<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>C&amp;S Rish1</title>
	<atom:link href="https://csrich1.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://csrich1.com</link>
	<description>บริการรับจด อย. และใบอนุญาตประกอบธุรกิจครบวงจร (One Stop Service) ดูแลคุณตั้งแต่เริ่มต้นจนจบกระบวนการ</description>
	<lastBuildDate>Mon, 27 Jul 2026 07:35:15 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/03/FAV.png</url>
	<title>C&amp;S Rish1</title>
	<link>https://csrich1.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>นวัตกรรม AI และแอปพลิเคชัน เพื่อสุขภาพ แบบไหนที่จัดเป็นเครื่องมือแพทย์ ที่ต้องขอใบอนุญาต?</title>
		<link>https://csrich1.com/ai-health-medical-device/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Jul 2026 07:35:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[AI วินิจฉัยโรค]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องมือแพทย์ซอฟต์แวร์]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีสุขภาพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://csrich1.com/?p=1592</guid>

					<description><![CDATA[นวัตกรรม AI และแอปสุขภาพจะเข้าข่ายเครื่องมือแพทย์ หากใช้วินิจฉัย คัดกรอง หรือติดตามโรค ต้องขออนุญาต อย. แต่หากใช้บันทึกข้อมูลสุขภาพทั่วไป มักไม่ต้องขออนุญาต]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>นวัตกรรม AI และแอปพลิเคชันเพื่อสุขภาพ จะเข้าข่ายเป็นเครื่องมือแพทย์ เมื่อใช้เพื่อวินิจฉัย คัดกรอง หรือติดตามอาการโรค และต้องขออนุญาตจาก อย. แต่หากใช้เพียงบันทึกข้อมูลสุขภาพทั่วไป เช่น การนอนหลับหรือการออกกำลังกาย มักไม่ต้องขออนุญาตจาก อย.</p>



<p>บทความนี้จะอธิบายว่านวัตกรรม AI และแอปพลิเคชัน เพื่อสุขภาพแบบใดต้องขึ้นทะเบียน เป็นเครื่องมือแพทย์ (SaMD) กับ อย. พร้อมเกณฑ์การพิจารณา การแบ่งระดับความเสี่ยง และขั้นตอนการขออนุญาตก่อนวางจำหน่ายหรือเปิดให้บริการ</p>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">เครื่องมือแพทย์ซอฟต์แวร์ (SaMD) คืออะไร?</h2>



<p>เครื่องมือแพทย์ซอฟต์แวร์ (Software as a Medical Device: SaMD) คือ ซอฟต์แวร์หรือแอปพลิเคชันที่มีวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ และสามารถทำงานได้ด้วยตัวเอง โดยไม่จำเป็นต้องเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องมือแพทย์ชนิดอื่น</p>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">นวัตกรรม AI สุขภาพแบบไหน เข้าข่ายเครื่องมือแพทย์?</h2>



<p>หากซอฟต์แวร์ของคุณ วิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพและให้ผลลัพธ์ที่ใช้ประกอบการดูแลผู้ป่วย ก็มีโอกาสเข้าข่ายเป็น SaMD และต้องขึ้นทะเบียนกับ อย. ตัวอย่างที่พบบ่อย ได้แก่</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>1. AI วิเคราะห์ภาพทางการแพทย์</strong></h3>



<p>AI ที่ใช้วิเคราะห์ภาพทางการแพทย์ เช่น ภาพเอกซเรย์ (X-ray), CT Scan, MRI หรือภาพจอประสาทตา เพื่อช่วยตรวจหาความผิดปกติหรือประเมินโรค มักเข้าข่ายเป็นเครื่องมือแพทย์ เพราะผลลัพธ์ถูกนำไปใช้ประกอบการวินิจฉัย และวางแผนการรักษาของแพทย์</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/07/male-radiologist-analyzing-mri-scan-results-patient-computer-monitor-control-room-1024x683.jpg" alt="AI วิเคราะห์ภาพทางการแพทย์" class="wp-image-1594" srcset="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/07/male-radiologist-analyzing-mri-scan-results-patient-computer-monitor-control-room-1024x683.jpg 1024w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/07/male-radiologist-analyzing-mri-scan-results-patient-computer-monitor-control-room-300x200.jpg 300w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/07/male-radiologist-analyzing-mri-scan-results-patient-computer-monitor-control-room-768x512.jpg 768w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/07/male-radiologist-analyzing-mri-scan-results-patient-computer-monitor-control-room-1536x1024.jpg 1536w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/07/male-radiologist-analyzing-mri-scan-results-patient-computer-monitor-control-room-2048x1365.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>2. AI ประเมินความเสี่ยงของโรค</strong></h3>



<p>ซอฟต์แวร์ที่นำข้อมูลสุขภาพ เช่น ผลเลือด ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ สัญญาณชีพ หรือประวัติผู้ป่วย มาวิเคราะห์ เพื่อประเมินความเสี่ยงของโรค มีโอกาสเข้าข่ายเป็นเครื่องมือแพทย์ เนื่องจากช่วยสนับสนุนการตัดสินใจทางการแพทย์</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>3. แอปวิเคราะห์คลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG)</strong></h3>



<p>แอป หรืออุปกรณ์สวมใส่ที่สามารถวิเคราะห์คลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) และแจ้งเตือนภาวะผิดปกติ เช่น ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ถือเป็นเครื่องมือแพทย์ เพราะมีการแปลผลข้อมูลทางการแพทย์ ไม่ใช่เพียงแสดงค่าการเต้นของหัวใจเท่านั้น</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>4. แอปช่วยคำนวณการรักษา</strong></h3>



<p>แอปที่วิเคราะห์ข้อมูลผู้ป่วย และคำนวณแนวทางการรักษา เช่น การคำนวณปริมาณอินซูลินสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน หรือการปรับแผนการรักษา มีโอกาสเข้าข่ายเป็นเครื่องมือแพทย์ เนื่องจากผลลัพธ์ส่งผลต่อการรักษาโดยตรง</p>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">แอปสุขภาพแบบไหนที่ ไม่ต้องขอใบอนุญาต?</h2>



<p>แอปสุขภาพหลายประเภทมีหน้าที่เพียงช่วยติดตาม หรือจัดการข้อมูลของผู้ใช้ จึงมักไม่เข้าข่ายเครื่องมือแพทย์ที่ต้องขออนุญาต ตัวอย่างที่พบได้บ่อย เช่น</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>1. แอปออกกำลังกายและดูแลสุขภาพ (Fitness &amp; Wellness)</strong></h3>



<p>แอปที่ใช้ติดตามกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น นับก้าวเดิน บันทึกการวิ่ง คำนวณแคลอรี หรือบันทึกการนอนหลับ มีหน้าที่ช่วยส่งเสริมการดูแลสุขภาพ และติดตามพฤติกรรมของผู้ใช้เท่านั้น โดยไม่ได้วิเคราะห์หรือประเมินโรค</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>2. แอปแจ้งเตือนการกินยา</strong></h3>



<p>แอปที่ช่วยแจ้งเตือนเวลาให้รับประทานยา บันทึกประวัติการใช้ยา หรือแจ้งเตือนการนัดหมายกับแพทย์ มีหน้าที่ช่วยให้ผู้ใช้ปฏิบัติตามแผนการรักษา แต่ไม่มีการคำนวณขนาดยา หรือแนะนำแนวทางการรักษา</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>3. ระบบนัดหมายและจัดเก็บข้อมูลผู้ป่วย</strong></h3>



<p>ระบบที่ใช้สำหรับจองคิวพบแพทย์ จัดเก็บเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ (EMR) หรือบริหารจัดการข้อมูลผู้ป่วย มีหน้าที่อำนวยความสะดวกในการให้บริการ โดยไม่ได้วิเคราะห์ หรือแปลผลข้อมูลทางการแพทย์</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>4. แอปแสดงข้อมูลสุขภาพ</strong></h3>



<p>แอปที่เชื่อมต่อกับอุปกรณ์สวมใส่ เพื่อแสดงข้อมูล เช่น อัตราการเต้นของหัวใจ จำนวนก้าวเดิน ระดับออกซิเจนในเลือด หรือคุณภาพการนอนหลับ หากแสดงข้อมูลตามที่อุปกรณ์วัดได้ โดยไม่มีการวิเคราะห์หรือแจ้งเตือนโรค มักไม่เข้าข่ายเป็นเครื่องมือแพทย์</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="679" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/07/watch-with-time-is-10-15-1024x679.jpg" alt="แอปแสดงข้อมูลสุขภาพ" class="wp-image-1595" srcset="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/07/watch-with-time-is-10-15-1024x679.jpg 1024w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/07/watch-with-time-is-10-15-300x199.jpg 300w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/07/watch-with-time-is-10-15-768x509.jpg 768w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/07/watch-with-time-is-10-15-1536x1018.jpg 1536w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/07/watch-with-time-is-10-15-2048x1358.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<div style="background-color: #FBE9E7; border-left: 4px solid #FF5722; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;"><p style="font-weight: bold; color: #D84315; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">ข้อควรระวัง:</p><p style="margin: 0; color: #333;">การเขียนคำโฆษณาหรือคำบรรยายแอปว่า &#8220;ช่วยวินิจฉัย&#8221; หรือ &#8220;ตรวจจับโรค&#8221; ทั้งที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน อาจทำให้ผลิตภัณฑ์ถูกตีความว่าเป็นเครื่องมือแพทย์ที่ยังไม่ได้รับอนุญาต ควรกำหนดวัตถุประสงค์การใช้งานให้ชัดตั้งแต่ต้น</p></div>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">เครื่องมือแพทย์ซอฟต์แวร์แบ่งความเสี่ยงเป็นกี่ระดับ?</h2>



<p>เครื่องมือแพทย์ซอฟต์แวร์ (SaMD) ถูกแบ่งระดับความเสี่ยงตามผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อผู้ป่วย เพื่อกำหนดระดับการกำกับดูแล และเอกสารที่ต้องใช้ในการขึ้นทะเบียนกับ อย. โดยแบ่งออกเป็น 4 ระดับ ดังตารางนี้</p>



<figure class="wp-block-table"><table class="has-fixed-layout"><thead><tr><th>ระดับความเสี่ยง</th><th>ลักษณะการใช้งาน</th><th>วิธีดำเนินการกับ อย.</th></tr></thead><tbody><tr><td>Class 1 (ความเสี่ยงต่ำ)</td><td>ซอฟต์แวร์ที่ให้ข้อมูลทั่วไป</td><td>จดแจ้ง</td></tr><tr><td>Class 2 (ความเสี่ยงต่ำ-ปานกลาง)</td><td>ซอฟต์แวร์ติดตาม หรือคัดกรองเบื้องต้น</td><td>แจ้งรายการละเอียด</td></tr><tr><td>Class 3 (ความเสี่ยงปานกลาง-สูง)</td><td>ซอฟต์แวร์ช่วยวินิจฉัยหรือประเมินโรค</td><td>แจ้งรายการละเอียด</td></tr><tr><td>Class 4 (ความเสี่ยงสูง)</td><td>ซอฟต์แวร์ที่มีผลต่อการรักษาโดยตรง</td><td>ขอใบอนุญาต</td></tr></tbody></table></figure>



<p>สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ <a href="https://csrich1.com/medical-device-license-guide-2026/">จด อย. เครื่องมือแพทย์: ขั้นตอนและกฎที่ควรรู้</a></p>



</p><div style="background-color: #E8F5E9; border-left: 4px solid #4CAF50; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;"><p style="font-weight: bold; color: #2E7D32; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">Tips:</p><p style="margin: 0; color: #333;">แม้เครื่องมือแพทย์จะได้รับการขึ้นทะเบียนกับ อย. แล้ว แต่หากต้องการโฆษณา ยังต้องขออนุญาตโฆษณาจาก อย. แยกต่างหากก่อนเผยแพร่</p></div>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">สรุป</h2>



<p>การใช้นวัตกรรม AI หรือซอฟต์แวร์ด้านสุขภาพ ไม่ได้ทำให้ผลิตภัณฑ์เป็นเครื่องมือแพทย์เสมอไป โดย อย. จะพิจารณาจาก วัตถุประสงค์การใช้งาน หากใช้เพื่อวินิจฉัย คัดกรอง ประเมินความเสี่ยง หรือช่วยรักษาโรค ก็มีโอกาสเข้าข่ายเป็น เครื่องมือแพทย์ซอฟต์แวร์ (SaMD) และต้องขึ้นทะเบียนกับ อย. ก่อนเปิดให้บริการ</p>



<p>นอกจากนี้ แม้จะขึ้นทะเบียนเครื่องมือแพทย์แล้ว หากต้องการโฆษณาผลิตภัณฑ์ ยังต้องขอใบอนุญาตโฆษณาจาก อย. แยกต่างหาก เพื่อให้ดำเนินธุรกิจได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย</p>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">FAQ</h2>


<div id="rank-math-faq" class="rank-math-block">
<div class="rank-math-list ">
<div id="faq-question-1785137510178" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q1: AI ด้านสุขภาพทุกประเภทต้องขึ้นทะเบียนกับ อย. หรือไม่?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ไม่จำเป็น ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การใช้งาน หากใช้เพื่อวินิจฉัย คัดกรอง ประเมินความเสี่ยง หรือติดตามโรค อาจเข้าข่ายเป็นเครื่องมือแพทย์ ที่ต้องขึ้นทะเบียน อย.</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1785137522357" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q2: ซอฟต์แวร์เครื่องมือแพทย์ (SaMD) มีกี่ระดับความเสี่ยง?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: แบ่งเป็น 4 ระดับ (Class 1–4) ตามความเสี่ยงและผลกระทบต่อผู้ป่วย ซึ่งแต่ละระดับมีข้อกำหนดการขึ้นทะเบียนแตกต่างกัน</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1785137531104" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q3: ขึ้นทะเบียนเครื่องมือแพทย์แล้ว สามารถโฆษณาได้เลยหรือไม่?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ไม่ได้ หากเป็นผลิตภัณฑ์ที่เข้าข่ายต้องขออนุญาตโฆษณา ต้องได้รับอนุญาตจาก อย. ก่อนเผยแพร่โฆษณา</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1785137539084" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q4: ซอฟต์แวร์เครื่องมือแพทย์จากต่างประเทศที่นำมาใช้ในไทย ต้องขออนุญาตอะไรบ้าง?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ต้องจดแจ้ง แจ้งรายการละเอียด หรือขอใบอนุญาตกับ อย. ตามระดับความเสี่ยงของซอฟต์แวร์ และหากมีการโฆษณา ต้องขออนุญาตโฆษณาเครื่องมือแพทย์ (ฆพ.) ก่อนเผยแพร่ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ <a href="https://csrich1.com/import-medical-device-thailand-fda-guide-2026/">นำเข้าเครื่องมือแพทย์จากต่างประเทศ ต้องจด อย. อย่างไร? คู่มือผู้นำเข้า 2026</a></p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1785137546646" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q5: หากไม่แน่ใจว่าซอฟต์แวร์เข้าข่ายเป็น SaMD ควรทำอย่างไร?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ควรประเมินวัตถุประสงค์การใช้งานและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือ อย. ก่อนเปิดให้บริการ เพื่อลดความเสี่ยงด้านกฎหมายและการขึ้นทะเบียน</p>

</div>
</div>
</div>
</div>


<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p>หากคุณกำลังพัฒนา AI หรือแอปสุขภาพ และไม่แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์เข้าข่ายเป็นซอฟต์แวร์เครื่องมือแพทย์ (SaMD) หรืออยู่ในระดับความเสี่ยงใด <a href="https://csrich1.com/">C&amp;S Rich1</a> พร้อมให้คำปรึกษา ประเมินผลิตภัณฑ์ และวางแผนการขึ้นทะเบียนกับ อย. อย่างถูกต้อง ด้วยประสบการณ์ด้านการขออนุญาตมากกว่า 7 ปี</p>



<p>สามารถดูรายละเอียดบริการเพิ่มเติมได้ที่ <a href="https://csrich1.com/fda-registration-service/">บริการรับจด อย.</a></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p>📲 Tel: <a href="tel:+66645607779">064-560-7779</a></p>



<p>💬 Line: @cs0645607779</p>



<p>📩 Email: <a href="mailto:csrich188@gmail.com">csrich188@gmail.com</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ขายอาหารเสริม ต้องมีใบอนุญาตอะไรบ้าง? คู่มือผู้ขายมือใหม่</title>
		<link>https://csrich1.com/supplement-license-guide/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Jul 2026 00:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ขายอาหารเสริม]]></category>
		<category><![CDATA[ขายอาหารเสริม ต้องมีใบอนุญาต]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงาน OEM อาหารเสริม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://csrich1.com/supplement-license-guide/</guid>

