การจ้าง Influencer ต้องขอใบอนุญาตโฆษณาจาก อย. ก่อนเผยแพร่ทุกครั้ง ในการทำโฆษณาสินค้าในกลุ่มที่ อย. ควบคุม ได้แก่ อาหารเสริม เครื่องมือแพทย์ และยา ไม่ว่าจะโพสต์ผ่าน TikTok, Facebook, Instagram, YouTube หรือไลฟ์สดก็ตาม เพราะกฎหมายไทยถือว่าโซเชียลมีเดีย คือสื่อโฆษณา ส่วน เครื่องสำอาง ไม่จำเป็นต้องขอใบอนุญาตโฆษณา แต่ห้ามโฆษณาเกินจริง
บทความนี้จะพาคุณไปดูว่าการจ้าง Influencer กฎหมายกำหนดเงื่อนไขอย่างไร ใครคือผู้รับผิดชอบหลัก สินค้ากลุ่มไหนที่เข้าข่ายต้องขออนุญาต ข้อความใดที่ห้ามใช้ โทษที่อาจได้รับ พร้อมขั้นตอนทำแคมเปญให้ถูกกฎหมายตั้งแต่เริ่มวางแผน
จ้าง Influencer แล้วใครต้องรับผิดชอบ เรื่องใบอนุญาตโฆษณา?
ความรับผิดชอบหลักในการขอใบอนุญาตโฆษณาตกอยู่ที่ เจ้าของผลิตภัณฑ์หรือผู้ประกอบการ ไม่ใช่ตัว Influencer ที่ถูกจ้าง เพราะ อย. ถือว่าเจ้าของสินค้ามีหน้าที่ตรวจสอบ และขออนุญาตเนื้อหาก่อนปล่อยออกสู่สาธารณะ แม้คุณจะจ่ายเงินให้ Influencer ทำคอนเทนต์ คุณก็ยังเป็นผู้รับผิดชอบทางกฎหมายอยู่ดี
แต่นั่นไม่ได้แปลว่า Influencer จะพ้นผิดทั้งหมด หาก Influencer รู้ว่าสินค้าผิดกฎหมาย พูดข้อความที่ต้องห้ามเอง หรือดัดแปลงสคริปต์ที่ได้รับอนุมัติแล้ว ก็มีโอกาสถูกดำเนินคดีร่วมด้วย โดยเฉพาะกรณีที่ทำให้ผู้บริโภคได้รับความเสียหายจริง
จุดสำคัญ:
ตาม พ.ร.บ. อาหาร, พ.ร.บ. ยา, พ.ร.บ. เครื่องสำอาง และ พ.ร.บ. เครื่องมือแพทย์ การโฆษณาสินค้าเหล่านี้ผ่านทุกช่องทางต้องขออนุญาตจาก อย. ก่อนเผยแพร่ และโซเชียลมีเดียไม่ใช่ข้อยกเว้น

สินค้าประเภทไหนที่จ้าง Influencer รีวิวแล้วต้องขอใบอนุญาต อย.?
