสำอางปรับสูงสุด 50,000 บาทและจำคุกไม่เกิน 6 เดือน เครื่องมือแพทย์ปรับสูงสุด 300,000 บาทและจำคุกไม่เกิน 3 ปี นอกจากนี้ยังถูกสั่งยึดและทำลายสินค้าทั้งหมด
Q4: จ้างที่ปรึกษาจด อย. ช่วยให้ผ่านได้จริงไหม?
A: ช่วยได้มากในแง่ของการเตรียมเอกสารครบและถูกต้อง การจัดประเภทสินค้าให้ตรง และการตรวจสอบสูตรก่อนยื่น ที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์จะช่วยลดโอกาสถูกส่งคืนและย่นระยะเวลาโดยรวมได้ อย่างไรก็ตาม ที่ปรึกษาไม่ได้รับประกันผล เพราะการตัดสินใจขึ้นอยู่กับ อย.
Q5: สินค้า OEM จากต่างประเทศต้องจด อย. เหมือนสินค้าผลิตในไทยไหม?
A: ต้องจด อย. เหมือนกัน แต่เอกสารต่างกัน สินค้า OEM นำเข้าต้องมีเอกสารจากประเทศผู้ผลิตเพิ่มเติม เช่น COA, CFS และเอกสารรับรองโรงงาน บางกรณีต้องส่งสินค้าทดสอบในห้องแล็บไทยด้วย
ถ้าคุณกำลังเตรียมยื่นจด อย. และไม่แน่ใจว่าเอกสารครบหรือผลิตภัณฑ์อยู่ในเงื่อนไขที่จะผ่านได้ ทีมที่ปรึกษา C&S Rich1 พร้อมตรวจสอบความพร้อมให้ก่อนยื่นจริง เราดูแลเคสจด อย. มากกว่า 500 รายการ ครอบคลุมอาหารเสริม เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ และสินค้านำเข้า สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บริการรับจด อย.
📲 Tel: 064-560-7779
💬 Line: @cs0645607779
📩 Email: csrich188@gmail.com
📚 Facebook: จด อย บริษัท ซีแอนด์เอสริช1 จำกัด