					<description><![CDATA[ขายอาหารเสริมให้ถูกกฎหมาย ต้องมีเลข อย. ของสินค้า ใบอนุญาตตามรูปแบบธุรกิจ และขออนุญาตโฆษณาเมื่อกล่าวถึงสรรพคุณ เพื่อป้องกันความเสี่ยงทางกฎหมาย]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ขายอาหารเสริมให้ถูกกฎหมาย ต้องมีอย่างน้อย 2 อย่าง คือ เลขสารบบอาหาร หรือเลข อย. ประจำตัวสินค้าแต่ละรายการ และใบอนุญาตสถานที่ที่ตรงกับรูปแบบธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือผู้จัดจำหน่าย และถ้าจะโฆษณาสรรพคุณ ยังต้องขอใบอนุญาตโฆษณาเพิ่มอีกด้วย</p>
<p>บทความนี้จะพาไปรู้จัก ใบอนุญาตที่ผู้ขายอาหารเสริมต้องมี พร้อมแนวทางเริ่มต้นธุรกิจสำหรับมือใหม่ เพื่อดำเนินการได้ถูกต้องตามกฎหมาย สร้างความน่าเชื่อถือ และลดความเสี่ยงในการทำธุรกิจ</p>
<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1e1e1e; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">ขายอาหารเสริม ต้องมีใบอนุญาตอะไรบ้าง?</h2>
<p>การขายอาหารเสริม สิ่งที่ต้องมีหลัก ๆ คือ สินค้าได้รับอนุญาตจาก อย. และผู้ขายต้องดำเนินธุรกิจให้ถูกประเภท โดยเอกสารที่ต้องใช้จะแตกต่างกันตามรูปแบบการขาย ดังนี้</p>
<h3><strong>1. สินค้าต้องมีเลขสารบบอาหาร (เลข อย.)</strong></h3>
<p>อาหารเสริมทุกประเภท ต้องมีเลขสารบบอาหารประจำสินค้า เพื่อยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ผ่านการขึ้นทะเบียนกับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก่อนนำมาจำหน่าย ผู้ขายควรตรวจสอบว่าสินค้ามีเลข อย. ถูกต้องและตรงกับผลิตภัณฑ์</p>
<p><strong><img decoding="async" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/07/alternative-medicine-herbal-organic-capsule-with-vitamin-e-omega-3-fish-oil-mine-scaled.jpg" alt="โฆษณาอาหารเสริม" /></strong></p>
<h3><strong>2. ต้องมีใบอนุญาตตามรูปแบบธุรกิจ</strong></h3>
<p>ใบอนุญาตที่ต้องมีขึ้นอยู่กับว่าคุณทำธุรกิจแบบไหน เช่น</p>
<ul>
<li><strong>รับผลิตอาหารเสริม (OEM)</strong> ต้องดำเนินการผ่านโรงงานที่ได้รับอนุญาตผลิตอาหาร</li>
<li><strong>นำเข้าอาหารเสริม</strong> ต้องมีใบอนุญาตนำเข้าอาหาร</li>
<li><strong>ซื้อมาเพื่อจำหน่ายต่อ</strong> ควรเลือกสินค้าที่มีเลข อย. และมาจากแหล่งผลิตที่ถูกต้อง</li>
</ul>
<h3><strong>3. ต้องขออนุญาตโฆษณา หากมีการกล่าวถึงสรรพคุณ</strong></h3>
<p>หากต้องการทำโฆษณา ที่พูดถึงประโยชน์ หรือสรรพคุณของอาหารเสริม เช่น ช่วยลดอาการบางอย่าง หรือมีผลต่อร่างกาย ต้องตรวจสอบและขออนุญาตก่อนเผยแพร่ เพื่อป้องกันการใช้ข้อความที่ผิดกฎหมาย</p>
<p>ดังนั้น ผู้เริ่มขายอาหารเสริมควรตรวจสอบให้ครบ 3 ส่วน คือ เลข อย. ของสินค้า ใบอนุญาตตามรูปแบบธุรกิจ และการขออนุญาตโฆษณาเมื่อมีการกล่าวถึงสรรพคุณ</p>
<div style="background-color: #fff8e1; border-left: 4px solid #FFC107; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;">
<p style="font-weight: bold; color: #f57f17; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">จุดสำคัญ:</p>
<p style="margin: 0; color: #333;">ต้องแยก 2 ระดับให้ชัด คือ ใบอนุญาตสถานที่ (ผลิต/นำเข้า) และเลข อย. ของตัวสินค้า แต่ละรายการ ต้องมีสถานที่ที่ได้รับอนุญาตก่อน จึงจะยื่นขอเลข อย. ให้สินค้าได้</p>
</div>
<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1e1e1e; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">เลข อย. และใบอนุญาตสถานที่ ต่างกันยังไง?</h2>
<p>เลขสารบบอาหาร (เลข อย.) คือเลข 13 หลักบนฉลากที่ใช้ระบุผลิตภัณฑ์อาหารเสริมแต่ละรายการ เพื่อยืนยันว่าสินค้าได้รับอนุญาตจาก อย. แล้ว ผู้ขายควรตรวจสอบเลข อย. ก่อนรับสินค้ามาจำหน่าย เพื่อป้องกันสินค้าผิดกฎหมาย</p>
<p>ส่วนใบอนุญาตสถานที่จะแตกต่างกันตามรูปแบบธุรกิจ โดยแบ่งเป็น 3 กรณีหลัก ได้แก่</p>
<ul>
<li><strong>ผลิตเอง:</strong> ต้องขออนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร โดยกรณีที่เข้าข่ายโรงงานต้องมีใบอนุญาตผลิตอาหาร และสถานที่ต้องผ่านมาตรฐาน GMP</li>
<li><strong>นำเข้า:</strong> ขอใบอนุญาตนำเข้าอาหาร พร้อมเอกสารจากต้นทาง เช่น CFS และ COA สามารถดูรายละเอียดที่ <a href="https://csrich1.com/fda-import-products/" rel="noopener">จด อย. สินค้านำเข้า</a></li>
<li><strong>รับมาขายต่อ:</strong> ถ้ารับสินค้าที่มีเลข อย. อยู่แล้วมาขายต่อ โดยทั่วไปไม่ต้องขอใบอนุญาตผลิตหรือนำเข้าเอง แต่ต้องมั่นใจว่าสินค้ามีเลข อย. จริง และมาจากแหล่งที่เชื่อถือได้</li>
</ul>
<div style="background-color: #e8f5e9; border-left: 4px solid #4CAF50; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;">
<p style="font-weight: bold; color: #2e7d32; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">Tips:</p>
<p style="margin: 0; color: #333;">หากเพิ่งเริ่มสร้างแบรนด์และยังไม่มีโรงงานเอง การใช้บริการโรงงาน OEM ที่มีใบอนุญาตและมาตรฐาน GMP อยู่แล้ว เป็นทางเลือกที่ช่วยลดเวลาและต้นทุน พร้อมดำเนินการขอเลข อย. ได้ง่ายขึ้น</p>
</div>
<p><img decoding="async" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/07/woman-s-hands-holding-medical-capsules-women-taking-supplements-vitamin-type-cap-scaled.jpg" alt="ทดสอบอาหารเสริม" /></p>
<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1e1e1e; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">ต้องขอใบอนุญาตโฆษณาด้วยไหม และเริ่มต้นยังไง?</h2>
<p>หากโฆษณาอาหารเสริมโดยกล่าวถึงสรรพคุณ หรือคุณประโยชน์ของสินค้าเพื่อการค้า เช่น ช่วยดูแลผิว ลดน้ำหนัก หรือเสริมภูมิคุ้มกัน ต้องส่งข้อความและสื่อโฆษณาให้ อย. ตรวจพิจารณาก่อนเผยแพร่</p>
<p>ส่วนการโพสต์ขายทั่วไปที่ระบุเพียงชื่อสินค้า ราคา หรือส่วนประกอบ โดยไม่ได้กล่าวอ้างผลต่อร่างกาย โดยทั่วไปไม่ถือเป็นการโฆษณาสรรพคุณ แต่ควรหลีกเลี่ยงข้อความที่สื่อถึงการรักษาหรือป้องกันโรค</p>
<p>การเตรียมสินค้า และโฆษณาให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น ช่วยลดความเสี่ยงทางกฎหมาย และทำให้เริ่มขายอาหารเสริมได้อย่างมั่นใจมากขึ้น</p>
<div style="background-color: #fbe9e7; border-left: 4px solid #FF5722; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;">
<p style="font-weight: bold; color: #d84315; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">ข้อควรระวัง:</p>
<p style="margin: 0; color: #333;">การขายอาหารเสริมที่ไม่มีเลข อย. หรือโฆษณาสรรพคุณ โดยไม่ขออนุญาต มีโทษทั้งจำ และทั้งปรับ ผู้ขายต่อก็อาจมีความผิดร่วมด้วย ควรตรวจสอบให้ครบก่อนเริ่มขายเสมอ</p>
</div>
<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1e1e1e; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">สรุป</h2>
<p>การขายอาหารเสริมให้ถูกกฎหมาย ไม่ได้มีเพียงแค่การมีสินค้าเท่านั้น แต่ต้องตรวจสอบให้ครบทั้ง เลขสารบบอาหาร (เลข อย.) ของสินค้า ใบอนุญาตตามรูปแบบธุรกิจ และการโฆษณาที่ถูกต้องตามกฎหมาย</p>
<p>สำหรับผู้เริ่มต้น ควรเริ่มจากเลือกสินค้าที่มีเลข อย. ถูกต้อง เลือกรูปแบบการดำเนินธุรกิจให้เหมาะสม และตรวจสอบข้อความโฆษณาก่อนเผยแพร่ โดยเฉพาะการกล่าวถึงสรรพคุณหรือผลต่อร่างกาย</p>
<p>การเตรียมเอกสาร และดำเนินการให้ถูกต้องตั้งแต่แรก ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้แบรนด์ ลดความเสี่ยงทางกฎหมาย และช่วยให้ธุรกิจอาหารเสริมเติบโตได้อย่างมั่นคง</p>
<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1e1e1e; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">FAQ</h2>
<section class="decr-faq">
<div class="decr-faq__item">
<p class="decr-faq__question"><strong>Q1: ขายอาหารเสริมออนไลน์อย่างเดียว ต้องมีใบอนุญาตไหม?</strong></p>
<div class="decr-faq__answer">
<p>A: ต้องมีเลข อย.เสมอ ถ้ารับสินค้าที่มีเลข อย. อยู่แล้วมาขายต่อ มักไม่ต้องขอใบอนุญาตผลิตหรือนำเข้าเอง แต่ถ้าจะโฆษณาสรรพคุณต้องขออนุญาตโฆษณา และถ้าผลิตหรือนำเข้าเองต้องขอใบอนุญาตสถานที่</p>
</div>
</div>
<div class="decr-faq__item">
<p class="decr-faq__question"><strong>Q2: ถ้าจ้างโรงงาน OEM ผลิต ใครเป็นคนขอเลข อย.?</strong></p>
<div class="decr-faq__answer">
<p>A: เจ้าของแบรนด์เป็นผู้ยื่นขอเลข อย. โดยใช้สถานที่ผลิตของโรงงาน OEM ที่มีใบอนุญาตอยู่แล้ว บางโรงงานมีบริการช่วยยื่นให้ ควรตกลงเรื่องนี้ให้ชัดก่อนเริ่มผลิต</p>
</div>
</div>
<div class="decr-faq__item">
<p class="decr-faq__question"><strong>Q3: ขายอาหารเสริมที่ไม่มีเลข อย. มีโทษอย่างไร?</strong></p>
<div class="decr-faq__answer">
<p>A: มีโทษตามพระราชบัญญัติอาหาร ทั้งปรับและจำคุก และสินค้าอาจถูกยึดทำลาย ผู้ขายต่อที่รู้หรือควรรู้ว่าสินค้าไม่มีเลข อย. ก็อาจมีความผิดด้วย จึงควรตรวจสอบให้แน่ใจก่อนรับมาขาย</p>
</div>
</div>
<div class="decr-faq__item">
<p class="decr-faq__question"><strong>Q4: ขายอาหารเสริมโดยไม่มีเลข อย. มีความผิดไหม?</strong></p>
<div class="decr-faq__answer">
<p>A: มีความผิด เพราะอาหารเสริมที่วางจำหน่ายต้องผ่านการอนุญาตและมีเลขสารบบอาหารที่ถูกต้อง</p>
</div>
</div>
<div class="decr-faq__item">
<p class="decr-faq__question"><strong>Q5: ทำแบรนด์อาหารเสริมเอง ต้องมีโรงงานไหม?</strong></p>
<div class="decr-faq__answer">
<p>A: ไม่จำเป็นต้องมีโรงงานเอง สามารถใช้บริการโรงงาน OEM ที่มีใบอนุญาตผลิตและมาตรฐาน GMP เพื่อผลิตสินค้าและดำเนินการขอเลข อย. ได้</p>
</div>
</div>
</section>
<hr />
<p>ถ้าคุณกำลังจะเริ่มขายอาหารเสริมและยังไม่แน่ใจว่าต้องขอใบอนุญาตอะไรบ้าง ทีมที่ปรึกษา <a href="https://csrich1.com/" rel="noopener">C&amp;S Rich1</a> ช่วยตรวจสอบความพร้อม และวางแผนขั้นตอนให้ได้ตั้งแต่ต้น ด้วยประสบการณ์ดูแลงานจด อย. มากกว่า 7 ปี</p>
<p>สามารถดูรายละเอียดบริการเพิ่มเติมได้ที่ <a href="https://csrich1.com/fda-registration-service/" rel="noopener">บริการรับจด อย.</a></p>
<hr />
<p>📲 Tel: <a href="tel:+66645607779" rel="noopener">064-560-7779</a></p>
<p>💬 Line: @cs0645607779</p>
<p>📩 Email: <a href="mailto:csrich188@gmail.com" rel="noopener">csrich188@gmail.com</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จดหมายเตือนโฆษณาเกินจริงจาก อย. หรือ สคบ. รับมืออย่างไร</title>
		<link>https://csrich1.com/warning-letter-false-advertising/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Jul 2026 00:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[จดหมายเตือน อย.]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาจด อย.]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือชี้แจ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[โฆษณาเกินจริง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://csrich1.com/warning-letter-false-advertising/</guid>

					<description><![CDATA[ได้รับจดหมายเตือนโฆษณาเกินจริงจาก อย. หรือ สคบ. อย่าเพิกเฉย ควรตรวจสอบรายละเอียด แก้ไขหรือระงับโฆษณา และชี้แจงภายในกำหนด เพื่อลดความเสี่ยงทางกฎหมาย]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อได้รับจดหมายเตือนโฆษณาเกินจริงจาก อย. หรือ สคบ. สิ่งที่ควรทำคือ ตั้งสติ อ่านรายละเอียดให้ครบ ระงับหรือแก้ไขโฆษณาที่มีปัญหาทันที แล้วทำหนังสือชี้แจงกลับภายในเวลาที่กำหนด สิ่งที่ห้ามทำที่สุด คือเพิกเฉย เพราะอาจนำไปสู่การดำเนินคดีและบทลงโทษที่หนักขึ้น</p>
<p>บทความนี้จะพาไปดูว่า จดหมายเตือนโฆษณาเกินจริงมาจากไหน ทำไมถึงได้รับ ต้องรับมือทีละขั้นอย่างไร บทลงโทษถ้าไม่แก้ไข และวิธีป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ เพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าต่อได้โดยไม่สะดุด</p>
<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1e1e1e; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">จดหมายเตือนโฆษณาเกินจริง คืออะไร มาจากไหน?</h2>
<p>จดหมายเตือนโฆษณาเกินจริง คือ หนังสือแจ้งเตือนจากหน่วยงานรัฐที่พบว่าโฆษณาสินค้าของคุณอาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย เช่น</p>
<ul>
<li>อ้างสรรพคุณเกินจริง</li>
<li>หลอกลวงผู้บริโภค</li>
<li>โฆษณา โดยไม่ได้ขออนุญาต</li>
</ul>
<p>ส่วนใหญ่มาจากสองหน่วยงานหลัก คือ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)</p>
<p>อย. จะดูแลเรื่องการโฆษณาสรรพคุณของสินค้าสุขภาพ เช่น อาหารเสริม เครื่องสำอาง และเครื่องมือแพทย์ ส่วน สคบ. ดูแลการโฆษณาที่อาจไม่เป็นธรรมหรือหลอกลวงผู้บริโภคในภาพรวม บางกรณีสินค้าตัวเดียวอาจได้รับการตรวจสอบจากทั้งสองหน่วยงาน</p>
<p><img decoding="async" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/07/close-up-image-person-inserting-envelope-mailbox-scaled.jpg" alt="ได้รับจดหมายเตือนโฆษณาเกินจริง" /></p>
<div style="background-color: #fff8e1; border-left: 4px solid #FFC107; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;">
<p style="font-weight: bold; color: #f57f17; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">จุดสำคัญ:</p>
<p style="margin: 0; color: #333;">จดหมายเตือนไม่ใช่การถูกปรับหรือคำตัดสินจากศาล แต่เป็นการแจ้งให้แก้ไขปัญหาก่อนดำเนินการทางกฎหมาย การตอบกลับ และแก้ไขอย่างถูกต้องภายในเวลาที่กำหนด ช่วยลดความเสี่ยงไม่ให้เรื่องรุนแรงขึ้น</p>
</div>
<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1e1e1e; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">ทำไมถึงได้รับจดหมายเตือนโฆษณาเกินจริง?</h2>
<p>สาเหตุหลักคือ การโฆษณาที่อ้างสรรพคุณเกินจริง หรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเฉพาะสินค้าอาหารเสริมและเครื่องสำอาง ซึ่งกฎหมายกำหนดว่าข้อความโฆษณาต้องไม่เป็นเท็จ หลอกลวง หรือทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด</p>
<p>จากประสบการณ์การให้คำปรึกษาของทีม C&amp;S Rich1 สาเหตุที่พบได้บ่อย มีดังนี้</p>
<h3><strong>1. อ้างว่ารักษาหรือป้องกันโรคได้</strong></h3>
<p>การใช้ข้อความที่สื่อว่าสินค้าสามารถรักษา บำบัด หรือป้องกันโรค ถือเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ถูกเตือน เพราะอาหารเสริมและเครื่องสำอางไม่ใช่ยา จึงไม่สามารถอ้างสรรพคุณทางการรักษาได้ เช่น</p>
<ul>
<li>รักษาสิว</li>
<li>ลดความดัน</li>
<li>ป้องกันมะเร็ง</li>
</ul>
<h3><strong>2. ใช้คำโอ้อวดเกินจริง</strong></h3>
<p>ข้อความที่รับประกันผลลัพธ์เกินจริง เช่น ขาวใสถาวร หายขาด 100% หรือเห็นผลใน 3 วัน อาจเข้าข่ายโฆษณาหลอกลวง เพราะทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด ดูตัวอย่างข้อความที่ใช้ได้และใช้ไม่ได้ที่ ดูตัวอย่างข้อความที่ใช้ได้และใช้ไม่ได้แบบเทียบชัดได้ที่ <a href="https://csrich1.com/legal-vs-illegal-advertising-examples/" rel="noopener">ตัวอย่างข้อความโฆษณาผิดกฎหมาย vs โฆษณาถูกกฎหมาย</a></p>
<h3><strong>3. โฆษณาโดยไม่ขออนุญาต</strong></h3>
<p>การโฆษณาสรรพคุณสินค้าสุขภาพ ต้องผ่านการตรวจพิจารณา และได้รับอนุญาตก่อนเผยแพร่ การโฆษณาก่อนได้รับอนุญาต รวมถึงการใช้รีวิวหรืออินฟลูเอนเซอร์ อาจถือเป็นความผิดได้</p>
<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1e1e1e; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">ได้รับจดหมายเตือนแล้ว ต้องทำอะไรบ้าง?</h2>
<p>เมื่อได้รับจดหมายเตือน สิ่งสำคัญคือ อย่าเพิกเฉย ควรตรวจสอบรายละเอียด และดำเนินการแก้ไขให้เร็วที่สุด เพราะจดหมายเตือน เป็นโอกาสให้ปรับปรุงก่อน เรื่องจะเข้าสู่ขั้นตอนทางกฎหมาย โดยขั้นตอนที่ควรทำ มีดังนี้</p>
<h3><strong>1. ตรวจสอบสาเหตุที่ถูกเตือน</strong></h3>
<p>อ่านรายละเอียดในจดหมายให้ครบถ้วน ว่าแจ้งเตือนจากหน่วยงานใด เกี่ยวข้องกับเรื่องใด เช่น การโฆษณาเกินจริง การใช้ข้อความไม่ได้รับอนุญาต หรือข้อมูลสินค้าไม่ถูกต้อง เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด</p>
<h3><strong>2. แก้ไขหรือหยุดสิ่งที่เป็นปัญหา</strong></h3>
<p>ตรวจสอบโฆษณา เว็บไซต์ และช่องทางออนไลน์ที่เกี่ยวข้อง หากพบข้อมูลที่อาจไม่ถูกต้อง หรือไม่เป็นไปตามข้อกำหนด ควรแก้ไขหรือหยุดเผยแพร่ทันที เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาเพิ่มเติม</p>
<h3><strong>3. เตรียมเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้อง</strong></h3>
<p>รวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น เลข อย. รายละเอียดสินค้า เอกสารโฆษณา และหลักฐานการแก้ไข เพื่อใช้ประกอบการชี้แจง และแสดงให้เห็นว่ามีการดำเนินการแก้ไขแล้ว</p>
<h3><strong>4. ขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ</strong></h3>
<p>หากไม่แน่ใจว่าข้อความหรือการดำเนินการเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่ ควรขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายอาหารและโฆษณา เพื่อวางแนวทางแก้ไขได้อย่างถูกต้อง</p>
<p><img decoding="async" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/07/beautiful-asian-woman-using-laptop-work-together-with-partner-scaled.jpg" alt="ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการขอใบอนุญาตโฆษณา" /></p>
<h3><strong>5. ดำเนินการขอใบอนุญาตโฆษณาให้ถูกต้อง</strong></h3>
<p>หากสาเหตุของจดหมายเตือน เกิดจากการโฆษณาโดยไม่ได้รับอนุญาต ควรดำเนินการขอใบอนุญาตโฆษณาให้ถูกต้องก่อนเผยแพร่สื่ออีกครั้ง สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ <a href="https://csrich1.com/how-to-apply-advertising-license-e-submission/" rel="noopener">ขอใบอนุญาตโฆษณาออนไลน์ (e-Submission)</a></p>
<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1e1e1e; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">ถ้าไม่แก้ไขจะมีบทลงโทษอย่างไร?</h2>
<p>หากได้รับจดหมายเตือนแล้วแ ต่ยังไม่ดำเนินการแก้ไข ผู้ประกอบการอาจมีความเสี่ยงที่จะถูกดำเนินการตามกฎหมาย ตามลักษณะความผิด เช่น การโฆษณาไม่ถูกต้อง การกล่าวอ้างเกินจริง หรือการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ได้รับอนุญาต โดยบทลงโทษที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่</p>
<h3><strong>1. โทษปรับหรือจำคุกตามกฎหมาย</strong></h3>
<p>หากโฆษณามีข้อความเป็นเท็จ หลอกลวง หรือกล่าวอ้างสรรพคุณเกินจริง อาจมีโทษปรับหรือจำคุกตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง</p>
<p>สำหรับสินค้ากลุ่มอาหาร การโฆษณาคุณประโยชน์หรือสรรพคุณที่ไม่เป็นความจริง ถือเป็นความผิดที่มีบทลงโทษสูงกว่าการโฆษณาโดยไม่ได้รับอนุญาต</p>
<h3><strong>2. ถูกสั่งระงับหรือแก้ไขโฆษณา</strong></h3>
<p>หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาจมีคำสั่งให้หยุดเผยแพร่ หรือแก้ไขข้อความ รูปภาพ และข้อมูลที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด ผู้ประกอบการอาจต้องตรวจสอบโฆษณาทุกช่องทาง เช่น เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก ติ๊กต็อก และสื่อออนไลน์ อื่น ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการเผยแพร่ข้อมูลที่อาจเข้าข่ายผิดซ้ำอีก</p>
<h3><strong>3. ถูกตรวจสอบสินค้าและเอกสารเพิ่มเติม</strong></h3>
<p>นอกจากการตรวจสอบโฆษณา อาจมีการตรวจสอบข้อมูลสินค้า และเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น เลข อย. ฉลากสินค้า และเอกสารการอนุญาตต่าง ๆ หากพบความผิดเพิ่มเติม อาจนำไปสู่การดำเนินการตามกฎหมายในประเด็นอื่นที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น ผู้ประกอบการควรเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนและเป็นปัจจุบันอยู่เสมอ</p>
<h3><strong>4. กระทบความน่าเชื่อถือของธุรกิจ</strong></h3>
<p>การเพิกเฉยต่อจดหมายเตือน หรือปล่อยให้ปัญหาดำเนินต่อ อาจส่งผลต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์ และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค รวมถึงอาจกระทบความสัมพันธ์กับคู่ค้า ตัวแทนจำหน่าย หรือช่องทางการขายในอนาคต การแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว จึงช่วยลดผลกระทบ และยังรักษาความน่าเชื่อถือของธุรกิจได้</p>
<div style="background-color: #fbe9e7; border-left: 4px solid #FF5722; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;">
<p style="font-weight: bold; color: #d84315; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">ข้อควรระวัง:</p>
<p style="margin: 0; color: #333;">ไม่ใช่แค่เจ้าของแบรนด์ที่มีความเสี่ยง ผู้ที่รับจ้างโฆษณา รีวิว หรืออินฟลูเอนเซอร์ที่ช่วยเผยแพร่ข้อความเกินจริง ก็อาจมีความผิดร่วมได้ จึงควรตรวจสอบข้อความก่อนโพสต์ทุกครั้ง</p>
</div>
<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1e1e1e; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">สรุป</h2>
<p>เมื่อได้รับจดหมายเตือนโฆษณาเกินจริงจาก อย. หรือ สคบ. อย่าเพิกเฉย ให้ตั้งสติ อ่านรายละเอียดให้ครบ ระงับโฆษณาที่มีปัญหาทันที ทำหนังสือชี้แจงภายในกำหนด และขอใบอนุญาตโฆษณาให้ถูกต้องถ้าจำเป็น การตอบสนองที่รวดเร็ว และตรงประเด็น มักช่วยให้เรื่องจบโดยไม่ถูกดำเนินคดี</p>
<p>และทางที่ดีที่สุด คือป้องกันตั้งแต่ต้น ด้วยการขออนุญาตโฆษณาก่อนเผยแพร่ และเลี่ยงคำที่อ้างสรรพคุณเกินจริง เพราะการวางระบบให้ถูกตั้งแต่แรกช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างมั่นคง</p>
<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1e1e1e; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">FAQ</h2>
<section class="decr-faq">
<div class="decr-faq__item">
<p class="decr-faq__question"><strong>Q1: ได้รับจดหมายเตือนแล้วต้องตอบกลับภายในกี่วัน?</strong></p>
<div class="decr-faq__answer">
<p>A: ให้ยึดตามระยะเวลาที่ระบุในจดหมาย หากไม่สามารถดำเนินการได้ทัน ควรยื่นคำขอขยายเวลาก่อนครบกำหนด</p>
</div>
</div>
<div class="decr-faq__item">
<p class="decr-faq__question"><strong>Q2: ได้รับจดหมายเตือนเรื่องโฆษณาเกินจริงแล้ว จะถูกปรับทันทีหรือไม่?</strong></p>
<div class="decr-faq__answer">
<p>A: ไม่เสมอไป จดหมายเตือนเป็นการแจ้งให้แก้ไขหรือชี้แจงก่อน หากเพิกเฉยหรือไม่ดำเนินการตามกำหนด อาจถูกดำเนินการตามกฎหมายต่อไป</p>
</div>
</div>
<div class="decr-faq__item">
<p class="decr-faq__question"><strong>Q3: จดหมายเตือนจาก อย. กับ สคบ. ต่างกันอย่างไร?</strong></p>
<div class="decr-faq__answer">
<p>A: อย. ดูแลการโฆษณาสินค้าสุขภาพ เช่น อาหารเสริมและเครื่องสำอาง ส่วน สคบ. ดูแลการโฆษณาที่อาจไม่เป็นธรรมหรือทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด</p>
</div>
</div>
<div class="decr-faq__item">
<p class="decr-faq__question"><strong>Q4: ถ้าลบโฆษณาที่มีปัญหาแล้ว ยังต้องชี้แจงอีกหรือไม่?</strong></p>
<div class="decr-faq__answer">
<p>A: ควรชี้แจง เพราะการลบโฆษณาเป็นเพียงการแก้ไขเบื้องต้น หน่วยงานอาจขอหนังสือชี้แจง และหลักฐานการดำเนินการเพิ่มเติม</p>
</div>
</div>
<div class="decr-faq__item">
<p class="decr-faq__question"><strong>Q5: จดหมายเตือนกับหนังสือเรียกชี้แจง ต่างกันอย่างไร?</strong></p>
<div class="decr-faq__answer">
<p>A: จดหมายเตือนเป็นการแจ้งให้แก้ไขปัญหาเบื้องต้น ส่วนหนังสือเรียกชี้แจงมักเป็นการขอข้อมูล หรือข้อเท็จจริงเพิ่มเติม เพื่อประกอบการพิจารณา</p>
</div>
</div>
</section>
<hr />
<p>หากคุณได้รับจดหมายเตือนโฆษณาเกินจริง หรืออยากวางระบบโฆษณาสินค้า อย. ให้ถูกกฎหมายตั้งแต่ต้น ทีมที่ปรึกษา <a href="https://csrich1.com/" rel="noopener">C&amp;S Rich1</a> ช่วยดูแลตั้งแต่ตรวจข้อความโฆษณาไปจนถึงการขอใบอนุญาต ด้วยประสบการณ์มากกว่า 7 ปี</p>
<p>สามารถดูรายละเอียดบริการเพิ่มเติมได้ที่ <a href="https://csrich1.com/advertising-license-service/" rel="noopener">บริการขอใบอนุญาตโฆษณา</a></p>
<hr />
<p>📲 Tel: <a href="tel:+66645607779" rel="noopener">064-560-7779</a></p>
<p>💬 Line: @cs0645607779</p>
<p>📩 Email: <a href="mailto:csrich188@gmail.com" rel="noopener">csrich188@gmail.com</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วัตถุอันตราย คืออะไร? รู้จักประเภทสินค้า ขั้นตอนขอ อย. วอ. และข้อควรรู้ก่อนขาย</title>
		<link>https://csrich1.com/what-is-hazardous-substances/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Jul 2026 00:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ขอ อย วัตถุอันตราย]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาจด อย.]]></category>
		<category><![CDATA[วัตถุอันตราย คือ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://csrich1.com/what-is-hazardous-substances/</guid>

