<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>C&amp;S Rish1</title>
	<atom:link href="https://csrich1.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://csrich1.com</link>
	<description>บริการรับจด อย. และใบอนุญาตประกอบธุรกิจครบวงจร (One Stop Service) ดูแลคุณตั้งแต่เริ่มต้นจนจบกระบวนการ</description>
	<lastBuildDate>Tue, 28 Apr 2026 02:44:55 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/03/FAV.png</url>
	<title>C&amp;S Rish1</title>
	<link>https://csrich1.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>จด อย. เครื่องมือแพทย์: ขั้นตอนและกฎที่ควรรู้</title>
		<link>https://csrich1.com/medical-device-license-guide-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[pattarapol@decorear.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Apr 2026 07:47:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://csrich1.com/?p=1411</guid>

					<description><![CDATA[จด อย. เครื่องมือแพทย์ คือการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์กับ อย. ก่อนนำเข้าหรือจำหน่ายในไทย อ่านครบทุกขั้นตอน เอกสาร]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ขั้นตอนการจด อย. เครื่องมือแพทย์เริ่มจากการจัดประเภทความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์ จากนั้นเตรียมเอกสาร และข้อมูลทางเทคนิคให้ครบ แล้วจึงยื่นขอขึ้นทะเบียนหรือแจ้งรายการต่อสำนักงาน อย. ตามประเภทที่กำหนด ก่อนผ่านการพิจารณาอนุมัติ</p>



<p>บทความนี้จะอธิบายการ<a href="https://csrich1.com/advertising-license-service/">จด อย. เครื่องมือแพทย์</a>ว่า คืออะไร เครื่องมือแพทย์ประเภทไหนที่ต้องจด อย. ขั้นตอนการดำเนินการ เอกสารที่ต้องเตรียม รวมถึงค่าใช้จ่ายและระยะเวลาในการขออนุญาต เพื่อให้เข้าใจภาพรวมทั้งหมดอย่างชัดเจนก่อนเริ่มดำเนินธุรกิจ</p>



<h2 class="wp-block-heading">จด อย. เครื่องมือแพทย์ คืออะไร?</h2>



<p><strong>การจด อย. เครื่องมือแพทย์</strong> คือกระบวนการขอขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อรับรองว่าเครื่องมือแพทย์นั้นผ่านการตรวจสอบความปลอดภัย และประสิทธิภาพแล้ว ก่อนที่จะนำเข้า ผลิต หรือจำหน่ายในประเทศไทยได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย</p>



<p>พูดง่าย ๆ คือ เลข อย. เปรียบเหมือน &#8220;ใบผ่านทาง&#8221; ที่รับรองว่าเครื่องมือแพทย์ชิ้นนั้นปลอดภัยสำหรับผู้ใช้งานในไทย ซึ่งแตกต่างจากการ<a href="https://csrich1.com/fda-registration-service/">จด อย.</a> อาหารหรือเครื่องสำอางตรงที่ขั้นตอน และเอกสารมีความซับซ้อนมากกว่า เพราะเครื่องมือแพทย์ส่งผลโดยตรงต่อการวินิจฉัย บำบัด หรือรักษาโรค</p>



<div style="background-color: #E8F5E9; border-left: 4px solid #4CAF50; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;">

<p style="font-weight: bold; color: #2E7D32; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">จุดสำคัญ:</p>

<p style="margin: 0; color: #333;">การจด อย. เครื่องมือแพทย์ไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมาย แต่เป็นสิ่งที่โรงพยาบาล คลินิก และลูกค้าองค์กรต้องการก่อนตัดสินใจซื้อ เพราะถ้าไม่มีเลข อย. แสดงบนผลิตภัณฑ์ โอกาสปิดการขายในตลาดวิชาชีพจะยากมาก</p>

</div>



<h2 class="wp-block-heading">เครื่องมือแพทย์ประเภทไหนต้องจด อย. บ้าง?</h2>



<p>กฎหมายแบ่งเครื่องมือแพทย์ออกเป็น 4 ระดับตามความเสี่ยง แต่ละระดับมีกระบวนการ และความเข้มข้นในการตรวจสอบที่ต่างกัน ผู้ประกอบการต้องรู้ก่อนว่าสินค้าของตัวเองอยู่ในระดับไหน เพราะนั่นส่งผลโดยตรงต่อระยะเวลาและค่าใช้จ่ายในการขอขึ้นทะเบียน</p>



<h3 class="wp-block-heading">Class 1 &#8211; ความเสี่ยงต่ำ</h3>



<p>เครื่องมือที่ไม่สัมผัสร่างกายโดยตรงหรือมีความเสี่ยงต่ำมาก เช่น แว่นขยายทางการแพทย์ ถุงมือตรวจโรคทั่วไป ม้านั่งผู้ป่วย เครื่องมือกลุ่มนี้ใช้ระบบ &#8220;แจ้งรายการ&#8221; ซึ่งง่ายกว่าการขึ้นทะเบียน โดยยื่นแบบฟอร์มและเอกสารพื้นฐานเท่านั้น ระยะเวลาพิจารณาสั้นกว่าประเภทอื่นมาก</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="434" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/asian-woman-doctor-examining-eye-with-magnifying-glass-closeup-medical-examination-dermatology-ophthalmology-healthcare-1024x434.jpg" alt="จด อย. เครื่องมือแพทย์ Class 1  " class="wp-image-1412" srcset="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/asian-woman-doctor-examining-eye-with-magnifying-glass-closeup-medical-examination-dermatology-ophthalmology-healthcare-1024x434.jpg 1024w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/asian-woman-doctor-examining-eye-with-magnifying-glass-closeup-medical-examination-dermatology-ophthalmology-healthcare-300x127.jpg 300w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/asian-woman-doctor-examining-eye-with-magnifying-glass-closeup-medical-examination-dermatology-ophthalmology-healthcare-768x326.jpg 768w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/asian-woman-doctor-examining-eye-with-magnifying-glass-closeup-medical-examination-dermatology-ophthalmology-healthcare-1536x652.jpg 1536w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/asian-woman-doctor-examining-eye-with-magnifying-glass-closeup-medical-examination-dermatology-ophthalmology-healthcare-2048x869.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">Class 2 &#8211; ความเสี่ยงปานกลาง</h3>



<p>เครื่องมือที่สัมผัสร่างกายชั่วคราว เช่น เครื่องวัดความดัน เครื่องตรวจน้ำตาลในเลือด อุปกรณ์กายภาพบำบัด เครื่องมือกลุ่มนี้ต้องผ่านการขึ้นทะเบียนแบบเต็มรูปแบบ พร้อมส่งเอกสารทางเทคนิคจากผู้ผลิตต่างประเทศ รวมถึงใบรับรองมาตรฐานสากล เช่น CE Mark หรือ ISO 13485</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="669" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/2109.i203.001.P.m004.c33.medical-equipment-realistic-set-1024x669.jpg" alt="จด อย. เครื่องมือแพทย์ Class 3" class="wp-image-1413" srcset="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/2109.i203.001.P.m004.c33.medical-equipment-realistic-set-1024x669.jpg 1024w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/2109.i203.001.P.m004.c33.medical-equipment-realistic-set-300x196.jpg 300w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/2109.i203.001.P.m004.c33.medical-equipment-realistic-set-768x502.jpg 768w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/2109.i203.001.P.m004.c33.medical-equipment-realistic-set-1536x1003.jpg 1536w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/2109.i203.001.P.m004.c33.medical-equipment-realistic-set-2048x1337.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">Class 3 &#8211; ความเสี่ยงสูง</h3>



<p>เครื่องมือที่สัมผัสร่างกายระยะยาวหรืออยู่ในร่างกาย เช่น ขาเทียม ตาเทียม สายสวนหัวใจระยะยาว กลุ่มนี้ต้องผ่านการตรวจสอบทางคลินิก (Clinical Evidence) และมีเอกสารจำนวนมากกว่า Class 2 อย่างเห็นได้ชัด ใช้เวลาพิจารณานานขึ้นตามความซับซ้อน</p>



<h3 class="wp-block-heading">Class 4 &#8211; ความเสี่ยงสูงมาก</h3>



<p>เครื่องมือที่ฝังในร่างกายถาวรหรือมีความเสี่ยงต่อชีวิตโดยตรง เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ ลิ้นหัวใจเทียม กระบวนการนี้เข้มงวดที่สุด ใช้เวลานานที่สุด และต้องการผู้เชี่ยวชาญดูแลตลอดกระบวนการ ไม่แนะนำให้ทำเองโดยไม่มีที่ปรึกษา</p>



<h2 class="wp-block-heading">เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับจด อย. เครื่องมือแพทย์</h2>



<p>การเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนตั้งแต่แรกจะช่วยให้กระบวนการไม่ล่าช้า เพราะถ้าเอกสารขาดเพียงรายการเดียว เจ้าหน้าที่จะส่งทั้งไฟล์กลับมาให้แก้ไขใหม่ เอกสารที่ต้องใช้แบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก ดังนี้</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>1. เอกสารของบริษัทผู้ยื่น:</strong></h3>



<ul class="wp-block-list">
<li>หนังสือรับรองบริษัท ออกไม่เกิน 6 เดือน พร้อมวัตถุประสงค์เกี่ยวกับเครื่องมือแพทย์</li>



<li>ใบอนุญาตสถานที่นำเข้าตามหลัก GDPMD</li>



<li>หนังสือมอบอำนาจ (กรณีให้ตัวแทนดำเนินการแทน)</li>



<li>บัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางของกรรมการบริษัท</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>2. เอกสารทางเทคนิคของผลิตภัณฑ์:</strong></h3>



<ul class="wp-block-list">
<li>ใบรับรองมาตรฐานสากล เช่น CE Mark, ISO 13485 (แล้วแต่ประเภทสินค้า)</li>



<li>Technical File หรือ Technical Documentation ฉบับภาษาอังกฤษ</li>



<li>Declaration of Conformity จากผู้ผลิต</li>



<li>Authorized Representative Letter ระบุบริษัทในไทยเป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการ</li>



<li>หลักฐานการทดสอบทางคลินิก (สำหรับ Class 3 และ 4)</li>



<li>คู่มือการใช้งานภาษาไทย (สำหรับผลิตภัณฑ์บางประเภท)</li>
</ul>



<div style="background-color: #E3F2FD; border-left: 5px solid #2196F3; padding: 18px 22px; margin: 24px 0; border-radius: 10px;">

  <p style="font-weight: 700; color: #0D47A1; margin-bottom: 10px; font-size: 16px;">
    💡 Tips
  </p>

  <p style="margin: 0; color: #333; line-height: 1.6; font-size: 15px;">
    เตรียมเอกสารทั้งหมดเป็น PDF พร้อมสารบัญที่ชัดเจนก่อนอัปโหลด  
    เพราะระบบ e-Submission มีข้อจำกัดด้านขนาดไฟล์  
    และเอกสารที่ไม่เป็นระเบียบอาจทำให้ต้องแก้ไขและล่าช้าได้
  </p>

</div>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/top-view-health-still-life-arrangement-with-copy-space-1-1024x683.jpg" alt="ขั้นตอนการ จด อย. เครื่องมือแพทย์" class="wp-image-1414" srcset="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/top-view-health-still-life-arrangement-with-copy-space-1-1024x683.jpg 1024w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/top-view-health-still-life-arrangement-with-copy-space-1-300x200.jpg 300w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/top-view-health-still-life-arrangement-with-copy-space-1-768x512.jpg 768w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/top-view-health-still-life-arrangement-with-copy-space-1-1536x1024.jpg 1536w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/top-view-health-still-life-arrangement-with-copy-space-1-2048x1365.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading">ขั้นตอนการจด อย. เครื่องมือแพทย์</h2>



<p>ก่อนยื่นขึ้นทะเบียนเครื่องมือแพทย์ ผู้นำเข้าต้องได้รับการรับรอง GDPMD สำหรับสถานที่เก็บรักษาก่อน ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญที่มักถูกมองข้ามและอาจทำให้ต้องเริ่มใหม่ทั้งหมด โดยกระบวนการขึ้นทะเบียนมีหลายขั้นตอนที่ต้องทำตามลำดับ ดังนี้</p>



<h3 class="wp-block-heading">1. เตรียมความพร้อมด้านสถานที่ (GDPMD)</h3>



<p>ผู้นำเข้าต้องขอรับรองสถานที่นำเข้าตามหลัก GDPMD ก่อน คือต้องมีคลังสินค้าที่ผ่านมาตรฐานการจัดเก็บเครื่องมือแพทย์ รวมถึงระบบเอกสาร Quality Manual, SOP ครบทุกขั้นตอน และบุคลากรที่ผ่านการฝึกอบรม กระบวนการนี้ใช้เวลาประมาณ 3-6 เดือน</p>



<h3 class="wp-block-heading">2. รวบรวมเอกสารจากผู้ผลิตต่างประเทศ</h3>



<p>เมื่อมีสถานที่พร้อมแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือ ขอเอกสารจากผู้ผลิตต่างประเทศ ได้แก่ ใบรับรองมาตรฐาน (CE Mark, ISO 13485), Technical Documentation, Declaration of Conformity และหนังสือแต่งตั้งตัวแทน (Authorized Representative Letter) ซึ่งต้องมีการรับรองเอกสารตามที่กฎหมายกำหนด การรอเอกสารจากผู้ผลิตต่างประเทศอาจใช้เวลา 1-3 เดือน ควรเริ่มขอล่วงหน้า</p>



<h3 class="wp-block-heading">3. ยื่นขอขึ้นทะเบียนผ่านระบบ e-Submission</h3>



<p>ยื่นเอกสารทั้งหมดผ่านระบบ e-Submission ของ อย. ที่ <a href="http://privus.fda.moph.go.th" target="_blank" rel="noopener">privus.fda.moph.go.th</a> โดยอัปโหลดเอกสารทุกรายการตามที่กำหนด เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความครบถ้วนก่อนรับเรื่อง ถ้าเอกสารไม่ครบจะถูกส่งกลับให้แก้ไขก่อนเริ่มนับระยะเวลาพิจารณาใหม่</p>



<h3 class="wp-block-heading">4. รอการพิจารณาและตอบคำถามเพิ่มเติม</h3>



<p>หลังยื่นเอกสาร เจ้าหน้าที่ อย. จะพิจารณาและอาจส่งคำถามหรือขอเอกสารเพิ่มเติม ผู้ยื่นต้องตอบกลับภายในระยะเวลาที่กำหนด หากไม่มีการตอบกลับไฟล์อาจถูกปิดและต้องยื่นใหม่ การเตรียมเอกสารให้ครบตั้งแต่แรกจึงสำคัญมาก</p>



<h3 class="wp-block-heading">5. ได้รับเลขทะเบียนเครื่องมือแพทย์</h3>



<p>เมื่อผ่านการพิจารณาแล้ว อย. จะออกเลขทะเบียนให้ ซึ่งต้องแสดงบนฉลากผลิตภัณฑ์ทุกครั้งที่นำออกจำหน่าย เลขทะเบียนนี้ผูกกับบริษัทผู้นำเข้าที่ยื่น ไม่สามารถโอนสิทธิ์ให้ผู้อื่นได้</p>



<div style="background-color: #FBE9E7; border-left: 4px solid #FF5722; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;">

<p style="font-weight: bold; color: #D84315; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">ข้อควรระวัง:</p>

<p style="margin: 0; color: #333;">ห้ามนำเข้าหรือจำหน่ายเครื่องมือแพทย์ก่อนได้รับเลขทะเบียน อย. แม้จะมีเอกสารจากต่างประเทศครบก็ตาม โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ</p>

</div>



<h2 class="wp-block-heading">ค่าใช้จ่ายและระยะเวลาในการจด อย. เครื่องมือแพทย์</h2>



<p>ค่าใช้จ่าย และระยะเวลาแตกต่างกันมากตามระดับความเสี่ยงของเครื่องมือแพทย์ ผู้ประกอบการควรวางแผนงบประมาณ และไทม์ไลน์ให้ครอบคลุมตั้งแต่ต้น เพราะถ้าสินค้ามาถึงท่าเรือแล้วแต่ยังไม่มีเลข อย. จะต้องเก็บไว้ในคลังสินค้าและเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมโดยไม่จำเป็น</p>



<p>ค่าธรรมเนียมการขึ้นทะเบียนกับ อย. อยู่ในระดับหลักร้อยถึงหลักพันบาทแล้วแต่ประเภทสินค้า แต่ค่าใช้จ่ายจริงส่วนใหญ่มาจากการเตรียมเอกสาร แปลและรับรองเอกสาร และค่าบริการผู้เชี่ยวชาญ</p>



<p>สำหรับระยะเวลา <strong>Class 1-2 ใช้เวลาประมาณ 3-6 เดือน</strong> นับจากวันที่เอกสารครบ ส่วน <strong>Class 3-4 อาจใช้เวลา 6-18 เดือนขึ้นไป</strong> ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของผลิตภัณฑ์และเอกสารที่ยื่น</p>



<h2 class="wp-block-heading">สรุป</h2>



<p>การ <a href="https://csrich1.com/advertising-license-service/"><strong>จด อย. เครื่องมือแพทย์</strong></a> ไม่ใช่กระบวนการที่ทำได้ทันที แต่ต้องวางแผนอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การเตรียมสถานที่ให้ผ่านมาตรฐาน GDPMD ไปจนถึงการจัดทำเอกสารและข้อมูลทางเทคนิคให้ครบถ้วนก่อนยื่นขออนุญาต โดยยิ่งเครื่องมือแพทย์มีระดับความเสี่ยงสูง กระบวนการตรวจสอบ และเอกสารที่ต้องใช้ก็จะยิ่งละเอียด ใช้เวลามากขึ้น ดังนั้น การเตรียมความพร้อมตั้งแต่ต้น ทั้งด้านสถานที่ เอกสาร และความเข้าใจในประเภทสินค้าจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อช่วยลดความล่าช้าและเพิ่มโอกาสในการผ่านการอนุมัติได้อย่างราบรื่น</p>



<h2 class="wp-block-heading">FAQ</h2>


<div id="rank-math-faq" class="rank-math-block">
<div class="rank-math-list ">
<div id="faq-question-1777343472744" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q1: จด อย. เครื่องมือแพทย์ต้องต่ออายุไหม?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: เลขทะเบียนเครื่องมือแพทย์ไม่มีวันหมดอายุ แต่ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญ เช่น เปลี่ยนผู้ผลิต สูตรการผลิต หรือบรรจุภัณฑ์ ต้องยื่นขอแก้ไขหรือขึ้นทะเบียนใหม่ตามกรณี นอกจากนี้ถ้าสถานที่นำเข้า (GDPMD) หมดอายุ ต้องต่ออายุด้วยเช่นกัน</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1777343480771" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q2: ถ้าผลิตภัณฑ์ได้รับการรับรอง CE Mark แล้ว ยังต้องจด อย. ไทยอีกไหม?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ต้องจดครับ CE Mark เป็นการรับรองจากยุโรป ไม่ใช่การรับรองของ อย. ไทย การมี CE Mark ช่วยให้กระบวนการขึ้นทะเบียนกับ อย. ไทยง่ายขึ้นมาก เพราะ อย. ยอมรับเอกสารที่ใช้ในการรับรอง CE ได้หลายส่วน</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1777343621118" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q3: ถ้าเครื่องมือแพทย์มีหลายรุ่น ต้องจดแยกทุกรุ่นไหม?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ขึ้นอยู่กับความแตกต่างของสินค้า หากต่างกันแค่สีหรือขนาดอาจยื่นรวมได้ แต่ถ้าฟังก์ชันหรือการใช้งานต่างกัน ต้องยื่นแยกตามแต่ละรุ่น</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1777343654758" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q4: ระหว่างรอ อย. พิจารณา สามารถนำสินค้าเข้ามาเก็บในไทยก่อนได้ไหม?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: สามารถนำเข้ามาเก็บในคลังสินค้าที่ผ่าน GDPMD ได้ครับ แต่ยังไม่สามารถจำหน่ายหรือแจกจ่ายได้ การจำหน่ายก่อนได้รับเลขทะเบียนถือเป็นความผิดตามกฎหมาย</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1777343669363" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q5: ใช้บริการตัวแทนยื่น อย. แทน แตกต่างจากทำเองอย่างไร?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ตัวแทนที่มีประสบการณ์จะช่วยลดความผิดพลาดของเอกสาร ลดรอบแก้ไข และช่วยให้กระบวนการผ่านได้เร็วขึ้น เพราะเข้าใจข้อกำหนดและแนวทางพิจารณาของ อย. มากกว่า</p>

</div>
</div>
</div>
</div>


<p>หากคุณกำลังวางแผนนำเข้าหรือผลิตเครื่องมือแพทย์ในไทย ทีมงาน <strong>C&amp;S Rich1</strong> พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลทุกขั้นตอนการ<a href="https://csrich1.com/fda-registration-service/">จด อย. เครื่องมือแพทย์</a> ด้วยประสบการณ์กว่า 7 ปีและมากกว่า 500 เคส</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p>📲 Tel: <a href="tel:+66645607779">064-560-7779</a></p>



<p>💬 Line: @cs0645607779</p>



<p>📩 Email: <a href="mailto:csrich188@gmail.com">csrich188@gmail.com</a></p>



<p>📚 Facebook: <a href="https://www.facebook.com/p/%E0%B8%88%E0%B8%94-%E0%B8%AD%E0%B8%A2-%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%97-%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%AA-%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%8A1-%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%94-100069116491327/?_rdc=1&amp;_rdr#" target="_blank" rel="noopener">จด อย บริษัท ซีแอนด์เอสริช1 จำกัด</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โรงงานจำพวก 1 2 3 คืออะไร? ต่างกันยังไง สรุปเข้าใจง่าย</title>
		<link>https://csrich1.com/factory-type-1-2-3-thailand/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[pattarapol@decorear.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Apr 2026 00:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานจําพวก 1 2 3 คือ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://csrich1.com/?p=1392</guid>