ไม่ใช่ทุกสินค้าที่ Influencer รีวิวแล้วจะเข้าข่ายต้องขออนุญาต ขึ้นอยู่กับประเภทผลิตภัณฑ์ และเนื้อหาที่พูดเป็นหลัก สินค้าที่ อย. ควบคุมและมักพบปัญหาในการจ้าง Influencer มี 4 กลุ่มใหญ่ ๆ ที่ผู้ประกอบการควรรู้ก่อนวางแผนแคมเปญ เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับและคดีที่อาจตามมา ดังนี้
1. กลุ่มอาหารและอาหารเสริม
อาหารเสริมที่มีเลขทะเบียน อย. ทุกตัว ถ้าจะให้ Influencer รีวิวต้องขออนุญาตโฆษณาก่อนเสมอ ห้ามอ้างสรรพคุณรักษาหรือป้องกันโรค เช่น
- ทานแล้วไขมันลด
- ช่วยรักษาเบาหวาน
- หายป่วยภายใน 7 วัน
เพราะนั่นคือ การกล่าวอ้างเกินกว่าที่กฎหมายอนุญาตสำหรับผลิตภัณฑ์อาหาร แม้แต่อาหารทั่วไปที่ไม่ใช่อาหารเสริม ถ้า Influencer พูดถึงสรรพคุณเกินจริง เช่น ดื่มทุกวันแล้วผิวเด็กลง ก็อาจเข้าข่ายโฆษณาผิดกฎหมายได้เช่นกัน
2. กลุ่มเครื่องสำอาง
เครื่องสำอางที่จดแจ้งกับ อย. ก็เข้าข่ายต้องขออนุญาตโฆษณา โดยเฉพาะถ้า Influencer พูดถึงสรรพคุณรักษาสิว ลบฝ้า ชะลอวัย ลดริ้วรอย หรือผลลัพธ์ที่เกินขอบเขตของผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ซึ่งกฎหมายมองว่าเป็นการกล่าวอ้างเกินจริง
กลุ่มนี้มีความซับซ้อนตรงเส้นแบ่งระหว่าง บำรุงผิว กับ รักษาโรคผิวหนัง ที่บางครั้งไม่ชัดเจน Influencer จำนวนมากพูดเกินเส้นโดยไม่รู้ตัว ทำให้ผู้ประกอบการต้องเตรียมสคริปต์ที่ปลอดภัยให้ตั้งแต่แรก
3. กลุ่มเครื่องมือแพทย์
สินค้ากลุ่มนี้ เช่น เครื่องวัดความดัน เครื่องวัดน้ำตาล หน้ากากออกซิเจน หรือผ้าอนามัยบางประเภท จัดอยู่ในกลุ่มเครื่องมือแพทย์ที่มีกฎโฆษณาเข้มงวด โดยเฉพาะหากเนื้อหาแสดงสรรพคุณวินิจฉัย รักษา หรือบรรเทาโรค
การจ้าง Influencer รีวิวสินค้ากลุ่มนี้ ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะแม้คำพูดที่ดูปลอดภัยอย่างใช้แล้วสบาย ก็อาจตีความได้ว่าเป็นการอ้างสรรพคุณ ขึ้นอยู่กับบริบทรอบ ๆ
4. กลุ่มยา
กลุ่มยามีข้อกำหนดเข้มงวดที่สุด การจ้าง Influencer โฆษณายาทำได้เฉพาะยาที่ไม่ต้องใช้ใบสั่งแพทย์เท่านั้น และเนื้อหาทุกชิ้นต้องผ่านการอนุมัติจาก อย. พร้อมแสดงคำเตือนตามที่กฎหมายกำหนด
ยาที่ต้องใช้ใบสั่งแพทย์ห้ามโฆษณาถึงผู้บริโภคทั่วไปเด็ดขาด ไม่ว่าจะผ่านสื่อใดก็ตาม รวมถึงโซเชียลมีเดียและ Influencer ทุกระดับ

รีวิวส่วนตัว กับ โฆษณาแฝง จากการจ้าง Influencer ต่างกันอย่างไร?
ความแตกต่างหลักอยู่ที่ผลประโยชน์ตอบแทน ถ้า Influencer ได้รับเงิน สินค้าฟรี หรือผลประโยชน์ใด ๆ จากเจ้าของแบรนด์ เนื้อหานั้นถือเป็นโฆษณาทันที ไม่ใช่รีวิวส่วนตัว แม้ผู้รีวิวจะรู้สึกชอบสินค้าจริง ๆ ก็ตาม
ลักษณะของรีวิวส่วนตัวที่ไม่เข้าข่ายโฆษณาต้องมีองค์ประกอบครบดังนี้:
- ผู้รีวิวซื้อสินค้ามาเองโดยไม่ได้รับค่าตอบแทน
- เนื้อหาเป็นความเห็นส่วนตัวล้วน ๆ ไม่อ้างสรรพคุณเกินจริง
- ไม่มีการกระตุ้นให้ซื้อหรือใส่ลิงก์โปรโมชั่น
ถ้าขาดข้อใดข้อหนึ่ง โอกาสถูกตีความเป็นโฆษณาแฝงสูงมาก
ปัจจุบัน สคบ. และ อย. ใช้แนวทางที่ยึดเนื้อหามากกว่าเจตนา ดังนั้นแม้คุณจ้าง Influencer แบบแค่ให้ลองใช้ ถ้ามีการตอบแทนเกิดขึ้น เนื้อหาก็เข้าข่ายโฆษณาเต็มรูปแบบ พูดง่าย ๆ คือ ถ้ามีเงินหรือของตอบแทนเกี่ยวข้อง นั่นคือโฆษณา ไม่ใช่รีวิว
จ้าง Influencer บน Social Media ต้องระวังอะไรบ้าง?