					<description><![CDATA[วัตถุอันตราย คือสารหรือผลิตภัณฑ์ที่อยู่ภายใต้การควบคุมตามกฎหมาย เช่น น้ำยาฆ่าเชื้อ น้ำยาล้างห้องน้ำ และยากำจัดแมลง ซึ่งต้องขออนุญาตจาก อย. ก่อนจำหน่าย]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>วัตถุอันตราย คือสาร หรือผลิตภัณฑ์ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อคน สัตว์ พืช หรือสิ่งแวดล้อม เช่น น้ำยาล้างห้องน้ำ น้ำยาฆ่าเชื้อ และผลิตภัณฑ์กำจัดแมลง ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ อย. และต้องขออนุญาตก่อนผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย</p>
<p>บทความนี้จะพาไปดูว่า วัตถุอันตราย คืออะไร แบ่งเป็นกี่ชนิด สินค้าแบบไหนที่เข้าข่ายต้องขอ อย. วอ. ก่อนวางขาย และขั้นตอนเบื้องต้นที่ผู้ประกอบการต้องรู้ เพื่อไม่ให้ขายสินค้าผิดกฎหมายโดยไม่รู้ตัว</p>
<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1e1e1e; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">วัตถุอันตราย คืออะไร?</h2>
<p>วัตถุอันตราย คือสารหรือผลิตภัณฑ์ที่อาจก่ออันตรายต่อคน สัตว์ พืช หรือสิ่งแวดล้อม เช่น เป็นพิษ กัดกร่อน ระคายเคือง หรือติดไฟ จึงอยู่ภายใต้การควบคุมตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535</p>
<p>วัตถุอันตรายไม่ได้มีเฉพาะสารเคมีในโรงงาน แต่ยังรวมถึงสินค้าใกล้ตัว เช่น ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด น้ำยาฆ่าเชื้อ และผลิตภัณฑ์กำจัดแมลง ซึ่งหลายรายการต้องขออนุญาตจาก อย. ก่อนผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย</p>
<p><img decoding="async" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/07/plastic-bottles-with-car-cleaning-chemical-bottles-car-service-scaled.jpg" alt="วัตถุอันตราย คือสารหรือผลิตภัณฑ์ที่อาจก่ออันตรายต่อคน สัตว์ พืช หรือสิ่งแวดล้อม" /></p>
<div style="background-color: #fff8e1; border-left: 4px solid #FFC107; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;">
<p style="font-weight: bold; color: #f57f17; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">จุดสำคัญ:</p>
<p style="margin: 0; color: #333;">วัตถุอันตรายมีหลายหน่วยงานดูแลตามประเภทการใช้งาน อย. รับผิดชอบวัตถุอันตรายที่ใช้ในบ้านเรือน หรือทางสาธารณสุข ส่วนที่ใช้ทางการเกษตร หรืออุตสาหกรรมจะอยู่กับหน่วยงานอื่น การรู้ว่าสินค้าอยู่ในความดูแลของใครช่วยให้ยื่นถูกที่ตั้งแต่ต้น</p>
</div>
<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1e1e1e; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">วัตถุอันตราย 4 ชนิด ต่างกันยังไง?</h2>
<p>วัตถุอันตรายแบ่งเป็น 4 ชนิดตามระดับการควบคุมของกฎหมาย ตั้งแต่ชนิดที่ 1 ที่แจ้งข้อเท็จจริง ไปจนถึงชนิดที่ 4 ที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือครอบครอง โดยพิจารณาจากชนิดสาร ความเข้มข้น และการใช้งาน ดังนี้</p>
<h3><strong>วัตถุอันตรายชนิดที่ 1</strong></h3>
<p>เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงน้อยที่สุด ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าเพียงแจ้งข้อเท็จจริงต่อเจ้าหน้าที่ ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยไม่ต้องขอขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย แต่ยังต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านฉลาก วิธีใช้ และความปลอดภัย เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อผู้ใช้งาน และสิ่งแวดล้อม</p>
<h3><strong>วัตถุอันตรายชนิดที่ 2</strong></h3>
<p>เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น จึงต้องขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย และแจ้งการดำเนินการ เช่น การผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนเริ่มดำเนินการจริง เพื่อให้สามารถตรวจสอบและควบคุมการใช้งานได้อย่างเหมาะสม</p>
<h3><strong>วัตถุอันตรายชนิดที่ 3</strong></h3>
<p>เป็นกลุ่มที่ต้องควบคุมอย่างเข้มงวด ผู้ประกอบการต้องขึ้นทะเบียน และขออนุญาตก่อนดำเนินการ ทั้งการผลิต นำเข้า ส่งออก หรือครอบครอง เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงกว่าชนิดที่ 1 และ 2 สินค้าที่มีสารออกฤทธิ์ หรือมีผล กระทบต่อสุขภาพ และสิ่งแวดล้อมบางประเภทมักอยู่ในกลุ่มนี้</p>
<h3><strong>วัตถุอันตรายชนิดที่ 4</strong></h3>
<p>เป็นกลุ่มที่มีระดับอันตรายสูงที่สุด และ ห้ามผลิต นำเข้า ส่งออก หรือครอบครองโดยเด็ดขาด เนื่องจากไม่สามารถควบคุมความเสี่ยงได้อย่างปลอดภัย ผู้ประกอบกา รจึงควรตรวจสอบส่วนประกอบ และประเภทของวัตถุอันตรายให้ชัดเจนก่อนนำสินค้าเข้าสู่ตลาด เพื่อหลีกเลี่ยงการดำเนินการที่ผิดกฎหมาย</p>
<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1e1e1e; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">สินค้าแบบไหนที่ต้องขอ อย. วอ. ก่อนขาย?</h2>
<p>สินค้าที่ต้องขอ อย. ก่อนขาย ส่วนใหญ่เป็นวัตถุอันตรายที่ใช้ในบ้านเรือนหรือทางสาธารณสุข เนื่องจากมีสารสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อผู้ใช้หรือสิ่งแวดล้อม จึงอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ อย. โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ดังนี้</p>
<h3><strong>1. ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดบ้านเรือน</strong></h3>
<p>เช่น น้ำยาล้างห้องน้ำ น้ำยาขจัดคราบ น้ำยาฟอกขาว และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้น ที่มีสารกัดกร่อนหรือสารฆ่าเชื้อ ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้อาจเข้าข่ายเป็นวัตถุอันตราย</p>
<p>หากมีสารสำคัญหรือความเข้มข้นตามเกณฑ์ที่กำหนด โดยต้องตรวจสอบประเภทสาร และดำเนินการขึ้นทะเบียนหรือขออนุญาตก่อนนำมาผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย</p>
<p><img decoding="async" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/07/maid-wearing-gloves-sitting-floor-with-cleaning-bottles-cloth-cleaning-home-scaled.jpg" alt="ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดบ้านเรือน" /></p>
<h3>2. ผลิตภัณฑ์กำจัดแมลงและสัตว์รบกวน</h3>
<p>เช่น ยาจุดกันยุง สเปรย์กำจัดแมลง เหยื่อกำจัดหนู ผลิตภัณฑ์กำจัดปลวก และผลิตภัณฑ์ไล่หรือกำจัดสัตว์รบกวน เนื่องจากมีสารออกฤทธิ์ที่ส่งผลต่อแมลงหรือสัตว์ จึงต้องควบคุมเป็นพิเศษ โดยผู้ประกอบการต้องตรวจสอบชนิดสาร และขออนุญาตตามประเภทวัตถุอันตรายก่อนวางจำหน่าย</p>
<h3>3. ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรค</h3>
<p>เช่น น้ำยาฆ่าเชื้อ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้นผิวที่อ้างว่าสามารถฆ่าเชื้อโรค เชื้อแบคทีเรีย หรือไวรัสได้ หากมีการกล่าวอ้างด้านประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อ ต้องผ่านการขึ้นทะเบียน และได้รับอนุญาตตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดก่อนจำหน่าย เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้ามีความปลอดภัย และมีข้อมูลรองรับตามกฎหมาย</p>
<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1e1e1e; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">ขั้นตอนขอ อย. วอ. เบื้องต้น</h2>
<p>การขอ อย. วอ. (ใบอนุญาตวัตถุอันตราย) ต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนด เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดก่อนผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย โดยมีขั้นตอนหลักดังนี้</p>
<h3><strong>1. ตรวจสอบว่าสินค้าเข้าข่ายวัตถุอันตรายหรือไม่</strong></h3>
<p>เริ่มจากตรวจสอบสูตร ส่วนประกอบ สารออกฤทธิ์ ความเข้มข้น และวัตถุประสงค์การใช้งาน เพื่อจัดประเภทวัตถุอันตรายให้ถูกต้อง เช่น ชนิดที่ 1, 2, 3 หรือ 4 เนื่องจากแต่ละชนิดมีระดับการควบคุมและขั้นตอนดำเนินการแตกต่างกัน</p>
<h3><strong>2. เตรียมข้อมูลและเอกสารผลิตภัณฑ์</strong></h3>
<p>จัดเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น รายละเอียดสูตรผลิตภัณฑ์ ข้อมูลสารสำคัญ เอกสารความปลอดภัย (SDS) ฉลากสินค้า วิธีใช้ คำเตือน และข้อมูลผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า เพื่อใช้ประกอบการพิจารณา</p>
<h3><strong>3. ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนหรือขออนุญาต</strong></h3>
<p>ดำเนินการยื่นคำขอตามประเภทวัตถุอันตราย โดยวัตถุอันตรายบางชนิดอาจต้องขึ้นทะเบียนสินค้า ขณะที่บางประเภทต้องขออนุญาตก่อนผลิต นำเข้า ส่งออก หรือครอบครอง</p>
<h3><strong>4. รอการตรวจสอบและแก้ไขข้อมูล (ถ้ามี)</strong></h3>
<p>เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ สูตร ฉลาก และเอกสารประกอบ หากพบข้อมูลไม่ครบถ้วนหรือไม่เป็นไปตามเกณฑ์ อาจต้องแก้ไขเพิ่มเติมก่อนพิจารณาอนุมัติ</p>
<h3><strong>5. ได้รับอนุญาตและดำเนินการตามเงื่อนไข</strong></h3>
<p>เมื่อผ่านการอนุมัติ ผู้ประกอบการจึงสามารถดำเนินธุรกิจได้ตามขอบเขตที่ได้รับอนุญาต พร้อมต้องปฏิบัติตามข้อกำหนด เช่น การใช้ฉลากที่ถูกต้อง การเก็บรักษา และการปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัย</p>
<div style="background-color: #fbe9e7; border-left: 4px solid #FF5722; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;">
<p style="font-weight: bold; color: #d84315; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">ข้อควรระวัง:</p>
<p style="margin: 0; color: #333;">การผลิต นำเข้า หรือขายวัตถุอันตราย โดยไม่ขึ้นทะเบียนหรือไม่ขออนุญาตตามชนิด มีโทษตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย ทั้งปรับและจำคุก ควรตรวจสอบและดำเนินการให้ครบก่อนวางขายเสมอ</p>
</div>
<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1e1e1e; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">สรุป</h2>
<p>วัตถุอันตราย คือผลิตภัณฑ์ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกฎหมาย เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อผู้ใช้ และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ผลิตภัณฑ์กำจัดแมลง และผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อบางประเภทที่อาจต้องขึ้นทะเบียนหรือขออนุญาตจาก อย. ก่อนผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย</p>
<p>ก่อนวางสินค้าในตลาด ผู้ประกอบการควรตรวจสอบว่าสินค้าเข้าข่ายเป็นวัตถุอันตรายหรือไม่ รวมถึงเตรียมเอกสาร และดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดให้ครบถ้วน เพื่อให้สามารถจำหน่ายสินค้าได้อย่างถูกต้อง ลดความเสี่ยงด้านกฎหมาย และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจในระยะยาว</p>
<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1e1e1e; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">FAQ</h2>
<section class="decr-faq">
<div class="decr-faq__item">
<p class="decr-faq__question"><strong>Q1: วัตถุอันตราย กับ วอ. ต่างกันยังไง?</strong></p>
<div class="decr-faq__answer">
<p>A: วัตถุอันตราย คือประเภทของสินค้า/สารเคมีที่อยู่ภายใต้การควบคุม ส่วน <strong>วอ.</strong> คือ ใบอนุญาตหรือการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับวัตถุอันตรายตามที่กฎหมายกำหนด</p>
</div>
</div>
<div class="decr-faq__item">
<p class="decr-faq__question"><strong>Q2: อย. ดูแลวัตถุอันตรายทุกประเภทเลยไหม?</strong></p>
<div class="decr-faq__answer">
<p>A: ไม่ อย. ดูแลเฉพาะวัตถุอันตรายที่ใช้ในบ้านเรือนและทางสาธารณสุข ส่วนด้านการเกษตรและอุตสาหกรรมอยู่ภายใต้หน่วยงานอื่น</p>
</div>
</div>
<div class="decr-faq__item">
<p class="decr-faq__question"><strong>Q3: น้ำยาล้างจานหรือน้ำยาซักผ้าต้องขอวัตถุอันตรายไหม?</strong></p>
<div class="decr-faq__answer">
<p>A: ขึ้นอยู่กับสูตร สารออกฤทธิ์ และคำกล่าวอ้างบนฉลาก หากมีสารควบคุมหรืออ้างสรรพคุณด้านฆ่าเชื้อ อาจเข้าข่ายต้องขออนุญาต</p>
</div>
</div>
<div class="decr-faq__item">
<p class="decr-faq__question"><strong>Q4: ขอ อย. วัตถุอันตราย ใช้เวลานานไหม?</strong></p>
<div class="decr-faq__answer">
<p>A: ระยะเวลาขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า ความครบถ้วนของเอกสาร และขั้นตอนการตรวจสอบของหน่วยงาน</p>
</div>
</div>
<div class="decr-faq__item">
<p class="decr-faq__question"><strong>Q5: สินค้าที่มีสารเคมีทุกชนิดต้องขอ อย.วัตถุอันตราย ไหม</strong></p>
<div class="decr-faq__answer">
<p>A: ไม่จำเป็น ต้องพิจารณาจากชนิดสาร ความเข้มข้น และวัตถุประสงค์การใช้งาน ว่าสินค้าเข้าข่ายวัตถุอันตรายหรือไม่</p>
</div>
</div>
</section>
<hr />
<p>หากคุณกำลังจะผลิต นำเข้า หรือขายผลิตภัณฑ์ที่อาจเข้าข่ายวัตถุอันตราย และยังไม่แน่ใจว่าสินค้าอยู่ชนิดไหนหรือต้องดำเนินการอย่างไร ทีมที่ปรึกษา <a href="https://csrich1.com/" rel="noopener">C&amp;S Rich1</a> ช่วยตรวจสอบ และวางแผนขั้นตอนให้ได้ ด้วยประสบการณ์ดูแลงานด้าน อย. มากกว่า 7 ปี</p>
<p>สามารถดูรายละเอียดบริการเพิ่มเติมได้ที่ <a href="https://csrich1.com/fda-registration-service/" rel="noopener">บริการรับจด อย.</a></p>
<hr />
<p>📲 Tel: <a href="tel:+66645607779" rel="noopener">064-560-7779</a></p>
<p>💬 Line: @cs0645607779</p>
<p>📩 Email: <a href="mailto:csrich188@gmail.com" rel="noopener">csrich188@gmail.com</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นำเข้าเครื่องมือแพทย์จากต่างประเทศ ต้องจด อย. อย่างไร? คู่มือผู้นำเข้า 2026</title>
		<link>https://csrich1.com/import-medical-device-thailand-fda-guide-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 26 Jun 2026 08:38:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[GDPMD]]></category>
		<category><![CDATA[LOA เครื่องมือแพทย์]]></category>
		<category><![CDATA[จด อย. เครื่องมือแพทย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://csrich1.com/?p=1557</guid>

					<description><![CDATA[การนำเข้าเครื่องมือแพทย์จากต่างประเทศ ต้องขออนุญาตจาก อย. ก่อนนำเข้าและจำหน่าย โดยผู้ประกอบการต้องตรวจสอบประเภทของเครื่องมือแพทย์ เตรียมเอกสารของผู้ผลิตและผลิตภัณฑ์ แล้วจึงยื่นคำขอผ่านระบบของ อย]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>การนำเข้าเครื่องมือแพทย์จากต่างประเทศ ต้องขออนุญาตจาก อย. ก่อนนำเข้าและจำหน่าย โดยผู้ประกอบการต้องตรวจสอบประเภทของเครื่องมือแพทย์ เตรียมเอกสารของผู้ผลิตและผลิตภัณฑ์ แล้วจึงยื่นคำขอผ่านระบบของ อย. เมื่อได้รับอนุญาตจึงสามารถนำเข้าและจำหน่ายได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย</p>



<p>บทความนี้จะพาคุณไปดูเอกสารที่ผู้นำเข้าเครื่องมือแพทย์ต้องเตรียม ขั้นตอนการขอใบอนุญาต GDPMD สำหรับสถานที่นำเข้า เอกสาร CSDT ที่บังคับใช้สำหรับเครื่องมือแพทย์ Class 2-4 และระยะเวลาในการดำเนินการแต่ละขั้น</p>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">ทำไมการนำเข้าเครื่องมือแพทย์ต้องเตรียมเอกสารต่างจากสินค้าในประเทศ?</h2>



<p>การนำเข้าเครื่องมือแพทย์ต้องใช้เอกสารเพิ่มเติม เพราะ อย. ต้องตรวจสอบมาตรฐานของผู้ผลิตในต่างประเทศและสิทธิ์ของผู้นำเข้า ก่อนอนุญาตให้นำเข้าจำหน่าย เอกสารสำคัญที่แตกต่าง ได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>Free Sale Certificate</strong> ยืนยันว่าสินค้าจำหน่ายได้ในประเทศต้นทาง</li>



<li><strong>Letter of Authorization (LOA)</strong> ยืนยันสิทธิ์ในการนำเข้า</li>



<li><strong>ISO 13485</strong> รับรองมาตรฐานโรงงานผู้ผลิต</li>
</ul>



<p>ถ้าขาดเอกสารใดเอกสารหนึ่ง อย. จะไม่รับพิจารณา ทำให้ต้องเลื่อนกระบวนการออกไปจนกว่าจะได้เอกสารครบ</p>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">เอกสารหลัก 4 ตัวที่ผู้นำเข้าเครื่องมือแพทย์ต้องเตรียม</h2>