					<description><![CDATA[โรงงานจำพวก 1 2 3 ต่างกันยังไง? สรุปเกณฑ์การแบ่งประเภท ข้อกำหนดทางกฎหมาย และภาระหน้าที่ที่ผู้ประกอบการต้องรู้ก่อนเปิดโรงงาน]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>โรงงานจำพวก 1 2 3 คือการแบ่งระดับโรงงานตามความเสี่ยงและผลกระทบ เพื่อกำหนดขั้นตอนก่อนเริ่มดำเนินการ แต่ละประเภทต่างกันที่ ระดับการควบคุมของกฎหมาย และขั้นตอนก่อนเริ่มประกอบกิจการ</p>
<p>บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่าโรงงานจำพวก 1 2 3 แบ่งตามอะไร แต่ละประเภทคืออะไร และแตกต่างกันอย่างไร พร้อมสรุปเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจน เข้าใจง่ายในที่เดียว</p>
<hr />
<h2>โรงงานจำพวก 1 2 3 แบ่งตามอะไร?</h2>
<p>พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 (แก้ไขเพิ่มเติมปี 2562) เป็นกฎหมายหลักที่กำหนดนิยาม และการแบ่งประเภทโรงงาน โดยพิจารณาจาก 2 เกณฑ์หลักคือ <strong>จำนวนคนงาน</strong> และ <strong>กำลังเครื่องจักร (แรงม้า)</strong> โดยใช้ค่าใดค่าหนึ่งที่สูงกว่าเป็นเกณฑ์ตัดสิน</p>
<p>พูดง่าย ๆ คือ ยิ่งโรงงานใช้เครื่องจักรหรือคนงานมากขึ้น ระดับการกำกับดูแลของภาครัฐก็ยิ่งเข้มขึ้นตาม เพื่อให้มั่นใจว่าโรงงานขนาดใหญ่มีความปลอดภัยและไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<div style="background-color: #fff8e1; border-left: 4px solid #FFC107; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;">
<p style="font-weight: bold; color: #f57f17; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">จุดสำคัญ:</p>
<p>เกณฑ์การพิจารณาใช้ &#8220;อย่างใดอย่างหนึ่ง&#8221; ไม่ใช่ทั้งคู่ เช่น ถ้าเครื่องจักรไม่เกิน 50 แรงม้า แต่มีคนงาน 60 คน ก็ถือเป็นโรงงานจำพวก 3 ต้องขอ รง.4</p>
</div>
<hr />
<h2>โรงงานจำพวก 1 คืออะไร?</h2>
<p><strong>โรงงานจำพวก 1</strong> คือโรงงานขนาดเล็กที่สุดในการจำแนกประเภทตามกฎหมาย ใช้เครื่องจักรไม่เกิน 20 แรงม้า และมีคนงานไม่เกิน 20 คน</p>
<p>โรงงานจำพวก 1 ไม่ต้องขอใบอนุญาต และไม่ต้องแจ้งก่อนเริ่มดำเนินการ แต่ยังอยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายในเรื่องมาตรฐานความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม ถ้าพบว่าดำเนินการไม่ตรงตามมาตรฐาน เจ้าหน้าที่ยังมีอำนาจสั่งแก้ไขหรือระงับการดำเนินงานได้</p>
<p><strong>ตัวอย่าง </strong>โรงงานจำพวก 1 ที่พบบ่อย เช่น โรงงานผลิตอาหารขนาดเล็กในครัวเรือน โรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าขนาดเล็ก หรือโรงงานประกอบชิ้นส่วนขนาดย่อม</p>
<p><img decoding="async" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/image-9.png" alt="" /></p>
<h2>โรงงานจำพวก 2 คืออะไร?</h2>
<p><strong>โรงงานจำพวก 2</strong> คือโรงงานขนาดกลาง ใช้เครื่องจักรระหว่าง 20-50 แรงม้า หรือมีคนงานระหว่าง 20-50 คน ตาม พ.ร.บ. โรงงาน ฉบับปี 2562 โรงงานจำพวก 2 เปลี่ยนจากระบบ &#8220;ขอใบอนุญาตก่อน&#8221; มาเป็นระบบ <strong>&#8220;แจ้งก่อนเริ่มประกอบการ&#8221;</strong> โดยแจ้งต่อสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดในพื้นที่ก่อนเริ่มงาน แล้วเริ่มดำเนินการได้เลย ไม่ต้องรอการอนุมัติ</p>
<p>ระบบใหม่นี้ช่วยลดขั้นตอนให้ผู้ประกอบการขนาดกลางได้มาก แต่ยังต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงและกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน</p>
<p><img decoding="async" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/image-10.png" alt="" /></p>
<h2>โรงงานจำพวก 3 คืออะไร?</h2>
<p><strong>โรงงานจำพวก 3</strong> คือโรงงานขนาดใหญ่ที่ต้องได้รับการกำกับดูแลเข้มที่สุด มีเกณฑ์คือใช้เครื่องจักรเกิน 50 แรงม้า หรือมีคนงานเกิน 50 คน โรงงานจำพวก 3 ต้องยื่นขอ <strong>ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (รง.4)</strong> จากกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) และรอการอนุมัติก่อนจึงจะเริ่มผลิตได้ นอกจากนี้ โรงงานจำพวก 3 ยังต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขอื่น ๆ ที่เข้มงวดกว่า เช่น มีระบบบำบัดน้ำเสีย มีแผนจัดการของเสีย และมีผู้ควบคุมดูแลด้านความปลอดภัยประจำโรงงาน</p>
<p><img decoding="async" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/image-11-scaled.png" alt="" /></p>
<div style="background-color: #fbe9e7; border-left: 4px solid #FF5722; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;">
<p style="font-weight: bold; color: #d84315; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">ข้อควรระวัง:</p>
<p style="margin: 0; color: #333;">หลายโรงงานเริ่มต้นเป็นจำพวก 2 แล้วลงทุนเพิ่มเครื่องจักรจนเข้าข่ายจำพวก 3 โดยไม่ได้ยื่นขอ รง.4 ก่อน ถือเป็นการประกอบการโดยไม่มีใบอนุญาต ควรตรวจสอบขนาดโรงงานก่อนการขยายทุกครั้ง</p>
</div>
<h2>เปรียบเทียบโรงงานจำพวก 1 2 3</h2>
<p>ตารางเปรียบเทียบด้านล่างนี้สรุปความแตกต่างของโรงงานทั้ง 3 จำพวก เพื่อให้เห็นภาพรวมเรื่องระดับการควบคุมและขั้นตอนก่อนเริ่มประกอบกิจการได้ชัดเจนมากขึ้น</p>
<table style="width: 814px; border-collapse: collapse; height: 164px;">
<thead>
<tr>
<th scope="col">รายการ</th>
<th scope="col">จำพวก 1</th>
<th scope="col">จำพวก 2</th>
<th scope="col">จำพวก 3</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>เครื่องจักร</td>
<td>ไม่เกิน 20 แรงม้า</td>
<td>20-50 แรงม้า</td>
<td>เกิน 50 แรงม้า</td>
</tr>
<tr>
<td>คนงาน</td>
<td>ไม่เกิน 20 คน</td>
<td>20-50 คน</td>
<td>เกิน 50 คน</td>
</tr>
<tr>
<td>ข้อกำหนดกฎหมาย</td>
<td>ไม่ต้องแจ้ง/ขออนุญาต</td>
<td>แจ้งก่อนเริ่ม</td>
<td>ต้องขอ รง.4</td>
</tr>
<tr>
<td>รอการอนุมัติ</td>
<td>ไม่ต้องรอ</td>
<td>ไม่ต้องรอ</td>
<td>ต้องรอ 30-90 วัน</td>
</tr>
<tr>
<td>ตรวจสอบพื้นที่</td>
<td>ไม่มี</td>
<td>ไม่มี</td>
<td>มีการลงพื้นที่ตรวจ</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<div style="background-color: #e8f5e9; border-left: 4px solid #4CAF50; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;">
<p style="font-weight: bold; color: #2e7d32; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">Tips:</p>
<p style="margin: 0; color: #333;">หากไม่แน่ใจว่าโรงงานเข้าข่ายจำพวกไหน ให้รวมกำลังเครื่องจักร (HP รวม) และจำนวนพนักงานในโรงงาน จากนั้นนำไปเทียบกับเกณฑ์ว่าข้อใดเข้าเงื่อนไขก่อน เพื่อประเมินประเภทโรงงานได้เบื้องต้น</p>
</div>
<h2>สรุป</h2>
<p>โรงงานจำพวก 1 2 3 เป็นการแบ่งประเภทโรงงานตามระดับขนาด ความเสี่ยง และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยพิจารณาจากกำลังเครื่องจักรและจำนวนพนักงานเป็นหลัก เพื่อกำหนดระดับการควบคุมและขั้นตอนทางกฎหมายก่อนเริ่มประกอบกิจการ</p>
<p>โดยโรงงานจำพวก 1 เป็นกลุ่มที่มีผลกระทบน้อยที่สุด ไม่ต้องขอใบอนุญาต เพียงจดแจ้งก็สามารถดำเนินการได้ ส่วนโรงงานจำพวก 2 จะมีผลกระทบระดับปานกลาง ต้องแจ้งต่อหน่วยงานก่อนเริ่มประกอบกิจการ แต่ไม่ต้องขอใบอนุญาต รง.4 ขณะที่โรงงานจำพวก 3 เป็นโรงงานขนาดใหญ่หรือมีความเสี่ยงสูง จำเป็นต้องขอใบอนุญาต รง.4 และผ่านการตรวจสอบจากภาครัฐก่อนเริ่มดำเนินการทุกครั้ง</p>
<hr />
<h2>FAQ</h2>

<div id="rank-math-faq" class="rank-math-block">
<div class="rank-math-list ">
<div id="faq-question-1777343917392" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q1: ถ้าโรงงานเริ่มต้นเป็นจำพวก 2 แล้วขยายใหญ่ขึ้น ต้องทำอะไร?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ต้องยื่นขอ รง.4 ทันทีที่เครื่องจักรรวมเกิน 50 แรงม้า หรือคนงานเกิน 50 คน การขยายโดยไม่ขอใบอนุญาตถือว่าประกอบการผิดกฎหมาย ควรปรึกษาที่ปรึกษาก่อนขยาย</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1777343990887" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q2: วัดกำลังเครื่องจักรยังไง ใช้มอเตอร์กี่ตัวก็ได้ไหม?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: วัดจากกำลังรวมของเครื่องจักรทุกเครื่องที่ใช้ในกระบวนการผลิต (HP รวม) ไม่ว่าจะมีกี่ตัว ถ้ารวมแล้วเกินเกณฑ์ก็เข้าข่ายจำพวกนั้น โดยไม่ดูแยกทีละเครื่อง</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1777344003486" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q3: โรงงานจำพวก 2 ต้องแจ้งที่ไหน?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: แจ้งที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดในพื้นที่ที่โรงงานตั้งอยู่ หรือยื่นผ่านระบบ e-Factory ของกรมโรงงานอุตสาหกรรมได้เลย</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1777344015367" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q4: โรงงานเกษตรแปรรูปขนาดเล็กนับว่าเป็นโรงงานจำพวกไหน?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ขึ้นอยู่กับขนาดเครื่องจักรและจำนวนคนงานครับ ถ้าเครื่องจักรรวมไม่เกิน 20 แรงม้าและคนงานไม่เกิน 20 คน เป็นจำพวก 1 ถ้าเกินกว่านั้นก็จำแนกตามเกณฑ์ตามปกติ</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1777344027876" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q5: ถ้าไม่แน่ใจว่าตัวเองเป็นโรงงานประเภทใด สามารถถามที่ไหนได้บ้าง?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: สอบถามได้ที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดในพื้นที่ หรือโทรสายด่วนกรมโรงงานอุตสาหกรรม 1564 หรือปรึกษาที่ปรึกษาเฉพาะทางอย่าง ซีแอนด์เอสริช 1 เพื่อประเมินสถานะโรงงานของคุณ</p>

</div>
</div>
</div>
</div>


<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p>ถ้าคุณกำลังวางแผนตั้งโรงงานและไม่แน่ใจว่าต้องทำขั้นตอนอะไรบ้าง ทีม <strong>C&amp;S Rich1</strong> ยินดีให้คำปรึกษาตั้งแต่ตรวจสอบประเภทโรงงาน จัดเตรียมเอกสาร ไปจนถึงติดตามผลกับกรมโรงงาน ด้วยประสบการณ์กว่า 7 ปีและมากกว่า 500 เคส &#8211; <a href="https://csrich1.com/factory-license-service/">ดูรายละเอียดบริการที่ปรึกษาโรงงาน</a></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p>📲 Tel: <a href="tel:+66645607779">064-560-7779</a></p>



<p>💬 Line: @cs0645607779</p>



<p>📩 Email: <a href="mailto:csrich188@gmail.com">csrich188@gmail.com</a></p>



<p>📚 Facebook: <a href="https://www.facebook.com/p/%E0%B8%88%E0%B8%94-%E0%B8%AD%E0%B8%A2-%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%97-%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%AA-%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%8A1-%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%94-100069116491327/?_rdc=1&amp;_rdr=#" target="_blank" rel="noopener">จด อย บริษัท ซีแอนด์เอสริช1 จำกัด</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ขอใบอนุญาตโฆษณาออนไลน์ ต้องเริ่มยังไง? (e-Submission)</title>
		<link>https://csrich1.com/how-to-apply-advertising-license-e-submission/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[pattarapol@decorear.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Apr 2026 00:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ใบขออนุญาตโฆษณา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://csrich1.com/?p=1386</guid>

					<description><![CDATA[เช็กวิธีขอใบอนุญาตโฆษณาออนไลน์ผ่าน e-Submission ปี 2026 เริ่มตั้งแต่ตรวจประเภทสินค้า เตรียมเอกสาร และเทคนิคยื่นให้ผ่านฉลุย ถูกต้องตามกฎหมาย 100%!]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>การขอใบอนุญาตโฆษณาออนไลน์ เริ่มจากตรวจสอบก่อนว่าสินค้าหรือธุรกิจของคุณต้องขออนุญาตหรือไม่ จากนั้นเตรียมเอกสารและเนื้อหาโฆษณาให้ครบ แล้วจึงยื่นผ่านระบบ e-Submission เมื่อผ่านการตรวจสอบก็สามารถนำโฆษณาไปใช้งานได้อย่างถูกต้อง</p>
<p>บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักว่าใบอนุญาตโฆษณาคืออะไร ทำไมบางธุรกิจต้องขอ สินค้าประเภทไหนที่เข้าข่าย รวมถึงขั้นตอนการยื่นขอใบอนุญาตโฆษณาออนไลน์ผ่านระบบ e-Submission และเอกสารที่ต้องเตรียม เพื่อให้คุณดำเนินการได้ถูกต้องตั้งแต่ต้น</p>
<h2>ใบอนุญาตโฆษณาคืออะไร? ทำไมต้องขอ?</h2>
<p><strong>ใบอนุญาตโฆษณา</strong> คือเอกสารที่ อย. ออกให้เพื่อรับรองว่าเนื้อหาโฆษณานั้นไม่เป็นเท็จ ไม่เกินจริง และไม่ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดเกี่ยวกับสรรพคุณอ หรือคุณภาพของสินค้า โดยกฎหมายกำหนดให้สินค้าควบคุม เช่น ยา อาหาร เครื่องสำอาง และเครื่องมือแพทย์ ต้องผ่านการตรวจสอบนี้ก่อนโฆษณาในทุกช่องทาง</p>
<p>ถ้าคุณโฆษณาโดยไม่มีใบอนุญาต แม้แค่โพสต์ใน Facebook หรือ TikTok ก็อาจผิดกฎหมาย มีโทษทั้งปรับและจำคุก และ อย. สามารถสั่งให้ลบโฆษณาพร้อมดำเนินคดีได้ทันที</p>
<div style="background-color: #fff8e1; border-left: 4px solid #FFC107; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;">
<p style="font-weight: bold; color: #f57f17; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">จุดสำคัญ:</p>
<p style="margin: 0; color: #333;">ใบอนุญาตโฆษณาออกให้เฉพาะ &#8220;ชุดข้อความโฆษณา&#8221; นั้น ๆ ถ้าคุณเปลี่ยนข้อความ ภาพ หรือเพิ่มสรรพคุณใหม่ ต้องยื่นขอใหม่ทุกครั้ง</p>
</div>
<h2>สินค้าประเภทไหนที่ต้องขอใบอนุญาตโฆษณา?</h2>
<p>สินค้าที่ต้องขอใบอนุญาตโฆษณา มักเป็นกลุ่มที่ “มีผลต่อสุขภาพ หรืออยู่ภายใต้การควบคุมของกฎหมาย” โดยตัวอย่างหลัก ๆ ได้แก่</p>
<h3>1. ยาและผลิตภัณฑ์ยา</h3>
<p>เป็นกลุ่มสินค้าที่ถูกควบคุมเข้มงวดที่สุด การโฆษณาจะต้องได้รับอนุญาตก่อนทุกครั้ง และเนื้อหาต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด ห้ามโฆษณาเกินจริง หรือกล่าวอ้างว่าสามารถรักษาโรคได้แบบแน่นอน เช่น “หายขาด” หรือ “เห็นผลทันที” เพราะอาจทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด และมีความเสี่ยงต่อการถูกลงโทษตามกฎหมาย</p>
<p><img decoding="async" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/high-angle-minimal-medicinal-pills-assortment-4-scaled.jpg" alt="" /></p>
<h3>2. อาหารและเครื่องดื่ม</h3>
<p>อาหารและเครื่องดื่มบางประเภท โดยเฉพาะที่มีการกล่าวอ้างสรรพคุณ เช่น ช่วยลดน้ำหนัก บำรุงร่างกาย หรือเสริมสุขภาพ ต้องขออนุญาตก่อนนำไปโฆษณา เนื้อหาที่ใช้โฆษณาต้องไม่เกินจริง หรือทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด เช่น อ้างผลลัพธ์ชัดเจนเกินไป หรือใช้คำที่สื่อว่าเห็นผลทันที ดังนั้นก่อนเผยแพร่ ควรตรวจสอบ และยื่นขออนุญาตให้เรียบร้อยเพื่อป้องกันปัญหาด้านกฎหมาย</p>
<p><img decoding="async" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/vegetable-salad-with-bread-boiled-eggs-pan-4-scaled.jpg" alt="" /></p>
<h3>3. เครื่องสำอาง</h3>
<p>เป็นอีกกลุ่มที่ต้องระวังเรื่องการโฆษณา โดยเฉพาะกรณีที่มีการกล่าวอ้างสรรพคุณ เช่น ทำให้ผิวขาว รักษาสิว หรือเห็นผลภายในระยะเวลาสั้น ๆ บางกรณีอาจไม่ต้องขออนุญาตล่วงหน้า แต่เนื้อหาโฆษณาต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมาย ห้ามกล่าวอ้างเกินจริง หรือสื่อว่ามีคุณสมบัติเป็นยา เช่น รักษาโรคได้ ดังนั้นควรตรวจสอบเนื้อหาให้รอบคอบก่อนเผยแพร่ทุกครั้ง</p>
<p><img decoding="async" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/collection-beauty-products-with-copy-space-4-scaled.jpg" alt="" /></p>
<h3>4. เครื่องมือแพทย์</h3>
<p>เป็นสินค้าที่อยู่ภายใต้การควบคุมด้านการโฆษณาอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการรักษา วินิจฉัย หรือส่งผลต่อสุขภาพโดยตรง การโฆษณาเครื่องมือแพทย์ส่วนใหญ่ต้องขออนุญาตก่อน และเนื้อหาต้องไม่กล่าวอ้างเกินจริง เช่น การรับประกันผลลัพธ์ หรือทำให้เข้าใจว่าสามารถรักษาโรคได้แน่นอน ดังนั้นก่อนเผยแพร่ควรตรวจสอบและยื่นขออนุญาตให้ถูกต้องเพื่อลดความเสี่ยงด้านกฎหมาย</p>
<p><img decoding="async" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/2340a3b9-9b39-41e0-9219-7edf67134032-4.png" alt="" /></p>
<div style="background-color: #fbe9e7; border-left: 4px solid #FF5722; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;">
<p style="font-weight: bold; color: #d84315; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">ข้อควรระวัง:</p>
<p style="margin: 0; color: #333;">การ Repost หรือแชร์โฆษณาที่ไม่ได้รับอนุญาตก็ถือว่าผิดกฎหมายด้วย ไม่ใช่แค่เจ้าของสินค้าที่รับผิดชอบ แต่ผู้ที่เผยแพร่ต่อก็อาจโดนดำเนินคดีได้</p>
</div>
<h2>เอกสารที่ต้องใช้ในการขอใบอนุญาตโฆษณา</h2>
<p>เอกสารที่ต้องเตรียมอาจแตกต่างกันตามประเภทสินค้า ควรตรวจสอบรายการเอกสารเพิ่มเติมจากระบบ e-Submission ตามประเภทสินค้าจริง ๆ อีกครั้งก่อนยื่น แต่เอกสารพื้นฐานที่มักต้องใช้มีดังนี้</p>
<h3><strong>เอกสารทั่วไป:</strong></h3>
<ol>
<li>สำเนาบัตรประชาชนหรือหนังสือรับรองบริษัท (แล้วแต่กรณี)</li>
<li>ใบสำคัญการจดทะเบียนสินค้า (ทะเบียน อย. ของสินค้านั้น ๆ)</li>
<li>ต้นฉบับโฆษณาที่ต้องการขออนุญาต (ทุกเวอร์ชัน ทุก Platform)</li>
<li>เอกสารรับรองสรรพคุณหรือผลการทดสอบ (กรณีอ้างสรรพคุณพิเศษ)</li>
</ol>
<div style="background-color: #e8f5e9; border-left: 4px solid #4CAF50; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;">
<p style="font-weight: bold; color: #2e7d32; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">Tips:</p>
<p style="margin: 0; color: #333;">ก่อนยื่น ควรตรวจสอบข้อความโฆษณาของคุณว่าไม่มีการอ้างสรรพคุณที่เกินกว่าที่ทะเบียนสินค้าระบุไว้ เพราะนี่คือสาเหตุหลักที่ทำให้โฆษณาไม่ผ่านการพิจารณา</p>
</div>
<p><img decoding="async" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/pos-credit-card-settlement-instead-cash-settlement-shopping-4-scaled.jpg" alt="" /></p>
<h2>ขั้นตอนการขอใบอนุญาตโฆษณาออนไลน์ผ่าน e-Submission</h2>
<p>การยื่นขอใบอนุญาตโฆษณาออนไลน์ผ่านระบบ e-Submission เป็นวิธีที่สะดวกและรวดเร็วมากขึ้น โดยไม่ต้องเดินทางไปยื่นเอกสารด้วยตัวเอง หากเตรียมข้อมูลครบตั้งแต่ต้น ขั้นตอนก็จะผ่านได้ง่ายขึ้น ขั้นตอนหลักมีดังนี้</p>
<h3>1. เตรียมเอกสารและเนื้อหาโฆษณา</h3>
<p>รวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น ข้อมูลผู้ประกอบการ และใบอนุญาตสินค้า พร้อมไฟล์โฆษณาจริง ทั้งภาพ วิดีโอ หรือข้อความ โดยต้องไม่กล่าวอ้างเกินจริงหรือผิดกฎหมา</p>
<h3>2. ลงทะเบียนและยื่นคำขอผ่านระบบ</h3>
<p>เข้าใช้งานระบบ e-Submission กรอกข้อมูลสินค้า แนบเอกสาร และอัปโหลดไฟล์โฆษณาให้ครบถ้วน โดยควรตรวจสอบความถูกต้องก่อนกดยื่นทุกครั้ง</p>
<h3>3. ตรวจสอบและแก้ไข (ถ้ามี)</h3>
<p>หลังยื่นคำขอ เจ้าหน้าที่จะตรวจรายละเอียด หากพบจุดที่ต้องแก้ไข เช่น ข้อความไม่ผ่านเกณฑ์ หรือเอกสารไม่ครบ จะมีการแจ้งกลับให้ปรับแก้ผ่านระบบ</p>
<h3>4. รอการพิจารณาและรับใบอนุญาต</h3>
<p>เมื่อผ่านการพิจารณาแล้ว จะได้รับอนุญาตให้นำโฆษณาไปใช้งานได้ โดยต้องใช้ตามเนื้อหาที่ยื่นไว้ หากมีการแก้ไขภายหลัง อาจต้องยื่นขอใหม่</p>
<h2>ค่าธรรมเนียมและระยะเวลาในการขออนุญาตโฆษณา</h2>
<p>ค่าธรรมเนียมการขออนุญาตโฆษณาอยู่ในช่วง 1,000 &#8211; 5,000 บาท ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า และจำนวนชุดโฆษณาที่ยื่น ซึ่งถือว่าไม่สูงมากเมื่อเทียบกับงบโฆษณาที่ใช้จริง</p>
<h3><strong>ระยะเวลาโดยประมาณ:</strong></h3>
<p>ตามกฎหมาย อย. ต้องพิจารณาภายใน <strong>15-30 วันทำการ</strong> ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า แต่ถ้าเอกสารไม่ครบหรือข้อความโฆษณาต้องแก้ไข กระบวนการอาจยาวขึ้นเป็น 2-3 เดือน</p>
<p>สิ่งที่ทำให้ขั้นตอนล่าช้ามากที่สุด จากประสบการณ์ของทีม <strong>C&amp;S Rich 1</strong> คือสาเหตุหลักส่วนใหญ่อยู่ที่ “ข้อความโฆษณาไม่ผ่านเกณฑ์” เช่น การใช้คำว่า “รักษา” “หาย” หรือ “ป้องกัน” ซึ่งในหลักเกณฑ์ของ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา จัดเป็นคำที่ต้องมีหลักฐานทางการแพทย์รองรับอย่างชัดเจน</p>
<p>หลายครั้งแม้เอกสารจะครบ แต่เพียงแค่คำโฆษณาไม่ถูกต้อง ก็ทำให้ต้องแก้ไขหลายรอบและทำให้ระยะเวลายืดออกไป ดังนั้นการตรวจสอบเนื้อหาให้ถูกต้องตั้งแต่ก่อนยื่นจริง จึงเป็นสิ่งที่ช่วยลดเวลาได้มากที่สุด</p>
<h2>สรุป</h2>
<p>การขอ <strong>ใบอนุญาตโฆษณาออนไลน์ผ่าน e-Submission</strong> ไม่ได้ยุ่งยาก หากเตรียมตัวให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น โดยหัวใจสำคัญคือ การตรวจสอบข้อความโฆษณาให้สอดคล้องกับทะเบียนสินค้า และเตรียมเอกสารให้ครบก่อนยื่น เพราะจะช่วยลดโอกาสถูกส่งกลับมาแก้ไข และทำให้ขั้นตอนอนุมัติเป็นไปได้ราบรื่นมากขึ้น</p>
<hr />
<h2>FAQ</h2>