ใบอนุญาตโฆษณาจาก อย. จะออกให้สำหรับเนื้อหาเฉพาะที่ยื่นขอ ไม่ใช่ออกให้สำหรับ Platform ใด Platform หนึ่ง หมายความว่าข้อความ ภาพ และเสียงที่ได้รับอนุมัติแล้วเท่านั้น ที่ Influencer นำไปเผยแพร่ได้ หาก Influencer พูดด้นสด เพิ่มเติมเนื้อหาเอง หรือดัดแปลงสคริปต์ ถือว่าผิดเงื่อนไขใบอนุญาตทันที ประเด็นที่ต้องระวังในแต่ละ Platform มีดังนี้
- Facebook และ Instagram คอนเทนต์รูปแบบ Post, Reel, Story ที่กล่าวถึงสรรพคุณสินค้าในกลุ่ม อย. ควบคุม ต้องผ่านการขออนุญาตก่อน
- TikTok วิดีโอรีวิว, Live สด, หรือ Duet ที่พูดถึงสรรพคุณสินค้า เข้าข่ายต้องขออนุญาตเช่นเดียวกัน
- YouTube วิดีโอรีวิวยาว, Shorts หรือ Live ทุกรูปแบบ ต้องผ่านอนุมัติเนื้อหาก่อนเผยแพร่
- X (Twitter) และ Threads แม้เป็นข้อความสั้น ถ้ามีการกล่าวอ้างสรรพคุณก็ต้องขออนุญาต
อย. ตีความว่าทุก Platform คือสื่อโฆษณา ไม่มีพื้นที่ใดที่ได้รับการยกเว้น สามารถดูตัวอย่างเพิ่มเติมได้ที่ ตัวอย่างข้อความโฆษณาผิดกฎหมาย เพื่อให้คำที่ใช้ไม่ผิดกฎหมายโฆษณา

ข้อความต้องห้ามที่ Influencer พูดไม่ได้ในโฆษณา
มีคำพูด และข้อความบางประเภทที่กฎหมายห้ามใช้เด็ดขาดในการโฆษณาสินค้า อย. ไม่ว่าจะผ่านสื่อใด และไม่ว่าจะได้รับใบอนุญาตหรือไม่ก็ตาม Influencer และเจ้าของแบรนด์ต้องรู้รายการนี้ก่อนเริ่มทำคอนเทนต์ทุกชิ้น เพื่อป้องกันค่าปรับและการถูกฟ้องร้องตามมา ประเภทข้อความที่ห้ามใช้ เช่น
- อ้างว่าสินค้ารักษา บรรเทา หรือป้องกันโรคใด ๆ (สำหรับสินค้าที่ไม่ใช่ยา)
- ใช้คำว่า “หาย”, “รักษา”, “แก้”, “ขจัด” ในบริบทของโรค
- ใช้คำยืนยันเด็ดขาด เช่น “ได้ผล 100%”, “ทุกคนเห็นผล”, “การันตี”
- อ้างผลลัพธ์เชิงตัวเลขที่ไม่มีหลักฐาน เช่น “ลดน้ำหนัก 5 กิโลใน 2 สัปดาห์”
- เปรียบเทียบกับสินค้าคู่แข่งในเชิงทำลายชื่อเสียง
- ใช้คำรับรองจากบุคลากรทางการแพทย์โดยไม่ได้รับอนุญาต
ข้อควรระวัง:
ประโยคอย่าง “ทานแล้วผอมลง 5 กิโลใน 2 สัปดาห์” หรือ “หน้าใสขึ้นชัดเจนใน 7 วัน” ถือว่าผิดกฎหมาย แม้ Influencer จะพูดในฐานะ “ประสบการณ์ส่วนตัว” ก็ตาม เพราะกฎหมายดูที่เนื้อหาและผลกระทบต่อผู้บริโภค ไม่ใช่เจตนาของผู้พูด
โทษทางกฎหมายเมื่อจ้าง Influencer โฆษณาผิดกฎหมาย
โทษแตกต่างกันตามประเภทสินค้าและ พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้อง โดยรวมแบ่งเป็น 2 ฝั่ง คือฝั่งผู้ประกอบการและฝั่ง Influencer ที่ทั้งคู่อาจถูกดำเนินคดีพร้อมกัน ขึ้นอยู่กับลักษณะการกระทำผิดและบทบาทของแต่ละฝ่าย