<p>การนำเข้าเครื่องมือแพทย์ต้องเตรียมเอกสารจากผู้ผลิตในต่างประเทศให้ครบก่อนยื่นขอ อย. โดยเอกสารบางรายการอาจใช้เวลาประสานงานหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน จึงควรเริ่มเตรียมล่วงหน้า เอกสารหลักที่ต้องใช้ มีดังนี้</p>



<h3 class="wp-block-heading">1. Free Sale Certificate (CFS)</h3>



<p>เอกสารยืนยันว่า สินค้านี้ได้รับอนุมัติให้จำหน่ายในประเทศต้นทาง ออกโดยหน่วยงานราชการของประเทศนั้น ๆ เช่น FDA ของสหรัฐอเมริกา NMPA ของจีน หรือ Notified Body ของยุโรป</p>



<p>CFS ต้องระบุ:</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ชื่อสินค้าที่ตรงกับสินค้าที่จะนำเข้าไทย</li>



<li>ผู้ผลิตและที่อยู่</li>



<li>ประเภท Class ของเครื่องมือแพทย์</li>



<li>ออกไม่เกิน 6 เดือน (อย. ไทยรับเฉพาะเอกสารใหม่)</li>
</ul>



<figure class="wp-block-image size-large is-resized"><img decoding="async" width="683" height="1024" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/06/positive-doctor-working-laptop-medical-office-portrait-683x1024.jpg" alt="เตรียมเอกสารนำเข้าเครื่องมือแพทย์" class="wp-image-1558" style="aspect-ratio:0.6669966910711029;width:800px;height:auto" srcset="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/06/positive-doctor-working-laptop-medical-office-portrait-683x1024.jpg 683w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/06/positive-doctor-working-laptop-medical-office-portrait-200x300.jpg 200w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/06/positive-doctor-working-laptop-medical-office-portrait-768x1152.jpg 768w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/06/positive-doctor-working-laptop-medical-office-portrait-1024x1536.jpg 1024w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/06/positive-doctor-working-laptop-medical-office-portrait-1365x2048.jpg 1365w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/06/positive-doctor-working-laptop-medical-office-portrait-scaled.jpg 1707w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">2. Letter of Authorization (LOA)</h3>



<p>หนังสือจากผู้ผลิตอนุญาตให้คุณเป็นผู้นำเข้า และจำหน่ายสินค้าในประเทศไทย LOA ต้องระบุชัดเจนว่าคุณมีสิทธิ์ทำอะไรบ้าง (นำเข้าอย่างเดียว, นำเข้าและจำหน่าย, ตัวแทนแต่เพียงผู้เดียว)</p>



<p>LOA ที่ดีควรมี:</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ชื่อบริษัทผู้รับมอบอำนาจ (บริษัทคุณ)</li>



<li>ขอบเขตสิทธิ์</li>



<li>ระยะเวลามีผลบังคับใช้</li>



<li>ลายเซ็นและตราประทับของผู้มีอำนาจในบริษัทผู้ผลิต</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading">3. ISO 13485 ของโรงงานผู้ผลิต</h3>



<p>มาตรฐานสากลด้าน Quality Management System สำหรับเครื่องมือแพทย์ ถ้าโรงงานผู้ผลิตในต่างประเทศไม่มี ISO 13485 จะจด อย. ไทยไม่ได้ในเครื่องมือแพทย์ Class 2 ขึ้นไป</p>



<p>ใบรับรองต้องยังไม่หมดอายุ และครอบคลุมประเภทเครื่องมือแพทย์ที่คุณจะนำเข้า</p>



<h3 class="wp-block-heading">4. เอกสาร CSDT (สำหรับ Class 2-4)</h3>



<p><strong>Common Submission Dossier Template (CSDT)</strong> คือเอกสารทางเทคนิคสำหรับเครื่องมือแพทย์ <strong>Class 2-4</strong> ซึ่งประกอบด้วยข้อมูลสำคัญ เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ข้อมูลทั่วไปของผลิตภัณฑ์ (General Information)</li>



<li>หลักฐานด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพ (Essential Principles of Safety and Performance)</li>



<li>ผลการศึกษาก่อนใช้งาน และข้อมูลทางคลินิก (Pre-clinical และ Clinical Studies)</li>



<li>การวิเคราะห์ความเสี่ยง (Risk Analysis)</li>



<li>ข้อมูลกระบวนการผลิต (Manufacturing Information)</li>



<li>ข้อมูลฉลากและเอกสารกำกับผลิตภัณฑ์ (Labeling Information)</li>
</ul>



<div style="background-color: #FFF8E1; border-left: 4px solid #FFC107; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;">

<p style="font-weight: bold; color: #F57F17; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">จุดสำคัญ:</p>

<p style="margin: 0; color: #333;">

ถ้าสินค้าผ่าน CE Mark จากยุโรปหรือ FDA approval จากสหรัฐอเมริกาแล้ว ข้อมูลทางเทคนิคที่ใช้ในกระบวนการนั้นสามารถนำมาประกอบเอกสาร CSDT ของ อย. ไทยได้ ช่วยลดเวลาในการจัดทำเอกสารใหม่ตั้งแต่ต้น

</p>

</div>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">ใบอนุญาตสถานที่นำเข้า (GDPMD) ที่ผู้นำเข้าต้องมีก่อน</h2>



<p>ก่อนยื่นจดทะเบียนเครื่องมือแพทย์ ผู้นำเข้าต้องได้รับ ใบอนุญาตสถานที่นำเข้าเครื่องมือแพทย์ตามมาตรฐาน GDPMD (Good Distribution Practice for Medical Devices) ก่อน เพื่อรับรองว่าสถานที่จัดเก็บและกระจายสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดของ อย.</p>



<p>GDPMD ครอบคลุมหลักสำคัญ ได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>การจัดการคลังสินค้าและการจัดเก็บ</li>



<li>ระบบควบคุมอุณหภูมิและความชื้น (สำหรับสินค้าที่ต้องการ)</li>



<li>ระบบการเรียกคืนสินค้า (Recall System)</li>



<li>การฝึกอบรมพนักงาน</li>



<li>การบันทึกข้อมูลสินค้าและการกระจายสินค้า</li>
</ul>



<p>การขอใบอนุญาตสถานที่นำเข้าใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน รวมการตรวจสถานที่จริงโดยเจ้าหน้าที่ อย. ค่าธรรมเนียมเริ่มต้นที่ประมาณ 20,000 บาท และต้องต่ออายุทุก 5 ปี</p>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">ขั้นตอนการนำเข้าเครื่องมือแพทย์ทีละขั้น</h2>



<p>การนำเข้าเครื่องมือแพทย์เพื่อจำหน่ายในไทยมีทั้งหมด 6 ขั้นตอนหลัก โดยควรวางแผนล่วงหน้า เพราะทั้งการเตรียมเอกสารและการขออนุญาต อย. ใช้เวลาประมาณ 6–12 เดือน ขั้นตอนมีดังนี้</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ขั้นที่ 1: ขอใบอนุญาตสถานที่นำเข้า (GDPMD)</strong></h3>



<p>เตรียมสถานที่จัดเก็บให้พร้อม ขอใบอนุญาตจาก อย. ก่อนเริ่มกระบวนการอื่น ใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ <a href="https://csrich1.com/what-is-gdpmd-thailand/">GDPMD คืออะไร? สิ่งที่ต้องรู้ก่อนขออนุญาตสถานที่นำเข้าเครื่องมือแพทย์</a></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ขั้นที่ 2: ประสานงานกับผู้ผลิตเพื่อขอเอกสาร</strong></h3>



<p>ขอเอกสารสำคัญจากผู้ผลิต เช่น Free Sale Certificate, LOA และ ISO 13485 ใช้เวลาประมาณ 1–3 เดือน โดยควรเริ่มเตรียมล่วงหน้า เพื่อลดความล่าช้า และตรวจสอบให้ข้อมูลตรงกับคำขอของ อย.</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ขั้นที่ 3: เตรียมเอกสาร CSDT</strong></h3>



<p>จัดทำเอกสารทางเทคนิคสำหรับ Class 2–4 หากมี CE Mark หรือ FDA approval สามารถใช้ประกอบ เพื่อช่วยลดระยะเวลาในการจัดเตรียม ยื่นขอ และควรตรวจสอบความครบถ้วนก่อนยื่นทุกครั้ง</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ขั้นที่ 4: ยื่นจดทะเบียนกับ อย.</strong></h3>



<p>ยื่นเอกสารผ่านระบบ E-submission พร้อมชำระค่าธรรมเนียม โดยระยะเวลาพิจารณาขึ้นอยู่กับความซับซ้อนและ Class ของเครื่องมือแพทย์ และควรติดตามสถานะอย่างสม่ำเสมอ</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ขั้นที่ 5: ตอบกลับ อย. กรณีขอข้อมูลเพิ่ม</strong></h3>



<p>หาก อย. ขอเอกสารหรือข้อมูลเพิ่มเติม ต้องตอบกลับให้ครบถ้วน และรวดเร็ว เพื่อไม่ให้กระบวนการพิจารณาล่าช้า และควรจัดเตรียมเอกสารสำรองไว้ล่วงหน้า</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ขั้นที่ 6: รับใบอนุญาตและนำเข้าสินค้า</strong></h3>



<p>เมื่อได้รับเลขทะเบียนแล้ว สามารถนำเข้าและจำหน่ายได้ทันที โดยต้องแสดงเลขทะเบียนบนฉลากสินค้าให้ถูกต้องตามข้อกำหนด และต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขหลังการอนุญาต</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="576" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/06/asia-businesswoman-entrepreneur-wearing-medical-face-mask-social-distancing-new-normal-situation-virus-prevention-while-using-laptop-back-work-office-lifestyle-after-corona-virus-1024x576.jpg" alt="จัดเตรียมเอกสารใบอนุญาตสถานที่นำเข้า" class="wp-image-1559" srcset="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/06/asia-businesswoman-entrepreneur-wearing-medical-face-mask-social-distancing-new-normal-situation-virus-prevention-while-using-laptop-back-work-office-lifestyle-after-corona-virus-1024x576.jpg 1024w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/06/asia-businesswoman-entrepreneur-wearing-medical-face-mask-social-distancing-new-normal-situation-virus-prevention-while-using-laptop-back-work-office-lifestyle-after-corona-virus-300x169.jpg 300w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/06/asia-businesswoman-entrepreneur-wearing-medical-face-mask-social-distancing-new-normal-situation-virus-prevention-while-using-laptop-back-work-office-lifestyle-after-corona-virus-768x432.jpg 768w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/06/asia-businesswoman-entrepreneur-wearing-medical-face-mask-social-distancing-new-normal-situation-virus-prevention-while-using-laptop-back-work-office-lifestyle-after-corona-virus-1536x864.jpg 1536w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/06/asia-businesswoman-entrepreneur-wearing-medical-face-mask-social-distancing-new-normal-situation-virus-prevention-while-using-laptop-back-work-office-lifestyle-after-corona-virus-2048x1152.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<div style="background-color: #FBE9E7; border-left: 4px solid #FF5722; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;">

<p style="font-weight: bold; color: #D84315; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">ข้อควรระวัง:</p>

<p style="margin: 0; color: #333;">ห้ามนำเข้าเครื่องมือแพทย์เข้ามาก่อนได้รับใบอนุญาตจาก อย. แม้จะเป็นการนำเข้าตัวอย่างทดสอบ ก็ต้องขออนุญาตล่วงหน้าผ่านระบบเฉพาะ การนำเข้า โดยไม่ได้รับอนุญาตมีโทษทั้งปรับและจำคุก รวมถึงสินค้าอาจถูกยึดและทำลาย</p>

</div>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">ปัญหาที่ผู้นำเข้าเครื่องมือแพทย์มักพบ</h2>



<p>จากประสบการณ์ของ C&amp;S Rich1 ในการดูแลเคสนำเข้าเครื่องมือแพทย์มากว่า 7 ปี ปัญหาที่ผู้นำเข้ามักพบและทำให้กระบวนการล่าช้ามีดังนี้</p>



<h3 class="wp-block-heading">1. ผู้ผลิตในต่างประเทศไม่เข้าใจระบบไทย</h3>



<p>ผู้ผลิตในต่างประเทศบางรายไม่คุ้นเคยกับข้อกำหนดของ อย. ไทย ทำให้ส่งเอกสารผิดรูปแบบ หรือไม่ครบ การมีคนกลางที่อธิบายข้อกำหนดของไทยให้ผู้ผลิตเข้าใจ ช่วยให้ได้เอกสารที่ถูกต้องตั้งแต่แรก</p>



<h3 class="wp-block-heading">2. ISO 13485 ของโรงงานหมดอายุ</h3>



<p>หลายเคสล่าช้า เพราะ ISO 13485 ของโรงงานหมดอายุระหว่างกระบวนการเตรียมเอกสารยื่น ทีมงาน C&amp;S Rich1 จะตรวจสอบวันหมดอายุของเอกสารสำคัญทุกฉบับก่อนเริ่มดำเนินการ พร้อมแจ้งเตือนลูกค้าให้เตรียมต่ออายุล่วงหน้า เพื่อลดความเสี่ยงที่กระบวนการยื่นจะสะดุดหรือเลื่อนออกไป</p>



<h3 class="wp-block-heading">3. การจัด Class ของเครื่องมือแพทย์อาจไม่ตรงกัน</h3>



<p>การจัด Class ของเครื่องมือแพทย์ในต่างประเทศอาจไม่ตรงกับหลักเกณฑ์ของ อย. ไทย เนื่องจากแต่ละประเทศใช้ข้อกำหนดที่แตกต่างกัน เมื่อนำเข้ามาขึ้นทะเบียนในประเทศไทยจึงต้องยึดกฎหมายไทยเป็นหลัก ทีมงาน C&amp;S Rich1 จะตรวจสอบการจัด Class ให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น เพื่อลดปัญหาการแก้ไขเอกสารและความล่าช้าในการยื่นขึ้นทะเบียน</p>



<h3 class="wp-block-heading">4. ฉลากภาษาไทยไม่ครบ</h3>



<p>ฉลากภาษาไทยต้องมีข้อมูลครบถ้วนตามข้อกำหนดของ อย. หากข้อมูลไม่ครบ อาจต้องแก้ไขก่อนยื่นขึ้นทะเบียน ทีมงาน C&amp;S Rich1 จะตรวจสอบ แนะนำ และจัดทำร่างฉลากให้ถูกต้องตามมาตรฐาน เพื่อลดการแก้ไขและช่วยให้การยื่นเป็นไปอย่างราบรื่น</p>



<h3 class="wp-block-heading">5. นำเข้าตัวอย่างทดสอบโดยไม่ขออนุญาต</h3>



<p>หลายผู้นำเข้านำตัวอย่างมาทดสอบก่อนตัดสินใจจดทะเบียน โดยไม่รู้ว่าต้องขออนุญาตล่วงหน้า ทำให้สินค้าถูกยึดที่ด่านศุลกากร</p>



<div style="background-color: #E8F5E9; border-left: 4px solid #4CAF50; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;">

<p style="font-weight: bold; color: #2E7D32; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">Tips:</p>

<p style="margin: 0; color: #333;">ก่อนเริ่มประสานงานกับผู้ผลิตในต่างประเทศ ทำ checklist เอกสารทั้งหมดที่ต้องใช้ส่งไปให้ผู้ผลิตในครั้งเดียว พร้อมตัวอย่าง template ของแต่ละเอกสาร จะช่วยลดเวลาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและได้เอกสารครบเร็วขึ้น</p>

</div>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">สรุป</h2>



<p>การนำเข้าเครื่องมือแพทย์ต้องดำเนินการตามข้อกำหนดของ อย. ตั้งแต่การขอใบอนุญาตสถานที่นำเข้า การเตรียมเอกสารจากผู้ผลิต การจัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้อง ไปจนถึงการยื่นขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ โดยเอกสาร และขั้นตอนอาจแตกต่างกันตามประเภท รวมถึงระดับความเสี่ยงของเครื่องมือแพทย์</p>



<p>หากเตรียมเอกสารครบถ้วน และตรวจสอบความถูกต้องตั้งแต่ต้น จะช่วยลดปัญหาการแก้ไขเอกสาร ทำให้กระบวนการขึ้นทะเบียนเป็นไปอย่างรวดเร็วมากขึ้น</p>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">FAQ</h2>


<div id="rank-math-faq" class="rank-math-block">
<div class="rank-math-list ">
<div id="faq-question-1782462502289" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q1: ถ้าเครื่องมือแพทย์มี CE Mark แล้ว ลดขั้นตอนได้ไหม?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ลดเวลาในการเตรียมเอกสาร CSDT ได้ เพราะข้อมูลทางเทคนิคและทางคลินิคที่ทำสำหรับ CE Mark สามารถใช้ประกอบการยื่น อย. ไทยได้ แต่ยังต้องยื่นจดทะเบียนกับ อย. ไทยทุกครั้ง CE Mark ไม่ทดแทนการจด อย. ไทย</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1782462551043" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q2: ขอใบอนุญาต GDPMD ใช้เวลานานแค่ไหน?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: เฉลี่ย 2-3 เดือน รวมการตรวจสถานที่จริงโดยเจ้าหน้าที่ อย. ถ้าสถานที่ของคุณยังไม่ได้มาตรฐาน GDPMD อาจต้องปรับปรุงก่อนยื่น ทำให้ใช้เวลาเพิ่มอีก 1-2 เดือน</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1782462568039" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q3: นำตัวอย่างเครื่องมือแพทย์เข้ามาทดสอบก่อนตัดสินใจสั่งซื้อใหญ่ได้ไหม?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ทำได้ แต่ต้องขออนุญาตล่วงหน้าผ่านระบบของ อย. ห้ามนำเข้าโดยพลการ เพราะสินค้าจะถูกยึดที่ด่านศุลกากร การขออนุญาตนำตัวอย่างใช้เวลาประมาณ 2-4 สัปดาห์</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1782462583368" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q4: ถ้าผู้ผลิตในต่างประเทศไม่มี Free Sale Certificate ยังขึ้นทะเบียน อย. ได้หรือไม่?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ได้ ปัจจุบันการขึ้นทะเบียนเครื่องมือแพทย์บางกรณีไม่จำเป็นต้องใช้ Free Sale Certificate</p>

</div>
</div>
</div>
</div>


<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p>ถ้าคุณกำลังว<a href="https://csrich1.com/fda-registration-service/">างแผนนำเข้าเครื่องมือแพทย์</a>และไม่แน่ใจว่าต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง ทีมงาน <a href="https://csrich1.com/">C&amp;S Rich1</a> พร้อมประเมินเอกสารและขั้นตอนเฉพาะสำหรับสินค้าของคุณ พร้อมประสานงานกับผู้ผลิตในต่างประเทศแทนคุณได้</p>



<p>ดูบริการเพิ่มเติมได้ที่ <a href="https://www.csrich1.com/fda-registration-service/">บริการรับจด อย.</a></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p>📲 Tel: <a href="tel:+66645607779">064-560-7779</a></p>



<p>💬 Line: @cs0645607779</p>



<p>📩 Email: <a href="mailto:csrich188@gmail.com">csrich188@gmail.com</a></p>



<p>📚 Facebook: <a href="https://www.facebook.com/p/%E0%B8%88%E0%B8%94-%E0%B8%AD%E0%B8%A2-%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%97-%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%AA-%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%8A1-%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%94-100069116491327/?_rdc=1&amp;_rdr#" target="_blank" rel="noopener">จด อย บริษัท ซีแอนด์เอสริช1 จำกัด</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จด อย. อาหาร คืออะไร ต้องทำยังไงบ้าง? คู่มือเริ่มต้นสำหรับผู้ประกอบการ</title>
		<link>https://csrich1.com/fda-food-registration-thailand/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 26 Jun 2026 08:23:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[FDA]]></category>
		<category><![CDATA[จด อย อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาจด อย อาหาร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://csrich1.com/?p=1552</guid>

					<description><![CDATA[การจด อย. อาหาร คือการขออนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อให้สามารถผลิตและจำหน่ายอาหารได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>การจด อย. อาหาร คือการขออนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อให้สามารถผลิตและจำหน่ายอาหารได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ผู้ประกอบการต้องเตรียมเอกสารบริษัท ทดสอบคุณภาพ และยื่นผ่านระบบ E-submission</p>



<p>บทความนี้เป็นคู่มือสำหรับผู้ประกอบการมือใหม่ อธิบายตั้งแต่ “จด อย. อาหาร คืออะไร” ทำไมต้องจด อาหารแบบไหนต้องจด ขั้นตอน เอกสาร และค่าใช้จ่าย เพื่อใช้เป็นแนวทางเริ่มต้นจด อย. ได้อย่างถูกต้อง</p>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">จด อย. อาหาร คืออะไร? ทำไมต้องจด?</h2>



<p>จด อย. อาหาร คือการขอเลขทะเบียนผลิตภัณฑ์อาหารกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก่อนนำสินค้าออกจำหน่ายในประเทศไทย เลขที่ได้เรียกว่า &#8220;เลขสารบบอาหาร&#8221; หรือเรียกสั้น ๆ ว่า &#8220;เลข อย.&#8221; ต้องแสดงบนฉลากผลิตภัณฑ์ทุกชิ้น เพื่อยืนยันว่าสินค้านั้นผ่านการตรวจสอบจาก อย. แล้ว</p>



<h3 class="wp-block-heading">ทำไมต้องจด อย. อาหาร?</h3>



<p>การจด อย. อาหารเป็นข้อบังคับตามกฎหมาย ผู้ประกอบการที่ผลิตหรือนำเข้าอาหาร เพื่อจำหน่ายในไทยต้องผ่านการตรวจสอบจาก อย. ก่อนเสมอ เหตุผลหลักมี 3 ข้อ คือ</p>



<ol class="wp-block-list">
<li><strong>คุ้มครองผู้บริโภค</strong> อย. ตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์ปลอดภัย ไม่มีสารปนเปื้อนเกินมาตรฐาน และข้อมูลบนฉลากถูกต้อง</li>