<div id="rank-math-faq" class="rank-math-block">
<div class="rank-math-list ">
<div id="faq-question-1777344087547" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q1: โพสต์ขายสินค้าใน Facebook ต้องขอใบอนุญาตโฆษณาด้วยไหม?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ต้องขอ ถ้าเป็นยา อาหารเสริม เครื่องสำอาง หรือเครื่องมือแพทย์ และมีการอ้างสรรพคุณ แต่ถ้าแค่บอกราคา รูปสินค้า และช่องทางขาย อาจไม่ต้องขอ</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1777344129767" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q2: ใบอนุญาตโฆษณามีอายุกี่ปี?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ใบอนุญาตโฆษณาส่วนใหญ่มีอายุ 1-3 ปี แล้วแต่ประเภทสินค้า และผูกกับข้อความโฆษณาชุดที่ได้รับอนุมัติ ถ้าข้อความเปลี่ยนหรือต้องการโฆษณาชุดใหม่ ต้องยื่นขออนุญาตใหม่</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1777344145026" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q3: ถ้าโฆษณาไปก่อนโดยยังไม่มีใบอนุญาต จะเกิดอะไรขึ้น?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: อย. มีอำนาจสั่งให้ลบโฆษณา เรียกเก็บค่าปรับ และดำเนินคดีตามกฎหมายได้ โทษปรับอาจสูงถึงหลักแสนบาทต่อครั้ง และถ้าเป็นสินค้าที่อ้างสรรพคุณผิดพลาดมาก ๆ อาจถึงขั้นจำคุก</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1777344167856" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q4: ขอใบอนุญาตโฆษณาผ่าน e-Submission กับไปยื่นเองที่ อย. ต่างกันไหม?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ผลการอนุมัติไม่ต่างกัน แต่การยื่นผ่าน e-Submission สะดวกกว่ามาก เพราะไม่ต้องเดินทาง ยื่นเอกสารได้ตลอด 24 ชั่วโมง และติดตามสถานะผ่านระบบได้เลย</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1777344174209" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q5: ถ้าสินค้ามีหลายชุดโฆษณา ต้องยื่นแยกกันทุกชุดไหม?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ต้องยื่นแยกทุกชุด เพราะใบอนุญาตโฆษณาออกให้เฉพาะชุดโฆษณาที่ยื่น ไม่ครอบคลุมชุดอื่น ถ้ามีหลายชุด แนะนำให้วางแผนยื่นพร้อมกันจะได้รับผลพิจารณาในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน</p>

</div>
</div>
</div>
</div>


<p>ถ้ายังไม่มั่นใจว่าข้อความโฆษณาของคุณผ่านเกณฑ์ อย. ทีม <strong>C&amp;S Rich 1</strong> พร้อมให้คำปรึกษา ช่วยตรวจสอบและดูแลให้ครบทุกขั้นตอน สามารถดูรายละเอียดได้ที่ <a href="https://csrich1.com/advertising-license-service/">ขอใบอนุญาตโฆษณา ทุกประเภท</a></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p>📲 Tel: <a href="tel:+66645607779">064-560-7779</a></p>



<p>💬 Line: @cs0645607779</p>



<p>📩 Email: <a href="mailto:csrich188@gmail.com">csrich188@gmail.com</a></p>



<p>📚 Facebook: <a href="https://www.facebook.com/p/%E0%B8%88%E0%B8%94-%E0%B8%AD%E0%B8%A2-%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%97-%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%AA-%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%8A1-%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%94-100069116491327/?_rdc=1&amp;_rdr=#" target="_blank" rel="noopener">จด อย บริษัท ซีแอนด์เอสริช1 จำกัด</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ขอใบอนุญาตโรงงาน (รง.4) ทำยังไง? ขั้นตอน ค่าใช้จ่าย [2026]</title>
		<link>https://csrich1.com/factory-license-thailand-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[pattarapol@decorear.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Apr 2026 00:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ขอใบอนุญาตโรงงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://csrich1.com/?p=1382</guid>

					<description><![CDATA[อัปเดตขั้นตอนขอใบอนุญาตโรงงาน (รง.4) ปี 2026 เจาะลึกระเบียบใหม่และค่าใช้จ่ายที่ต้องรู้ เตรียมพร้อมประกอบกิจการให้ถูกต้องตามกฎหมาย 100% เช็กเลย!]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>สิ่งที่ต้องทำในการขอใบอนุญาตโรงงาน (รง.4) เริ่มจากตรวจสอบว่าธุรกิจของคุณเข้าข่ายเป็นโรงงานหรือไม่ จากนั้นเตรียมเอกสารและแบบแปลนให้ครบ แล้วยื่นคำขอกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการตรวจสถานที่จริงและรอการอนุมัติ โดยค่าใช้จ่ายจะขึ้นอยู่กับขนาดและประเภทของโรงงาน</p>



<p>บทความนี้จะพาคุณไล่เรียงทุกขั้นตอนตั้งแต่ต้นจนจบ พร้อมอธิบายว่าโรงงานแบบไหนต้องขอ รง.4 ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง ยื่นขออย่างไร และต้องใช้งบประมาณเท่าไหร่ในปี 2026 เพื่อให้คุณวางแผนเปิดโรงงานได้อย่างมั่นใจและถูกต้องตามกฎหมาย</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">ใบอนุญาตโรงงาน (รง.4) คืออะไร?</h2>



<p><strong>ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน</strong> หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า รง.4 คือใบอนุญาตที่กฎหมายกำหนดให้โรงงานบางประเภทต้องได้รับก่อนเริ่มประกอบการ ออกโดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ภายใต้กระทรวงอุตสาหกรรม</p>



<p>พูดง่าย ๆ คือ ถ้าโรงงานของคุณเข้าข่ายที่กฎหมายกำหนด คุณต้องมี รง.4 ก่อนถึงจะเดินสายการผลิตได้ ถ้าไม่มีและถูกตรวจพบ มีโทษทั้งปรับและอาจถึงขั้นสั่งปิด</p>



<div style="background-color: #fff8e1; border-left: 5px solid #2563EB; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;">
<p style="font-weight: bold; color: #f57f17; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">จุดสำคัญ:</p>
<p>รง.4 ไม่ใช่แค่ &#8220;เอกสารประกอบธุรกิจ&#8221; แต่เป็นข้อกำหนดทางกฎหมายที่โรงงานจำพวก 3 ต้องมีก่อนเริ่มผลิต หากยื่นขอล่าช้าหรือไม่ครบเอกสาร อาจทำให้โรงงานเปิดไม่ได้ตามแผน</p>
</div>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">โรงงานประเภทไหนที่ต้องขอ รง.4?</h2>



<p>พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 และฉบับแก้ไขปี 2562 หลักเกณฑ์จะพิจารณาจากจำนวนคนงาน และขนาดเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตเป็นหลัก โดยแบ่งโรงงานออกเป็น 3 จำพวก ดังนี้</p>



<p>1. โรงงานจำพวก 1 &#8211; ไม่ต้องขอ รง.4 เป็นโรงงานขนาดเล็ก</p>



<p>2. โรงงานจำพวก 2 &#8211; เป็นโรงงานขนาดกลาง แจ้งก่อนเริ่มงาน ไม่ต้องรอใบอนุญาต</p>



<p>3. โรงงานจำพวก 3 &#8211; เป็นโรงงานขนาดใหญ่ ต้องขอ รง.4 ก่อนเสมอ</p>



<p>หากต้องการดูรายละเอียดเพิ่มเติมว่า โรงงานแต่ละประเภทมีข้อแตกต่างกันยังไง สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ <strong>โรงงานจำพวก 1 2 3 คืออะไร? ต่างกันยังไง สรุปเข้าใจง่าย </strong></p>



<div style="background-color: #fbe9e7; border-left: 4px solid #FF5722; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;">
<p style="font-weight: bold; color: #d84315; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">ข้อควรระวัง:</p>
<p style="margin: 0; color: #333;">หลายโรงงานเริ่มต้นจากจำพวก 2 แต่เมื่อมีการขยายกำลังการผลิต หรือเพิ่มเครื่องจักร/พนักงานจนเกินเกณฑ์ อาจกลายเป็นโรงงานจำพวก 3 โดยไม่รู้ตัว</p>
</div>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/business-people-meeting-discuss-situation-market-2-scaled.jpg" alt="เอกสารที่ต้องใช้ในการขอ รง.4"/></figure>



<h2 class="wp-block-heading">เอกสารที่ต้องใช้ในการขอ รง.4</h2>



<p>การเตรียมเอกสารให้ครบตั้งแต่แรกช่วยลดเวลาได้มาก เอกสารที่ต้องใช้มีดังนี้ โดยแบ่งออกเป็นเอกสารของผู้ประกอบการ และเอกสารทางเทคนิคของโรงงาน</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เอกสารของผู้ประกอบการ:</strong></h3>



<ol class="wp-block-list">
<li>สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้ขอ (กรณีเป็นบุคคลธรรมดา)</li>



<li>หนังสือรับรองบริษัทและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น อายุไม่เกิน 6 เดือน (กรณีเป็นนิติบุคคล)</li>



<li>หนังสือมอบอำนาจและสำเนาบัตรประชาชนผู้รับมอบอำนาจ (กรณีมอบให้ผู้อื่นดำเนินการแทน)</li>
</ol>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เอกสารทางเทคนิคของโรงงาน:</strong></h3>



<ol class="wp-block-list">
<li>แบบแปลนก่อสร้างโรงงาน (ผ่านการรับรองจากวิศวกรโยธา)</li>



<li>แผนผังการติดตั้งเครื่องจักร (ผ่านการรับรองจากวิศวกรเครื่องกล)</li>



<li>โฉนดที่ดินหรือสัญญาเช่าพื้นที่ (ต้องมีเงื่อนไขอนุญาตให้ใช้เป็นโรงงาน)</li>



<li>แผนผังบริเวณโรงงานและสิ่งแวดล้อมโดยรอบ</li>



<li>รายการเครื่องจักรและกำลังไฟฟ้าที่ใช้</li>



<li>แผนการบำบัดน้ำเสีย กากของเสีย และมลพิษทางอากาศ (ถ้ามี)</li>
</ol>



<div style="background-color: #e8f5e9; border-left: 4px solid #4CAF50; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;">
<p style="font-weight: bold; color: #2e7d32; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">Tips:</p>
<p style="margin: 0; color: #333;">ก่อนยื่นขอ รง.4 อย่าลืมตรวจสอบสัญญาเช่าให้ดี โดยเฉพาะเงื่อนไขที่ต้องระบุชัดเจนว่า “อนุญาตให้ใช้พื้นที่เพื่อประกอบกิจการโรงงาน” เพราะสัญญาเช่าทั่วไปที่ไม่ได้ระบุไว้ มักเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เอกสารถูกตีกลับและต้องเสียเวลาแก้ไขใหม่</p>
</div>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/image-8-scaled.png" alt="ขั้นตอนการขอใบอนุญาตโรงงาน รง.4"/></figure>



<h2 class="wp-block-heading">ขั้นตอนการขอใบอนุญาตโรงงาน รง.4</h2>



<p>โดยทั่วไป การขอใบอนุญาตโรงงาน (รง.4) จะมีลำดับขั้นตอนที่ชัดเจน หากเตรียมตัวถูกตั้งแต่ต้น จะช่วยให้กระบวนการเป็นไปได้เร็วขึ้น และลดโอกาสที่ต้องแก้ไขเอกสารหลายรอบ โดยขั้นตอนหลัก ๆ มีดังนี้</p>



<h3 class="wp-block-heading">1. เตรียมเอกสารและแบบแปลน</h3>



<p>ขั้นตอนแรก และสำคัญที่สุด คือการเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน โดยเฉพาะแบบแปลนโรงงานและแผนผังเครื่องจักรที่ต้องผ่านการรับรองจากวิศวกร ถ้าแบบแปลนไม่ครบหรือไม่ถูกต้อง เจ้าหน้าที่จะส่งกลับมาแก้ไขซึ่งทำให้เสียเวลาเพิ่ม</p>



<h3 class="wp-block-heading">2. ยื่นคำขอที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมหรือสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด</h3>



<p>เมื่อเตรียมเอกสารครบแล้ว ขั้นตอนถัดไปคือการยื่นคำขอใบอนุญาต รง.4 โดยสามารถยื่นผ่านระบบออนไลน์ หรือยื่นกับหน่วยงานที่รับผิดชอบในพื้นที่ เช่น กรมโรงงานอุตสาหกรรม หรือสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด</p>



<div style="background-color: #fbe9e7; border-left: 4px solid #FF5722; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;">
<p style="font-weight: bold; color: #d84315; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">ข้อควรระวัง:</p>
<p style="margin: 0; color: #333;">ในขั้นตอนนี้ควรตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารอีกครั้งก่อนยื่น เพราะหากข้อมูลไม่ครบหรือมีข้อผิดพลาด อาจทำให้คำขอถูกตีกลับและต้องเสียเวลาแก้ไขใหม่</p>
</div>



<h3 class="wp-block-heading">3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารและลงพื้นที่</h3>



<p>หลังจากยื่นคำขอแล้ว เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารก่อนเป็นลำดับแรก หากผ่านเกณฑ์เบื้องต้น จะมีการนัดหมายเพื่อลงพื้นที่ตรวจสถานที่จริง การตรวจหน้างานจะเน้นดูความสอดคล้องกับแบบแปลนที่ยื่นไว้ รวมถึงมาตรฐานด้านความปลอดภัย ระบบไฟฟ้า การจัดวางเครื่องจักร และการจัดการสิ่งแวดล้อม หากมีจุดที่ต้องปรับปรุง เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้แก้ไขก่อนเข้าสู่ขั้นตอนถัดไป</p>



<h3 class="wp-block-heading">4. รับใบอนุญาต</h3>



<p>เมื่อผ่านการตรวจสอบทั้งเอกสาร และสถานที่เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนสุดท้าย คือการรอผลอนุมัติและรับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (รง.4)</p>



<p>หลังได้รับใบอนุญาตแล้ว จึงจะสามารถเริ่มดำเนินการผลิตได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยควรเก็บเอกสารไว้ให้พร้อมสำหรับการตรวจสอบในอนาคต และปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุในใบอนุญาตอย่างเคร่งครัด</p>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/young-indian-accountant-woman-casuals-working-financial-analysis-documents-with-1-2-scaled.jpg" alt="ค่าธรรมเนียมการขอ รง.4"/></figure>



<h2 class="wp-block-heading">ค่าใช้จ่ายและระยะเวลาในการขอ รง.4</h2>



<p>ค่าธรรมเนียมการขอ รง.4 คิดตามขนาดของโรงงาน โดยใช้หน่วยแรงม้าของเครื่องจักรเป็นเกณฑ์ ค่าธรรมเนียมอยู่ในช่วง 1,000 &#8211; 20,000 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดกำลังการผลิตรวม ซึ่งถือว่าไม่แพงเมื่อเทียบกับมูลค่าการลงทุนในโรงงาน</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ระยะเวลาโดยประมาณ:</strong></h3>



<p>ตามกฎหมายกำหนดไว้ว่ากรมโรงงานต้องพิจารณาภายใน <strong>90 วันทำการ</strong> แต่ในทางปฏิบัติ ถ้าเอกสารครบถ้วนตั้งแต่วันแรกและผ่านการตรวจสอบไม่มีข้อแก้ไข ระยะเวลาจริงมักอยู่ที่ประมาณ 30-60 วัน</p>



<p>สิ่งที่ทำให้กระบวนการนานขึ้นมักเกิดจากเอกสารไม่ครบ แบบแปลนไม่ผ่านการรับรอง หรือโรงงานไม่ผ่านการตรวจสอบในครั้งแรก ซึ่งแต่ละครั้งที่แก้ไขจะทำให้กระบวนการยาวออกไปอีก 2-4 สัปดาห์</p>



<h2 class="wp-block-heading">สรุป</h2>



<p>การขอ <a href="https://csrich1.com/factory-license-service/" rel="noopener"><strong>ใบอนุญาตโรงงาน (รง.4)</strong></a> ไม่ได้ยากอย่างที่หลายคนคิด ขอแค่เข้าใจขั้นตอนและเตรียมเอกสารให้ครบตั้งแต่แรก ก็สามารถลดความยุ่งยากและประหยัดเวลาได้มาก สำหรับโรงงานจำพวก 3 การขอ รง.4 เป็นขั้นตอนที่ต้องทำก่อนเริ่มผลิตเสมอ และยิ่งวางแผนดี เตรียมความพร้อมทั้งเอกสารและสถานที่ให้ตรงตามเกณฑ์มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีโอกาสผ่านตั้งแต่รอบแรก โดยไม่ต้องเสียเวลาแก้ไขหลายรอบ</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">FAQ</h2>


<div id="rank-math-faq" class="rank-math-block">
<div class="rank-math-list ">
<div id="faq-question-1777344223607" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q1: โรงงานจำพวก 2 ต้องขอ รง.4 ด้วยไหม?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ไม่ต้อง โรงงานจำพวก 2 ตาม พ.ร.บ. โรงงาน ฉบับปี 2562 เปลี่ยนมาใช้ระบบ &#8220;แจ้งก่อนประกอบการ&#8221; แทน คือแจ้งต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบแล้วเริ่มงานได้เลย โดยไม่ต้องรอการอนุมัติออก รง.4 แต่ถ้าโรงงานเข้าข่ายจำพวก 3 ยังต้องขอตามปกติ</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1777344237885" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q2: ใบอนุญาต รง.4 มีอายุกี่ปี ต้องต่ออายุไหม?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ใบอนุญาต รง.4 ไม่มีวันหมดอายุในตัวเอง แต่ถ้าคุณเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญของโรงงาน เช่น เพิ่มเครื่องจักร เปลี่ยนประเภทการผลิต หรือขยายพื้นที่ ต้องยื่นขอแก้ไขใบอนุญาตทุกครั้ง มิเช่นนั้นอาจผิดเงื่อนไข</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1777344247545" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q3: ยื่นขอ รง.4 ที่ไหนได้บ้าง?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ยื่นได้ 2 ทาง คือ (1) ยื่นแบบ Walk-in ที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดในพื้นที่ที่โรงงานตั้งอยู่ หรือ (2) ยื่นออนไลน์ผ่านระบบ e-Factory ของกรมโรงงานอุตสาหกรรมที่ <a href="http://efactory.diw.go.th/" rel="noopener" target="_blank">efactory.diw.go.th</a></p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1777344257965" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q4: ถ้าโรงงานยังสร้างไม่เสร็จ สามารถยื่นขอ รง.4 ล่วงหน้าได้ไหม?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ยื่นล่วงหน้าได้ แต่เจ้าหน้าที่จะนัดลงพื้นที่ตรวจสอบเมื่อโรงงานพร้อมแล้ว โดยทั่วไปแนะนำให้ยื่นเอกสารทันทีที่มีแบบแปลนและพื้นที่พร้อม เพื่อให้กระบวนการเริ่มต้นได้เร็วขึ้น</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1777344269028" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q5: ถ้าเอกสารไม่ครบ เจ้าหน้าที่จะทำอย่างไร?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: กรมโรงงานจะแจ้งกลับว่าเอกสารส่วนไหนขาดหรือไม่ถูกต้อง และให้เวลาแก้ไขตามที่กำหนด ถ้าไม่ส่งเอกสารเพิ่มเติมภายในเวลาที่กำหนด คำขออาจถูกยกเลิก ดังนั้นควรติดตามสถานะอย่างสม่ำเสมอ</p>