ฝั่งผู้ประกอบการ (เจ้าของสินค้า):
- โฆษณาโดยไม่ได้รับอนุญาต ปรับสูงสุด 50,000 บาท และ/หรือจำคุกไม่เกิน 2 ปี
- โฆษณาโอ้อวดเกินจริง ปรับสูงสุด 200,000 บาท ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค
- อาจถูกเพิกถอนเลขทะเบียน อย. ของผลิตภัณฑ์
ฝั่ง Influencer:
- ในฐานะผู้โฆษณาร่วม (ได้รับค่าตอบแทนและรู้ว่าผิด) อาจถูกดำเนินคดีร่วมกับเจ้าของสินค้า
- หากเนื้อหาทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดและเกิดความเสียหาย อาจถูกฟ้องทางแพ่งเพิ่มเติม
- บัญชีโซเชียลอาจถูก Platform ลบหรือระงับ
ทุกวันนี้ อย. และ สคบ. ติดตามโฆษณาบนโซเชียลมีเดียอย่างใกล้ชิด มีระบบ Monitor อัตโนมัติ และจำนวนคดีที่ดำเนินการเพิ่มขึ้นทุกปี การคิดว่าโพสต์เล็ก ๆ ไม่มีใครรู้ ใช้ไม่ได้แล้วในปัจจุบัน

5 ขั้นตอน จ้าง Influencer ให้ถูกกฎหมายตั้งแต่เริ่มต้น
การทำแคมเปญ Influencer ให้ถูกกฎหมายไม่ได้ยากอย่างที่หลายคนคิด ถ้าวางแผนตั้งแต่ต้นและทำตามขั้นตอนที่ถูกต้อง ก็ลดความเสี่ยงได้ทันที ทีมงาน C&S Rich1 ที่ดูแลด้านใบอนุญาตโฆษณามากว่า 7 ปี สรุปขั้นตอนสำคัญ 5 ข้อให้ดังนี้
ขั้นที่ 1: ตรวจสอบว่าสินค้าต้องขออนุญาตโฆษณาหรือไม่
ดูจากประเภทสินค้าและเนื้อหาที่จะให้ Influencer พูด ถ้าเป็นอาหารเสริม เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ หรือยา ต้องขออนุญาตทุกครั้ง
ขั้นที่ 2: ยื่นขออนุญาตโฆษณากับ อย. ก่อนทำสคริปต์
เตรียมเนื้อหาที่จะให้ Influencer พูดเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุข้อความ ภาพ และเสียงให้ครบ แล้วยื่นขออนุมัติจาก อย. ก่อนเริ่มถ่ายทำหรือโพสต์
ขั้นที่ 3: คุมเนื้อหาของ Influencer ให้ตรงตามที่ได้รับอนุมัติ
แจ้ง Influencer ชัดเจนให้พูดเฉพาะข้อความที่ผ่านการอนุมัติเท่านั้น ห้ามด้นสด ห้ามเพิ่มสรรพคุณ และห้ามเปลี่ยนคำพูดเอง
ขั้นที่ 4: เปิดเผยว่าเป็นโฆษณา
ตามแนวทางของ สคบ. Influencer ต้องระบุชัดว่าเนื้อหาเป็นโฆษณาหรือได้รับการสนับสนุน เช่น ใส่ #โฆษณา, #Sponsored หรือเขียนระบุไว้ในแคปชั่นชัดเจน
ขั้นที่ 5: เก็บหลักฐานเอกสารให้ครบ
เก็บเลขอนุญาตโฆษณา, ใบอนุมัติจาก อย., สคริปต์ที่ผ่านการอนุมัติ, และสำเนาคอนเทนต์ที่เผยแพร่ ไว้พร้อมแสดงเมื่อถูกตรวจสอบ
Tips:
ยื่นขออนุญาตโฆษณาล่วงหน้าอย่างน้อย 30-60 วันก่อนวันโพสต์ เพราะ อย. ใช้เวลาพิจารณาและอาจขอแก้ไขเนื้อหา ถ้ารีบไปมักเกิดปัญหาแก้ไขไม่ทันและต้องเลื่อนแคมเปญออกไป
สรุป
