เลือกบริษัทรับจด อย. ยังไงดี? คู่มือเช็คลิสต์ก่อนจ้างฉบับผู้ประกอบการ

เผยแพร่เมื่อ:
26 Jun 2026
เขียนโดย:
Admin
การเลือกบริษัทรับจด อย. ควรพิจารณา 3 เรื่องหลัก ได้แก่ ความเชี่ยวชาญตามประเภทสินค้า ความโปร่งใสด้านราคา ขอบเขตบริการ และการรับผิดชอบหากการยื่นไม่ผ่าน เลือกบริษัทที่มีประสบการณ์ตรงกับสินค้าของคุณ จะช่วยให้การขอ อย. เป็นไปอย่างราบรื่นและคุ้มค่าที่สุด

การเลือกบริษัทรับจด อย. ควรพิจารณา 3 เรื่องหลัก ได้แก่ ความเชี่ยวชาญตามประเภทสินค้า ความโปร่งใสด้านราคา ขอบเขตบริการ และการรับผิดชอบหากการยื่นไม่ผ่าน เลือกบริษัทที่มีประสบการณ์ตรงกับสินค้าของคุณ จะช่วยให้การขอ อย. เป็นไปอย่างราบรื่นและคุ้มค่าที่สุด

บทความนี้จะพาคุณไปดู 7 เกณฑ์เลือกบริษัทรับจด อย. ที่ผู้ประกอบการควรพิจารณา คำถามที่ควรถามก่อนเซ็นสัญญา สัญญาณเตือนที่ควรหลีกเลี่ยง รวมถึงช่วงราคาตลาดทั่วไปเพื่อใช้เป็นกรอบเปรียบเทียบ

บริษัทรับจด อย. ทำหน้าที่อะไรบ้าง?

ก่อนเลือกบริษัทรับจด อย. ควรตรวจสอบ ขอบเขตบริการ ให้ชัดเจน เพราะแต่ละบริษัทให้บริการไม่เหมือนกัน บางแห่งรับเฉพาะยื่นเอกสาร ขณะที่บางแห่งดูแลตั้งแต่ให้คำปรึกษาจนถึงประสานงานกับ อย. โดยทั่วไป บริษัทรับจด อย. จะให้บริการหลัก 5 ขั้นตอน ได้แก่

1. ประเมินเบื้องต้น

บริษัท จะตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์ของคุณอยู่ในกลุ่มใด เช่น อาหาร เครื่องสำอาง หรืออาหารเสริม รวมถึงประเมินว่าต้องขออนุญาตประเภทใด และมีข้อกำหนดหรือการทดสอบเพิ่มเติมหรือไม่ เพื่อวางแผนการยื่นให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น

2. เตรียมเอกสาร

รวบรวม และตรวจสอบเอกสารที่จำเป็น เช่น เอกสารบริษัท สูตรผลิตภัณฑ์ ฉลาก รายละเอียดส่วนประกอบ และข้อมูลผู้ผลิต เพื่อให้เอกสารถูกต้อง ครบถ้วน และลดความเสี่ยงที่การพิจารณาจะล่าช้า

3. ยื่นต่อ อย.

ดำเนินการยื่นคำขอผ่านระบบ E-Submission พร้อมตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล ติดตามสถานะ และแจ้งความคืบหน้าให้ลูกค้าเป็นระยะ

4. ตอบกลับ อย.

หาก อย. ขอเอกสารหรือข้อมูลเพิ่มเติม บริษัทจะช่วยวิเคราะห์ประเด็น จัดเตรียมเอกสาร และประสานงาน เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปอย่างรวดเร็ว

5. รับเลขทะเบียน

เมื่อได้รับการอนุมัติ บริษัทจะส่งเลขสารบบ อาหารหรือเลขจดแจ้ง พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้อง และแนะนำการนำเลข อย. ไปใช้บนฉลากหรือบรรจุภัณฑ์ให้ถูกต้อง

บางบริษัทมีบริการเพิ่มเติม เช่น การทดสอบห้องแล็บ การออกแบบฉลาก หรือการให้คำปรึกษาเรื่องโฆษณาหลังได้ อย. ซึ่งอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม หรือรวมในแพ็คเกจ

ปรึกษาบริษัทรับจด อย.