</div>
</div>
</div>
</div>


<p>ถ้าคุณไม่แน่ใจในขั้นตอนหรืออยากลดความเสี่ยงเรื่องเอกสารผิดพลาด ทีมที่ปรึกษาของ <strong>ซีแอนด์เอสริช 1</strong> พร้อมช่วยดูแลตลอดกระบวนการ ตั้งแต่ตรวจสอบความพร้อมของโรงงาน จัดเตรียมเอกสาร ไปจนถึงติดตามผลกับหน่วยงาน ด้วยประสบการณ์กว่า 7 ปีและมากกว่า 500 เคสที่ผ่านมา &#8211; <a href="https://csrich1.com/factory-license-service/" rel="noopener">ดูรายละเอียดบริการขอใบอนุญาตโรงงาน</a></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p>📲 Tel: <a href="tel:+66645607779" rel="noopener">064-560-7779</a></p>



<p>💬 Line: @cs0645607779</p>



<p>📩 Email: <a href="mailto:csrich188@gmail.com" rel="noopener">csrich188@gmail.com</a></p>



<p>📚 Facebook: <a href="https://www.facebook.com/p/%E0%B8%88%E0%B8%94-%E0%B8%AD%E0%B8%A2-%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%97-%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%AA-%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%8A1-%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%94-100069116491327/?_rdc=1&amp;_rdr=#" rel="noopener" target="_blank">จด อย บริษัท ซีแอนด์เอสริช1 จำกัด</a></p>



<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>GDPMD คืออะไร? สิ่งที่ต้องรู้ก่อนขออนุญาตสถานที่นำเข้าเครื่องมือแพทย์</title>
		<link>https://csrich1.com/what-is-gdpmd-thailand/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Apr 2026 07:20:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://csrich1.com/?p=1287</guid>

					<description><![CDATA[ถ้าคุณกำลังวางแผนนำเข้าเครื่องมือแพทย์ แล้วคิดว่า “แค่หาสินค้า + ยื่นขอ อย. ก็ขายได้เลย” มีโอกาสสูงมากที่คุณจะมาติดอยู่ที่คำว่า GDPMD ]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ถ้าคุณกำลังวางแผนนำเข้าเครื่องมือแพทย์ แล้วคิดว่า “แค่หาสินค้า + ยื่นขอ อย. ก็ขายได้เลย” มีโอกาสสูงมากที่คุณจะมาติดอยู่ที่คำว่า <strong>GDPMD</strong> — และเสียเวลาไป 3–6 เดือนแบบไม่ทันตั้งตัว เพราะในความเป็นจริง GDPMD ไม่ใช่แค่เอกสาร แต่คือ “ด่านแรก” ที่ อย. ใช้ดูว่าธุรกิจคุณพร้อมหรือยังที่จะนำเข้าและกระจายเครื่องมือแพทย์ในไทย</p>



<p>หลายบริษัทเริ่มทำตอนสินค้ากำลังจะเข้า สุดท้ายต้องปล่อยของค้าง เพราะสถานที่ยังไม่ผ่านมาตรฐาน บทความนี้จะไม่ได้แค่บอกว่า GDPMD คืออะไร แต่จะบอกว่า <strong>มันทำยากตรงไหน คนพลาดอะไร และต้องเตรียมตัวยังไงไม่ให้เสียเวลา</strong></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>GDPMD คืออะไร?</strong></h2>



<p><strong>GDPMD</strong> ย่อมาจาก <strong>Good Distribution Practice for Medical Devices</strong> หรือ &#8220;หลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการกระจายสินค้าเครื่องมือแพทย์&#8221; เป็นมาตรฐานที่กำหนดโดย อย. ภายใต้ พ.ร.บ. เครื่องมือแพทย์ พ.ศ. 2562 เพื่อให้มั่นใจว่าเครื่องมือแพทย์ที่เข้ามาในประเทศไทยถูกจัดเก็บ ขนส่ง และกระจายอย่างถูกต้องตามมาตรฐาน</p>



<p>พูดง่าย ๆ GDPMD คือ ระบบที่ควบคุมว่า &#8220;สถานที่&#8221; ที่ใช้เก็บรักษา กระจายเครื่องมือแพทย์ต้องผ่านมาตรฐานความปลอดภัยก่อน เพราะเครื่องมือแพทย์บางชนิดมีความต้องการด้านอุณหภูมิ ความชื้น หรือเงื่อนไขการเก็บรักษาที่เฉพาะเจาะจง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/doctor-cosmetologist-adjusts-device-photorejuvenation-using-touchscreen-1024x683.jpg" alt="GDPMD คือ อะไร" class="wp-image-1290" srcset="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/doctor-cosmetologist-adjusts-device-photorejuvenation-using-touchscreen-1024x683.jpg 1024w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/doctor-cosmetologist-adjusts-device-photorejuvenation-using-touchscreen-300x200.jpg 300w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/doctor-cosmetologist-adjusts-device-photorejuvenation-using-touchscreen-768x512.jpg 768w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/doctor-cosmetologist-adjusts-device-photorejuvenation-using-touchscreen-1536x1024.jpg 1536w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/doctor-cosmetologist-adjusts-device-photorejuvenation-using-touchscreen-2048x1365.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ขั้นตอนการขออนุญาตสถานที่นำเข้าตามหลัก GDPMD</strong></h2>



<p>กระบวนการขอรับรอง GDPMD มีหลายขั้นตอนที่ต้องดำเนินการตามลำดับ แต่ละขั้นตอนต้องผ่านการตรวจสอบจาก อย. ก่อนจึงจะไปขั้นตอนถัดไปได้</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>1. เตรียมสถานที่ให้ได้มาตรฐาน</strong></h3>



<p>ก่อนยื่นขอ สถานที่ที่ใช้เป็นคลังสินค้าหรือสถานที่เก็บรักษาเครื่องมือแพทย์ต้องผ่านการเตรียมให้ได้มาตรฐาน GDPMD ซึ่งครอบคลุมหลายด้านได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>โครงสร้างอาคาร &#8211; มั่นคง สะอาด มีการป้องกันสัตว์พาหะและแมลง</li>



<li>การควบคุมอุณหภูมิและความชื้น &#8211; ต้องมีระบบบันทึก 24 ชั่วโมง</li>



<li>ระบบจัดเก็บ &#8211; แยกพื้นที่สินค้าปกติ สินค้าค้างส่ง และสินค้าที่ถูกคืน</li>



<li>ระบบเอกสาร &#8211; ต้องมีระบบติดตามสินค้า (Traceability) ครบถ้วน</li>



<li>บุคลากร &#8211; ต้องมีผู้รับผิดชอบที่ผ่านการฝึกอบรมตามที่กฎหมายกำหนด</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>2. จัดทำ Quality Manual และเอกสาร SOP</strong></h3>



<p>ต้องมีระบบเอกสารที่ครบถ้วน ทั้ง Quality Manual (คู่มือคุณภาพ) และ Standard Operating Procedures (SOP) ที่ครอบคลุมทุกขั้นตอนการดำเนินงาน ตั้งแต่การรับสินค้า การจัดเก็บ การจัดส่ง ไปจนถึงการจัดการกับสินค้าที่มีปัญหา</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>3. ยื่นขออนุญาตผ่านระบบ e-Submission</strong></h3>



<p>ยื่นผ่านระบบ e-Submission ของ อย. ที่ <a href="http://privus.fda.moph.go.th" target="_blank" rel="noopener">privus.fda.moph.go.th</a> พร้อมแนบเอกสารที่กำหนด เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเอกสารและนัดตรวจสถานที่</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>4. รับการตรวจสถานที่จาก อย.</strong></h3>



<p>หลังจากยื่นเอกสารแล้ว อย. จะส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสถานที่จริง เพื่อตรวจสอบว่าสถานที่เป็นไปตามที่ยื่นเอกสาร และมาตรฐาน GDPMD ถ้าพบข้อบกพร่อง จะแจ้งให้แก้ไขก่อนพิจารณาอนุมัติ</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>5. รับใบอนุญาตสถานที่นำเข้า</strong></h3>



<p>เมื่อผ่านการตรวจสอบทั้งเอกสาร และสถานที่แล้ว อย. จะออกใบอนุญาตสถานที่นำเข้าเครื่องมือแพทย์ให้ ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญที่ต้องใช้ประกอบการขอขึ้นทะเบียน อย. เครื่องมือแพทย์ในขั้นตอนต่อไป</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/stethoscope-lying-medical-form-clipboard-1024x683.jpg" alt="GDPMD เชื่อมกับการจด อย. เครื่องมือแพทย์" class="wp-image-1289" srcset="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/stethoscope-lying-medical-form-clipboard-1024x683.jpg 1024w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/stethoscope-lying-medical-form-clipboard-300x200.jpg 300w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/stethoscope-lying-medical-form-clipboard-768x512.jpg 768w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/stethoscope-lying-medical-form-clipboard-1536x1024.jpg 1536w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/stethoscope-lying-medical-form-clipboard-2048x1365.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>GDPMD เชื่อมกับการจด อย. เครื่องมือแพทย์อย่างไร?</strong></h2>



<p>GDPMD เป็นขั้นตอนแรกในกระบวนการขอขึ้นทะเบียนเครื่องมือแพทย์กับ อย. สำหรับผู้นำเข้า ลำดับขั้นตอนโดยรวม คือ</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>ขอรับรอง GDPMD &#8211; ทำให้สถานที่ได้มาตรฐานและได้รับใบอนุญาตสถานที่นำเข้า</li>



<li>ขอขึ้นทะเบียนเครื่องมือแพทย์ &#8211; ยื่นขอขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์แต่ละรายการกับ อย.</li>



<li>ได้รับเลขทะเบียน อย. &#8211; จึงสามารถนำเข้าและจำหน่ายสินค้าได้อย่างถูกกฎหมาย</li>
</ol>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับการขอรับรอง GDPMD</strong></h2>



<p>เอกสารที่ต้องยื่นประกอบการขออนุญาตสถานที่นำเข้าตามหลัก GDPMD มีหลายรายการ โดยแต่ละรายการต้องครบถ้วน และถูกต้องเพื่อให้การพิจารณาเป็นไปอย่างราบรื่น เอกสารหลักที่ต้องเตรียมมีดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>หนังสือรับรองบริษัท</strong>&nbsp;ที่ออกไม่เกิน 6 เดือน พร้อมวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องมือแพทย์</li>



<li><strong>แผนผังสถานที่</strong>&nbsp;แสดงขนาดและการจัดวางพื้นที่อย่างละเอียด</li>



<li><strong>ทะเบียนบ้านหรือสัญญาเช่า</strong>&nbsp;ของสถานที่ที่ใช้เป็นคลังสินค้า</li>



<li><strong>Quality Manual</strong>&nbsp;และ SOP ครบทุกขั้นตอนการดำเนินงาน</li>



<li><strong>หลักฐานการอบรม</strong>&nbsp;ของบุคลากรที่รับผิดชอบ</li>



<li><strong>รายการเครื่องมือแพทย์</strong>&nbsp;ที่จะนำเข้าและจัดเก็บ</li>



<li><strong>เอกสารระบบ Traceability</strong>&nbsp;แสดงวิธีติดตามสินค้าตลอดห่วงโซ่อุปทาน</li>



<li><strong>หลักฐานระบบควบคุมอุณหภูมิ</strong>&nbsp;(Temperature Log) ถ้าสินค้าต้องการการควบคุมอุณหภูมิ</li>
</ul>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>สรุป</strong></h2>



<p>GDPMD คือ มาตรฐานที่ผู้นำเข้าเครื่องมือแพทย์ทุกรายต้องผ่านก่อนที่จะขอขึ้นทะเบียน อย. ได้ ไม่ใช่ตัวเลือก แต่เป็นข้อบังคับตาม พ.ร.บ. เครื่องมือแพทย์ พ.ศ. 2562 การเข้าใจกระบวนการนี้ตั้งแต่ต้น และเตรียมการอย่างถูกต้องจะช่วยให้ธุรกิจเดินหน้าได้เร็ว ไม่ต้องเสียเวลาแก้ปัญหาภายหลัง</p>



<p>ถ้าคุณกำลังเริ่มต้นธุรกิจนำเข้าเครื่องมือแพทย์ หรือต้องการคำปรึกษาเรื่อง GDPMD และการจด อย. การวางแผนตั้งแต่ต้นและมีผู้เชี่ยวชาญดูแลจะช่วยให้กระบวนการราบรื่นและเร็วกว่าทำเองมาก</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>FAQ</strong></h2>


<div id="rank-math-faq" class="rank-math-block">
<div class="rank-math-list ">
<div id="faq-question-1776423614820" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q: GDPMD ต้องต่ออายุไหม?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ใบอนุญาตสถานที่นำเข้ามีอายุที่กำหนดและต้องมีการต่ออายุหรือตรวจสอบซ้ำตามรอบที่กฎหมายกำหนด ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงสถานที่หรือเงื่อนไขสำคัญ อาจต้องแจ้ง อย. และขอรับการตรวจสอบใหม่</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1776423649338" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q: ถ้าเช่าคลังสินค้าจากผู้ให้บริการ Logistics ที่มี GDPMD อยู่แล้ว ต้องขอแยกไหม?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ขึ้นอยู่กับรายละเอียด ในบางกรณีสามารถใช้สถานที่ของผู้ให้บริการที่ได้รับรอง GDPMD แล้วได้ แต่ต้องมีสัญญาที่ชัดเจนและ อย. ต้องยอมรับการจัดการดังกล่าว แนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ เพราะรายละเอียดกฎหมายในส่วนนี้ซับซ้อน</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1776423661616" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q: GDPMD ต้องใช้เวลานานแค่ไหนจนกว่าจะขอขึ้นทะเบียนสินค้าได้?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ตั้งแต่เริ่มกระบวนการ GDPMD จนได้รับอนุญาตใช้เวลาประมาณ 3-6 เดือน หลังจากนั้นจึงเริ่มยื่นขอขึ้นทะเบียนสินค้าได้ ควรวางแผนรวมระยะเวลาทั้งหมดไว้ที่ 9-18 เดือน</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1776423663168" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q: ถ้านำเข้าเครื่องมือแพทย์ที่ไม่ต้องขึ้นทะเบียน อย. ต้องทำ GDPMD ไหม?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: เครื่องมือแพทย์แบ่งเป็นประเภทที่ต้องขึ้นทะเบียนและประเภทที่ต้องแค่แจ้งรายการ ความต้องการ GDPMD ขึ้นอยู่กับประเภทและระดับความเสี่ยงของเครื่องมือแพทย์นั้น ๆ ควรตรวจสอบกับ อย. หรือผู้เชี่ยวชาญว่าสินค้าที่จะนำเข้าต้องผ่านกระบวนการอะไรบ้าง</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1776423685294" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q: บริษัทต่างชาติที่ส่งออกสินค้ามาไทย ต้องทำ GDPMD เองไหม?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: GDPMD เป็นความรับผิดชอบของผู้นำเข้าในไทย ไม่ใช่ผู้ผลิตต่างประเทศ ผู้นำเข้าในไทยต้องมีสถานที่ที่ผ่านมาตรฐาน GDPMD และรับผิดชอบต่อการจัดเก็บและกระจายสินค้าในประเทศ แต่ผู้ผลิตต่างประเทศมักต้องให้เอกสารทางเทคนิคและหนังสือแต่งตั้งตัวแทนประกอบการยื่นขอ</p>

</div>
</div>
</div>
</div>


<p>หากคุณกำลังวางแผนนำเข้าเครื่องมือแพทย์ และต้องการดำเนินการให้ถูกต้องตามมาตรฐาน GDPMD ทีมงานซีแอนด์เอสริช 1 &nbsp;พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเตรียมสถานที่ เอกสาร ไปจนถึงการยื่นขออนุญาต เพื่อให้ธุรกิจของคุณเริ่มต้นได้อย่างมั่นใจ ลดความเสี่ยง และผ่านการอนุมัติได้อย่างราบรื่น</p>



<p>ดูบริการของเรา:&nbsp;<a href="https://csrich1.com/advertising-license-service/">บริการขอใบอนุญาตโฆษณา</a>&nbsp;|&nbsp;<a href="https://csrich1.com/fda-registration-service/">บริการจด อย.</a>&nbsp;|&nbsp;<a href="https://csrich1.com/factory-license-service/">บริการขอใบอนุญาตโรงงาน</a></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p>📲&nbsp;Tel: <a href="tel:+66645607779">064-560-7779</a></p>



<p>💬&nbsp;Line: @cs0645607779</p>



<p>📩&nbsp;Email: <a href="mailto:csrich188@gmail.com">csrich188@gmail.com</a></p>



<p>📚&nbsp;Facebook: <a href="https://www.facebook.com/p/%E0%B8%88%E0%B8%94-%E0%B8%AD%E0%B8%A2-%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%97-%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%AA-%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%8A1-%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%94-100069116491327/?_rdc=1&amp;_rdr#" target="_blank" rel="noopener">จด อย บริษัท ซีแอนด์เอสริช1 จำกัด</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โฆษณาผิดกฎหมาย อย. ปรับเท่าไหร่? กรณีศึกษาจริง</title>
		<link>https://csrich1.com/fda-ad-fines/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Apr 2026 07:19:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://csrich1.com/?p=1281</guid>

					<description><![CDATA[ทุกปี อย. จับปรับและดำเนินคดีธุรกิจที่โฆษณาผิดกฎหมายเป็นจำนวนมาก ทั้งธุรกิจขนาดเล็กและบริษัทใหญ่ต่างเคยโดนเหมือนกัน บางรายถูกปรับหนักถึง 500,000 บาท บางรายต้องเผชิญกับคดีอาญา มีประวัติติดตัว]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ทุกปี อย. จับปรับและดำเนินคดีธุรกิจที่โฆษณาผิดกฎหมายเป็นจำนวนมาก ทั้งธุรกิจขนาดเล็กและบริษัทใหญ่ต่างเคยโดนเหมือนกัน บางรายถูกปรับหนักถึง 500,000 บาท บางรายต้องเผชิญกับคดีอาญาและมีประวัติติดตัว</p>



<p>ถ้าคุณกำลังโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพอยู่ หรือกำลังวางแผนทำโฆษณา บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจว่า <strong>โฆษณาผิดกฎหมาย อย.</strong> คือแบบไหน โทษหนักแค่ไหน และมีกรณีอะไรบ้างที่เกิดขึ้นจริงในไทย</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>โฆษณาผิดกฎหมาย อย. หมายถึงอะไร?</strong></h2>



<p>โฆษณาผิดกฎหมาย อย. คือการเผยแพร่ข้อความ ภาพ เสียง หรือวิดีโอเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพ โดยฝ่าฝืนกฎหมายที่ อย. กำกับดูแล ซึ่งครอบคลุมผลิตภัณฑ์หลัก 4 กลุ่ม ได้แก่ อาหาร (รวมอาหารเสริม) ยา เครื่องมือแพทย์ และเครื่องสำอาง</p>



<p>ความผิดเกิดได้ใน 2 กรณีหลัก คือ หนึ่ง &#8211;&nbsp;<strong>โฆษณาโดยไม่ได้รับอนุญาต</strong>&nbsp;(ไม่มีใบอนุญาต ฆอ./ฆพ./ฆท.) และสอง &#8211;&nbsp;<strong>โฆษณาเนื้อหาที่ผิดกฎหมาย</strong>&nbsp;เช่น กล่าวอ้างสรรพคุณเกินจริง โฆษณาเท็จ หรือใช้คำที่กฎหมายห้าม แม้จะมีใบอนุญาตแล้วก็ตาม</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/judge-gavel-card-boxesx-laptop-consumer-law-concept-1024x683.jpg" alt="โฆษณาผิดกฎหมาย อย. หมายถึงอะไร?" class="wp-image-1282" srcset="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/judge-gavel-card-boxesx-laptop-consumer-law-concept-1024x683.jpg 1024w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/judge-gavel-card-boxesx-laptop-consumer-law-concept-300x200.jpg 300w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/judge-gavel-card-boxesx-laptop-consumer-law-concept-768x512.jpg 768w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/judge-gavel-card-boxesx-laptop-consumer-law-concept-1536x1024.jpg 1536w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/judge-gavel-card-boxesx-laptop-consumer-law-concept-2048x1365.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>บทลงโทษ โฆษณาผิดกฎหมาย อย. แยกตามประเภทสินค้า</strong></h2>



<p>โทษของการโฆษณาผิดกฎหมายแตกต่างกันตามประเภทสินค้า เพราะแต่ละกลุ่มอยู่ภายใต้กฎหมายคนละฉบับ สินค้าที่ส่งผลต่อสุขภาพโดยตรงอย่างยาและเครื่องมือแพทย์มีโทษหนักที่สุด</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>1. โทษสำหรับโฆษณายาผิดกฎหมาย (พ.ร.บ. ยา พ.ศ. 2510)</strong></h3>



<p>การโฆษณายาโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือโฆษณายาที่มีข้อความเป็นเท็จ มีโทษตามมาตรา 90 ของ พ.ร.บ. ยา ดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ</li>



<li>กรณีโฆษณาสรรพคุณยาเกินจริง โทษอาจหนักขึ้นตามดุลพินิจศาล</li>
</ul>



<p>ยาเป็นกลุ่มที่ อย. เฝ้าระวังเข้มงวดที่สุด เพราะผู้บริโภคอาจพึ่งพายาในการรักษาโรคจริง ๆ การโฆษณาเท็จจึงส่งผลต่อชีวิตได้โดยตรง</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>2. โทษสำหรับโฆษณาเครื่องมือแพทย์ผิดกฎหมาย (พ.ร.บ. เครื่องมือแพทย์ พ.ศ. 2562)</strong></h3>



<p>การโฆษณาเครื่องมือแพทย์โดยไม่มีใบอนุญาต ฆพ. หรือโฆษณาเนื้อหาผิดกฎหมาย มีบทลงโทษที่ชัดเจน ได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>โฆษณาโดยไม่ได้รับอนุญาต &#8211; ปรับไม่เกิน 100,000 บาท</li>