<li><strong>สร้างความน่าเชื่อถือให้แบรนด์</strong> เลข อย. บนฉลากเป็นสัญญาณว่าผลิตภัณฑ์ผ่านการตรวจสอบมาตรฐาน ทำให้ผู้บริโภคไว้วางใจและมั่นใจในการซื้อ</li>



<li><strong>ข้อบังคับทางกฎหมาย</strong> การจำหน่ายอาหารโดยไม่มีเลข อย. มีโทษทั้งจำคุกและปรับตาม พ.ร.บ. อาหาร</li>
</ol>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/06/beautiful-doctor-kitchen-with-vegetables-1024x683.jpg" alt="จด อย. อาหาร" class="wp-image-1554" srcset="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/06/beautiful-doctor-kitchen-with-vegetables-1024x683.jpg 1024w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/06/beautiful-doctor-kitchen-with-vegetables-300x200.jpg 300w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/06/beautiful-doctor-kitchen-with-vegetables-768x512.jpg 768w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/06/beautiful-doctor-kitchen-with-vegetables-1536x1024.jpg 1536w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/06/beautiful-doctor-kitchen-with-vegetables-2048x1365.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">ถ้าไม่จด อย. อาหาร?</h3>



<p>ผู้ประกอบการที่จำหน่ายอาหาร โดยไม่ได้รับอนุญาตจาก อย. มีโทษตาม พ.ร.บ. อาหาร พ.ศ. 2522 ดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ปรับสูงสุด 30,000 บาท</li>



<li>จำคุกไม่เกิน 3 ปี</li>



<li>ในบางกรณีอาจถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการ</li>



<li>สินค้าที่จำหน่ายอยู่ในตลาดอาจถูกเรียกคืนทั้งหมด</li>
</ul>



<div style="background-color: #FFF8E1; border-left: 4px solid #FFC107; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;">

<p style="font-weight: bold; color: #F57F17; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">จุดสำคัญ:</p>

<p style="margin: 0; color: #333;">

สำหรับผู้ประกอบการที่กำลังจะจดอาหารเสริม (ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร) ขั้นตอนและเอกสารต่างจากอาหารทั่วไปมาก ใช้ระบบขึ้นทะเบียนเฉพาะที่ซับซ้อนกว่า อ่านรายละเอียดเฉพาะของอาหารเสริมได้ที่ จด อย อาหารเสริม ทำอย่างไร? คู่มือขั้นตอนสำหรับผู้ประกอบการใหม่

</p>

</div>


<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1e1e1e; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">อาหารแบบไหนต้องจด อย.?</h2>


<p>อย. แบ่งอาหารในไทยตามความเสี่ยงเป็น 4 กลุ่มหลัก การรู้ว่าผลิตภัณฑ์อยู่กลุ่มใดเป็นขั้นตอนสำคัญ เพราะมีระบบจดทะเบียน เอกสาร และค่าใช้จ่ายต่างกัน โดยแบ่งออกดังนี้</p>



<h3 class="wp-block-heading">1. อาหารควบคุมเฉพาะ</h3>



<p>อาหารกลุ่มนี้ อย. ควบคุมเข้มงวด ต้องขอเลขสารบบอาหาร (ขึ้นทะเบียน) ก่อนผลิต ตัวอย่าง เช่น นมและผลิตภัณฑ์นม น้ำดื่ม น้ำแร่ น้ำผลไม้ ไอศกรีม วัตถุเจือปนอาหาร และอาหารสำหรับทารก เด็กเล็ก กลุ่มนี้ใช้งบ รวมถึงเวลามากที่สุด เพราะต้องตรวจสอบสถานที่ผลิต และทดสอบความปลอดภัยหลายด้าน เช่น เชื้อโรค สารปนเปื้อน และสารเคมี</p>



<h3 class="wp-block-heading">2. อาหารกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน</h3>



<p>ต้องเป็นไปตามมาตรฐานคุณภาพที่ อย. กำหนด ตัวอย่าง เช่น น้ำส้มสายชู ซอสในภาชนะปิดสนิท ชา กาแฟ ครีมเทียม ขนมปังกึ่งสำเร็จรูป และข้าวเสริมวิตามิน กลุ่มนี้ใช้ระบบขึ้นทะเบียนเช่นกันแต่เกณฑ์น้อยกว่ากลุ่มควบคุมเฉพาะ</p>



<h3 class="wp-block-heading">3. อาหารที่ต้องมีฉลาก</h3>



<p>อาหารทั่วไปที่บรรจุในภาชนะปิดสนิทพร้อมจำหน่าย ตัวอย่าง เช่น ขนมขบเคี้ยว ลูกอม หมากฝรั่ง เครื่องดื่มที่ไม่อยู่ในกลุ่มควบคุมเฉพาะ ใช้ระบบจดแจ้งซึ่งเร็วและใช้เอกสารน้อยกว่า</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="591" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/06/3d-collection-packaged-breakfast-food-isolated-white-background-1024x591.jpg" alt="อาหารที่ต้องมีฉลาก" class="wp-image-1555" srcset="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/06/3d-collection-packaged-breakfast-food-isolated-white-background-1024x591.jpg 1024w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/06/3d-collection-packaged-breakfast-food-isolated-white-background-300x173.jpg 300w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/06/3d-collection-packaged-breakfast-food-isolated-white-background-768x443.jpg 768w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/06/3d-collection-packaged-breakfast-food-isolated-white-background-1536x886.jpg 1536w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/06/3d-collection-packaged-breakfast-food-isolated-white-background-2048x1182.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">4. อาหารทั่วไป</h3>



<p>อาหารแปรรูปที่ไม่อยู่ในกลุ่ม 1-3 ใช้ระบบจดแจ้ง ซึ่งง่ายและรวดเร็วที่สุด ตัวอย่าง เช่น อาหารสด อาหารแช่เย็น อาหารแช่แข็งบางประเภท</p>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">ขั้นตอนการจด อย. อาหาร 5 ขั้น สำหรับมือใหม่</h2>



<p>ขั้นตอนการจด อย. อาหารมี 5 ขั้นตอนหลัก ตั้งแต่เตรียมเอกสารจนได้รับเลขสารบบอาหาร การเข้าใจภาพรวมตั้งแต่ต้นช่วยให้วางแผนเวลาและงบประมาณได้แม่นยำ และลดปัญหาระหว่างดำเนินการ โดยมีรายละเอียดขั้นตอนดังนี้</p>



<h3 class="wp-block-heading">ขั้นที่ 1: ประเมินประเภทอาหาร</h3>



<p>ตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์ของคุณอยู่ในกลุ่มควบคุมเฉพาะ กำหนดคุณภาพ ฉลาก หรืออาหารทั่วไป ขั้นนี้สำคัญที่สุดเพราะจะกำหนดขั้นตอนและเอกสารทั้งหมด ถ้าไม่แน่ใจ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนเริ่ม เพื่อไม่ต้องเริ่มต้นใหม่ภายหลัง</p>



<h3 class="wp-block-heading">ขั้นที่ 2: <strong>การเตรียมความพร้อมสถานที่ผลิตอาหารก่อนการขออนุญาต</strong></h3>



<p>การผลิตอาหารจะต้องมีการจัดการสถานที่ผลิตอาหาร และกระบวนการผลิตให้มีความเหมาะสม เพื่อให้อาหารที่ผลิตมีความสะอาด ปลอดภัย และเกิดความมั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์อาหารมีคุณภาพและมาตรฐาน โดยสถานที่ผลิตอาหารทั้งที่เข้าข่ายและไม่เข้าข่ายโรงงาน</p>



<h3 class="wp-block-heading">ขั้นที่ 3: ทดสอบความปลอดภัยที่ห้องแล็บ</h3>



<p>ส่งตัวอย่างสินค้าไปตรวจสอบที่ห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรอง เพื่อยืนยันความปลอดภัยของอาหาร โดยรายการทดสอบและค่าใช้จ่ายจะขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า ซึ่งอาหารควบคุมเฉพาะมักมีข้อกำหนดการทดสอบที่เข้มงวดกว่า</p>



<h3 class="wp-block-heading">ขั้นที่ 4: เตรียมเอกสารและออกแบบฉลาก</h3>



<p>รวบรวมเอกสารบริษัท เอกสารผลิตภัณฑ์ และเอกสารทางเทคนิคให้ครบ พร้อมออกแบบฉลากภาษาไทยตามมาตรฐาน อย. ที่มีข้อมูลครบ เช่น ชื่อผลิตภัณฑ์ ส่วนประกอบ น้ำหนัก/ปริมาตรสุทธิ ผู้ผลิต/นำเข้า วันผลิต/วันหมดอายุ รวมถึงข้อมูลสำคัญอื่น ๆ ที่กฎหมายกำหนด</p>



<h3 class="wp-block-heading">ขั้นที่ 5: ยื่นผ่านระบบ E-submission</h3>



<p>ยื่นเอกสารทั้งหมดผ่านระบบออนไลน์ของ อย. ที่ <a href="http://privus.fda.moph.go.th" target="_blank" rel="noopener">privus.fda.moph.go.th</a> พร้อมชำระค่าธรรมเนียม รอผลการพิจารณา เมื่อ อย. อนุมัติ จะได้รับเลขสารบบอาหารผ่านระบบ จากนั้นจึงสามารถผลิตฉลากจริงและจำหน่ายสินค้าได้อย่างถูกต้อง</p>



<div style="background-color: #E8F5E9; border-left: 4px solid #4CAF50; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;">

<p style="font-weight: bold; color: #2E7D32; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">Tips:</p>

<p style="margin: 0; color: #333;">สำหรับผู้ประกอบการมือใหม่ ขั้นตอนที่มักทำให้สับสนที่สุดคือการเลือก &#8220;ประเภทอาหาร&#8221; และ &#8220;ใบอนุญาตสถานที่&#8221; ที่เหมาะสม การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญในขั้นแรกช่วยให้ไม่ต้องเริ่มต้นใหม่ภายหลัง และยังช่วยประเมินงบประมาณที่แท้จริงได้ตั้งแต่ต้น</p>

</div>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">เอกสารที่ต้องเตรียม</h2>



<p>เอกสารที่ต้องเตรียมแบ่งเป็น 3 หมวด คือเอกสารบริษัท เอกสารผลิตภัณฑ์ และเอกสารทางเทคนิคเฉพาะอาหาร ความครบถ้วนของเอกสารตั้งแต่แรกช่วยลดเวลาในการพิจารณาของ อย. ได้มาก ผู้ประกอบการมือใหม่ควรเช็คลิสต์ เหล่านี้ก่อนเริ่มกระบวนการ</p>



<h3 class="wp-block-heading">1. เอกสารบริษัท</h3>



<p>ใช้ยืนยันตัวตนผู้ประกอบการและความถูกต้องของสถานที่ผลิต ได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>หนังสือรับรองบริษัท (ออกไม่เกิน 6 เดือน)</li>



<li>ใบทะเบียนพาณิชย์</li>



<li>ใบอนุญาตประกอบสถานที่ผลิตอาหาร (สบ.5, สบ.6, สบ.7)</li>



<li>แผนผังโรงงานและกระบวนการผลิต</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading">2. เอกสารผลิตภัณฑ์</h3>



<p>เป็นข้อมูลสำคัญที่ใช้ประกอบการพิจารณาสินค้าโดยตรง ได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>สูตรและส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์</li>



<li>ขั้นตอนการผลิตโดยละเอียด</li>



<li>ฉลากภาษาไทยที่ครบตามมาตรฐาน อย.</li>



<li>ภาพถ่ายผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์</li>



<li>ใบรับรองมาตรฐานวัตถุดิบ</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading">3. เอกสารทางเทคนิค</h3>



<p>ใช้ยืนยันความปลอดภัยและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ เอกสารประกอบด้วย</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ผลทดสอบความปลอดภัยจากห้องแล็บ</li>



<li>ผลทดสอบเชลฟ์ไลฟ์ (Shelf Life)</li>



<li>ข้อมูลโภชนาการ (กรณีอ้างสรรพคุณ)</li>



<li>ใบรับรองผู้ผลิตจากต่างประเทศ (กรณีนำเข้า)</li>
</ul>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">ค่าใช้จ่ายโดยรวม</h2>



<p>ค่าใช้จ่ายในการจด อย. อาหารจะแตกต่างกันตามประเภทของผลิตภัณฑ์ โดยค่าธรรมเนียมราชการเริ่มต้นประมาณ 200–8,000 บาทต่อผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้สามารถดูภาพรวมค่าใช้จ่ายโดยประมาณได้จากตารางด้านล่าง</p>



<figure class="wp-block-table"><table class="has-fixed-layout"><thead><tr><th><strong>ประเภทอาหาร</strong></th><th><strong>ค่าธรรมเนียม อย. (บาท)</strong></th><th><strong>งบรวมโดยประมาณ (บาท)</strong></th></tr></thead><tbody><tr><td>อาหารควบคุมเฉพาะ</td><td>3,000-8,000</td><td>30,000-80,000</td></tr><tr><td>อาหารกำหนดคุณภาพ</td><td>1,000-5,000</td><td>20,000-50,000</td></tr><tr><td>อาหารที่ต้องมีฉลาก</td><td>500-2,000</td><td>10,000-30,000</td></tr><tr><td>อาหารทั่วไป</td><td>200-1,000</td><td>10,000-20,000</td></tr></tbody></table></figure>



<p>นอกจากค่าธรรมเนียมในตาราง ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นที่ต้องเตรียมไว้ เช่น ค่าทดสอบห้องแล็บ 3,000-15,000 บาทต่อการทดสอบ ค่าออกแบบฉลาก 2,000-10,000 บาท ค่าทดสอบเชลฟ์ไลฟ์ 5,000-20,000 บาท</p>



<p>ดูรายละเอียดค่าใช้จ่ายแยกตามประเภทสินค้าทุกประเภทได้ที่ <a href="https://csrich1.com/fda-registration-cost-2026/">ค่าใช้จ่าย อย 2026 ต้องเตรียมงบเท่าไหร่? สรุปทุกประเภทสินค้า</a> ที่สรุปทั้งอาหาร เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ และยาไว้ในที่เดียว</p>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">สรุป</h2>



<p>การจด อย. อาหารเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนนำสินค้าออกจำหน่าย เพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมายและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ โดยกระบวนการครอบคลุมตั้งแต่การประเมินประเภทอาหาร การเตรียมเอกสาร การทดสอบสินค้า ไปจนถึงการยื่นผ่านระบบ E-Submission ของ Thai FDA</p>



<p>เมื่อดำเนินการครบทุกขั้นตอนและเอกสารถูกต้อง จะได้รับเลขสารบบอาหาร สามารถนำสินค้าออกจำหน่ายได้อย่างถูกกฎหมาย</p>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">FAQ</h2>


<div id="rank-math-faq" class="rank-math-block">
<div class="rank-math-list ">
<div id="faq-question-1782461618810" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q1: จด อย. อาหารต้องทำเองหรือจ้างผู้เชี่ยวชาญ?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ทำได้ทั้งสองแบบ อาหารทั่วไปยื่นเองได้ แต่ถ้าเป็นอาหารควบคุมเฉพาะ แนะนำให้ผู้เชี่ยวชาญช่วย เพื่อลดโอกาสถูกตีกลับ</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1782461635428" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q2: ผลิตจากบ้านขายออนไลน์ ต้องจด อย. ไหม?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ต้องจด อาหารที่ผลิตเพื่อจำหน่ายต้องมีเลข อย. และสถานที่ผลิตต้องผ่านมาตรฐาน เช่น สบ.5 และ Primary GMP แม้จะขายออนไลน์ก็ตาม</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1782461646243" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q3: ทำอาหาร OEM ขายในแบรนด์ตัวเอง ต้องใช้เอกสารโรงงานไหม?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ใช้ ถึงแม้คุณไม่ได้ผลิตเอง แม้ไม่ได้ผลิตเอง แต่ต้องใช้เอกสารโรงงาน เช่น ใบอนุญาตสถานที่ผลิตและ GMP เพื่อยื่นขอ อย. ให้ถูกต้อง</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1782461656276" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q4: นำเข้าอาหารจากต่างประเทศ ต้องเตรียมเพิ่มอะไรบ้าง?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ต้องมีเอกสารนำเข้าและผลแล็บในไทย เช่น ใบอนุญาตนำเข้า ใบรับรองจากผู้ผลิตต่างประเทศ ผลทดสอบความปลอดภัย และฉลากภาษาไทยให้ถูกต้องตาม อย.</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1782461665573" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q5: เลข อย. มีอายุไหม ต้องต่ออายุไหม?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ไม่มีอายุ เลข อย. ใช้ได้ตลอด หากสูตรและฉลากไม่เปลี่ยน แต่ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงต้องแจ้งหรือยื่นแก้ไขใหม่ตามเกณฑ์ อย.</p>

</div>
</div>
</div>
</div>


<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p>หากคุณต้องการความมั่นใจใน<a href="https://csrich1.com/fda-registration-service/">การจด อย.</a> ตั้งแต่เริ่มต้น ทีมงาน <a href="https://csrich1.com/">C&amp;S Rich1</a> พร้อมให้คำปรึกษาและประเมินเบื้องต้นฟรี เพื่อช่วยวางแผนขั้นตอน งบประมาณ และไทม์ไลน์ที่เหมาะกับผลิตภัณฑ์ของคุณ</p>



<p>สามารถดูบริการเพิ่มเติมได้ที่ <a href="https://csrich1.com/fda-registration-service/">บริการรับจด อย.</a></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p>📲 Tel: <a href="tel:+66645607779">064-560-7779</a></p>



<p>💬 Line: @cs0645607779</p>



<p>📩 Email: <a href="mailto:csrich188@gmail.com">csrich188@gmail.com</a></p>



<p>📚 Facebook: <a href="https://www.facebook.com/p/%E0%B8%88%E0%B8%94-%E0%B8%AD%E0%B8%A2-%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%97-%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%AA-%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%8A1-%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%94-100069116491327/?_rdc=1&amp;_rdr#" target="_blank" rel="noopener">จด อย บริษัท ซีแอนด์เอสริช1 จำกัด</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เลข สบ. คืออะไร? ใบอนุญาตสถานที่ผลิตอาหารต้องรู้ก่อนจด อย.</title>
		<link>https://csrich1.com/sorbor-food-factory-license/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 26 Jun 2026 08:11:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[อย.สถานที่ผลิตอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[อย.อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[เลข สบ.]]></category>
		<category><![CDATA[ใบอนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://csrich1.com/?p=1549</guid>

					<description><![CDATA[เลข สบ. คือ เลขที่ใบอนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ออกให้กับสถานที่ผลิตอาหารที่ผ่านการตรวจประเมินตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>เลข สบ. คือ เลขที่ใบอนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ออกให้กับสถานที่ผลิตอาหารที่ผ่านการตรวจประเมินตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด โดยเลขนี้เป็นหลักฐานว่าสถานที่ผลิตได้รับอนุญาตให้ผลิตอาหารอย่างถูกต้อง และเป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญก่อนดำเนินการ</p>



<p>บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจว่า เลข สบ. คืออะไร ทำไมจึงสำคัญก่อนจด อย. อาหาร พร้อมอธิบายประเภทใบอนุญาต ผู้ที่ต้องขอ ขั้นตอนการยื่นขอ ค่าใช้จ่าย และระยะเวลาดำเนินการ</p>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">เลข สบ. คืออะไร? ทำไมต้องมีก่อนจด อย. อาหาร?</h2>



<p>เลข สบ. คือ เลขที่ปรากฏในใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องกับสถานที่ผลิตหรือสถานที่นำเข้าอาหาร ออกโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เป็นเอกสารที่รับรองว่าสถานที่ของคุณผ่านมาตรฐานด้านความสะอาด ความปลอดภัย และกระบวนการผลิตตามที่กฎหมายกำหนด</p>



<p>ใบอนุญาตสถานที่เป็นข้อกำหนดเบื้องต้นในการจด อย. อาหาร เพราะ อย. ตรวจสอบ 2 ส่วนคู่กันเสมอ คือ</p>



<ol class="wp-block-list">
<li><strong>สถานที่</strong> ผ่านมาตรฐานหรือไม่ มีระบบสุขลักษณะที่ดีไหม กระบวนการผลิตปลอดภัยหรือเปล่า</li>



<li><strong>ผลิตภัณฑ์</strong> ปลอดภัยต่อผู้บริโภคหรือไม่ ส่วนประกอบถูกต้องตามที่แจ้งไหม ฉลากเป็นไปตามมาตรฐาน</li>
</ol>



<p>ถ้าสถานที่ของคุณไม่มีใบอนุญาต อย. จะไม่พิจารณาออกเลขสารบบอาหารให้ผลิตภัณฑ์ของคุณ ไม่ว่าผลิตภัณฑ์จะปลอดภัยแค่ไหนก็ตาม นั่นคือเหตุผลที่ใบ สบ. ต้องมาก่อนเสมอ</p>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" src="attachment:2ff9e7e0-d5f2-4440-9eea-09d8cf6bc3a9:decorating-cakes-conveyor-confectionery-factory.jpg" alt="ทำไมโรงงานอาหารต้องมีใบอนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร"/></figure>



<p>ทำไมโรงงานอาหารต้องมีใบอนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร</p>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">ใบอนุญาตสถานที่ผลิตอาหารมีกี่ประเภท?</h2>



<p>สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แบ่งใบอนุญาตด้านอาหารตามลักษณะการดำเนินธุรกิจ ผู้ประกอบการควรเลือกขอให้ตรงกับประเภทกิจการ เพื่อหลีกเลี่ยงการแก้ไขเอกสารหรือยื่นคำขอใหม่ โดยใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอาหารที่พบบ่อย มีดังนี้</p>



<h3 class="wp-block-heading">1. ใบอนุญาตผลิตอาหาร (อ.2)</h3>



<p>สำหรับผู้ประกอบการที่ผลิตอาหารเอง ไม่ว่าจะเป็นโรงงานขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ ใบอนุญาตนี้ออกให้แก่สถานที่ผลิตที่ผ่านหลักเกณฑ์และมาตรฐานที่ อย. กำหนด เช่น GMP ตามประเภทของผลิตภัณฑ์อาหาร</p>