7 เกณฑ์เลือกบริษัทรับจด อย. ที่ผู้ประกอบการควรพิจารณา

บริษัทรับจด อย. แต่ละแห่งมีความเชี่ยวชาญ และรูปแบบบริการแตกต่างกัน การเลือกจากราคาเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุด ควรพิจารณาจาก 7 ปัจจัยต่อไปนี้

1. ความเชี่ยวชาญตรงกับประเภทสินค้าของคุณ

การขอ อย. ของอาหาร เครื่องสำอาง อาหารเสริม และเครื่องมือแพทย์ มีข้อกำหนดแตกต่างกัน จึงควรเลือกบริษัทที่มีประสบการณ์กับสินค้าประเภทเดียวกับของคุณ และสามารถยกตัวอย่างผลงานหรือเคสที่เคยดำเนินการได้

2. จำนวนเคสและประสบการณ์จริง

พิจารณาจำนวนเคสที่ดำเนินการจริง ไม่ใช่แค่ปีที่ก่อตั้งบริษัท บริษัทที่เปิดมา 10 ปีแต่ทำเคสนาน ๆ ครั้ง อาจไม่ได้มีประสบการณ์สดใหม่เท่าบริษัทที่เปิดมา 5 ปีแต่ทำเคสสม่ำเสมอ

สิ่งที่ควรถาม:

  • ทำเคสไปแล้วทั้งหมดกี่เคส
  • เคสในประเภทสินค้าของคุณกี่เคส
  • มีเคสที่ใกล้เคียงกับสินค้าคุณไหม

3. ความโปร่งใสด้านราคา

ใบเสนอราคาที่ดี ต้องแยกแยะค่าธรรมเนียมราชการ (จ่ายให้ อย.) ออกจากค่าบริการบริษัท และระบุชัดว่ารวมหรือไม่รวมค่าทดสอบห้องแล็บ ค่าแปลเอกสาร ค่าเดินทาง และค่าตอบกลับ อย. หลังยื่น

ถ้าใบเสนอราคาเป็นแค่ “ราคาเหมา X บาท” ไม่แยกรายละเอียด มีโอกาสสูงที่จะเกิด “ค่าเพิ่มเติม” ระหว่างกระบวนการ ทำให้งบบานปลายเกินไปได้

4. ขอบเขตบริการครอบคลุมแค่ไหน

บางบริษัททำ “แบบเหมา” ตั้งแต่ต้นจนได้เลขทะเบียน บางที่ทำเฉพาะการยื่นเอกสาร ถ้า อย. ขอข้อมูลเพิ่มต้องจ่ายเพิ่ม ก่อนเซ็นสัญญาควรชัดเจนว่า ราคาที่จ่ายครอบคลุมถึงไหน

คำถามสำคัญ: ถ้า อย. ขอแก้เอกสาร 1, 2, 3 รอบ ต้องจ่ายเพิ่มไหม?

5. การสื่อสารและการอัปเดตงาน

ระยะเวลาจด อย. มักยาว 1-12 เดือน ขึ้นกับ Class ของสินค้า ระหว่างนี้ผู้ประกอบการควรรู้สถานะงานเป็นระยะ ลองทดสอบบริษัทตั้งแต่ขั้นเสนอราคา ดูว่าตอบกลับเร็วไหม ตอบครบไหม สื่อสารชัดเจนไหม เพื่อเป็นการประกอบการตัดสินใจเลือกใช้บริการของบริษัทนั้นๆ

6. ความรับผิดชอบกรณีไม่ผ่าน อย.

ไม่มีบริษัทไหนการันตี 100% ว่า อย. จะอนุมัติ แต่บริษัทที่ดีควรมีเงื่อนไขความรับผิดชอบกรณีไม่ผ่านที่ชัดเจน เช่น:

  • แก้ไขเอกสารและยื่นใหม่ฟรีกี่รอบ
  • ค่าธรรมเนียมที่จ่ายไปคืนได้ส่วนไหนบ้าง
  • กรณีไม่ผ่านเลย มีแนวทางอย่างไร

7. รีวิวจริงจากลูกค้าเก่า

ศึกษาความคิดเห็นจากลูกค้าเก่า ผลงานที่ผ่านมา และช่องทางรีวิวต่าง ๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจ โดยควรพิจารณารีวิว ที่มีรายละเอียดเกี่ยวกับการให้บริการมากกว่าคะแนนเพียงอย่างเดียว

จุดสำคัญ:

ไม่จำเป็นต้องเลือกบริษัทที่ใหญ่ที่สุด หรือถูกที่สุด สิ่งสำคัญ คือเลือกบริษัทที่จุดแข็ง ตรง กับสินค้า และสถานการณ์ของคุณ