<li>โฆษณาเนื้อหาเป็นเท็จหรือโอ้อวด &#8211; ปรับไม่เกิน 200,000 บาท และอาจมีโทษจำคุก</li>



<li>กรณีเคยถูกสั่งระงับแล้วยังฝ่าฝืน &#8211; โทษเพิ่มขึ้น 2 เท่า</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>3. โทษสำหรับโฆษณาอาหารและอาหารเสริมผิดกฎหมาย (พ.ร.บ. อาหาร พ.ศ. 2522)</strong></h3>



<p>อาหารเสริมและผลิตภัณฑ์อาหารเป็นกลุ่มที่พบการโฆษณาผิดกฎหมายมากที่สุด เพราะมีตลาดใหญ่และผู้ประกอบการจำนวนมากไม่ทราบกฎ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>โฆษณาโดยไม่ได้รับอนุญาต &#8211; ปรับไม่เกิน 5,000 บาท</li>



<li>โฆษณาเนื้อหาเป็นเท็จหรือโอ้อวด &#8211; ปรับไม่เกิน 200,000 บาท (ภายใต้ พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค)</li>



<li>โฆษณาอ้างสรรพคุณทางการแพทย์ &#8211; อาจถูกดำเนินคดีทั้งใน พ.ร.บ. อาหาร และ พ.ร.บ. ยาพร้อมกัน</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>4. โทษสำหรับโฆษณาเครื่องสำอางผิดกฎหมาย (พ.ร.บ. เครื่องสำอาง พ.ศ. 2558)</strong></h3>



<ul class="wp-block-list">
<li>โฆษณาเป็นเท็จหรือโอ้อวดเกินจริง &#8211; ปรับไม่เกิน 100,000 บาท</li>



<li>โฆษณาเครื่องสำอางอันตรายที่ถูกห้ามจำหน่าย &#8211; จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ</li>
</ul>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/7153792-1024x683.jpg" alt="โฆษณาเครื่องสำอางผิดกฎหมาย" class="wp-image-1283" srcset="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/7153792-1024x683.jpg 1024w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/7153792-300x200.jpg 300w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/7153792-768x512.jpg 768w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/7153792-1536x1024.jpg 1536w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/7153792-2048x1366.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>กรณีศึกษา: ตัวอย่างโฆษณาที่โดนดำเนินคดีจริง</strong></h2>



<p>เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ลองดูลักษณะโฆษณาที่ อย. ดำเนินคดีจริง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าประเภทความผิดที่พบบ่อยคืออะไร</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>กรณีที่ 1: อาหารเสริมอ้างสรรพคุณรักษาโรค</strong></h3>



<p>ผู้ประกอบการโฆษณาอาหารเสริมผ่าน Facebook Live ว่า &#8220;ทานแล้วเบาหวานลด ความดันลด ไม่ต้องกินยาแล้ว&#8221; ผลคือถูกดำเนินคดีทั้งในข้อหาโฆษณาอาหารเป็นเท็จและโฆษณาสรรพคุณยาโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษปรับและถูกสั่งระงับการโฆษณาทันที</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>กรณีที่ 2: เครื่องมือแพทย์โฆษณาเกินขอบเขตที่ขึ้นทะเบียน</strong></h3>



<p>บริษัทนำเข้าเครื่องมือแพทย์โฆษณาว่า &#8220;ใช้รักษาโรคมะเร็งได้&#8221; โดยไม่มีหลักฐาน และตัวผลิตภัณฑ์ขึ้นทะเบียนเพื่อวัตถุประสงค์อื่น ไม่ใช่การรักษามะเร็ง ส่งผลให้ถูกดำเนินคดีหลายข้อหาพร้อมกัน</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>กรณีที่ 3: ครีมบำรุงผิวอ้างว่ารักษาโรคผิวหนัง</strong></h3>



<p>ผู้จำหน่ายครีมโฆษณาว่า &#8220;รักษาสะเก็ดเงิน กลาก เกลื้อน&#8221; ทั้งที่สินค้าจดแจ้งเป็นเครื่องสำอาง ถูกดำเนินคดีทั้งในข้อหาโฆษณาเครื่องสำอางเป็นเท็จและโฆษณายาโดยไม่ได้รับอนุญาต</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/young-cute-female-posing-indoor-1024x683.jpg" alt="ป้องกันไม่ให้ โฆษณาผิดกฎหมาย" class="wp-image-1284" srcset="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/young-cute-female-posing-indoor-1024x683.jpg 1024w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/young-cute-female-posing-indoor-300x200.jpg 300w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/young-cute-female-posing-indoor-768x512.jpg 768w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/young-cute-female-posing-indoor-1536x1024.jpg 1536w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/young-cute-female-posing-indoor-2048x1365.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>วิธีป้องกันไม่ให้โฆษณาผิดกฎหมาย</strong></h2>



<p>การป้องกันปัญหาโฆษณาผิดกฎหมายไม่ใช่เรื่องยาก ถ้ารู้จักวิธีตรวจสอบก่อนเผยแพร่ ขั้นตอนง่าย ๆ ที่ทำได้ทันทีมีดังนี้</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>ขอใบอนุญาตโฆษณาก่อนเสมอ &#8211; อย่าเริ่มโฆษณาจนกว่าจะได้รับอนุญาต</li>



<li>ตรวจสอบคำที่ใช้ &#8211; หลีกเลี่ยงคำที่บ่งบอกการรักษาโรค ให้ใช้คำ &#8220;ดูแล&#8221; หรือ &#8220;ช่วย&#8221; แทน</li>



<li>ตรวจสอบก่อนให้ Influencer โพสต์ &#8211; กำหนดกรอบคำที่ใช้ได้และใช้ไม่ได้ให้ชัดเจน</li>



<li>ตรวจสอบ Comment เป็นประจำ &#8211; ลบ Comment ที่มีข้อความผิดกฎหมายทันที</li>
</ol>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>สรุป</strong></h2>



<p>โฆษณาผิดกฎหมาย อย. ไม่ใช่แค่เรื่องของค่าปรับ แต่ยังส่งผลต่อชื่อเสียงธุรกิจ ความน่าเชื่อถือ และในกรณีร้ายแรงอาจมีโทษทางอาญาด้วย โทษสูงสุดตามกฎหมายต่าง ๆ รวมกันสามารถสูงถึงหลายแสนบาทและจำคุก</p>



<p>การขอใบอนุญาตโฆษณาและตรวจสอบเนื้อหาก่อนเผยแพร่เป็นต้นทุนที่คุ้มค่ากว่าการถูกดำเนินคดีภายหลังอย่างมาก</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>FAQ</strong></h2>


<div id="rank-math-faq" class="rank-math-block">
<div class="rank-math-list ">
<div id="faq-question-1776424109930" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q: ถ้าโฆษณาผิดกฎหมายครั้งแรก อย. จะจับปรับทันทีไหม หรือมีการตักเตือนก่อน?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ขึ้นอยู่กับความร้ายแรง บางกรณีได้รับหนังสือเตือนก่อน แต่กรณีที่มีความผิดชัดเจนหรืออาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค อย. สามารถดำเนินคดีได้ทันทีโดยไม่ต้องตักเตือนก่อน</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1776424119304" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q: โฆษณาที่ถูกลบออกแล้ว ยังโดนดำเนินคดีได้ไหม?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ได้ค่ะ ถ้ามีหลักฐาน เช่น ภาพหน้าจอหรือวิดีโอที่บันทึกไว้ก่อนลบ การลบโฆษณาหลังเผยแพร่ไม่ได้ลบล้างความผิดที่เกิดขึ้น</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1776424128987" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q: ถ้าเป็นแค่การโพสต์ให้ข้อมูล ไม่ได้ขายสินค้า ผิดกฎหมายไหม?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ถ้าโพสต์นั้นมีเนื้อหาที่กล่าวถึงผลิตภัณฑ์สุขภาพ และใช้ข้อความที่เข้าข่ายโฆษณา เช่น บอกว่าสินค้ารักษาโรคได้ ก็ยังเป็นการโฆษณาในทางกฎหมาย แม้จะไม่ได้มีปุ่มซื้อหรือลิงก์ขายโดยตรง</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1776424139552" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q: Influencer ที่รีวิวสินค้าโดยไม่ได้รับเงิน ยังผิดกฎหมายไหม?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ถ้า Influencer ใช้ข้อความที่ผิดกฎหมาย เช่น &#8220;ทาแล้วสิวหายเลย&#8221; ก็ยังเป็นการโฆษณาผิดกฎหมาย แม้จะไม่ได้รับเงินจากเจ้าของสินค้า กฎหมายดูที่ &#8220;เนื้อหา&#8221; ไม่ใช่ &#8220;ความสัมพันธ์เชิงธุรกิจ&#8221;</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1776424148485" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q: ถ้าโฆษณาในต่างประเทศแต่มีคนไทยเห็น ผิดกฎหมายไทยไหม?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: กรณีนี้ซับซ้อนและขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย แต่โดยทั่วไปถ้าโฆษณานั้นเข้าถึงผู้บริโภคในไทยได้และขายสินค้าในไทย อาจอยู่ภายใต้การบังคับใช้กฎหมายไทย โดยเฉพาะถ้าใช้ภาษาไทยหรือมีราคาเป็นเงินบาท</p>

</div>
</div>
</div>
</div>


<p><strong>โฆษณาผิดกฎหมายมีโทษสูง ป้องกันได้ก่อนเกิดปัญหา</strong> บริษัท ซีแอนด์เอสริช 1 จำกัด ให้บริการขอใบอนุญาตโฆษณา อย. พร้อมตรวจสอบเนื้อหาโฆษณา และให้คำปรึกษาด้านกฎหมายผลิตภัณฑ์สุขภาพครบวงจร ด้วยประสบการณ์กว่า 7 ปี ช่วยให้ธุรกิจของคุณโฆษณาได้อย่างมั่นใจและถูกกฎหมาย</p>



<p>ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ &gt;&gt; <a href="https://csrich1.com/advertising-license-service/">C&amp;S Rich 1</a></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p>📲&nbsp;Tel: <a href="tel:+66645607779">064-560-7779</a></p>



<p>💬&nbsp;Line: @cs0645607779</p>



<p>📩&nbsp;Email: <a href="mailto:csrich188@gmail.com">csrich188@gmail.com</a></p>



<p>📚&nbsp;Facebook: <a href="https://www.facebook.com/p/%E0%B8%88%E0%B8%94-%E0%B8%AD%E0%B8%A2-%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%97-%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%AA-%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%8A1-%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%94-100069116491327/?_rdc=1&amp;_rdr#" target="_blank" rel="noopener">จด อย บริษัท ซีแอนด์เอสริช1 จำกัด</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โฆษณาเครื่องสำอาง ข้อห้ามและข้อควรระวังที่ต้องรู้ก่อนลงโฆษณา</title>
		<link>https://csrich1.com/cosmetic-advertising-regulations-thailand/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Apr 2026 07:16:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://csrich1.com/?p=1275</guid>

					<description><![CDATA[เจ้าของธุรกิจเครื่องสำอางหลายคนคิดว่า ถ้าสินค้าจดแจ้งกับ อย. แล้ว จะโฆษณาอะไรก็ได้ นั่นคือความเข้าใจที่ผิดอย่างมาก เพราะการจดแจ้ง]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>เจ้าของธุรกิจเครื่องสำอางหลายคนคิดว่า ถ้าสินค้าจดแจ้งกับ อย. แล้ว จะโฆษณาอะไรก็ได้ นั่นคือความเข้าใจที่ผิดอย่างมาก เพราะการจดแจ้งและการโฆษณาเป็นคนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิง</p>



<p>จริงอยู่ที่<strong>เครื่องสำอางไม่ต้องขอใบอนุญาตโฆษณา</strong> แต่ข้อความที่ใช้โฆษณาต้องอยู่ภายใต้ พ.ร.บ. เครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 และ พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งกำหนดชัดเจนว่าโฆษณาแบบไหนผิดกฎหมาย บทความนี้รวมข้อห้าม ตัวอย่าง และแนวทางที่ถูกต้องไว้ครบ</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>โฆษณาเครื่องสำอาง ไม่ต้องขอใบอนุญาต แต่ยังต้องทำตามกฎ</strong></h2>



<p>เครื่องสำอางตามกฎหมายไทย หมายถึงผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทา ถู พ่น หรือใส่บนร่างกายเพื่อความสะอาด กลิ่นหอม เปลี่ยนสีผิว หรือดูแลผิวพรรณ โดยไม่ออกฤทธิ์รักษาโรค ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่แบ่งเส้นระหว่าง &#8220;เครื่องสำอาง&#8221; และ &#8220;ยา&#8221;</p>



<p>เพราะเครื่องสำอางไม่ได้รักษาโรค กฎหมายจึงไม่ได้กำหนดให้ต้องขออนุมัติโฆษณาก่อนเผยแพร่ แต่นั่นไม่ได้แปลว่าโฆษณาอะไรก็ได้ อย. ยังมีอำนาจสั่งระงับโฆษณาที่ผิดกฎหมายและเรียกเก็บค่าปรับได้ตลอดเวลา แม้จะไม่ผ่านการตรวจสอบล่วงหน้า</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/3d-rendering-personal-care-products-fondant-pink-1024x683.jpg" alt="โฆษณาเครื่องสำอาง ข้อห้าม" class="wp-image-1276" srcset="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/3d-rendering-personal-care-products-fondant-pink-1024x683.jpg 1024w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/3d-rendering-personal-care-products-fondant-pink-300x200.jpg 300w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/3d-rendering-personal-care-products-fondant-pink-768x512.jpg 768w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/3d-rendering-personal-care-products-fondant-pink-1536x1024.jpg 1536w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/3d-rendering-personal-care-products-fondant-pink-2048x1365.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ข้อห้ามในการโฆษณาเครื่องสำอาง</strong></h2>



<p>กฎหมายกำหนดข้อห้ามในการโฆษณาเครื่องสำอางไว้ชัดเจน ซึ่งเจ้าของธุรกิจทุกคนต้องรู้ก่อนลงโฆษณาไม่ว่าจะผ่านช่องทางใดก็ตาม ข้อห้ามหลัก ๆ มีดังนี้</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>1. ห้ามกล่าวอ้างว่ารักษาโรคหรือบำบัดอาการ</strong></h3>



<p>เครื่องสำอางทำได้แค่ &#8220;ดูแลผิว&#8221; ไม่ใช่ &#8220;รักษาผิว&#8221; คำเหล่านี้ทำให้โฆษณากลายเป็นผิดกฎหมายทันที แม้สินค้าจะมีส่วนผสมที่ดีจริงก็ตาม</p>



<p><strong>ตัวอย่างที่ผิดกฎหมาย:</strong> &#8220;รักษาสิวอักเสบ&#8221;, &#8220;หายจากผิวแตกลาย&#8221;, &#8220;บำบัดผิวแพ้&#8221;, &#8220;รักษาเชื้อราบนผิวหนัง&#8221;</p>



<p><strong>ตัวอย่างที่ถูกกฎหมาย:</strong> &#8220;ช่วยลดการเกิดสิว&#8221;, &#8220;ทำให้ผิวดูเรียบเนียน&#8221;, &#8220;ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น&#8221;</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>2. ห้ามอ้างสรรพคุณเกินจริงหรือทำให้เข้าใจผิด</strong></h3>



<p>โฆษณาต้องสะท้อนความเป็นจริงของสินค้า ถ้าครีมของคุณมีส่วนผสม Vitamin C แต่โฆษณาว่า &#8220;ผิวขาวภายใน 7 วัน 100%&#8221; นั่นคือการอ้างสรรพคุณที่ต้องพิสูจน์ได้ และถ้าพิสูจน์ไม่ได้ถือว่าผิดกฎหมาย</p>



<p>ตัวเลขและระยะเวลาที่แน่นอน เช่น &#8220;ขาวขึ้น 3 เท่าใน 2 สัปดาห์&#8221; หรือ &#8220;ลดริ้วรอย 90% ใน 30 วัน&#8221; เป็นข้อความที่เสี่ยงมากถ้าไม่มีผลการทดสอบทางวิทยาศาสตร์รองรับ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/woman-looking-her-dry-skin-with-cracks-with-first-wrinkles-circles-increase-skin-like-magnifying-magnifier-1024x683.jpg" alt="โฆษณาเครื่องสำอาง กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันผิว" class="wp-image-1279" srcset="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/woman-looking-her-dry-skin-with-cracks-with-first-wrinkles-circles-increase-skin-like-magnifying-magnifier-1024x683.jpg 1024w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/woman-looking-her-dry-skin-with-cracks-with-first-wrinkles-circles-increase-skin-like-magnifying-magnifier-300x200.jpg 300w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/woman-looking-her-dry-skin-with-cracks-with-first-wrinkles-circles-increase-skin-like-magnifying-magnifier-768x512.jpg 768w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/woman-looking-her-dry-skin-with-cracks-with-first-wrinkles-circles-increase-skin-like-magnifying-magnifier-1536x1024.jpg 1536w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/woman-looking-her-dry-skin-with-cracks-with-first-wrinkles-circles-increase-skin-like-magnifying-magnifier-2048x1365.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>3. ห้ามใช้คำที่บ่งบอกสรรพคุณทางการแพทย์</strong></h3>



<p>มีคำหลายคำที่ดูเหมือนบรรยายเครื่องสำอาง แต่จริง ๆ แล้วเข้าข่ายคำทางการแพทย์ที่ใช้ไม่ได้ เช่น &#8220;ฆ่าเชื้อ&#8221;, &#8220;ต้านการอักเสบ&#8221;, &#8220;ซ่อมแซมเซลล์&#8221;, &#8220;กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันผิว&#8221;</p>



<p>คำเหล่านี้ถ้าใช้กับเครื่องสำอาง อย. อาจพิจารณาว่าสินค้ากำลังอ้างสรรพคุณเป็น &#8220;ยา&#8221; ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้โฆษณาผิดกฎหมาย แต่อาจส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ต้องไปขึ้นทะเบียนเป็นยาแทนด้วย</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>4. ห้ามใช้ภาพหรือกราฟิกที่ทำให้เข้าใจผิด</strong></h3>



<p>กฎหมายครอบคลุมทั้งข้อความและภาพ ภาพ Before-After ที่แก้ไขหรือดัดแปลงมากเกินความเป็นจริงถือเป็นการโฆษณาที่ทำให้เข้าใจผิด ภาพควรสะท้อนผลลัพธ์จริงที่ผู้บริโภคทั่วไปพอจะได้รับ ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในเงื่อนไขที่ควบคุมพิเศษ</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>5. ห้ามอ้างอิงสถาบันราชการหรือมหาวิทยาลัยโดยไม่ได้รับอนุญาต</strong></h3>



<p>การระบุในโฆษณาว่า &#8220;ได้รับการรับรองจาก&#8230;&#8221; หรือ &#8220;วิจัยโดย&#8230;&#8221; ถ้าไม่เป็นความจริงหรือไม่ได้รับอนุญาตจากสถาบันนั้น ๆ ถือเป็นการโฆษณาเท็จที่มีโทษหนักกว่าการใช้คำโอ้อวดทั่วไป</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/blogger-presenting-make-up-accessories-online-1024x683.jpg" alt="คำที่ใช้ไม่ได้ใน โฆษณาเครื่องสำอาง" class="wp-image-1278" srcset="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/blogger-presenting-make-up-accessories-online-1024x683.jpg 1024w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/blogger-presenting-make-up-accessories-online-300x200.jpg 300w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/blogger-presenting-make-up-accessories-online-768x513.jpg 768w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/blogger-presenting-make-up-accessories-online-1536x1025.jpg 1536w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/blogger-presenting-make-up-accessories-online-2048x1367.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>คำที่ใช้ได้ vs คำที่ใช้ไม่ได้ ในโฆษณาเครื่องสำอาง</strong></h2>



<p>ตารางเปรียบเทียบด้านล่างรวมคำที่ใช้บ่อยและบอกชัดเจนว่าคำไหนผ่านกฎหมาย คำไหนไม่ผ่าน เป็นแนวทางเบื้องต้น เนื่องจากการพิจารณาในบริบทจริงอาจซับซ้อนกว่านี้</p>



<figure class="wp-block-table"><table class="has-fixed-layout"><thead><tr><th><strong>ใช้ได้ (ถูกกฎหมาย)</strong></th><th><strong>ใช้ไม่ได้ (ผิดกฎหมาย)</strong></th></tr></thead><tbody><tr><td>ลดการเกิดสิว</td><td>รักษาสิว / หายจากสิว</td></tr><tr><td>ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใส</td><td>ทำให้ผิวขาวจริง / ลดเมลานิน</td></tr><tr><td>ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น</td><td>ซ่อมแซมผิวที่แห้งแตก</td></tr><tr><td>ลดเลือนริ้วรอย</td><td>ลบริ้วรอยหายถาวร</td></tr><tr><td>ช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์</td><td>ต้านอนุมูลอิสระ 100%</td></tr><tr><td>มีส่วนผสม SPF ปกป้องผิว</td><td>ป้องกันมะเร็งผิวหนัง</td></tr></tbody></table></figure>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>โทษและบทลงโทษกรณีโฆษณาเครื่องสำอางผิดกฎหมาย</strong></h2>



<p>โทษสำหรับโฆษณาเครื่องสำอางผิดกฎหมายกำหนดไว้ใน พ.ร.บ. เครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 โดยมีอัตราโทษดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>โฆษณาเครื่องสำอางที่เป็นเท็จหรือโอ้อวดเกินจริง</strong>&nbsp;&#8211; ปรับไม่เกิน 100,000 บาท</li>



<li><strong>โฆษณาเครื่องสำอางอันตรายหรือที่ห้ามจำหน่าย</strong>&nbsp;&#8211; จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ</li>



<li><strong>กรณีที่เคยถูกเตือนแล้วยังฝ่าฝืน</strong>&nbsp;&#8211; โทษหนักขึ้นตามดุลพินิจของศาล</li>
</ul>



<p>นอกจากโทษตาม พ.ร.บ. เครื่องสำอางแล้ว ยังอาจถูกดำเนินคดีเพิ่มเติมภายใต้ พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งมีโทษปรับสูงถึง 500,000 บาท ถ้าโฆษณานั้นก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้บริโภคด้วย</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>สรุป</strong></h2>



<p>โฆษณาเครื่องสำอางมีอิสระมากกว่าผลิตภัณฑ์สุขภาพประเภทอื่น เพราะไม่ต้องขออนุมัติล่วงหน้า แต่นั่นก็แปลว่าคุณต้องรับผิดชอบเองเต็ม ๆ ต่อทุกข้อความที่เผยแพร่ออกไป</p>