<p><strong>ตัวอย่างกิจการที่ต้องขอ</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>โรงงานผลิตเครื่องดื่ม น้ำผลไม้ น้ำดื่ม</li>



<li>โรงงานผลิตขนม ลูกอม ของขบเคี้ยว</li>



<li>โรงงานผลิตซอส น้ำส้มสายชู และเครื่องปรุงรส</li>



<li>โรงงานผลิตอาหารแช่แข็งและอาหารพร้อมรับประทาน</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading">2. ใบอนุญาตนำเข้าอาหาร (อ.7)</h3>



<p>สำหรับผู้ประกอบการที่นำเข้าอาหารจากต่างประเทศ เพื่อจำหน่ายในประเทศไทย ใบอนุญาตนี้ออกให้แก่สถานที่นำเข้า เช่น คลังสินค้า หรือสถานที่เก็บรักษาอาหารที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจ</p>



<p><strong>ตัวอย่างกิจการที่ต้องขอ</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ผู้นำเข้าน้ำผลไม้ และเครื่องดื่มจากต่างประเทศ</li>



<li>ผู้นำเข้าขนมและของขบเคี้ยว</li>



<li>ผู้นำเข้าวัตถุดิบอาหารสำหรับโรงงานหรือร้านอาหาร</li>



<li>ผู้นำเข้าอาหารพร้อมรับประทาน</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading">3. ใบอนุญาตจำหน่ายอาหาร</h3>



<p>สำหรับผู้ประกอบการที่จำหน่ายอาหารบางประเภท ซึ่งกฎหมายกำหนดให้ต้องได้รับอนุญาตก่อนจำหน่าย โดยเฉพาะอาหารควบคุมเฉพาะหรืออาหารที่มีข้อกำหนดพิเศษ เช่น ผลิตภัณฑ์สำหรับทารกและเด็กเล็ก การได้รับใบอนุญาตช่วยยืนยันว่าสถานที่จำหน่ายมีระบบจัดเก็บและดูแลผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมตามหลักเกณฑ์ของ อย.</p>



<p><strong>ตัวอย่างกิจการที่อาจต้องขอ</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ผู้จำหน่ายนมผงสำหรับทารก และอาหารสำหรับเด็กเล็ก</li>



<li>ผู้จำหน่ายอาหารควบคุมเฉพาะตามที่กฎหมายกำหนด</li>



<li>ผู้กระจายสินค้าอาหารที่ต้องได้รับใบอนุญาตก่อนจำหน่าย</li>
</ul>



<div style="background-color: #FFF8E1; border-left: 4px solid #FFC107; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;">

<p style="font-weight: bold; color: #F57F17; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">จุดสำคัญ:</p>

<p style="margin: 0; color: #333;">

ผู้ประกอบการหลายคนเข้าใจผิดว่า จดทะเบียนพาณิชย์แล้ว สามารถผลิตอาหารได้ทันที แต่จริง ๆ แล้ว ทะเบียนพาณิชย์ กับ ใบอนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร เป็นคนละเอกสาร และใช้คนละวัตถุประสงค์

</p>

</div>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">ใครต้องขอใบอนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร?</h2>



<p>ผู้ประกอบการที่ผลิตอาหารเพื่อจำหน่าย อาจต้องขอ ใบอนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร หรือ เลขสถานที่ผลิตอาหาร โดยขึ้นอยู่กับประเภทอาหาร ลักษณะการผลิต และขนาดของกิจการ ซึ่งโดยทั่วไปแบ่งได้เป็น 3 กรณี ดังนี้</p>



<h3 class="wp-block-heading">กรณีที่ 1 กิจการขนาดเล็ก (ครัวเรือน)</h3>



<p>เหมาะสำหรับผู้ประกอบการที่ผลิตอาหารในปริมาณไม่มาก และจำหน่ายภายในประเทศ โดยลักษณะกิจการมักเป็น ได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>บุคคลทั่วไปที่ผลิตอาหารในบ้าน</li>



<li>ขายอาหารผ่านช่องทางออนไลน์หรือตลาดนัด</li>



<li>รายได้ไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด</li>
</ul>



<p>กิจการกลุ่มนี้อาจใช้ใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ (จากเทศบาลหรือ อบต. ในพื้นที่) ร่วมกับมาตรฐาน Primary GMP สำหรับสถานที่ผลิตขนาดเล็ก</p>



<h3 class="wp-block-heading">กรณีที่ 2 กิจการขนาดกลาง (โรงงานขนาดเล็กถึงกลาง)</h3>



<p>เหมาะสำหรับผู้ประกอบการที่ผลิตอาหารในเชิงพาณิชย์ โดยมีโรงงานและเครื่องจักรในการผลิต ซึ่งโดยทั่วไปมีลักษณะ ได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>โรงงานที่มีพนักงานน้อยกว่า 50 คน</li>



<li>ใช้เครื่องจักรกำลังต่ำกว่า 50 แรงม้า</li>



<li>ผลิตอาหารทั่วไป และอาหารกำหนดคุณภาพ</li>
</ul>



<p>ต้องมีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (รง.4) ตามขนาด ร่วมกับใบอนุญาต อ.2 จาก อย. การวางแผนเรื่องโรงงานต้องคำนึงถึงประเภทของโรงงานด้วย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/06/decorating-cakes-conveyor-confectionery-factory-1024x683.jpg" alt="ทำไมโรงงานอาหารต้องมีใบอนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร" class="wp-image-1541" srcset="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/06/decorating-cakes-conveyor-confectionery-factory-1024x683.jpg 1024w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/06/decorating-cakes-conveyor-confectionery-factory-300x200.jpg 300w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/06/decorating-cakes-conveyor-confectionery-factory-768x512.jpg 768w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/06/decorating-cakes-conveyor-confectionery-factory-1536x1024.jpg 1536w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/06/decorating-cakes-conveyor-confectionery-factory-2048x1366.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">กรณีที่ 3 กิจการขนาดใหญ่ (โรงงานอุตสาหกรรม)</h3>



<p>เหมาะสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมที่ผลิตอาหารในปริมาณมาก หรือผลิตอาหารที่อยู่ภายใต้การควบคุมเป็นพิเศษ โดยทั่วไปมีลักษณะ ได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>โรงงานพนักงานมากกว่า 50 คน</li>



<li>เครื่องจักรเกิน 50 แรงม้า</li>



<li>ผลิตอาหารควบคุมเฉพาะ เช่น นม น้ำดื่ม ผลิตภัณฑ์นม</li>
</ul>



<p>ต้องมีใบอนุญาต รง.4 จำพวกที่ 3 ร่วมกับใบ อ.2 และผ่านมาตรฐาน GMP เต็มรูปแบบตามมาตรฐานสากล</p>



<p>ดูรายละเอียดประเภทโรงงาน (จำพวก 1, 2, 3) เพิ่มเติมที่ <a href="https://csrich1.com/factory-type-1-2-3-thailand/">โรงงานจำพวก 1 2 3 คืออะไร? ต่างกันยังไง สรุปเข้าใจง่าย</a> เพื่อวางแผนได้ถูกต้องตั้งแต่ต้น</p>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">ขั้นตอนการขอใบอนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร</h2>



<p>การขอใบอนุญาตสถานที่ผลิตอาหารต้องเริ่มจากการเตรียมสถานที่ให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ อย. กำหนด เพราะเป็นเงื่อนไขสำคัญในการพิจารณาอนุญาต จากนั้นจึงดำเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆ จนได้รับใบอนุญาต โดยมี 5 ขั้นตอน ดังนี้</p>



<h3 class="wp-block-heading">ขั้นที่ 1: เตรียมสถานที่ผลิตให้ตรงมาตรฐาน</h3>



<p>ก่อนยื่นขอใบอนุญาต ผู้ประกอบการต้องเตรียมสถานที่ผลิตให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ อย. กำหนด โดยโรงงานขนาดเล็กใช้หลักเกณฑ์ Primary GMP ส่วนโรงงานขนาดใหญ่ต้องปฏิบัติตามมาตรฐาน GMP ซึ่งครอบคลุมองค์ประกอบสำคัญ ดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ผังโรงงานที่แยกส่วนผลิตชัดเจน</li>



<li>ระบบสุขาภิบาลและน้ำใช้สะอาด</li>



<li>ระบบกำจัดของเสียที่เหมาะสม</li>



<li>พื้นและผนังที่ทำความสะอาดง่าย</li>



<li>พื้นที่จัดเก็บวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปแยกออกจากกัน</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading">ขั้นที่ 2: เตรียมเอกสารบริษัทและสถานที่</h3>



<p>เมื่อสถานที่ผลิตพร้อมแล้ว ให้จัดเตรียมเอกสารที่ใช้ประกอบการยื่นคำขอ เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>หนังสือรับรองนิติบุคคล (กรณีเป็นบริษัท)</li>



<li>สำเนาทะเบียนพาณิชย์ (ถ้ามี)</li>



<li>เอกสารสิทธิ์หรือสัญญาเช่าสถานที่</li>



<li>แผนผังสถานที่ผลิตและแผนผังกระบวนการผลิต</li>



<li>หนังสือมอบอำนาจ (กรณีมอบหมายให้ผู้อื่นดำเนินการ)</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading">ขั้นที่ 3: ยื่นคำขอผ่านระบบ E-submission</h3>



<p>ยื่นคำขอพร้อมเอกสารผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของ อย. จากนั้นเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสาร และหากข้อมูลถูกต้อง จะเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณา และตรวจสถานที่</p>



<h3 class="wp-block-heading">ขั้นที่ 4: เจ้าหน้าที่ตรวจสถานที่</h3>



<p>เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบสถานที่ผลิตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ทั้งด้านโครงสร้าง สุขลักษณะ และกระบวนการผลิต หากพบข้อบกพร่อง ผู้ประกอบการต้องปรับปรุงให้เป็นไปตามข้อกำหนดก่อน จึงจะได้รับการอนุมัติ</p>



<h3 class="wp-block-heading">ขั้นที่ 5: รับใบอนุญาตและเลข สบ.</h3>



<p>เมื่อผ่านการพิจารณา ผู้ประกอบการจะได้รับ <strong>ใ</strong>บอนุญาตผลิตอาหาร (อ.2) หรือ เลขสถานที่ผลิตอาหาร ตามประเภทของกิจการ ซึ่งสามารถนำไปใช้ดำเนินการขอเลขสารบบอาหาร (เลข อย.) สำหรับผลิตภัณฑ์แต่ละรายการต่อไป</p>



<div style="background-color: #E8F5E9; border-left: 4px solid #4CAF50; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;">

<p style="font-weight: bold; color: #2E7D32; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">Tips:</p>

<p style="margin: 0; color: #333;">การเตรียมสถานที่ให้ผ่านมาตรฐานตั้งแต่ครั้งแรกประหยัดเวลา และค่าใช้จ่ายได้อย่างมาก เพราะถ้าไม่ผ่านการตรวจ ต้องปรับปรุงและให้เจ้าหน้าที่ตรวจซ้ำ ซึ่งใช้เวลาเพิ่มอีก 1-3 เดือน และอาจมีค่าธรรมเนียมการตรวจซ้ำ</p>

</div>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">ค่าใช้จ่ายและระยะเวลา</h2>



<p>ก่อนเริ่มดำเนินการ ผู้ประกอบการควรวางแผนทั้งงบประมาณและระยะเวลา เนื่องจากนอกจากค่าธรรมเนียมของภาครัฐแล้ว ยังอาจมีค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงสถานที่ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยสามารถแบ่งค่าใช้จ่ายหลักได้ดังนี้</p>



<h3 class="wp-block-heading">ค่าธรรมเนียมราชการ</h3>



<p>ค่าธรรมเนียมราชการ เป็นค่าใช้จ่ายที่ผู้ประกอบการต้องชำระให้กับหน่วยงานภาครัฐ ในการยื่นคำขอ และรับใบอนุญาต โดยอัตราค่าธรรมเนียมจะแตกต่างกันตามประเภทของใบอนุญาตและลักษณะของกิจการ ดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ใบอนุญาตผลิตอาหาร (อ.2): 3,000-10,000 บาท ขึ้นกับขนาดและประเภทของกิจการ</li>



<li>ใบอนุญาตนำเข้าอาหาร: 20,000 บาท ชำระตามอัตราที่กฎหมายกำหนด</li>



<li>ค่าธรรมเนียมต่ออายุใบอนุญาต: 5,000-10,500 บาท (กรณีที่ใบอนุญาตนั้นมีการกำหนดให้ต้องต่ออายุ)</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading">ค่าปรับปรุงสถานที่</h3>



<p>นอกจากค่าธรรมเนียมราชการแล้ว ผู้ประกอบการอาจต้องเตรียมงบประมาณ สำหรับการปรับปรุงสถานที่ผลิตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของ อย. ค่าใช้จ่ายจะแตกต่างกันตามสภาพเดิมของสถานที่ และขอบเขตการปรับปรุง เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ปรับพื้นและผนัง: 50,000-200,000 บาท</li>



<li>ระบบสุขาภิบาล: 30,000-100,000 บาท</li>



<li>ระบบระบายอากาศ: 20,000-50,000 บาท</li>



<li>พื้นที่จัดเก็บวัตถุดิบ: 20,000-100,000 บาท</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading">ค่าบริการที่ปรึกษา (ถ้ามี)</h3>



<p>หากผู้ประกอบการไม่มีประสบการณ์ หรือไม่ต้องการดำเนินการเอง สามารถใช้บริการที่ปรึกษา เพื่อช่วยวางแผน จัดเตรียมเอกสาร และประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยค่าบริการโดยทั่วไปอยู่ที่ <strong>15,000-50,000 บาท</strong> ขึ้นอยู่กับขอบเขตงาน และความซับซ้อนของกิจการ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="574" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/06/food-production-line-workers-hazmat-suits-packing-products-1024x574.jpg" alt="ปรึกษาขอใบอนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร" class="wp-image-1550" srcset="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/06/food-production-line-workers-hazmat-suits-packing-products-1024x574.jpg 1024w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/06/food-production-line-workers-hazmat-suits-packing-products-300x168.jpg 300w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/06/food-production-line-workers-hazmat-suits-packing-products-768x430.jpg 768w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/06/food-production-line-workers-hazmat-suits-packing-products-1536x861.jpg 1536w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/06/food-production-line-workers-hazmat-suits-packing-products-2048x1148.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">ระยะเวลาดำเนินการ</h3>



<p>ระยะเวลาการขอใบอนุญาตขึ้นอยู่กับความพร้อมของสถานที่ ความครบถ้วนของเอกสาร และระยะเวลาการพิจารณาของหน่วยงาน โดยทั่วไปสามารถแบ่งตามลักษณะของกิจการได้ ดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>กิจการขนาดเล็ก: 2-3 เดือน</li>



<li>กิจการขนาดกลาง: 3-6 เดือน</li>



<li>กิจการขนาดใหญ่: 6-12 เดือน</li>
</ul>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">สรุป</h2>



<p>เลข สบ. คือเลขใบอนุญาตสถานที่ผลิตอาหารที่ออกโดย อย. ใช้ยืนยันว่าสถานที่ผลิตผ่านมาตรฐานด้านความสะอาดและความปลอดภัย ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญก่อนขอเลข อย. ของผลิตภัณฑ์</p>



<p>ผู้ประกอบการต้องขอใบอนุญาตให้ตรงประเภท เช่น อ.2 สำหรับผลิต อ.7 สำหรับนำเข้า โดยเริ่มจากการเตรียมสถานที่ให้ได้มาตรฐาน GMP หรือ Primary GMP กระบวนการขอประกอบด้วยการเตรียมสถานที่ เอกสาร ยื่นคำขอ ตรวจสถานที่ และรับใบอนุญาต ใช้เวลาประมาณ 2–12 เดือนตามขนาดกิจการ</p>



<p>ดังนั้น การเข้าใจเรื่องเลข สบ. จะช่วยให้วางแผนขอ อย. ได้ถูกต้อง ลดความล่าช้า และเพิ่มโอกาสผ่านตั้งแต่ครั้งแรก</p>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">FAQ</h2>


<div id="rank-math-faq" class="rank-math-block">
<div class="rank-math-list ">
<div id="faq-question-1782460942486" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q1: ผลิตอาหารในบ้านขายออนไลน์ จำเป็นต้องขอใบอนุญาตสถานที่ไหม?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: จำเป็น ถ้าทำเชิงพาณิชย์มีรายได้ ต้องมีใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพจากเทศบาลในพื้นที่ และต้องผ่านมาตรฐาน Primary GMP สถานที่ผลิตควรแยกจากที่อยู่อาศัย และมีระบบสุขลักษณะที่เหมาะสม</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1782460960420" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q2: ถ้าเช่าโรงงาน OEM ผลิตให้ ต้องขอใบอนุญาตสถานที่เองไหม?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ไม่ต้อง เพราะใช้ใบอนุญาตของโรงงาน OEM แต่คุณยังคงต้องขอใบอนุญาตนำเข้าหรือจำหน่าย หากเป็นผู้กระจายสินค้าเอง และต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าโรงงาน OEM มีใบอนุญาตที่ถูกต้องครบถ้วน</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1782460969573" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q3: เลข สบ. กับเลขสารบบอาหารบนฉลาก ใช่ตัวเดียวกันไหม?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ไม่ใช่ เลข สบ. เป็นเลขในใบอนุญาตสถานที่ ส่วนเลขสารบบอาหารคือเลข 13 หลักที่ปรากฏบนฉลากผลิตภัณฑ์ ทั้ง 2 อย่างต่างกันแต่ทำงานเชื่อมโยงกัน เลขสารบบอาหารจะอ้างอิงเลข สบ. ของสถานที่ผลิต</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1782460979395" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q4: ใบอนุญาตสถานที่ผลิตอาหารใช้เวลานานแค่ไหน?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: เวลาโดยประมาณ 2-3 เดือน สำหรับกิจการขนาดเล็ก ขนาดกลาง 3-6 เดือน ขนาดใหญ่ 6-12 เดือน รวมระยะเวลาเตรียมสถานที่ก่อนยื่นขอ ผู้ประกอบการที่วางแผนล่วงหน้าจะประหยัดเวลาได้มาก</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1782460989976" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q5: ถ้าย้ายโรงงานต้องขอใบใหม่ไหม?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ต้องขอใบใหม่ เพราะใบอนุญาตผูกกับสถานที่ตามที่อยู่ที่ระบุไว้ การย้ายต้องแจ้ง อย. และเริ่มขั้นตอนการประเมินสถานที่ใหม่ทั้งหมด ใบอนุญาตเดิมจะไม่สามารถใช้ได้กับสถานที่ใหม่</p>

</div>
</div>
</div>
</div>


<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p>ถ้าคุณกำลังเริ่มต้นกิจการอาหารและต้องการคำแนะนำเรื่องใบอนุญาตสถานที่ ทีมงาน <a href="https://csrich1.com/">C&amp;S Rich1</a> มีประสบการณ์ดูแลเคสจด อย. อาหารและขอใบอนุญาตสถานที่มากว่า 7 ปี และดูแลเคสมากกว่า 500 รายการ พร้อมประเมินสถานที่ และเตรียมเอกสารให้ครบตั้งแต่ต้น</p>



<p>สามารถดูรายละเอียดบริการได้ที่ <a href="https://csrich1.com/fda-registration-service/">บริการรับจด อย.</a> หรือ <a href="https://csrich1.com/factory-license-service/">บริการขอใบอนุญาตโรงงาน รง.4</a> สำหรับกิจการขนาดใหญ่</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p>📲 Tel: <a href="tel:+66645607779">064-560-7779</a></p>



<p>💬 Line: @cs0645607779</p>



<p>📩 Email: <a href="mailto:csrich188@gmail.com">csrich188@gmail.com</a></p>



<p>📚 Facebook: <a href="https://www.facebook.com/p/%E0%B8%88%E0%B8%94-%E0%B8%AD%E0%B8%A2-%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%97-%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%AA-%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%8A1-%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%94-100069116491327/?_rdc=1&amp;_rdr#" target="_blank" rel="noopener">จด อย บริษัท ซีแอนด์เอสริช1 จำกัด</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เลือกบริษัทรับจด อย. ยังไงดี? คู่มือเช็คลิสต์ก่อนจ้างฉบับผู้ประกอบการ</title>
		<link>https://csrich1.com/fda-registration-company-checklist/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 26 Jun 2026 07:59:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัทรับจด อย.]]></category>
		<category><![CDATA[หาบริษัทรับจด อย.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://csrich1.com/?p=1543</guid>

					<description><![CDATA[การเลือกบริษัทรับจด อย. ควรพิจารณา 3 เรื่องหลัก ได้แก่ ความเชี่ยวชาญตามประเภทสินค้า ความโปร่งใสด้านราคา ขอบเขตบริการ และการรับผิดชอบหากการยื่นไม่ผ่าน เลือกบริษัทที่มีประสบการณ์ตรงกับสินค้าของคุณ จะช่วยให้การขอ อย. เป็นไปอย่างราบรื่นและคุ้มค่าที่สุด]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>การเลือกบริษัทรับจด อย. ควรพิจารณา 3 เรื่องหลัก ได้แก่ ความเชี่ยวชาญตามประเภทสินค้า ความโปร่งใสด้านราคา ขอบเขตบริการ และการรับผิดชอบหากการยื่นไม่ผ่าน เลือกบริษัทที่มีประสบการณ์ตรงกับสินค้าของคุณ จะช่วยให้การขอ อย. เป็นไปอย่างราบรื่นและคุ้มค่าที่สุด</p>



<p>บทความนี้จะพาคุณไปดู 7 เกณฑ์เลือกบริษัทรับจด อย. ที่ผู้ประกอบการควรพิจารณา คำถามที่ควรถามก่อนเซ็นสัญญา สัญญาณเตือนที่ควรหลีกเลี่ยง รวมถึงช่วงราคาตลาดทั่วไปเพื่อใช้เป็นกรอบเปรียบเทียบ</p>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">บริษัทรับจด อย. ทำหน้าที่อะไรบ้าง?</h2>