คำถามที่ควรถามก่อนเซ็นสัญญา

เมื่อเลือกบริษัทรับจด อย. เหลือ 2-3 แห่งแล้ว ควรสอบถามรายละเอียดให้ครบ เพื่อเปรียบเทียบการบริการ ค่าใช้จ่าย และความรับผิดชอบก่อนตัดสินใจ โดยแบ่งเป็น 4 ด้าน ดังนี้

คำถามเกี่ยวกับการดำเนินงาน

เริ่มต้นด้วยการสอบถามขั้นตอน และระยะเวลาการดำเนินงาน เพื่อประเมินว่าบริษัทมีระบบการทำงานที่ชัดเจนหรือไม่ โดยสิ่งที่ควรถาม เช่น

  1. ระยะเวลาดำเนินการของผลิตภัณฑ์ประเภทนี้โดยทั่วไปอยู่ที่เท่าไหร่?
  2. ขั้นตอนการทำงานเป็นอย่างไร และมีใครรับผิดชอบในแต่ละขั้น?
  3. ระหว่างทางจะอัปเดตสถานะให้ทราบบ่อยแค่ไหน?

คำถามเกี่ยวกับราคา

จากนั้น ควรสอบถามรายละเอียดค่าใช้จ่ายให้ครบถ้วน เพื่อป้องกันค่าใช้จ่ายแฝงในภายหลัง โดยสิ่งที่ควรถาม เช่น

  1. ค่าใช้จ่ายที่ระบุครอบคลุมถึงไหน อะไรเป็นค่าเพิ่ม?
  2. กรณี อย. ขอแก้เอกสาร ต้องจ่ายเพิ่มไหม?
  3. ค่าทดสอบห้องแล็บ ค่าแปลเอกสาร รวมในราคาหรือแยก?

คำถามเกี่ยวกับความรับผิดชอบ

นอกจากนี้ ควรทำความเข้าใจความรับผิดชอบของบริษัท หากเกิดปัญหาระหว่างการยื่นคำขอ โดยสิ่งที่ควรถาม เช่น

  1. กรณี อย. ปฏิเสธ บริษัทรับผิดชอบส่วนไหน?
  2. ถ้ายื่นซ้ำ ต้องจ่ายค่าบริการใหม่ทั้งหมดไหม?
  3. มีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรไหม ระบุเงื่อนไขอะไรบ้าง?
คำถามที่ควรถามก่อนเซ็นสัญญา

คำถามเกี่ยวกับหลังบริการ

สุดท้าย อย่าลืมสอบถามบริการหลังการขาย เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้รับการดูแลต่อเนื่องหลังได้รับใบอนุญาต โดยสิ่งที่ควรถาม เช่น

  1. หลังได้ใบอนุญาตแล้ว ถ้ามีคำถามเรื่องการต่ออายุหรือการแก้ไขทะเบียน บริษัทยังให้คำปรึกษาไหม?
  2. หากต้องการเพิ่มผลิตภัณฑ์หรือเปลี่ยนรายละเอียดบนฉลาก บริษัทสามารถดำเนินการให้ได้หรือไม่?

ช่วงราคาตลาดของบริการรับจด อย.

เพื่อใช้เป็นกรอบเปรียบเทียบราคา นี่คือช่วงราคาตลาดทั่วไปของบริการรับจด อย. ในประเทศไทย ปี 2026 (เป็นกรอบทั่วไปของตลาด ไม่ใช่ราคาเฉพาะของบริษัทใด) ดังนี้

  • เครื่องสำอาง: 10,000-50,000 บาทต่อผลิตภัณฑ์
  • อาหารทั่วไป: 15,000-50,000 บาทต่อผลิตภัณฑ์
  • อาหารเสริม: 50,000-150,000 บาทต่อผลิตภัณฑ์
  • เครื่องมือแพทย์ Class 1: 15,000-25,000 บาท
  • เครื่องมือแพทย์ Class 2: 50,000-100,000 บาท
  • เครื่องมือแพทย์ Class 3-4: 80,000-200,000+ บาท
  • ยา (ตำรับใหม่): 100,000-2,000,000 บาท

ราคานี้รวมค่าธรรมเนียมราชการ และค่าบริการทั่วไปแล้ว แต่ยังไม่รวมค่าทดสอบห้องแล็บที่อาจสูงกว่าค่าบริการในบางเคส โดยเฉพาะสินค้าที่ต้องทดสอบหลายพารามิเตอร์

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเรื่องค่าใช้จ่ายได้ที่ ค่าใช้จ่าย อย 2026 ต้องเตรียมงบเท่าไหร่?