<p>หลักง่าย ๆ ที่ช่วยได้ คือ เครื่องสำอาง &#8220;ดูแล&#8221; ผิวได้ แต่ &#8220;รักษา&#8221; ผิวไม่ได้ ถ้าข้อความโฆษณาของคุณยังอยู่ในกรอบนี้ โอกาสที่จะผิดกฎหมายก็น้อยลงมาก</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>FAQ</strong></h2>


<div id="rank-math-faq" class="rank-math-block">
<div class="rank-math-list ">
<div id="faq-question-1776424216603" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q: เครื่องสำอางจดแจ้งกับ อย. แล้ว โฆษณาได้เลยไหม?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: การจดแจ้งและการโฆษณาเป็นคนละเรื่อง การจดแจ้งบอกว่า &#8220;สินค้าผ่านมาตรฐาน&#8221; แต่ไม่ได้แปลว่าโฆษณาอะไรก็ได้ กฎหมายโฆษณาเครื่องสำอางยังคงใช้บังคับเต็มที่</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1776424225518" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q: ถ้าลูกค้าคอมเมนต์ว่า &#8220;ทาแล้วสิวหาย&#8221; ในเพจเรา เราต้องรับผิดชอบด้วยไหม?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: มีความเสี่ยงค่ะ ถ้าปล่อยให้ Comment ที่ผิดกฎหมายค้างอยู่โดยไม่ดำเนินการใด ๆ อย. อาจมองว่าคุณ &#8220;ยินยอม&#8221; แนะนำให้ลบ Comment ที่มีข้อความเกินจริงทันที</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1776424236662" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q: โฆษณา Before-After ผิดกฎหมายไหม?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ไม่ผิดเสมอไป ถ้าภาพสะท้อนผลลัพธ์จริงและไม่ได้แต่งภาพให้เกินความเป็นจริง แต่ถ้าผลลัพธ์ดีเกินจริงหรือใช้ภาพที่ดัดแปลง ถือว่าผิดกฎหมาย ต้องมีข้อความกำกับว่าผลลัพธ์แตกต่างกันตามแต่ละบุคคล</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1776424248700" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q: ถ้า Influencer พูดผิดกฎหมายในรีวิว เจ้าของสินค้าโดนด้วยไหม?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: มีโอกาสโดนด้วยค่ะ โดยเฉพาะถ้าคุณจ้าง Influencer ให้รีวิวสินค้า และเนื้อหาที่รีวิวมีข้อความที่ผิดกฎหมาย ทางออกที่ดีคือทำ Briefing ที่ชัดเจนและให้ Influencer อ่านและยืนยันก่อนเผยแพร่</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1776424258353" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q: เครื่องสำอางอินทรีย์หรือธรรมชาติ 100% โฆษณาได้ว่า &#8220;ปลอดภัยกว่า&#8221; ไหม?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ต้องระวังค่ะ การบอกว่า &#8220;ปลอดภัยกว่า&#8221; ต้องมีข้อมูลรองรับ ว่าปลอดภัยกว่าอะไร ถ้าไม่มีข้อมูลเปรียบเทียบที่ชัดเจน การใช้คำเช่นนี้อาจถือว่าเป็นการโฆษณาที่ทำให้เข้าใจผิดได้</p>

</div>
</div>
</div>
</div>


<p>หากคุณต้องการทำ <strong>โฆษณาเครื่องสำอาง</strong> ให้ถูกต้องตามกฎหมาย ลดความเสี่ยงในการถูกปรับ หรือถูกระงับการขายในอนาคต ทีมงาน ซีแอนด์เอสริช 1 พร้อมตรวจสอบข้อความโฆษณา เพื่อให้แบรนด์ของคุณสื่อสารได้อย่างมั่นใจ ถูกต้อง และน่าเชื่อถือในสายตาผู้บริโภค</p>



<p>ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ &gt;&gt; <a href="https://csrich1.com/advertising-license-service/">C&amp;S Rich 1</a></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p>📲&nbsp;Tel: <a href="tel:+66645607779">064-560-7779</a></p>



<p>💬&nbsp;Line: @cs0645607779</p>



<p>📩&nbsp;Email: <a href="mailto:csrich188@gmail.com">csrich188@gmail.com</a></p>



<p>📚&nbsp;Facebook: <a href="https://www.facebook.com/p/%E0%B8%88%E0%B8%94-%E0%B8%AD%E0%B8%A2-%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%97-%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%AA-%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%8A1-%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%94-100069116491327/?_rdc=1&amp;_rdr#" target="_blank" rel="noopener">จด อย บริษัท ซีแอนด์เอสริช1 จำกัด</a></p>



<p></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ใบอนุญาตโฆษณา อย. คืออะไร? ทุกเรื่องที่ผู้ประกอบการต้องรู้</title>
		<link>https://csrich1.com/fda-advertising-license-guide/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Apr 2026 07:08:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://csrich1.com/?p=1270</guid>

					<description><![CDATA[ใบอนุญาตโฆษณา อย. ไม่ใช่เรื่องที่ยาก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ข้ามไปได้ ผู้ประกอบการที่ขายผลิตภัณฑ์สุขภาพทุกคนต้องเข้าใจว่าสินค้าของตัวเองอยู่ในประเภทไหน ต้องขอ ฆอ. ฆพ. หรือ ฆท. แล้วเตรียมชิ้นงานและเอกสารให้พร้อมก่อนยื่น]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ถ้าคุณกำลังจะลงโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นอาหารเสริม เครื่องมือแพทย์ หรือยา มีสิ่งหนึ่งที่ต้องทำก่อนเสมอ นั่นคือ &#8220;ขอใบอนุญาตโฆษณา&#8221; จาก อย. ก่อน เพราะถ้าลงโฆษณาโดยไม่มีใบอนุญาต นอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว โทษปรับยังหนักถึงหลักแสนบาท</p>



<p>บทความนี้รวบรวมทุกสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องรู้เกี่ยวกับ<strong>ใบอนุญาตโฆษณา อย.</strong> ตั้งแต่คืออะไร ประเภทไหนบ้าง ใครต้องขอ ขั้นตอน เอกสาร และค่าใช้จ่าย ไว้ที่เดียวครบจบ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/social-worker-explaining-documents-1-1024x683.jpg" alt="ใบอนุญาตโฆษณา อย. คืออะไร?" class="wp-image-1271" srcset="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/social-worker-explaining-documents-1-1024x683.jpg 1024w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/social-worker-explaining-documents-1-300x200.jpg 300w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/social-worker-explaining-documents-1-768x513.jpg 768w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/social-worker-explaining-documents-1-1536x1025.jpg 1536w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/social-worker-explaining-documents-1-2048x1367.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ใบอนุญาตโฆษณา อย. คืออะไร?</strong></h2>



<p><strong>ใบอนุญาตโฆษณา</strong> คือเอกสารที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ออกให้กับผู้ประกอบการที่ต้องการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพต่อสาธารณชน ก่อนที่จะนำข้อความ ภาพ หรือวิดีโอใด ๆ ไปเผยแพร่ ไม่ว่าจะผ่านสื่อออนไลน์ โทรทัศน์ วิทยุ หรือสิ่งพิมพ์ ต้องผ่านการขออนุมัติจาก อย. ก่อนเสมอ</p>



<p>พูดง่าย ๆ คือ อย. ต้องตรวจสอบว่า &#8220;โฆษณานี้บอกข้อมูลถูกต้องไหม?&#8221; และ &#8220;ไม่โอ้อวดเกินจริงไหม?&#8221; ก่อนที่ประชาชนจะได้เห็น ซึ่งเป็นระบบที่ออกแบบมาเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคโดยตรง</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ประเภทใบอนุญาตโฆษณา อย. มีอะไรบ้าง?</strong></h2>



<p>ใบอนุญาตโฆษณา อย. แบ่งตามประเภทผลิตภัณฑ์ที่จะโฆษณา โดยมีรหัสย่อที่ผู้ประกอบการควรรู้จัก 3 ประเภทหลัก ได้แก่ ฆอ., ฆพ., และ ฆท. แต่ละประเภทอยู่ภายใต้กฎหมายคนละฉบับและมีกระบวนการตรวจสอบที่ต่างกัน</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>1. ฆอ. &#8211; ใบอนุญาตโฆษณาอาหาร</strong></h3>



<p>ฆอ. คือใบอนุญาตสำหรับ<strong>โฆษณาอาหาร</strong> ครอบคลุมอาหารเสริม นม ผลิตภัณฑ์นม เครื่องดื่มชูกำลัง และผลิตภัณฑ์อาหารทั่วไปที่มีการกล่าวอ้างสรรพคุณ ภายใต้ พ.ร.บ. อาหาร พ.ศ. 2522 ถ้าโฆษณาอาหารเสริมแล้วบอกว่า &#8220;รักษาโรค&#8221; หรือ &#8220;ลดน้ำหนักได้ X กิโลใน Y วัน&#8221; แบบนี้ผิดกฎหมายทันที แม้จะมีใบ ฆอ. แล้วก็ตาม</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>2. ฆพ. &#8211; ใบอนุญาตโฆษณาเครื่องมือแพทย์</strong></h3>



<p><strong>ฆพ.</strong> คือใบอนุญาตสำหรับโฆษณา<strong>เครื่องมือแพทย์</strong> ครอบคลุมตั้งแต่อุปกรณ์วัดความดัน เครื่องตรวจน้ำตาล อุปกรณ์ฟื้นฟูสมรรถภาพ ไปจนถึงเครื่องมือวินิจฉัยโรคต่าง ๆ ภายใต้ พ.ร.บ. เครื่องมือแพทย์ พ.ศ. 2562 ฆพ. เป็นประเภทที่ลูกค้าส่วนใหญ่ของซีแอนด์เอสริช 1 ต้องการ เพราะธุรกิจนำเข้าเครื่องมือแพทย์มักต้องโฆษณาผ่านทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ แคตตาล็อก งานนิทรรศการ หรือโซเชียลมีเดีย</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>3. ฆท. &#8211; ใบอนุญาตโฆษณายา</strong></h3>



<p><strong>ฆท.</strong> คือใบอนุญาตสำหรับโฆษณา<strong>ยา</strong> ซึ่งมีกระบวนการตรวจสอบที่เข้มงวดที่สุด เพราะยาส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพ การโฆษณายาโดยไม่ได้รับอนุญาตมีโทษจำคุกด้วย ไม่ใช่แค่ปรับ ควรให้ผู้เชี่ยวชาญดูแลเรื่องนี้โดยตรง</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>4. เครื่องสำอาง &#8211; กรณีพิเศษที่ไม่ต้องขอใบอนุญาต</strong></h3>



<p><strong>เครื่องสำอางไม่ต้องขอใบอนุญาตโฆษณา</strong> จาก อย. แต่ยังต้องอยู่ภายใต้ พ.ร.บ. เครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 ซึ่งห้ามกล่าวอ้างสรรพคุณที่เกินจริงหรือไม่เป็นความจริง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="574" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/pink-wall-with-plant-plant-pot-1024x574.jpg" alt="ต้องขอ ใบอนุญาตโฆษณา" class="wp-image-1272" srcset="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/pink-wall-with-plant-plant-pot-1024x574.jpg 1024w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/pink-wall-with-plant-plant-pot-300x168.jpg 300w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/pink-wall-with-plant-plant-pot-768x430.jpg 768w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/pink-wall-with-plant-plant-pot-1536x861.jpg 1536w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/pink-wall-with-plant-plant-pot-2048x1148.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ใครบ้างที่ต้องขอใบอนุญาตโฆษณา?</strong></h2>



<p>ผู้ที่ต้องขอใบอนุญาตโฆษณา คือทุกคนที่ต้องการเผยแพร่โฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพในกลุ่มที่กฎหมายควบคุม ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้จัดจำหน่าย หรือแม้แต่ตัวแทนขาย ถ้าคุณเป็นคนที่ &#8220;โฆษณา&#8221; สินค้านั้น คุณคือคนที่ต้องขอ</p>



<p><strong>สำคัญมาก : 1 ใบอนุญาตต่อ 1 ประเภทสื่อ</strong> ถ้าอยากลงทั้งออนไลน์และสิ่งพิมพ์ต้องขอแยกกัน</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ขั้นตอนการขอใบอนุญาตโฆษณา อย.</strong></h2>



<p>กระบวนการขอใบอนุญาตโฆษณา อย. มีหลายขั้นตอนที่ต้องทำตามลำดับ โดยแต่ละประเภทใบอนุญาตก็มีรายละเอียดปลีกย่อยต่างกัน แต่โดยรวมมีกรอบเดียวกัน</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>เตรียมชิ้นงานโฆษณาให้พร้อม &#8211; สคริปต์ ข้อความ ภาพ หรือวิดีโอที่จะใช้จริง พร้อมเลขทะเบียนผลิตภัณฑ์</li>



<li>ยื่นขออนุญาตผ่านระบบ e-Submission ที่ <a href="http://privus.fda.moph.go.th" target="_blank" rel="noopener">privus.fda.moph.go.th</a></li>



<li>รอการพิจารณา 15-30 วันทำการ เจ้าหน้าที่ อย. ตรวจสอบเนื้อหา</li>



<li>รับใบอนุญาตและระบุเลขที่ใบอนุญาตในชิ้นงานโฆษณาทุกชิ้น</li>
</ol>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เอกสารที่ต้องเตรียมในการขอใบอนุญาตโฆษณา</strong></h2>



<p>เอกสารหลักที่ต้องใช้เกือบทุกกรณี:</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>สำเนาใบสำคัญการจดทะเบียน อย. ของผลิตภัณฑ์ที่จะโฆษณา</li>



<li>ชิ้นงานโฆษณาในรูปแบบครบถ้วน (สคริปต์ ภาพ หรือวิดีโอ)</li>



<li>เอกสารแสดงอำนาจ (กรณีมอบหมายตัวแทนยื่นแทน)</li>



<li>หนังสือรับรองบริษัทที่ออกไม่เกิน 6 เดือน</li>



<li>เอกสารข้อมูลทางเทคนิค (สำหรับเครื่องมือแพทย์)</li>
</ul>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ค่าใช้จ่ายและระยะเวลา</strong></h2>



<p>ระยะเวลาพิจารณาโดยเฉลี่ย <strong>15-30 วันทำการ</strong> สำหรับกรณีที่เอกสารครบถ้วน แต่ถ้ามีการแก้ไข ระยะเวลาอาจยืดออกไปอีก 1-2 รอบ ควรเผื่อเวลาก่อนวันเปิดแคมเปญอย่างน้อย 2-3 เดือน </p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>สรุป</strong></h2>



<p>ใบอนุญาตโฆษณา อย. ไม่ใช่เรื่องที่ยาก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ข้ามไปได้ ผู้ประกอบการที่ขายผลิตภัณฑ์สุขภาพทุกคนต้องเข้าใจว่าสินค้าของตัวเองอยู่ในประเภทไหน ต้องขอ ฆอ. ฆพ. หรือ ฆท. แล้วเตรียมชิ้นงานและเอกสารให้พร้อมก่อนยื่น</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>FAQ</strong></h2>


<div id="rank-math-faq" class="rank-math-block">
<div class="rank-math-list ">
<div id="faq-question-1776424332544" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q: ใบอนุญาตโฆษณา อย. มีอายุกี่ปี?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: <br />&#8211; ใบอนุญาตโฆษณาเครื่องมือแพทย์ (ฆพ.) มีอายุ 3 ปี นับตั้งแต่วันที่ได้รับอนุญาต ซึ่งเมื่อครบกำหนดจะต้องยื่นคำขอใหม่ ไม่สามารถต่ออายุได้<br />&#8211; ใบอนุญาตโฆษณาอาหาร (ฆอ.) มีอายุ 5 ปีนับจากวันที่ได้รับอนุญาต ซึ่งเมื่อครบกำหนดจะต้องยื่นคำขอใหม่ ไม่สามารถต่ออายุได้<br />&#8211; ใบอนุญาตโฆษณายา (ฆท.) มีอายุ 5 ปี นับจากวันที่ได้รับอนุญาต โดยแบ่งเป็น 2 ประเภทหลักคือ โฆษณาต่อประชาชนทั่วไป (ฆท.) และโฆษณาต่อผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ (ฆศ.) ซึ่งต้องแสดงเลขที่ใบอนุญาตให้ชัดเจนในสื่อโฆษณาตามที่ กองยา ระบุไว้</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1776424367569" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q: โฆษณาผ่านโซเชียลมีเดียต้องขอใบอนุญาตด้วยไหม?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ต้องขอค่ะ การโฆษณาผ่าน Facebook, Instagram, TikTok ถือเป็น &#8220;สื่ออินเทอร์เน็ต&#8221; ที่อยู่ภายใต้การควบคุมเช่นเดียวกัน ต้องขอใบอนุญาตแยกจากสื่อประเภทอื่น</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1776424380669" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q: ถ้ามีสินค้าหลายรายการ ต้องขอใบอนุญาตแยกทุกชิ้นไหม?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ใช่ค่ะ ใบอนุญาตโฆษณาผูกกับสินค้าและชิ้นงานโฆษณาแต่ละชิ้น ถ้ามีสินค้า 5 รายการต้องยื่นขอแยก 5 ครั้ง</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1776424390421" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q: ก่อนได้ใบอนุญาต สามารถทดสอบโฆษณาในวงจำกัดได้ไหม?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ไม่ได้ กฎหมายถือว่าการเผยแพร่โฆษณาโดยไม่มีใบอนุญาตคือความผิด ไม่ว่าจะเป็นการทดสอบหรือวงจำกัดก็ตาม ต้องรอใบอนุญาตก่อนเสมอ</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1776424401564" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q: ถ้าซื้อโฆษณาผ่านเอเจนซี่ ใครต้องเป็นคนขอใบอนุญาต?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: เจ้าของผลิตภัณฑ์หรือผู้รับผิดชอบสินค้าตามกฎหมายเป็นผู้ต้องขอใบอนุญาต ไม่ใช่เอเจนซี่ เอเจนซี่สามารถช่วยดำเนินการยื่นแทนได้ แต่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจจากเจ้าของสินค้า</p>

</div>
</div>
</div>
</div>


<p>เรื่องใบอนุญาตโฆษณา ให้เราดูแลให้คุณ ****ซีแอนด์เอสริช 1 <a href="https://csrich1.com/advertising-license-service/">ให้บริการขอใบอนุญาตโฆษณา อย.</a> ครบทุกประเภท ทั้ง ฆอ. ฆพ. และ ฆท. ด้วยประสบการณ์กว่า 7 ปีและมากกว่า 500 เคส พร้อมดูแลตั้งแต่เตรียมเอกสารจนได้รับอนุมัติ</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p>📲&nbsp;Tel: <a href="tel:+66645607779">064-560-7779</a></p>



<p>💬&nbsp;Line: @cs0645607779</p>



<p>📩&nbsp;Email: <a href="mailto:csrich188@gmail.com">csrich188@gmail.com</a></p>



<p>📚&nbsp;Facebook: <a href="https://www.facebook.com/p/%E0%B8%88%E0%B8%94-%E0%B8%AD%E0%B8%A2-%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%97-%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%AA-%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%8A1-%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%94-100069116491327/?_rdc=1&amp;_rdr#" target="_blank" rel="noopener">จด อย บริษัท ซีแอนด์เอสริช1 จำกัด</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โฆษณาอาหารเสริม ทำอย่างไรไม่ผิดกฎหมาย? กฎ อย. ที่ต้องรู้</title>
		<link>https://csrich1.com/supplement-advertising-law/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 12 Mar 2026 11:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://csrich1.com/?p=1042</guid>

					<description><![CDATA[ถ้าคุณเป็นเจ้าของธุรกิจผลิตจำหน่ายอาหารเสริม หรือกำลังวางแผนจะส่งเสริมการขาย คุณอาจสงสัยว่า "โฆษณาอาหารเสริมให้ถูกกฎหมายต้องทำอย่างไร?" ปัญหาคือ หลายคนไม่รู้ว่า อาหารเสริมต้องมี "ใบอนุญาตโฆษณา" (ฆอ.) จากสำนักงาน อย. ก่อนโฆษณา และต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์มากมาย หากไม่เคารพกฎหมาย จะเสี่ยงต่อการถูกปรับ ติดคุก หรือถูกอายัดสินค้า
บทความนี้จะแนะนำกฎหมายโฆษณาอาหารเสริมอย่างละเอียด เพื่อให้คุณสามารถโฆษณาได้อย่างมั่นใจและไม่ผิดกฎหมาย]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<div class="wp-block-columns is-layout-flex wp-container-core-columns-is-layout-28f84493 wp-block-columns-is-layout-flex">
<div class="wp-block-column is-layout-flow wp-block-column-is-layout-flow" style="flex-basis:100%">
<div class="wp-block-group is-layout-constrained wp-block-group-is-layout-constrained">
<div class="wp-block-columns is-layout-flex wp-container-core-columns-is-layout-28f84493 wp-block-columns-is-layout-flex">
<div class="wp-block-column is-layout-flow wp-block-column-is-layout-flow" style="flex-basis:100%">
<h2 class="wp-block-heading"><strong>กฎหมายโฆษณาอาหารเสริม มีอะไรบ้าง?</strong></h2>



<div style="padding-bottom: 5px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-bottom: 20px;"></div>



<p>การโฆษณาอาหารเสริมในไทยมีกฎหมายควบคุมหลายฉบับ ได้แก่ พ.ร.บ. อาหาร พ.ศ. 2522, ประกาศ อย. ว่าด้วยข้อห้ามการโฆษณา และกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค</p>



<p>ส่วน อย. นั้น ปัจจุบันอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงสาธารณสุข และมีหน้าที่ตรวจสอบสินค้าอาหารเสริมที่โฆษณาหรือนำเสนอข้อมูลอันอาจทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด</p>



<p>ประเด็นที่สำคัญที่สุดคือ: <strong>ก่อนโฆษณาอาหารเสริม คุณต้องขอใบอนุญาตโฆษณาอาหาร (ฆอ.) จากสำนักงาน อย.</strong> หากทำการโฆษณาโดยไม่มีใบอนุญาต ถือเป็นการตัดตอนโฆษณาผิดกฎหมาย</p>



<div style="background-color: #fff8e1; border-left: 4px solid #FFC107; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;">
<p style="font-weight: bold; color: #f57f17; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">จุดสำคัญ:</p>
<p style="margin: 0; color: #333;">อาหารเสริมถือว่าเป็น &#8220;อาหาร&#8221; ตามพ.ร.บ. อาหาร ไม่ใช่ยา ดังนั้น ห้ามอวดอ้างสรรพคุณรักษาโรค และต้องขอใบอนุญาตโฆษณาเสมอ ไม่ว่าจะโฆษณาบน Facebook, Instagram, TikTok, Website หรือสื่อใด ๆ ก็ตาม</p>
</div>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>สิ่งที่ห้ามทำในการโฆษณาอาหารเสริม</strong></h2>