<p>ก่อนเลือกบริษัทรับจด อย. ควรตรวจสอบ <strong>ขอบเขตบริการ</strong> ให้ชัดเจน เพราะแต่ละบริษัทให้บริการไม่เหมือนกัน บางแห่งรับเฉพาะยื่นเอกสาร ขณะที่บางแห่งดูแลตั้งแต่ให้คำปรึกษาจนถึงประสานงานกับ อย. โดยทั่วไป บริษัทรับจด อย. จะให้บริการหลัก 5 ขั้นตอน ได้แก่</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>1. ประเมินเบื้องต้น</strong></h3>



<p>บริษัท จะตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์ของคุณอยู่ในกลุ่มใด เช่น อาหาร เครื่องสำอาง หรืออาหารเสริม รวมถึงประเมินว่าต้องขออนุญาตประเภทใด และมีข้อกำหนดหรือการทดสอบเพิ่มเติมหรือไม่ เพื่อวางแผนการยื่นให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>2. เตรียมเอกสาร</strong></h3>



<p>รวบรวม และตรวจสอบเอกสารที่จำเป็น เช่น เอกสารบริษัท สูตรผลิตภัณฑ์ ฉลาก รายละเอียดส่วนประกอบ และข้อมูลผู้ผลิต เพื่อให้เอกสารถูกต้อง ครบถ้วน และลดความเสี่ยงที่การพิจารณาจะล่าช้า</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>3. ยื่นต่อ อย.</strong></h3>



<p>ดำเนินการยื่นคำขอผ่านระบบ E-Submission พร้อมตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล ติดตามสถานะ และแจ้งความคืบหน้าให้ลูกค้าเป็นระยะ</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>4. ตอบกลับ อย.</strong></h3>



<p>หาก อย. ขอเอกสารหรือข้อมูลเพิ่มเติม บริษัทจะช่วยวิเคราะห์ประเด็น จัดเตรียมเอกสาร และประสานงาน เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปอย่างรวดเร็ว</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>5. รับเลขทะเบียน</strong></h3>



<p>เมื่อได้รับการอนุมัติ บริษัทจะส่งเลขสารบบ อาหารหรือเลขจดแจ้ง พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้อง และแนะนำการนำเลข อย. ไปใช้บนฉลากหรือบรรจุภัณฑ์ให้ถูกต้อง</p>



<p>บางบริษัทมีบริการเพิ่มเติม เช่น การทดสอบห้องแล็บ การออกแบบฉลาก หรือการให้คำปรึกษาเรื่องโฆษณาหลังได้ อย. ซึ่งอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม หรือรวมในแพ็คเกจ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="684" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/06/business-deal-meeting-businesswomen-reviewing-terms-condition-equilibrium-1024x684.jpg" alt="ปรึกษาบริษัทรับจด อย." class="wp-image-1544" srcset="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/06/business-deal-meeting-businesswomen-reviewing-terms-condition-equilibrium-1024x684.jpg 1024w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/06/business-deal-meeting-businesswomen-reviewing-terms-condition-equilibrium-300x200.jpg 300w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/06/business-deal-meeting-businesswomen-reviewing-terms-condition-equilibrium-768x513.jpg 768w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/06/business-deal-meeting-businesswomen-reviewing-terms-condition-equilibrium-1536x1025.jpg 1536w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/06/business-deal-meeting-businesswomen-reviewing-terms-condition-equilibrium-2048x1367.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">7 เกณฑ์เลือกบริษัทรับจด อย. ที่ผู้ประกอบการควรพิจารณา</h2>



<p>บริษัทรับจด อย. แต่ละแห่งมีความเชี่ยวชาญ และรูปแบบบริการแตกต่างกัน การเลือกจากราคาเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุด ควรพิจารณาจาก 7 ปัจจัยต่อไปนี้</p>



<h3 class="wp-block-heading">1. ความเชี่ยวชาญตรงกับประเภทสินค้าของคุณ</h3>



<p>การขอ อย. ของอาหาร เครื่องสำอาง อาหารเสริม และเครื่องมือแพทย์ มีข้อกำหนดแตกต่างกัน จึงควรเลือกบริษัทที่มีประสบการณ์กับสินค้าประเภทเดียวกับของคุณ และสามารถยกตัวอย่างผลงานหรือเคสที่เคยดำเนินการได้</p>



<h3 class="wp-block-heading">2. จำนวนเคสและประสบการณ์จริง</h3>



<p>พิจารณาจำนวนเคสที่ดำเนินการจริง ไม่ใช่แค่ปีที่ก่อตั้งบริษัท บริษัทที่เปิดมา 10 ปีแต่ทำเคสนาน ๆ ครั้ง อาจไม่ได้มีประสบการณ์สดใหม่เท่าบริษัทที่เปิดมา 5 ปีแต่ทำเคสสม่ำเสมอ</p>



<p><strong>สิ่งที่ควรถาม:</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ทำเคสไปแล้วทั้งหมดกี่เคส</li>



<li>เคสในประเภทสินค้าของคุณกี่เคส</li>



<li>มีเคสที่ใกล้เคียงกับสินค้าคุณไหม</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading">3. ความโปร่งใสด้านราคา</h3>



<p>ใบเสนอราคาที่ดี ต้องแยกแยะค่าธรรมเนียมราชการ (จ่ายให้ อย.) ออกจากค่าบริการบริษัท และระบุชัดว่ารวมหรือไม่รวมค่าทดสอบห้องแล็บ ค่าแปลเอกสาร ค่าเดินทาง และค่าตอบกลับ อย. หลังยื่น</p>



<p>ถ้าใบเสนอราคาเป็นแค่ &#8220;ราคาเหมา X บาท&#8221; ไม่แยกรายละเอียด มีโอกาสสูงที่จะเกิด &#8220;ค่าเพิ่มเติม&#8221; ระหว่างกระบวนการ ทำให้งบบานปลายเกินไปได้</p>



<h3 class="wp-block-heading">4. ขอบเขตบริการครอบคลุมแค่ไหน</h3>



<p>บางบริษัททำ &#8220;แบบเหมา&#8221; ตั้งแต่ต้นจนได้เลขทะเบียน บางที่ทำเฉพาะการยื่นเอกสาร ถ้า อย. ขอข้อมูลเพิ่มต้องจ่ายเพิ่ม ก่อนเซ็นสัญญาควรชัดเจนว่า ราคาที่จ่ายครอบคลุมถึงไหน</p>



<p><strong>คำถามสำคัญ:</strong> ถ้า อย. ขอแก้เอกสาร 1, 2, 3 รอบ ต้องจ่ายเพิ่มไหม?</p>



<h3 class="wp-block-heading">5. การสื่อสารและการอัปเดตงาน</h3>



<p>ระยะเวลาจด อย. มักยาว 1-12 เดือน ขึ้นกับ Class ของสินค้า ระหว่างนี้ผู้ประกอบการควรรู้สถานะงานเป็นระยะ ลองทดสอบบริษัทตั้งแต่ขั้นเสนอราคา ดูว่าตอบกลับเร็วไหม ตอบครบไหม สื่อสารชัดเจนไหม เพื่อเป็นการประกอบการตัดสินใจเลือกใช้บริการของบริษัทนั้นๆ</p>



<h3 class="wp-block-heading">6. ความรับผิดชอบกรณีไม่ผ่าน อย.</h3>



<p>ไม่มีบริษัทไหนการันตี 100% ว่า อย. จะอนุมัติ แต่บริษัทที่ดีควรมีเงื่อนไขความรับผิดชอบกรณีไม่ผ่านที่ชัดเจน เช่น:</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>แก้ไขเอกสารและยื่นใหม่ฟรีกี่รอบ</li>



<li>ค่าธรรมเนียมที่จ่ายไปคืนได้ส่วนไหนบ้าง</li>



<li>กรณีไม่ผ่านเลย มีแนวทางอย่างไร</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading">7. รีวิวจริงจากลูกค้าเก่า</h3>



<p>ศึกษาความคิดเห็นจากลูกค้าเก่า ผลงานที่ผ่านมา และช่องทางรีวิวต่าง ๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจ โดยควรพิจารณารีวิว ที่มีรายละเอียดเกี่ยวกับการให้บริการมากกว่าคะแนนเพียงอย่างเดียว</p>



<div style="background-color: #FFF8E1; border-left: 4px solid #FFC107; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;">

<p style="font-weight: bold; color: #F57F17; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">จุดสำคัญ:</p>

<p style="margin: 0; color: #333;">

ไม่จำเป็นต้องเลือกบริษัทที่ใหญ่ที่สุด หรือถูกที่สุด สิ่งสำคัญ คือเลือกบริษัทที่จุดแข็ง ตรง กับสินค้า และสถานการณ์ของคุณ

</p>

</div>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">คำถามที่ควรถามก่อนเซ็นสัญญา</h2>



<p>เมื่อเลือกบริษัทรับจด อย. เหลือ 2-3 แห่งแล้ว ควรสอบถามรายละเอียดให้ครบ เพื่อเปรียบเทียบการบริการ ค่าใช้จ่าย และความรับผิดชอบก่อนตัดสินใจ โดยแบ่งเป็น 4 ด้าน ดังนี้</p>



<h3 class="wp-block-heading">คำถามเกี่ยวกับการดำเนินงาน</h3>



<p>เริ่มต้นด้วยการสอบถามขั้นตอน และระยะเวลาการดำเนินงาน เพื่อประเมินว่าบริษัทมีระบบการทำงานที่ชัดเจนหรือไม่ โดยสิ่งที่ควรถาม เช่น</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>ระยะเวลาดำเนินการของผลิตภัณฑ์ประเภทนี้โดยทั่วไปอยู่ที่เท่าไหร่?</li>



<li>ขั้นตอนการทำงานเป็นอย่างไร และมีใครรับผิดชอบในแต่ละขั้น?</li>



<li>ระหว่างทางจะอัปเดตสถานะให้ทราบบ่อยแค่ไหน?</li>
</ol>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>คำถามเกี่ยวกับราคา</strong></h3>



<p>จากนั้น ควรสอบถามรายละเอียดค่าใช้จ่ายให้ครบถ้วน เพื่อป้องกันค่าใช้จ่ายแฝงในภายหลัง โดยสิ่งที่ควรถาม เช่น</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>ค่าใช้จ่ายที่ระบุครอบคลุมถึงไหน อะไรเป็นค่าเพิ่ม?</li>



<li>กรณี อย. ขอแก้เอกสาร ต้องจ่ายเพิ่มไหม?</li>



<li>ค่าทดสอบห้องแล็บ ค่าแปลเอกสาร รวมในราคาหรือแยก?</li>
</ol>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>คำถามเกี่ยวกับความรับผิดชอบ</strong></h3>



<p>นอกจากนี้ ควรทำความเข้าใจความรับผิดชอบของบริษัท หากเกิดปัญหาระหว่างการยื่นคำขอ โดยสิ่งที่ควรถาม เช่น</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>กรณี อย. ปฏิเสธ บริษัทรับผิดชอบส่วนไหน?</li>



<li>ถ้ายื่นซ้ำ ต้องจ่ายค่าบริการใหม่ทั้งหมดไหม?</li>



<li>มีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรไหม ระบุเงื่อนไขอะไรบ้าง?</li>
</ol>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/06/two-asian-businesspeople-office-1-1024x683.jpg" alt="คำถามที่ควรถามก่อนเซ็นสัญญา" class="wp-image-1545" srcset="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/06/two-asian-businesspeople-office-1-1024x683.jpg 1024w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/06/two-asian-businesspeople-office-1-300x200.jpg 300w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/06/two-asian-businesspeople-office-1-768x512.jpg 768w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/06/two-asian-businesspeople-office-1-1536x1024.jpg 1536w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/06/two-asian-businesspeople-office-1-2048x1365.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>คำถามเกี่ยวกับหลังบริการ</strong></h3>



<p>สุดท้าย อย่าลืมสอบถามบริการหลังการขาย เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้รับการดูแลต่อเนื่องหลังได้รับใบอนุญาต โดยสิ่งที่ควรถาม เช่น</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>หลังได้ใบอนุญาตแล้ว ถ้ามีคำถามเรื่องการต่ออายุหรือการแก้ไขทะเบียน บริษัทยังให้คำปรึกษาไหม?</li>



<li>หากต้องการเพิ่มผลิตภัณฑ์หรือเปลี่ยนรายละเอียดบนฉลาก บริษัทสามารถดำเนินการให้ได้หรือไม่?</li>
</ol>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">ช่วงราคาตลาดของบริการรับจด อย.</h2>



<p>เพื่อใช้เป็นกรอบเปรียบเทียบราคา นี่คือช่วงราคาตลาดทั่วไปของบริการรับจด อย. ในประเทศไทย ปี 2026 (เป็นกรอบทั่วไปของตลาด ไม่ใช่ราคาเฉพาะของบริษัทใด) ดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>เครื่องสำอาง:</strong> 10,000-50,000 บาทต่อผลิตภัณฑ์</li>



<li><strong>อาหารทั่วไป:</strong> 15,000-50,000 บาทต่อผลิตภัณฑ์</li>



<li><strong>อาหารเสริม:</strong> 50,000-150,000 บาทต่อผลิตภัณฑ์</li>



<li><strong>เครื่องมือแพทย์ Class 1:</strong> 15,000-25,000 บาท</li>



<li><strong>เครื่องมือแพทย์ Class 2:</strong> 50,000-100,000 บาท</li>



<li><strong>เครื่องมือแพทย์ Class 3-4:</strong> 80,000-200,000+ บาท</li>



<li><strong>ยา (ตำรับใหม่):</strong> 100,000-2,000,000 บาท</li>
</ul>



<p>ราคานี้รวมค่าธรรมเนียมราชการ และค่าบริการทั่วไปแล้ว แต่ยังไม่รวมค่าทดสอบห้องแล็บที่อาจสูงกว่าค่าบริการในบางเคส โดยเฉพาะสินค้าที่ต้องทดสอบหลายพารามิเตอร์</p>



<p>อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเรื่องค่าใช้จ่ายได้ที่ <a href="https://csrich1.com/fda-registration-cost-2026/">ค่าใช้จ่าย อย 2026 ต้องเตรียมงบเท่าไหร่?</a></p>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">สรุป</h2>



<p>การเลือกบริษัทรับจด อย. ที่ดีไม่ใช่การหาบริษัทที่ดีที่สุด แต่เป็นการหาบริษัทที่เหมาะที่สุด สำหรับสินค้า และสถานการณ์ของคุณ พิจารณาจาก 7 เกณฑ์หลัก ได้แก่ ความเชี่ยวชาญตรงประเภทสินค้า ประสบการณ์จริง ความโปร่งใสด้านราคา ขอบเขตบริการ การสื่อสาร ความรับผิดชอบกรณีไม่ผ่าน และรีวิวจริงจากลูกค้าเก่า</p>



<p>ก่อนเซ็นสัญญา ควรถามคำถามเฉพาะเจาะจง ควรเลือกบริษัทไว้ 2-3 ราย แล้วเปรียบเทียบใบเสนอราคาที่แยกรายละเอียดชัดเจน หลีกเลี่ยงบริษัทที่ราคาถูกผิดปกติ ไม่มีตัวตนชัดเจน ไม่มีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร หรือการันตี 100%</p>



<p>ที่สำคัญ ใช้เวลาในการเลือกอย่างไม่รีบร้อน เพราะการเลือกบริษัทรับจดผิดหนึ่งครั้ง อาจทำให้เสียทั้งเงิน เวลา และโอกาสทางธุรกิจ</p>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">FAQ </h2>


<div id="rank-math-faq" class="rank-math-block">
<div class="rank-math-list ">
<div id="faq-question-1782460509614" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q1: บริษัทรับจด อย. ใช้เวลาดำเนินการนานแค่ไหน?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าและความครบถ้วนของเอกสาร โดยทั่วไปใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1782460523385" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q2: ยังไม่มีโรงงานผลิต จด อย. ได้ไหม?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ไม่ได้ ต้องมีโรงงานผลิตที่มีคุณสมบัติตามข้อกำหนดก่อนยื่นขอ</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1782460534563" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q3: การขอจด อย. ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ใช้ข้อมูลเจ้าของแบรนด์ รายละเอียดสินค้า ฉลาก และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการผลิต สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ <a href="https://csrich1.com/fda-documents-checklist/"><strong>เอกสารจด อย. ต้องเตรียมอะไรบ้าง?</strong></a></p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1782460542506" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q4: ใช้บริษัทจด อย.เดียวกันได้ไหม ถ้ามีสินค้าหลายประเภท?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ได้ ถ้าบริษัทนั้นเชี่ยวชาญหลายประเภท แต่ควรตรวจสอบเป็นรายประเภทว่าเคยทำมากี่เคส เพราะแต่ละประเภทต้องใช้ทีมที่เชี่ยวชาญต่างกัน</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1782460551041" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q5: ยื่นจด อย.เองหรือจ้างบริษัทรับจด อย. ดีกว่ากัน?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: การจ้างบริษัทรับจด อย.จะสะดวกกว่า หากไม่ค่อยมีเวลาต่หากมีเวลา ศึกษาข้อกำหนด และสามารถเตรียมเอกสารได้ครบถ้วน ก็สามารถยื่นเองได้</p>

</div>
</div>
</div>
</div>


<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p>หากกำลังมองหาบริษัทรับจด อย. ที่มีประสบการณ์ ทีมงาน <a href="https://csrich1.com/">C&amp;S Rich1</a> ดูแลการขอ อย. มากกว่า 7 ปี มีผลงานกว่า 500 เคส พร้อมให้คำปรึกษาเบื้องต้นและประเมินค่าใช้จ่ายฟรี</p>



<p>ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ <a href="https://csrich1.com/fda-registration-service/"><strong>บริการรับจด อย.</strong></a></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p>📲 Tel: <a href="tel:+66645607779">064-560-7779</a></p>



<p>💬 Line: @cs0645607779</p>



<p>📩 Email: <a href="mailto:csrich188@gmail.com">csrich188@gmail.com</a></p>



<p>📚 Facebook: <a href="https://www.facebook.com/p/%E0%B8%88%E0%B8%94-%E0%B8%AD%E0%B8%A2-%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%97-%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%AA-%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%8A1-%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%94-100069116491327/?_rdc=1&amp;_rdr#" target="_blank" rel="noopener">จด อย บริษัท ซีแอนด์เอสริช1 จำกัด</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จด อย. ยา (ยาแผนปัจจุบัน/ยาสมุนไพร/ยาแผนโบราณ)ขั้นตอนที่ต้องรู้</title>
		<link>https://csrich1.com/fda-medicine-registration/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 29 May 2026 08:54:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[จด อย.]]></category>
		<category><![CDATA[เช็คลิสต์เอกสาร อย.]]></category>
		<category><![CDATA[ใบขออนุญาตโฆษณา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://csrich1.com/?p=1504</guid>

					<description><![CDATA[จด อย. ยา แต่ละประเภทต่างกันอย่างไร ขั้นตอน เอกสาร ค่าใช้จ่าย และข้อกำหนด GMP ครบในที่เดียว สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการขึ้นทะเบียนยากับ อย.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ขั้นตอนการจด อย. ยา เริ่มจากการเตรียมความพร้อมของสถานที่ผลิตหรือผู้นำเข้าให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด รวมถึงต้องได้รับใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องและผ่านการรับรองมาตรฐาน GMP ซึ่งเป็นข้อกำหนดด้านการผลิตที่เน้นความสะอาด ความปลอดภัย และการควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด</p>



<p>บทความนี้อธิบายขั้นตอนการจด อย. ยา ตั้งแต่ประเภทของยาที่ต้องขึ้นทะเบียน ขั้นตอนดำเนินการ เอกสารที่ต้องใช้ตามแต่ละประเภท ระยะเวลา ค่าใช้จ่าย มาตรฐานโรงงาน GMP รวมถึงข้อควรระวังที่ผู้ประกอบการมักพลาด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลิตหรือนำเข้ายาเพื่อจำหน่ายในประเทศไทย</p>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">จด อย. ยา คืออะไร และต่างจากการจด อย. ผลิตภัณฑ์อื่นอย่างไร?</h2>



<p>การ <strong>จด อย. ยา</strong> คือกระบวนการยื่นขอขึ้นทะเบียนยากับ อย. เพื่อพิสูจน์ว่ายานั้นมีคุณภาพ ประสิทธิภาพ และความปลอดภัยเพียงพอก่อนนำออกจำหน่าย ต่างจากผลิตภัณฑ์อื่นตรงที่ อย. จะตรวจสอบทั้งสูตร วิธีการผลิต ผลการทดสอบทางคลินิกหรือทางห้องปฏิบัติการ รวมถึงข้อมูลความปลอดภัยอย่างละเอียด</p>



<p>สิ่งที่ทำให้การ<strong>จด อย. ยา</strong>แตกต่างจากการจด อย. อาหารเสริมหรือเครื่องสำอางมากที่สุด คือข้อกำหนดเรื่องโรงงานผลิต โรงงานที่ผลิตยาต้องได้รับการรับรอง GMP (Good Manufacturing Practice) ซึ่งเป็นมาตรฐานการผลิตที่เข้มงวดกว่ามาก</p>



<p>นอกจากนี้ยังต้องมีเภสัชกรควบคุมการผลิต และเอกสารทางวิชาการที่แสดงถึงประสิทธิภาพ และความปลอดภัยของยาด้วย</p>



<div style="background-color: #FFF8E1; border-left: 4px solid #FFC107; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;">

<p style="font-weight: bold; color: #F57F17; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">จุดสำคัญ:</p>

<p style="margin: 0; color: #333;">

ยาทุกประเภทที่จำหน่ายในไทยต้องผ่านการขึ้นทะเบียนกับ อย. โดยไม่มีข้อยกเว้น ไม่ว่าจะเป็นยาแผนปัจจุบัน ยาสมุนไพร หรือยาแผนโบราณ การจำหน่ายยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนมีโทษปรับสูงสุด 5,000 บาท ต่อชิ้น และโทษจำคุกตามกฎหมาย