สรุป

การเลือกบริษัทรับจด อย. ที่ดีไม่ใช่การหาบริษัทที่ดีที่สุด แต่เป็นการหาบริษัทที่เหมาะที่สุด สำหรับสินค้า และสถานการณ์ของคุณ พิจารณาจาก 7 เกณฑ์หลัก ได้แก่ ความเชี่ยวชาญตรงประเภทสินค้า ประสบการณ์จริง ความโปร่งใสด้านราคา ขอบเขตบริการ การสื่อสาร ความรับผิดชอบกรณีไม่ผ่าน และรีวิวจริงจากลูกค้าเก่า

ก่อนเซ็นสัญญา ควรถามคำถามเฉพาะเจาะจง ควรเลือกบริษัทไว้ 2-3 ราย แล้วเปรียบเทียบใบเสนอราคาที่แยกรายละเอียดชัดเจน หลีกเลี่ยงบริษัทที่ราคาถูกผิดปกติ ไม่มีตัวตนชัดเจน ไม่มีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร หรือการันตี 100%

ที่สำคัญ ใช้เวลาในการเลือกอย่างไม่รีบร้อน เพราะการเลือกบริษัทรับจดผิดหนึ่งครั้ง อาจทำให้เสียทั้งเงิน เวลา และโอกาสทางธุรกิจ

FAQ

Q1: บริษัทรับจด อย. ใช้เวลาดำเนินการนานแค่ไหน?

A: ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าและความครบถ้วนของเอกสาร โดยทั่วไปใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน

Q2: ยังไม่มีโรงงานผลิต จด อย. ได้ไหม?

A: ไม่ได้ ต้องมีโรงงานผลิตที่มีคุณสมบัติตามข้อกำหนดก่อนยื่นขอ

Q3: การขอจด อย. ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง?

A: ใช้ข้อมูลเจ้าของแบรนด์ รายละเอียดสินค้า ฉลาก และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการผลิต สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ เอกสารจด อย. ต้องเตรียมอะไรบ้าง?

Q4: ใช้บริษัทจด อย.เดียวกันได้ไหม ถ้ามีสินค้าหลายประเภท?

A: ได้ ถ้าบริษัทนั้นเชี่ยวชาญหลายประเภท แต่ควรตรวจสอบเป็นรายประเภทว่าเคยทำมากี่เคส เพราะแต่ละประเภทต้องใช้ทีมที่เชี่ยวชาญต่างกัน

Q5: ยื่นจด อย.เองหรือจ้างบริษัทรับจด อย. ดีกว่ากัน?

A: การจ้างบริษัทรับจด อย.จะสะดวกกว่า หากไม่ค่อยมีเวลาต่หากมีเวลา ศึกษาข้อกำหนด และสามารถเตรียมเอกสารได้ครบถ้วน ก็สามารถยื่นเองได้


หากกำลังมองหาบริษัทรับจด อย. ที่มีประสบการณ์ ทีมงาน C&S Rich1 ดูแลการขอ อย. มากกว่า 7 ปี มีผลงานกว่า 500 เคส พร้อมให้คำปรึกษาเบื้องต้นและประเมินค่าใช้จ่ายฟรี

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริการรับจด อย.


📲 Tel: 064-560-7779

💬 Line: @cs0645607779

📩 Email: csrich188@gmail.com

📚 Facebook: จด อย บริษัท ซีแอนด์เอสริช1 จำกัด

แบ่งปันข่าวนี้:

สนใจจด อย.

ใบอนุญาตโฆษณา

ใบอนุญาตโรงงาน (รง.4)

ซีแอนด์เอสริช 1 ผู้เชี่ยวชาญด้านการจด อย. และใบอนุญาตมากว่า 7 ปี

บทความล่าสุด

การนำเข้าเครื่องมือแพทย์จากต่างประเทศ ต้องขออนุญาตจาก อย. ก่อนนำเข้าและจำหน่าย โดยผู้ประกอบการต้องตรวจสอบประเภทของเครื่องมือแพทย์ เตรียมเอกสารของผู้ผลิตและผลิตภัณฑ์ แล้วจึงยื่นคำขอผ่านระบบของ อย

26 Jun 2026

การจด อย. อาหาร คือการขออนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อให้สามารถผลิตและจำหน่ายอาหารได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

26 Jun 2026

เลข สบ. คือ เลขที่ใบอนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ออกให้กับสถานที่ผลิตอาหารที่ผ่านการตรวจประเมินตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด

26 Jun 2026
จด อย บริษัท ซีแอนด์เอสริช1 จำกัด