<div style="padding-bottom: 5px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-bottom: 20px;"></div>



<p>สำนักงาน อย. มีข้อห้ามเกี่ยวกับการโฆษณาอาหารเสริมค่อนข้างเข้มงวด เพื่อไม่ให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด หากฝ่าฝืนอาจได้รับบทลงโทษ ดูรายละเอียดต่อไปนี้:</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/03/volunteer-collect-cloth-doll-cardboard-box-donate-1024x683.jpg" alt="โฆษณาอาหารเสริม" class="wp-image-1113" srcset="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/03/volunteer-collect-cloth-doll-cardboard-box-donate-1024x683.jpg 1024w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/03/volunteer-collect-cloth-doll-cardboard-box-donate-300x200.jpg 300w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/03/volunteer-collect-cloth-doll-cardboard-box-donate-768x512.jpg 768w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/03/volunteer-collect-cloth-doll-cardboard-box-donate-1536x1024.jpg 1536w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/03/volunteer-collect-cloth-doll-cardboard-box-donate-2048x1365.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>1. ห้ามอวดอ้างสรรพคุณรักษาโรค</strong></h3>



<p>ห้ามอ้างว่าอาหารเสริมสามารถรักษา ลดอาการ หรือป้องกันโรคใด ๆ เช่น &#8220;ลดอาการเบาหวาน&#8221; &#8220;รักษามะเร็ง&#8221; &#8220;แก้ปวดข้อ&#8221; &#8220;ลดความดันโลหิต&#8221; เป็นต้น ถ้าต้องการกล่าวถึงสรรพคุณในลักษณะนี้ สินค้านั้นต้องจดทะเบียนเป็น &#8220;ยา&#8221; ไม่ใช่อาหารเสริม</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>2. ห้ามใช้รูปภาพหรือชื่อบุคลากรทางการแพทย์</strong></h3>



<p>ห้ามนำรูปภาพของแพทย์ พยาบาล หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพมาใช้ในการโฆษณา โดยใช้การพูดว่า &#8220;แพทย์แนะนำ&#8221; &#8220;หมอชอบ&#8221; &#8220;ผู้เชี่ยวชาญเลือก&#8221; ไม่ว่าจะเป็นการพูดตรงๆ หรือแค่บอกเป็นนัย ล้วนเป็นการโฆษณาผิดกฎหมาย</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>3. ห้ามแสดงผลลัพธ์เกินจริง (Before-After)</strong></h3>



<p>ห้ามนำภาพ &#8220;ก่อน-หลัง&#8221; มาแสดงผล โดยเฉพาะเมื่อผลอาจเข้าใจว่าสินค้ามีคุณสมบัติ บำรุง หรือรักษา เช่น &#8220;ใช้ 30 วัน หน้าใสขึ้น&#8221; พร้อมภาพเปรียบเทียบหน้า ทั้งนี้อาจมีข้อยกเว้นในบางกรณีแต่ต้องขออนุมัติจาก อย. ก่อน</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>4. ห้ามใช้ข้อความที่ทำให้เข้าใจผิด</strong></h3>



<p>ตัวเลขหรือสถิติที่ไม่มีหลักฐานรองรับ ถือเป็นสิ่งที่ห้ามใช้ในการโฆษณาโดยเด็ดขาด เช่น </p>



<ul class="wp-block-list">
<li>การอ้างว่า &#8220;99% ของผู้ใช้พึงพอใจ&#8221; โดยไม่มีข้อมูลการสำรวจที่น่าเชื่อถือ</li>



<li>การบอกว่า &#8220;ลดไขมันในร่างกายได้ถึง 50%&#8221; ทั้งที่ไม่เคยผ่านการทดสอบทางวิทยาศาสตร์ใดๆ</li>
</ul>



<p>สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นการโฆษณาที่ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดเกี่ยวกับประสิทธิภาพที่แท้จริงของสินค้า</p>



<div style="background-color: #fbe9e7; border-left: 4px solid #FF5722; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;">
<p style="font-weight: bold; color: #d84315; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">ข้อควรระวัง:</p>
<p style="margin: 0; color: #333;">การโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์ (Facebook, Instagram, TikTok, YouTube, Website) ก็ต้องขอใบอนุญาตโฆษณา (ฆอ.) เหมือนกัน สำนักงาน อย. ติดตามสื่อออนไลน์เช่นกัน และมีการรายงานเมื่อพบโฆษณาผิดกฎหมาย</p>
</div>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ขั้นตอนการขอใบอนุญาตโฆษณาอาหารเสริม (ฆอ.)</strong></h2>



<div style="padding-bottom: 5px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-bottom: 20px;"></div>



<p>การขอใบอนุญาตโฆษณา (ฆอ.) สำหรับอาหารเสริมมีขั้นตอนที่ชัดเจน โดยต้องผ่านระบบสารสนเทศของสำนักงาน อย. (e-Submission) ขั้นตอนมีดังนี้:</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>1. เตรียมเนื้อหาโฆษณา</strong></h3>



<p>รวบรวมสิ่งที่จะใช้ในโฆษณาให้ครบ เช่น ข้อความ รูปภาพ วิดีโอ หรือสื่อต่างๆ จากนั้นตรวจสอบให้แน่ใจว่าเนื้อหาเหล่านั้นไม่ขัดต่อกฎหมาย เช่น ไม่มีการอ้างสรรพคุณรักษาโรค และไม่มีการใช้รูปของแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญประกอบโฆษณา</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>2. เตรียมเอกสารประกอบการขอ</strong></h3>



<p>จัดเตรียมเอกสารที่จำเป็น ได้แก่ สำเนาบัตรประชาชนของผู้ยื่นขอ หลักฐานที่อยู่ ใบรับรองการจดทะเบียนอาหารเสริมจาก อย. (กรณีที่สินค้าขึ้นทะเบียนแล้ว) และใบอนุญาตโรงงาน (กรณีผลิตเอง)</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>3. ยื่นขอผ่านระบบ e-Submission</strong></h3>



<p>เข้าไปที่เว็บไซต์ อย. (<a href="http://www.fda.moph.go.th" target="_blank" rel="noopener">www.fda.moph.go.th</a>) สมัครสมาชิก แล้วกรอกแบบฟอร์มขอใบอนุญาตโฆษณาอาหาร พร้อมอัปโหลดเนื้อหาโฆษณาและเอกสารประกอบ จากนั้นชำระค่าธรรมเนียมให้เรียบร้อย</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>4. รอพิจารณา</strong></h3>



<p>อย. จะใช้เวลาประมาณ 7–15 วันในการตรวจสอบคำขอ หากเนื้อหาโฆษณามีส่วนใดที่ต้องแก้ไข อย. จะแจ้งกลับมายังผู้ยื่นคำขอเพื่อดำเนินการปรับปรุง</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>5. ได้รับใบอนุญาตโฆษณา (ฆอ.)</strong></h3>



<p>เมื่อได้รับการอนุมัติ จะได้รับใบอนุญาตโฆษณาอาหาร (ฆอ.) ซึ่งระบุเลขใบอนุญาต วันที่ออก และวันหมดอายุ ควรเก็บต้นฉบับไว้สำหรับการตรวจสอบ และบันทึกไฟล์ดิจิทัลไว้อ้างอิงเวลาโฆษณา</p>



<div style="background-color: #e8f5e9; border-left: 4px solid #4CAF50; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;">
<p style="font-weight: bold; color: #2e7d32; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">Tips:</p>
<p style="margin: 0; color: #333;">ใบอนุญาตโฆษณา (ฆอ.) มีอายุใช้ได้ 3 ปี นับจากวันที่อนุมัติ หากต้องการต่ออายุต้องยื่นคำขออีกครั้ง หรือหากเปลี่ยนแปลงเนื้อหาโฆษณาต้องขอใบอนุญาตใหม่</p>
</div>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>บทลงโทษสำหรับการโฆษณาอาหารเสริมผิดกฎหมาย</strong></h2>



<div style="padding-bottom: 5px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-bottom: 20px;"></div>



<p>หากคุณโฆษณาอาหารเสริมโดยไม่มีใบอนุญาต หรือฝ่าฝืนข้อห้ามต่าง ๆ จะได้รับบทลงโทษตามพ.ร.บ. อาหาร พ.ศ. 2522 ดังต่อไปนี้:</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/03/business-lawyers-discussing-contract-papers-with-brass-scale-desk-office-law-legal-services-advice-justice-law-concept-picture-with-film-grain-effect-1024x683.jpg" alt="บทลงโทษสำหรับการโฆษณาอาหารเสริมผิดกฎหมาย" class="wp-image-1130" srcset="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/03/business-lawyers-discussing-contract-papers-with-brass-scale-desk-office-law-legal-services-advice-justice-law-concept-picture-with-film-grain-effect-1024x683.jpg 1024w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/03/business-lawyers-discussing-contract-papers-with-brass-scale-desk-office-law-legal-services-advice-justice-law-concept-picture-with-film-grain-effect-300x200.jpg 300w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/03/business-lawyers-discussing-contract-papers-with-brass-scale-desk-office-law-legal-services-advice-justice-law-concept-picture-with-film-grain-effect-768x512.jpg 768w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/03/business-lawyers-discussing-contract-papers-with-brass-scale-desk-office-law-legal-services-advice-justice-law-concept-picture-with-film-grain-effect-1536x1024.jpg 1536w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/03/business-lawyers-discussing-contract-papers-with-brass-scale-desk-office-law-legal-services-advice-justice-law-concept-picture-with-film-grain-effect-2048x1365.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>1. บทลงโทษทางการเงิน (ปรับ)</strong></h3>



<p>ถูกปรับเป็นเงินไม่เกิน 300,000 บาท สำหรับการโฆษณาโดยไม่มีใบอนุญาต หรือการโฆษณาที่มีเนื้อหาขัดต่อกฎหมาย</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>2. บทลงโทษทางอาญา (จำคุก)</strong></h3>



<p>จำคุกไม่เกิน 3 ปี บางกรณีอาจถูกลงโทษทั้งปรับและจำคุกพร้อม ๆ กัน โดยเฉพาะกรณีที่สินค้าเกี่ยวข้องกับสุขภาพและมีการอ้างสรรพคุณรักษาโรค</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>3. อายัดสินค้า</strong></h3>



<p>สำนักงาน อย. สามารถสั่งระงับจำหน่ายสินค้า หรืออายัดสินค้าที่โฆษณาผิดกฎหมาย ห้ามนำมาจำหน่ายตั้งแต่นั้นไปจนกว่าจะแก้ไข</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>4. ความเสียหายต่อแบรนด์</strong></h3>



<p>นอกเหนือจากบทลงโทษกฎหมายแล้ว การโฆษณาผิดกฎหมายยังอาจสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของธุรกิจ ความเชื่อถือจากผู้บริโภค และการถูกสื่อมวลชนทำให้ประจำตัว</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>วิธีโฆษณาอาหารเสริมให้ถูกกฎหมาย</strong></h2>



<div style="padding-bottom: 5px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-bottom: 20px;"></div>



<p>หากต้องการโฆษณาอาหารเสริมให้ปลอดภัยและถูกกฎหมาย ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนและหลักการต่อไปนี้:</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>1. ขอใบอนุญาตโฆษณา (ฆอ.) ก่อนโฆษณา</strong></h3>



<p>นี่คือขั้นตอนสำคัญที่สุด ต้องยื่นคำขอใบอนุญาตโฆษณาอาหารไปยังสำนักงาน อย. และรอการอนุมัติจากนั้นค่อยนำเนื้อหาไปใช้ในการโฆษณา</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>2. ใช้ภาษาที่ตรงไปตรงมาและไม่เกินจริง</strong></h3>



<p>เนื้อหาโฆษณาทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นข้อความ รูปภาพ หรือวิดีโอ ต้องไม่ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด โดยให้พูดถึงเฉพาะประโยชน์ทั่วไปของส่วนประกอบที่มีหลักฐานรองรับ เช่น &#8220;มีวิตามินซี&#8221; &#8220;มีแคลเซียม&#8221; หรือ &#8220;ช่วยบำรุงกระดูก&#8221; และหลีกเลี่ยงการใช้คำที่บ่งบอกถึงการรักษาโรค เช่น &#8220;รักษา&#8221; &#8220;หาย&#8221; หรือ &#8220;แก้&#8221;</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>3. ระวังการใช้ผู้เชี่ยวชาญหรือดาราในโฆษณา</strong></h3>



<p>หากต้องการใช้ผู้เชี่ยวชาญหรือดาราในโฆษณา สามารถทำได้เพื่อความสวยงามหรือดึงดูดใจเท่านั้น แต่ห้ามให้ใช้เพื่อแนะนำสินค้าในเชิงการรักษา หรืออ้างว่าสินค้ามีประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาสุขภาพใดๆ</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>4. เก็บเอกสารหลักฐานให้พร้อมเสมอ</strong></h3>



<p>เก็บรักษาใบอนุญาตโฆษณา ข้อมูลสูตรผลิตภัณฑ์ และหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่รองรับคุณสมบัติของสินค้าไว้ให้ครบ เผื่อเจ้าหน้าที่ขอตรวจสอบจะได้แสดงได้ทันที</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>5. ติดตามดูแลโฆษณาออนไลน์อย่างสม่ำเสมอ</strong></h3>



<p>หากมีการโฆษณาบนโซเชียลมีเดีย ควรหมั่นตรวจสอบความคิดเห็นของผู้บริโภคด้วย เพราะบางครั้งคอมเมนต์ หรือรีวิวที่ปรากฏอาจมีการอ้างสรรพคุณเกินจริง ซึ่งอาจทำให้ผิดกฎหมายได้เช่นกัน</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>สรุป</strong></h2>



<div style="padding-bottom: 5px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-bottom: 20px;"></div>



<p>การโฆษณาอาหารเสริมเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความรู้ และความระมัดระวังมาก เพราะต้องปฏิบัติตามกฎหมายหลายฉบับ และหากผิดพลาดจะต้องเสี่ยงต่อการถูกปรับเงิน จำคุก หรือถูกอายัดสินค้า สิ่งที่ต้องจำไว้ก็คือ:</p>



<p><strong>1.</strong> ต้องขอใบอนุญาตโฆษณา (ฆอ.) จากสำนักงาน อย. ก่อนโฆษณา<br><strong>2.</strong> ห้ามอวดอ้างสรรพคุณรักษาโรค<br><strong>3.</strong> ห้ามใช้ผู้เชี่ยวชาญหรือดาราเพื่อแนะนำสินค้าในเชิงการรักษา<br><strong>4.</strong> ห้ามแสดงโฆษณาเกินจริงหรือข้อความที่ทำให้เข้าใจผิด<br><strong>5.</strong> โฆษณาออนไลน์ก็ต้องทำการขอใบอนุญาต</p>



<p>หากคุณปฏิบัติตามหลักการและขั้นตอนเหล่านี้ คุณจะสามารถโฆษณาอาหารเสริมได้อย่างปลอดภัย มั่นใจ และไม่ต้องกังวลเรื่องกฎหมาย</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>FAQ</strong></h2>



<div style="padding-bottom: 5px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-bottom: 20px;"></div>


<div id="rank-math-faq" class="rank-math-block">
<div class="rank-math-list ">
<div id="faq-question-1776424517564" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q: อาหารเสริมที่จด อย. แล้ว ต้องขอใบอนุญาตโฆษณากี่ครั้ง?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ต้องขอใบอนุญาตโฆษณา (ฆอ.) เพิ่มเติมแยกจากการจดทะเบียน การจดทะเบียนอาหารเสริม (ฆอ.) หมายความว่าผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยแล้ว แต่การโฆษณาต้องได้รับอนุมัติเนื้อหาจากสำนักงาน อย. เป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1776424526167" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q: โฆษณาอาหารเสริมบนเว็บไซต์ของตัวเองต้องขอใบอนุญาตหรือไม่?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ต้องขอใบอนุญาตเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ของตัวเอง หรือแพลตฟอร์มสื่อสังคมใด ๆ สำนักงาน อย. ถือว่าเป็นการโฆษณา</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1776424532604" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q: ค่าธรรมเนียมการขอใบอนุญาตโฆษณาอาหารเสริมเป็นเท่าไหร่?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ค่าธรรมเนียมการขอใบอนุญาตโฆษณาอาหาร (ฆอ.) คือ 5,000 บาท ต่อการยื่นคำขอ ไม่คืนเงินหากปฏิเสธการขอ</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1776424544367" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q: ใบอนุญาตโฆษณา (ฆอ.) สามารถใช้โฆษณาได้นานเท่าไหร่?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ใบอนุญาตโฆษณา (ฆอ.) มีอายุใช้ได้ 3 ปี นับจากวันที่อนุมัติ หลังจากนั้นต้องขออีกครั้งหรือต่ออายุ</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1776424555242" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q: ถ้าตรวจพบว่าโฆษณาผิดกฎหมาย จะได้รับโอกาสแก้ไขหรือไม่?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ถ้าเป็นการตรวจสอบจากสำนักงาน อย. ในขั้นตอนการขออนุมัติ จะมีแจ้งให้ปรับปรุงแก้ไข อย่างไรก็ตาม หากพบการโฆษณาผิดกฎหมายหลังจากที่ได้ใบอนุญาตแล้ว และมีการรายงานจากผู้บริโภค สำนักงาน อย. อาจลงโทษทันทีโดยไม่มีโอกาสแก้ไข</p>

</div>
</div>
</div>
</div>


<p>บริษัท ซีแอนด์เอสริช 1 จำกัด (C&amp;S Rich 1) มีประสบการณ์กว่า 7 ปี ในการจัดการคำขอใบอนุญาตโฆษณาอาหารเสริมและผลิตภัณฑ์อาหารอื่น ๆ กฎหมายเกี่ยวกับการโฆษณาอาหารเสริมมีความซับซ้อน และข้อกำหนดอาจเปลี่ยนแปลงเป็นครั้งคราว เพื่อให้แน่ใจว่าคุณปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้อง ทีมงานของเรายินดีให้คำปรึกษาฟรีและช่วยให้ธุรกิจของคุณสามารถโฆษณาได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ</p>



<p>ดูบริการของเรา: <a href="/advertising-license-service/">บริการใบอนุญาตโฆษณา</a> | <a href="/fda-registration-service/">บริการจด อย. อาหารเสริม</a> | <a href="/factory-license-service/">บริการใบอนุญาตโรงงาน</a></p>



<p>&nbsp;</p>
</div>
</div>
</div>
</div>
</div>



<p></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จด อย. เครื่องสำอาง ทำอย่างไร? สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องรู้ก่อนยื่นจด</title>
		<link>https://csrich1.com/fda-cosmetic-registration/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 12 Mar 2026 10:40:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://csrich1.com/?p=961</guid>

					<description><![CDATA[หากคุณเป็นผู้ประกอบการที่กำลังพัฒนาสินค้าเครื่องสำอางและต้องการนำขายในตลาดไทย การจดแจ้งกับสำนักงาน อย. (สำนักงานอาหารและยา) เป็นขั้นตอนสำคัญที่คุณไม่สามารถข้ามได้ ไม่ว่าจะเป็นครีมบำรุง เซรั่ม ลิปสติก หรือสินค้าใดก็ตามที่จำแนกเป็น "เครื่องสำอาง" ตามกฎหมาย การเข้าใจกระบวนการนี้จะช่วยให้คุณวางแผนได้ดีขึ้น ลดความผิดพลาด และนำสินค้าออกสู่ตลาดได้เร็วขึ้น บทความนี้จะให้ความรู้แบบละเอียดเกี่ยวกับการจด อย. เครื่องสำอาง พร้อมคำแนะนำที่ใช้ได้จริง]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<h2 class="wp-block-heading"><strong>จด อย. เครื่องสำอาง คืออะไร?</strong></h2>



<div style="padding-bottom: 5px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-bottom: 20px;"></div>



<p>การจด อย. เครื่องสำอาง คือ การ<strong>จดแจ้ง</strong>สินค้าเครื่องสำอาง ต่อสำนักงาน อย. ก่อนนำสินค้าออกจำหน่าย โดยใช้ระบบ <strong>e-Submission</strong> ซึ่งเป็นระบบยื่นเอกสารออนไลน์ของสำนักงาน อย. อีกจุดสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ เครื่องสำอางใช้คำว่า &#8220;จดแจ้ง&#8221; ไม่ใช่ &#8220;ขึ้นทะเบียน&#8221; (คำว่าขึ้นทะเบียนใช้สำหรับอาหารและอาหารเสริม) ความแตกต่างนี้มีผลต่อขั้นตอน และเอกสารที่ต้องเตรียม</p>



<div style="background-color: #fff8e1; border-left: 4px solid #FFC107; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;">
<p style="font-weight: bold; color: #f57f17; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">จุดสำคัญ:</p>
<p style="margin: 0; color: #333;">เครื่องสำอางใช้ระบบ &#8220;จดแจ้ง&#8221; ผ่าน e-Submission ไม่ใช่ขึ้นทะเบียน การจดแจ้งต้องทำก่อนนำสินค้าออกจำหน่ายทุกครั้ง รวมถึงเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสูตร ส่วนประกอบ หรือการออกแบบบรรจุภัณฑ์</p>
</div>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ประเภทเครื่องสำอางที่ต้องจดแจ้ง</strong></h2>



<div style="padding-bottom: 5px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-bottom: 20px;"></div>



<p>ไม่ใช่ทุกเครื่องสำอางจะมีขั้นตอนการจดแจ้งที่เหมือนกัน สำนักงาน อย. ได้จัดหมวดหมู่เครื่องสำอางออกเป็นสองประเภทหลัก ซึ่งแต่ละประเภทมีความต้องการทางด้านเอกสาร และการทดสอบที่แตกต่างกัน การรู้จักความแตกต่างเหล่านี้จะช่วยให้คุณเตรียมตัวได้ถูกต้อง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/03/composition-beauty-industry-products-women-1024x1024.jpg" alt="เครื่องสำอาง" class="wp-image-1020" srcset="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/03/composition-beauty-industry-products-women-1024x1024.jpg 1024w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/03/composition-beauty-industry-products-women-300x300.jpg 300w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/03/composition-beauty-industry-products-women-150x150.jpg 150w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/03/composition-beauty-industry-products-women-768x768.jpg 768w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/03/composition-beauty-industry-products-women-1536x1536.jpg 1536w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/03/composition-beauty-industry-products-women-2048x2048.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>1. เครื่องสำอางควบคุม (Controlled Cosmetics)</strong></h3>