การจ้าง Influencer ทำโฆษณาสินค้าในกลุ่มที่ อย. ควบคุม ต้องขอใบอนุญาตโฆษณาทุกครั้งก่อนเผยแพร่ ไม่มีข้อยกเว้นสำหรับโซเชียลมีเดีย แม้จะเป็นเพียงคลิปสั้นบน TikTok, Reel บน Instagram หรือ Story ที่หายไปใน 24 ชั่วโมงก็ตาม
ผู้ประกอบการ คือผู้รับผิดชอบหลักทางกฎหมาย แต่ Influencer ก็ควรรู้กฎเพื่อปกป้องตนเองและงานของตัวเอง การวางแผนแคมเปญให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นไม่ได้ยุ่งยาก แต่ช่วยป้องกันค่าปรับและคดีที่อาจตามมาได้ทั้งหมด
FAQ
Q1: ถ้าจ้าง Influencer แล้วให้พูดแค่ใช้แล้วชอบ ไม่อ้างสรรพคุณ ยังต้องขอใบอนุญาตไหม?
A: ถ้าสินค้าอยู่ในกลุ่มที่ อย. ควบคุมและมีการตอบแทน ไม่ว่าจะเป็นเงิน สินค้าฟรี หรือผลประโยชน์อื่น ถือว่าเป็นโฆษณา ต้องขออนุญาตทุกครั้ง แม้เนื้อหาจะดูปลอดภัยก็ตาม
Q2: เลขอนุญาตโฆษณา อย. ต้องแสดงในโพสต์ของ Influencer ด้วยไหม?
A: ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าและสื่อ บางกรณีต้องแสดงเลขอนุญาตในเนื้อหา บางกรณีไม่บังคับแต่ต้องเก็บเอกสารไว้พร้อมแสดงเมื่อถูกตรวจสอบ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนเริ่มแคมเปญ
Q3: ใบอนุญาตโฆษณาที่ได้สำหรับ Facebook ใช้กับ TikTok ได้ไหม?
A: ใบอนุญาตโฆษณาจาก อย. ออกให้สำหรับ “เนื้อหา” ไม่ใช่ Platform ดังนั้นเนื้อหาที่ผ่านการอนุมัติแล้วใช้ได้หลาย Platform แต่ต้องเป็นข้อความเดียวกัน ห้ามดัดแปลง
Q4: ถ้า Influencer โพสต์โดยไม่แจ้งว่าเป็นโฆษณา ผิดกฎหมายไหม?
A: ผิด ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค การโฆษณาแฝงที่ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจว่าเป็นรีวิวส่วนตัวทั้งที่ได้รับค่าตอบแทน ถือเป็นการโฆษณาไม่ซื่อสัตย์และมีโทษทางกฎหมาย
Q5: ขอใบอนุญาตโฆษณาสำหรับแคมเปญ Influencer ใช้เวลานานแค่ไหน?
A: เฉลี่ย 15-30 วัน ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าและความครบถ้วนของเอกสาร หากเนื้อหามีจุดต้องแก้ไขจะใช้เวลาเพิ่ม ควรวางแผนล่วงหน้าอย่างน้อย 45-60 วันก่อนวันโพสต์จริง
ถ้าคุณกำลังวางแผนแคมเปญ Influencer สำหรับสินค้า อย. ทีมงาน C&S Rich1 พร้อมตรวจสอบเนื้อหา ยื่นขอใบอนุญาตโฆษณา และดูแลทุกขั้นตอนให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นจนจบ
สามารถดูบริการเพิ่มเติมได้ที่ รับขอใบอนุญาตโฆษณา ทุกประเภท
📲 Tel: 064-560-7779
💬 Line: @cs0645607779
📩 Email: csrich188@gmail.com
📚 Facebook: จด อย บริษัท ซีแอนด์เอสริช1 จำกัด