<p>เครื่องสำอางควบคุม คือ เครื่องสำอางที่มีส่วนประกอบหรือการใช้งานที่มีความเสี่ยงในด้านความปลอดภัยสูงกว่าเครื่องสำอางธรรมชาติ ประเภทนี้ต้องมีการทดสอบความปลอดภัย</p>



<p><strong>ตัวอย่างของเครื่องสำอางควบคุม ได้แก่ </strong></p>



<ol class="wp-block-list">
<li>ครีมกันแดด ที่มีส่วนประกอบของ SPF สูง </li>



<li>เครื่องสำอางเปลี่ยนสีผิว ที่มีสารเคมีในปริมาณมาก </li>



<li>ครีมแต่งหน้าที่มีแร่ธาตุเนื้อหนา หรือสินค้าที่อ้างว่ามีคุณสมบัติทางการแพทย์</li>
</ol>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>2. เครื่องสำอางทั่วไป (General Cosmetics)</strong></h3>



<p>เครื่องสำอางทั่วไป คือ เครื่องสำอางส่วนใหญ่ที่ไม่มีองค์ประกอบหรือการอ้างสิทธิ์ที่เสี่ยงต่อความปลอดภัย ประเภทนี้ไม่จำเป็นต้องผ่านการทดสอบความปลอดภัยที่เข้มงวด แต่ยังคงต้องมีข้อมูลความปลอดภัยพื้นฐาน</p>



<p><strong>ตัวอย่างของเครื่องสำอางทั่วไป ได้แก่</strong></p>



<ol class="wp-block-list">
<li>แชมพูธรรมชาติ </li>



<li>ครีมบำรุงผิว </li>



<li>ลิปสติก </li>



<li>ครีมทาหน้า </li>



<li>ครีมนวด </li>



<li>ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอื่นๆ ที่ใช้ส่วนประกอบทั่วไป</li>
</ol>



<div style="background-color: #e8f5e9; border-left: 4px solid #4CAF50; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;">
<p style="font-weight: bold; color: #2e7d32; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">Tips:</p>
<p style="margin: 0; color: #333;">หากคุณไม่แน่ใจว่าเครื่องสำอางของคุณอยู่ในประเภทใด ให้ติดต่อสำนักงาน อย. หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทะเบียน เพราะการจำแนกประเภทไม่ถูกต้องอาจนำไปสู่การปฏิเสธการจดแจ้ง</p>
</div>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ขั้นตอนการจดแจ้งเครื่องสำอาง</strong></h2>



<div style="padding-bottom: 5px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-bottom: 20px;"></div>



<p>กระบวนการจด อย. เครื่องสำอางประกอบด้วยหลายขั้นตอนสำคัญ การทำตามลำดับขั้นอย่างถูกต้องจะช่วยให้กระบวนการเป็นไปอย่างราบรื่น</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/03/try-this-cream-1024x683.jpg" alt="ขั้นตอนการจด อย. เครื่องสำอาง" class="wp-image-1021" srcset="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/03/try-this-cream-1024x683.jpg 1024w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/03/try-this-cream-300x200.jpg 300w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/03/try-this-cream-768x513.jpg 768w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/03/try-this-cream-1536x1025.jpg 1536w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/03/try-this-cream-2048x1367.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>1. เตรียมสูตรและข้อมูลผลิตภัณฑ์</strong></h3>



<p>ระบุส่วนประกอบทั้งหมดให้ชัดเจน ทั้งชื่อไทยและชื่อ INCI สัดส่วน วัตถุประสงค์การใช้ และแหล่งที่มา หากใช้วัตถุดิบนำเข้า ต้องมีใบรับรองความปลอดภัย (SDS) จากผู้ผลิตด้วย</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>2. ทดสอบความปลอดภัย (Safety Testing)</strong></h3>



<p>เครื่องสำอางทั่วไปต้องมีข้อมูลยืนยันว่าปลอดภัยต่อผู้ใช้ ส่วนเครื่องสำอางควบคุมต้องผ่านการทดสอบเพิ่มเติมตามที่ อย. กำหนด เช่น การทดสอบการระคายเคือง และการแพ้ผิวหนัง</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>3. จัดทำฉลากและการโฆษณา</strong></h3>



<p>ฉลากต้องระบุข้อมูลครบถ้วนเป็นภาษาไทย ได้แก่ </p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ชื่อผลิตภัณฑ์ </li>



<li>ชื่อและที่อยู่ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า </li>



<li>วิธีใช้ผลิตภัณฑ์</li>



<li>ส่วนประกอบผลิตภัณฑ์ </li>



<li>วันหมดอายุของผลิตภัณฑ์ </li>



<li>ปริมาณสุทธิของผลิตภัณฑ์ </li>



<li>คำเตือนของผลิตภัณฑ์ (ถ้ามี) </li>
</ul>



<p>ส่วนเนื้อหาโฆษณาต้องไม่อ้างสรรพคุณทางการแพทย์ที่ไม่มีหลักฐานรองรับ</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>4. รวบรวมเอกสารสำหรับจดแจ้ง</strong></h3>



<p>เตรียมเอกสารให้ครบ ได้แก่ ใบสมัครจดแจ้ง แบบแสดงส่วนประกอบ ผลการทดสอบ ฉลากสินค้า และใบอนุญาตโรงงาน (สำหรับผู้ผลิต)</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>5. ยื่นจดแจ้งผ่านระบบ e-Submission</strong></h3>



<p>เข้าไปที่ <a href="https://submission.fda.moph.go.th/" target="_blank" rel="noopener">https://submission.fda.moph.go.th/</a> สมัครสมาชิก อัปโหลดเอกสารในรูปแบบ PDF และกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน เมื่อยื่นสำเร็จ ระบบจะออกเลขติดตามสถานะให้</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>6. รอการพิจารณา</strong></h3>



<p>อย. จะใช้เวลาประมาณ 15-30 วันในการตรวจสอบ หากเอกสารไม่ครบหรือต้องแก้ไข อย. จะแจ้งกลับมา เมื่อผ่านการพิจารณาแล้ว จะได้รับใบรับรองการจดแจ้ง ซึ่งเป็นหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์สามารถจำหน่ายได้อย่างถูกกฎหมาย</p>



<div style="background-color: #fbe9e7; border-left: 4px solid #FF5722; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;">
<p style="font-weight: bold; color: #d84315; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">ข้อควรระวัง:</p>
<p style="margin: 0; color: #333;">อย่าจำหน่ายผลิตภัณฑ์ก่อนที่ได้รับใบรับรองการจดแจ้งจากสำนักงาน อย. การกระทำนี้เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายและอาจมีผลต่ออาชญญากรรม รวมทั้งค่าปรับ</p>
</div>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เอกสารที่ต้องเตรียม</strong></h2>



<div style="padding-bottom: 5px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-bottom: 20px;"></div>



<p>การจดแจ้งเครื่องสำอางต้องใช้เอกสารหลายชุด ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามประเภทเครื่องสำอางและองค์ประกอบ ด้านล่างนี้คือรายการเอกสารที่โดยทั่วไปต้องเตรียม</p>



<h3 class="wp-block-heading">1. <strong>ใบสมัครจดแจ้ง</strong></h3>



<p>แบบฟอร์มทางการที่ออกโดยสำนักงาน อย. ต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วนและถูกต้องทุกช่อง เพราะหากข้อมูลไม่สมบูรณ์อาจทำให้การพิจารณาล่าช้าหรือถูกปฏิเสธได้</p>



<h3 class="wp-block-heading">2. <strong>บัญชีส่วนประกอบ (Ingredient List)</strong> </h3>



<p>รายการส่วนประกอบทั้งหมดในผลิตภัณฑ์ พร้อมสัดส่วนที่ชัดเจน โดยต้องระบุทั้งชื่อภาษาไทยและชื่อสากล (INCI) เพื่อให้ อย. ตรวจสอบได้ว่าไม่มีสารต้องห้ามหรือสารที่เกินปริมาณที่กำหนด</p>



<h3 class="wp-block-heading">3. <strong>ใบรับรองการทดสอบความปลอดภัย</strong> </h3>



<p>สำหรับเครื่องสำอางควบคุม ต้องมีผลการทดสอบจากห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรอง เช่น การทดสอบการระคายเคืองหรือการแพ้ผิวหนัง ส่วนเครื่องสำอางทั่วไปต้องมีข้อมูลยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ปลอดภัยต่อผู้บริโภค</p>



<h3 class="wp-block-heading">4. <strong>ใบรับรองความปลอดภัยของวัตถุดิบ (SDS)</strong> </h3>



<p>เอกสารที่ออกโดยผู้ผลิตวัตถุดิบ ระบุข้อมูลความปลอดภัยของสารเคมีแต่ละชนิดที่ใช้ในสูตร จำเป็นสำหรับวัตถุดิบนำเข้าและสารเคมีที่มีความเสี่ยง</p>



<h3 class="wp-block-heading">5. <strong>ภาพฉลากสินค้า</strong> </h3>



<p>ภาพถ่ายหรือไฟล์ฉลากที่ชัดเจน ครอบคลุมทุกด้านของบรรจุภัณฑ์ ทั้งด้านหน้า ด้านหลัง และด้านข้าง ฉลากต้องมีข้อมูลครบตามที่กฎหมายกำหนด เช่น ชื่อผลิตภัณฑ์ ส่วนประกอบ วิธีใช้ วันหมดอายุ และชื่อผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า</p>



<h3 class="wp-block-heading">6. <strong>ใบอนุญาตโรงงาน (ถ้าเป็นผู้ผลิต)</strong> </h3>



<p>หากผลิตเองในประเทศไทย ต้องแนบใบอนุญาตโรงงานที่ออกโดย อย. เพื่อยืนยันว่าสถานที่ผลิตได้มาตรฐานและได้รับการรับรองอย่างถูกต้อง</p>



<h3 class="wp-block-heading">7. <strong>หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)</strong> </h3>



<p>ใช้ในกรณีที่ผู้ยื่นเอกสารไม่ใช่เจ้าของผลิตภัณฑ์ โดยต้องมีลายเซ็นของเจ้าของและระบุขอบเขตอำนาจที่มอบให้อย่างชัดเจน</p>



<h3 class="wp-block-heading">8. <strong>ข้อมูลของผู้ผลิต</strong> </h3>



<p>ระบุชื่อบริษัท ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และอีเมลที่ติดต่อได้จริง เพื่อให้ อย. สามารถแจ้งผลหรือขอข้อมูลเพิ่มเติมได้สะดวก</p>



<h3 class="wp-block-heading">9. <strong>ตัวอย่างสินค้า (ในบางกรณี)</strong> </h3>



<p>อย. อาจขอตัวอย่างผลิตภัณฑ์จริงเพื่อตรวจสอบคุณภาพและความสอดคล้องกับข้อมูลที่ยื่น โดยเฉพาะในกรณีที่เป็นเครื่องสำอางควบคุมหรือมีส่วนประกอบที่ต้องพิจารณาเป็นพิเศษ</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ข้อควรระวังในการโฆษณาเครื่องสำอาง</strong></h2>



<div style="padding-bottom: 5px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-bottom: 20px;"></div>



<p>หลายคนมักสับสนว่าการจดแจ้งเครื่องสำอางรวมถึงการขออนุญาตโฆษณาด้วยหรือไม่ คำตอบคือ ไม่ต้องขอใบอนุญาตโฆษณาแยกต่างหาก แต่เนื้อหาโฆษณาต้องเป็นไปตามกฎหมายที่เข้มงวดมาก</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>สิ่งที่ห้ามพูดในโฆษณา</strong></h3>



<p>ห้ามอ้างว่าผลิตภัณฑ์สามารถรักษา แก้ไข หรือป้องกันโรคใดๆ เช่น &#8220;ครีมนี้รักษาสิว&#8221; &#8220;แก้ปัญหาริ้วรอย&#8221; หรือ &#8220;เหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน&#8221; เพราะถือเป็นการอ้างสรรพคุณทางการแพทย์ซึ่งผิดกฎหมาย</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>สิ่งที่โฆษณาได้</strong></h3>



<p>พูดถึงประโยชน์ด้านความงามได้ เช่น &#8220;ลดรูขุมขน&#8221; &#8220;เพิ่มความชุ่มชื้น&#8221; หรือ &#8220;ผิวเรียบเนียนขึ้น&#8221; แต่ต้องมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ และห้ามใช้ภาพหรือข้อความที่เกินจริงหรือทำให้เข้าใจผิด</p>



<p>หากไม่แน่ใจ แนะนำให้ศึกษาแนวทางของ อย. หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนเผยแพร่โฆษณา</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="768" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/03/CE3898D7-6230-437E-91FE-1E2D91C00352-1024x768.jpg" alt="" class="wp-image-1019" srcset="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/03/CE3898D7-6230-437E-91FE-1E2D91C00352-1024x768.jpg 1024w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/03/CE3898D7-6230-437E-91FE-1E2D91C00352-300x225.jpg 300w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/03/CE3898D7-6230-437E-91FE-1E2D91C00352-768x576.jpg 768w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/03/CE3898D7-6230-437E-91FE-1E2D91C00352-1536x1152.jpg 1536w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/03/CE3898D7-6230-437E-91FE-1E2D91C00352-2048x1536.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>สรุป</strong></h2>



<div style="padding-bottom: 5px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-bottom: 20px;"></div>



<p>การจดแจ้งเครื่องสำอางกับ อย. มีหลายขั้นตอน ตั้งแต่การเตรียมสูตร ทดสอบความปลอดภัย จัดทำฉลาก รวบรวมเอกสาร ไปจนถึงการยื่นผ่านระบบออนไลน์และรอผลพิจารณา หากคุณเตรียมตัวมาอย่างถูกต้องตั้งแต่ต้น กระบวนการทั้งหมดจะราบรื่นและรวดเร็ว</p>



<p>สิ่งที่ไม่ควรมองข้าม คือ การวางแผนเวลาและงบประมาณให้ดีตั้งแต่ต้น เพราะหากเอกสารหรือข้อมูลไม่ครบถ้วน อาจถูกปฏิเสธและต้องยื่นใหม่ ซึ่งทำให้เสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>FAQ</strong></h2>



<div style="padding-bottom: 5px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-bottom: 20px;"></div>



<p>ผู้ประกอบการมักมีคำถามที่คล้ายกันเกี่ยวกับการจด อย. เครื่องสำอาง ด้านล่างนี้เป็นคำถามทั่วไปและคำตอบที่อาจช่วยให้คุณเข้าใจมากขึ้น</p>


<div id="rank-math-faq" class="rank-math-block">
<div class="rank-math-list ">
<div id="faq-question-1776424604848" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q: การจด อย. เครื่องสำอางใช้เวลานานเท่าไร?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ใช้เวลาพิจารณา 1-3 วันทำการ สำหรับการจดแจ้งเครื่องสำอางทั่วไป เช่น ครีม / โลชั่น / น้ำหอม และเครื่องสำอาง และ 10-15 วัน สำหรับ Ampoule, Vial หรือ Syringe ทำการนับจากวันที่ยื่น</p>
<p>อย่างไรก็ตาม เวลาจริงอาจแตกต่างกันไปตามความซับซ้อนของผลิตภัณฑ์ จำนวนเอกสารที่ยื่น และความไวของสำนักงาน อย. ในการประมวลผล หากมีข้อบกพร่องของเอกสาร อย. จะขอให้แก้ไข ซึ่งจะเพิ่มเวลาการพิจารณาเอกสารครบถ้วน</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1776424628971" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q: ต้องมีใบอนุญาตโรงงานหรือไม่?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ผู้ผลิตในไทยต้องมีใบอนุญาตโรงงาน แต่หากเป็นผู้นำเข้าหรือจ้างโรงงานอื่นผลิต ไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาตของตัวเอง เพียงแต่ต้องมีเอกสารยืนยันว่าโรงงานที่ผลิตได้รับอนุญาตถูกต้อง</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1776424643071" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q: ต้องทดสอบเครื่องสำอางที่หลายก่อนจดแจ้งหรือไม่?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: เครื่องสำอางทั่วไปไม่จำเป็นต้องทดสอบเต็มรูปแบบ แต่ต้องมีหลักฐานว่าปลอดภัย ส่วนเครื่องสำอางควบคุมต้องผ่านการทดสอบความปลอดภัยที่เข้มงวดกว่า หากไม่แน่ใจควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อน</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1776424653394" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q: สามารถแก้ไขสูตรหรือคุณสมบัติของเครื่องสำอางหลังจากจดแจ้งแล้วได้หรือไม่?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ได้ แต่ต้องแจ้ง อย. ก่อนนำสินค้าเวอร์ชันใหม่ออกจำหน่าย ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนส่วนประกอบ บรรจุภัณฑ์ ฉลาก ผู้ผลิต หรือประเทศที่ผลิต</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1776424661354" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q: หากการจดแจ้งถูกปฏิเสธ ควรทำอย่างไร?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: อย. จะแจ้งเหตุผลมาให้ เช่น ส่วนประกอบต้องห้าม สัดส่วนเกินกำหนด เอกสารไม่ครบ หรือฉลากไม่ถูกต้อง ให้แก้ไขตามที่ระบุแล้วยื่นใหม่ได้เลย หากไม่แน่ใจควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้การยื่นครั้งถัดไปผ่านได้เลย</p>

</div>
</div>
</div>
</div>


<p>หากคุณกำลังมองหาผู้ช่วยจดแจ้ง อย. บริษัท ซีแอนด์เอสริช 1 จำกัด (C&amp;S Rich 1) มีประสบการณ์มากกว่า 7 ปี ในการดูแลงาน<a href="https://csrich1.com/fda-registration-service/" data-type="link" data-id="https://csrich1.com/fda-registration-service/">จดแจ้ง อย. ครบวงจร</a> ทั้งเครื่องสำอาง อาหารเสริม และสินค้าอื่นๆ ที่ผ่านมาเราช่วยผู้ประกอบการกว่า 500 รายให้ผ่านการจดแจ้งได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว ทีมงานของเราพร้อมให้คำแนะนำเฉพาะเจาะจงสำหรับผลิตภัณฑ์ของคุณ เพื่อให้เข้าสู่ตลาดได้อย่างมั่นใจ</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p>📲&nbsp;Tel: <a href="tel:+66645607779">064-560-7779</a></p>



<p>💬&nbsp;Line: @cs0645607779</p>



<p>📩&nbsp;Email: <a href="mailto:csrich188@gmail.com">csrich188@gmail.com</a></p>



<p>📚&nbsp;Facebook: <a href="https://www.facebook.com/p/%E0%B8%88%E0%B8%94-%E0%B8%AD%E0%B8%A2-%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%97-%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%AA-%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%8A1-%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%94-100069116491327/?_rdc=1&amp;_rdr#" target="_blank" rel="noopener">จด อย บริษัท ซีแอนด์เอสริช1 จำกัด</a><style>body {&amp;amp;amp;amp;amp;lt;br /> font-family: 'Segoe UI', Tahoma, Geneva, Verdana, sans-serif;&amp;amp;amp;amp;amp;lt;br /> line-height: 1.8;&amp;amp;amp;amp;amp;lt;br /> color: #333;&amp;amp;amp;amp;amp;lt;br /> max-width: 800px;&amp;amp;amp;amp;amp;lt;br /> margin: 0 auto;&amp;amp;amp;amp;amp;lt;br /> padding: 20px;&amp;amp;amp;amp;amp;lt;br /> }&amp;amp;amp;amp;amp;lt;br /> h1 {&amp;amp;amp;amp;amp;lt;br /> font-size: 36px;&amp;amp;amp;amp;amp;lt;br /> color: #1E1E1E;&amp;amp;amp;amp;amp;lt;br /> margin-bottom: 20px;&amp;amp;amp;amp;amp;lt;br /> }&amp;amp;amp;amp;amp;lt;br /> p {&amp;amp;amp;amp;amp;lt;br /> margin: 16px 0;&amp;amp;amp;amp;amp;lt;br /> text-align: justify;&amp;amp;amp;amp;amp;lt;br /> }&amp;amp;amp;amp;amp;lt;br /> &amp;amp;amp;amp;amp;amp;lt;br>        body {&amp;amp;amp;amp;amp;amp;amp;lt;br />&amp;amp;amp;amp;amp;amp;lt;br>            font-family: 'Segoe UI', Tahoma, Geneva, Verdana, sans-serif;&amp;amp;amp;amp;amp;amp;amp;lt;br />&amp;amp;amp;amp;amp;amp;lt;br>            line-height: 1.8;&amp;amp;amp;amp;amp;amp;amp;lt;br />&amp;amp;amp;amp;amp;amp;lt;br>            color: #333;&amp;amp;amp;amp;amp;amp;amp;lt;br />&amp;amp;amp;amp;amp;amp;lt;br>            max-width: 800px;&amp;amp;amp;amp;amp;amp;amp;lt;br />&amp;amp;amp;amp;amp;amp;lt;br>            margin: 0 auto;&amp;amp;amp;amp;amp;amp;amp;lt;br />&amp;amp;amp;amp;amp;amp;lt;br>            padding: 20px;&amp;amp;amp;amp;amp;amp;amp;lt;br />&amp;amp;amp;amp;amp;amp;lt;br>        }&amp;amp;amp;amp;amp;amp;amp;lt;br />&amp;amp;amp;amp;amp;amp;lt;br>        h1 {&amp;amp;amp;amp;amp;amp;amp;lt;br />&amp;amp;amp;amp;amp;amp;lt;br>            font-size: 36px;&amp;amp;amp;amp;amp;amp;amp;lt;br />&amp;amp;amp;amp;amp;amp;lt;br>            color: #1E1E1E;&amp;amp;amp;amp;amp;amp;amp;lt;br />&amp;amp;amp;amp;amp;amp;lt;br>            margin-bottom: 20px;&amp;amp;amp;amp;amp;amp;amp;lt;br />&amp;amp;amp;amp;amp;amp;lt;br>        }&amp;amp;amp;amp;amp;amp;amp;lt;br />&amp;amp;amp;amp;amp;amp;lt;br>        p {&amp;amp;amp;amp;amp;amp;amp;lt;br />&amp;amp;amp;amp;amp;amp;lt;br>            margin: 16px 0;&amp;amp;amp;amp;amp;amp;amp;lt;br />&amp;amp;amp;amp;amp;amp;lt;br>            text-align: justify;&amp;amp;amp;amp;amp;amp;amp;lt;br />&amp;amp;amp;amp;amp;amp;lt;br>        }&amp;amp;amp;amp;amp;amp;amp;lt;br />&amp;amp;amp;amp;amp;amp;lt;br>    </style></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