</p>

</div>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="525" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/asian-senior-copule-working-homeretired-old-asian-male-his-wife-hand-use-smartphone-discuss-with-client-check-data-information-with-laptop-table-living-room-home-2-1024x525.jpg" alt="ประเภทยาที่ต้องจด อย. และความแตกต่างของแต่ละประเภท" class="wp-image-1509" srcset="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/asian-senior-copule-working-homeretired-old-asian-male-his-wife-hand-use-smartphone-discuss-with-client-check-data-information-with-laptop-table-living-room-home-2-1024x525.jpg 1024w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/asian-senior-copule-working-homeretired-old-asian-male-his-wife-hand-use-smartphone-discuss-with-client-check-data-information-with-laptop-table-living-room-home-2-300x154.jpg 300w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/asian-senior-copule-working-homeretired-old-asian-male-his-wife-hand-use-smartphone-discuss-with-client-check-data-information-with-laptop-table-living-room-home-2-768x394.jpg 768w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/asian-senior-copule-working-homeretired-old-asian-male-his-wife-hand-use-smartphone-discuss-with-client-check-data-information-with-laptop-table-living-room-home-2-1536x788.jpg 1536w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/asian-senior-copule-working-homeretired-old-asian-male-his-wife-hand-use-smartphone-discuss-with-client-check-data-information-with-laptop-table-living-room-home-2-2048x1051.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">ประเภทยาที่ต้องจด อย. และความแตกต่างของแต่ละประเภท</h2>



<p>ยาในประเทศไทย แบ่งออกเป็นหลายประเภทตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม แต่ละประเภทมีข้อกำหนด และขั้นตอนการขึ้นทะเบียนที่แตกต่างกัน ผู้ประกอบการต้องระบุให้ชัดเจนก่อนว่าสินค้าของตน เป็นยาประเภทใด เพื่อเตรียมเอกสารให้ถูกต้อง</p>



<h3 class="wp-block-heading">1. ยาแผนปัจจุบัน (ยาเคมีสำเร็จรูป)</h3>



<p>ยาแผนปัจจุบัน คือยาที่ผลิตจากสารเคมีสังเคราะห์ หรือสารกึ่งสังเคราะห์ ครอบคลุมทั้งยาสำเร็จรูปที่ซื้อได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์ (OTC &#8211; Over The Counter) เช่น ยาพาราเซตามอล ยาแก้ไอ ยาลดกรด และยาที่ต้องมีใบสั่งแพทย์ (Prescription Drug) เช่น ยาปฏิชีวนะ ยาควบคุมโรคเรื้อรัง</p>



<p>กระบวนการขึ้นทะเบียนยาแผนปัจจุบันใช้เวลานาน และเข้มงวดที่สุด ในบรรดายาทุกประเภท เพราะต้องมีข้อมูลทางคลินิกหรือหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ รวมถึงผลการทดสอบความสมมูลทางชีวภาพ (Bioequivalence) สำหรับยาสามัญ</p>



<h3 class="wp-block-heading">2. ยาสมุนไพร</h3>



<p>ยาสมุนไพร คือยาที่ได้จากพืช สัตว์ หรือแร่ธาตุตามธรรมชาติ แบ่งเป็นยาสมุนไพรเดี่ยว (Mono-herbal) และยาสมุนไพรผสม (Multi-herbal) รวมถึงยาสมุนไพรนำเข้าจากต่างประเทศ ที่ต้องขึ้นทะเบียนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด สำหรับยาสมุนไพรนำเข้าโดยเฉพาะ</p>



<p>การขึ้นทะเบียนยาสมุนไพรมีเส้นทางที่หลากหลายกว่า เนื่องจากมีทั้งรูปแบบยาสมุนไพรที่ขึ้นทะเบียนแบบเต็ม และยาสมุนไพรที่อยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร ซึ่งมีขั้นตอนเฉพาะของตัวเอง</p>



<h3 class="wp-block-heading">3. ยาแผนโบราณ</h3>



<p>ยาแผนโบราณ คือยาที่ใช้ตำรับ และกรรมวิธีของการแพทย์แผนไทย หรือการแพทย์แผนโบราณของต่างประเทศ เช่น ยาจีน ยาอายุรเวท ยาประเภทนี้มีขั้นตอนการขึ้นทะเบียนที่แตกต่างจากยาแผนปัจจุบัน โดย อย. จะพิจารณาตามตำรับที่มีประวัติการใช้มายาวนาน</p>



<p>ยาแผนโบราณหลายตำรับ มีในบัญชียาแผนไทยที่หมอแผนไทยสามารถปรุงให้ผู้ป่วยได้โดยตรง แต่ถ้าจะผลิตเพื่อจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ ยังต้องขึ้นทะเบียน และมีโรงงานผลิตที่ได้มาตรฐาน</p>



<h3 class="wp-block-heading">4. ยาตามใบสั่งแพทย์</h3>



<p>ยาตามใบสั่งแพทย์ต้องมีข้อมูลด้านความปลอดภัย และการใช้ในกลุ่มผู้ป่วยเฉพาะที่ครบถ้วนกว่า รวมถึงข้อมูลด้านการตรวจสอบผลข้างเคียงหลังวางจำหน่าย (Post-Marketing Surveillance)</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/busy-investigator-1024x683.jpg" alt="ขั้นตอนการขึ้นทะเบียนยากับ อย." class="wp-image-1507" srcset="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/busy-investigator-1024x683.jpg 1024w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/busy-investigator-300x200.jpg 300w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/busy-investigator-768x512.jpg 768w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/busy-investigator-1536x1024.jpg 1536w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/busy-investigator-2048x1365.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">ขั้นตอนการขึ้นทะเบียนยากับ อย.</h2>



<p>กระบวนการ <strong>จด อย. ยา</strong> มีหลายขั้นตอน และต้องดำเนินการอย่างถูกต้องตั้งแต่ต้น เพราะถ้าเอกสารไม่ครบหรือสูตรยาไม่ผ่านมาตรฐาน จะต้องแก้ไขและยื่นใหม่ ซึ่งทำให้เสียเวลาไปมาก โดยขั้นตอนการขึ้นทะเบียนยากับ อย มีดังนี้</p>



<h3 class="wp-block-heading">1. กำหนดประเภทยาและเส้นทางการขึ้นทะเบียน</h3>



<p>ขั้นตอนแรก คือระบุให้ชัดว่ายาที่จะขึ้นทะเบียนเป็นประเภทใด เพราะแต่ละประเภทใช้แบบฟอร์มและเอกสารที่ต่างกัน รวมถึงค่าธรรมเนียม และระยะเวลาพิจารณาก็ต่างกันด้วย</p>



<h3 class="wp-block-heading">2. ตรวจสอบคุณสมบัติผู้ขอขึ้นทะเบียน</h3>



<p>ผู้ขอขึ้นทะเบียนยา ต้องเป็นผู้รับอนุญาตผลิตยาหรือนำเข้ายา โดยต้องมีใบอนุญาตผลิต หรือนำเข้ายาก่อน ซึ่งใบอนุญาตเหล่านี้มีข้อกำหนดเรื่องสถานที่และบุคลากรที่เข้มงวด เช่น ต้องมีเภสัชกรประจำ</p>



<h3 class="wp-block-heading">3. เตรียมเอกสารและข้อมูลทางวิชาการ</h3>



<p>นี่คือขั้นตอนที่ใช้เวลามากที่สุด เพราะต้องรวบรวมข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ผลการทดสอบ และเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รายการเอกสารจะแตกต่างกันตามประเภทยา</p>



<h3 class="wp-block-heading">4. ยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission</h3>



<p>อย. ให้ยื่นเอกสารผ่านระบบออนไลน์เป็นหลัก โดยต้องสร้างบัญชีในระบบและอัปโหลดเอกสารตามที่กำหนด มีค่าธรรมเนียมที่ต้องชำระออนไลน์</p>



<h3 class="wp-block-heading">5. รอการตรวจสอบและตอบรับ</h3>



<p>เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเอกสารและอาจมีคำถามหรือขอข้อมูลเพิ่มเติม ผู้ยื่นต้องติดตามสถานะ และตอบกลับภายในเวลาที่กำหนด</p>



<h3 class="wp-block-heading">6. รับเลขทะเบียนยา</h3>



<p>เมื่อผ่านการพิจารณาแล้ว อย. จะออกเลขทะเบียนยาให้ ซึ่งต้องแสดงบนฉลากผลิตภัณฑ์ทุกชิ้น</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/close-up-patient-with-prescription-1024x683.jpg" alt="เอกสารในการ จด อย. ยา มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนตามประเภทยา" class="wp-image-1510" srcset="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/close-up-patient-with-prescription-1024x683.jpg 1024w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/close-up-patient-with-prescription-300x200.jpg 300w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/close-up-patient-with-prescription-768x513.jpg 768w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/close-up-patient-with-prescription-1536x1025.jpg 1536w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/close-up-patient-with-prescription-2048x1367.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">เอกสารที่ต้องเตรียมแยกตามประเภทยา</h2>



<p>เอกสารในการ <strong>จด อย. ยา</strong> มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนตามประเภทยา ผู้ประกอบการต้องเตรียมให้ตรงประเภทเพื่อไม่ให้ถูกปฏิเสธคำขอ</p>



<h3 class="wp-block-heading">เอกสารทั่วไปที่ทุกประเภทต้องมี</h3>



<p>ไม่ว่าจะเป็นยาแผนปัจจุบัน ยาสมุนไพร หรือยาแผนโบราณ โดยทั่วไปจะต้องเตรียมเอกสารพื้นฐานดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>คำขอขึ้นทะเบียนยาตามแบบฟอร์ม อย. ที่กำหนด</li>



<li>ใบอนุญาตผลิตหรือนำเข้ายาของผู้ยื่นคำขอ</li>



<li>ข้อมูลสูตรส่วนประกอบของยา (Formula)</li>



<li>ข้อมูลวิธีการผลิต (Manufacturing Process)</li>



<li>ผลการทดสอบคุณภาพยา (Quality Control Data)</li>



<li>ข้อมูลฉลากและเอกสารกำกับยา</li>



<li>หนังสือรับรองโรงงานผลิต (GMP Certificate)</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading">เอกสารเฉพาะสำหรับยาแผนปัจจุบัน</h3>



<p>นอกจากเอกสารพื้นฐานแล้ว การจดทะเบียนยาแผนปัจจุบันจะต้องมีเอกสารเชิงวิชาการและข้อมูลการศึกษารองรับเพิ่มเติม ดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ข้อมูลทางเภสัชวิทยา (Pharmacology Data)</li>



<li>ข้อมูลความปลอดภัย (Safety Data) ทั้งจากการทดสอบในสัตว์ทดลองและในมนุษย์</li>



<li>ผลการทดสอบความสมมูลทางชีวภาพ (Bioequivalence Study) สำหรับยาสามัญ</li>



<li>เอกสารทางคลินิก (Clinical Data) สำหรับยาใหม่</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading">เอกสารเฉพาะสำหรับยาสมุนไพร</h3>



<p>การขึ้นทะเบียนยาสมุนไพรจะเน้นข้อมูลด้านวัตถุดิบ แหล่งที่มา และภูมิปัญญาการใช้เป็นหลัก โดยต้องมีเอกสารเพิ่มเติม ดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ข้อมูลพืชสมุนไพรที่ใช้ (Botanical Information) พร้อมการยืนยันชนิดพันธุ์</li>



<li>ผลการทดสอบความปลอดภัยและประสิทธิภาพ</li>



<li>ข้อมูลประวัติการใช้แบบดั้งเดิม (Traditional Use) ถ้ามี</li>



<li>ผลการทดสอบสารปนเปื้อน เช่น โลหะหนัก ยาฆ่าแมลง</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading">เอกสารเฉพาะสำหรับยาแผนโบราณ</h3>



<p>การขึ้นทะเบียนยาแผนโบราณจะเน้น สูตรตำรับดั้งเดิมและภูมิปัญญาการใช้ เป็นหลัก โดยมีเอกสารสำคัญเพิ่มเติมมีดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ตำรับยาแผนโบราณที่อ้างอิง พร้อมแหล่งที่มา</li>



<li>เอกสารหรือหลักฐานที่แสดงว่าตำรับนั้นมีการใช้มาในอดีต</li>



<li>ข้อมูลส่วนประกอบและวิธีการเตรียมยา</li>
</ul>



<div style="background-color: #E8F5E9; border-left: 4px solid #4CAF50; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;">

<p style="font-weight: bold; color: #2E7D32; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">Tips:</p>

<p style="margin: 0; color: #333;">ก่อนเริ่มเตรียมเอกสาร แนะนำให้ขอ Pre-submission Meeting กับ อย. เพื่อหารือเรื่องเส้นทางการขึ้นทะเบียนที่เหมาะสม โดยเฉพาะสำหรับยาใหม่หรือยาสมุนไพรที่มีความซับซ้อน จะช่วยประหยัดเวลาได้มาก</p>

</div>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="667" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/impressed-young-female-doctor-wearing-medical-robe-stethoscope-sitting-desk-with-medical-tools-holding-looking-medical-pills-holding-beaker-isolated-1024x667.jpg" alt="ระยะเวลาในการพิจารณาขึ้นทะเบียนยา" class="wp-image-1511" srcset="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/impressed-young-female-doctor-wearing-medical-robe-stethoscope-sitting-desk-with-medical-tools-holding-looking-medical-pills-holding-beaker-isolated-1024x667.jpg 1024w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/impressed-young-female-doctor-wearing-medical-robe-stethoscope-sitting-desk-with-medical-tools-holding-looking-medical-pills-holding-beaker-isolated-300x195.jpg 300w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/impressed-young-female-doctor-wearing-medical-robe-stethoscope-sitting-desk-with-medical-tools-holding-looking-medical-pills-holding-beaker-isolated-768x500.jpg 768w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/impressed-young-female-doctor-wearing-medical-robe-stethoscope-sitting-desk-with-medical-tools-holding-looking-medical-pills-holding-beaker-isolated-1536x1001.jpg 1536w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/impressed-young-female-doctor-wearing-medical-robe-stethoscope-sitting-desk-with-medical-tools-holding-looking-medical-pills-holding-beaker-isolated-2048x1334.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">ระยะเวลาและค่าใช้จ่ายในการจด อย. ยา</h2>



<p>ระยะเวลาในการพิจารณาขึ้นทะเบียนยา มีความแตกต่างกันมาก ตามประเภทยาและความซับซ้อนของข้อมูลที่ยื่น ไม่มีตัวเลขที่ตายตัว แต่โดยทั่วไปอยู่ในช่วงดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ยาแผนปัจจุบัน (ยาใหม่):</strong> 1-3 ปี ขึ้นอยู่กับข้อมูลทางคลินิกที่ต้องใช้</li>



<li><strong>ยาแผนปัจจุบัน (ยาสามัญ):</strong> 6 เดือน &#8211; 1 ปี สำหรับยาที่มีข้อมูลครบถ้วน</li>



<li><strong>ยาสมุนไพร:</strong> 3-12 เดือน ขึ้นอยู่กับประเภทและความสมบูรณ์ของเอกสาร</li>



<li><strong>ยาแผนโบราณ:</strong> 3-6 เดือน สำหรับตำรับที่มีประวัติการใช้ชัดเจน</li>
</ul>



<p>ค่าธรรมเนียมการขึ้นทะเบียนยาแตกต่างกันตามประเภท ตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักหมื่นบาทต่อรายการ นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายในการทดสอบที่ห้องปฏิบัติการ ค่าจัดทำเอกสาร และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อีกด้วย</p>



<p>ค่าใช้จ่ายรวมโดยประมาณสำหรับผู้ประกอบการ ยาแผนปัจจุบันอาจสูงถึง 300,000 &#8211; 1,000,000 บาทหรือมากกว่า (รวมค่าทดสอบทุกอย่าง) ส่วนยาสมุนไพรและยาแผนโบราณอาจต่ำกว่า แต่ก็ยังมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าผลิตภัณฑ์ประเภทอื่น</p>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">ข้อกำหนดโรงงานผลิตยา (GMP) ที่ต้องรู้</h2>



<p>GMP (Good Manufacturing Practice) คือมาตรฐานการผลิตที่ อย. กำหนดให้โรงงานผลิตยาทุกแห่งต้องปฏิบัติตาม โดยครอบคลุมตั้งแต่อาคารสถานที่ เครื่องมือและอุปกรณ์ กระบวนการผลิต บุคลากร ไปจนถึงการควบคุมคุณภาพ</p>



<p>โรงงานที่ไม่ผ่าน GMP จะไม่สามารถยื่นขอขึ้นทะเบียนยาได้ และ อย. จะตรวจสอบโรงงานในระหว่างกระบวนการพิจารณาด้วย สำหรับผู้ประกอบการที่ไม่มีโรงงานเป็นของตัวเอง การใช้โรงงาน OEM ที่ได้รับรอง GMP ถือเป็นทางออกที่นิยม แต่โรงงาน OEM ก็ต้องมีใบอนุญาตผลิตยาที่ถูกต้องด้วย</p>



<p>มาตรฐาน GMP สำหรับยาในไทยแบ่งเป็น PIC/S GMP (Pharmaceutical Inspection Co-operation Scheme) ซึ่งเป็นมาตรฐานสากล และ Thai GMP ที่ใช้สำหรับยาแผนโบราณและยาสมุนไพรบางประเภท โรงงานต้องระบุให้ชัดว่าได้รับรองมาตรฐานใด</p>



<div style="background-color: #FBE9E7; border-left: 4px solid #FF5722; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;">

<p style="font-weight: bold; color: #D84315; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">ข้อควรระวัง:</p>

<p style="margin: 0; color: #333;">ถ้าต้องการเปลี่ยนโรงงานผลิตหลังจากขึ้นทะเบียนยาแล้ว ต้องยื่นขอเปลี่ยนแปลงรายการขึ้นทะเบียน (Variation) กับ อย. ก่อนเสมอ การเปลี่ยนโรงงานโดยไม่แจ้งถือเป็นความผิดกฎหมาย และเลขทะเบียนอาจถูกเพิกถอนได้</p>

</div>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">ข้อควรระวังสำหรับผู้ประกอบการที่จะจด อย. ยา</h2>



<p>จากประสบการณ์กว่า 7 ปีของ C&amp;S Rich1 ในการให้บริการ<a href="https://csrich1.com/fda-registration-service/">จด อย.</a> มีข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในกระบวนการขึ้นทะเบียนยา ดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>เริ่มผลิตหรือจำหน่ายก่อนได้เลขทะเบียน</strong> &#8211; ผิดกฎหมายทันที แม้จะอยู่ระหว่างรอการพิจารณาก็ตาม ห้ามจำหน่ายก่อนได้รับเลขทะเบียน</li>



<li><strong>เอกสารทางวิทยาศาสตร์ไม่ครบหรือไม่ได้มาตรฐาน</strong> &#8211; เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ถูกปฏิเสธ โดยเฉพาะผลการทดสอบที่ไม่ได้ทำจากห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรอง</li>



<li><strong>ฉลากยาไม่ถูกต้อง</strong> &#8211; ฉลากยาต้องแสดงข้อมูลตามที่ อย. กำหนดอย่างครบถ้วน ทั้งชื่อยา ส่วนประกอบ วิธีใช้ คำเตือน วันหมดอายุ และเลขทะเบียน</li>



<li><strong>ไม่ติดตามสถานะการพิจารณา</strong> &#8211; ถ้า อย. ส่งหนังสือขอข้อมูลเพิ่มเติมแล้วไม่ตอบกลับภายในเวลาที่กำหนด คำขออาจถูกยกเลิก</li>



<li><strong>ลืมต่ออายุทะเบียนยา</strong> &#8211; ทะเบียนยามีอายุ 5 ปี ต้องต่ออายุก่อนหมดอายุ ไม่เช่นนั้นยาที่ค้างสต็อกอยู่ก็จะจำหน่ายไม่ได้อีก</li>
</ul>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">สรุป</h2>



<p>การ <strong>จด อย. ยา</strong> เป็นกระบวนการที่ซับซ้อน และใช้เวลานานกว่าผลิตภัณฑ์ประเภทอื่น แต่ถ้าเตรียมตัวดีและมีเอกสารครบถ้วนตั้งแต่ต้น จะช่วยให้กระบวนการราบรื่นขึ้นมาก สิ่งสำคัญ คือต้องระบุประเภทยาให้ถูกต้อง เตรียมโรงงานให้ได้มาตรฐาน GMP และรวบรวมข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ให้ครบก่อนยื่นคำขอ</p>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">FAQ</h2>


<div id="rank-math-faq" class="rank-math-block">
<div class="rank-math-list ">
<div id="faq-question-1780042765905" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q1: ยาสมุนไพรที่ทำเองขายแค่ในตลาดนัดต้องจด อย. ไหม?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ถ้าเป็นการผลิตเพื่อจำหน่าย ไม่ว่าจะจำหน่ายช่องทางใดก็ต้องขึ้นทะเบียนกับ อย. ทั้งหมด ยกเว้นหมอแผนไทยที่ปรุงยาให้ผู้ป่วยเฉพาะรายเท่านั้นที่ได้รับการยกเว้น</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1780042783873" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q2: นำเข้ายาจากต่างประเทศมาขายในไทย ต้องขึ้นทะเบียนใหม่ไหม หรือใช้ทะเบียนของประเทศต้นทาง?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ต้องขึ้นทะเบียนกับ อย. ไทยใหม่ทั้งหมด แม้ยานั้นจะมีทะเบียนจากประเทศต้นทางแล้วก็ตาม โดยต้องแสดงเอกสารจากประเทศต้นทางประกอบด้วย</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1780042792192" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q3: ใบอนุญาตผลิตยากับทะเบียนยาแตกต่างกันอย่างไร?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ใบอนุญาตผลิตยาคืออนุญาตให้ &#8220;สถานที่&#8221; ผลิตยาได้ ส่วนทะเบียนยาคืออนุญาตให้ &#8220;ผลิตภัณฑ์&#8221; นั้น ๆ จำหน่ายได้ ต้องมีทั้งสองอย่างจึงจะผลิตและขายได้ถูกกฎหมาย</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1780042803307" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q4: ยาที่ขึ้นทะเบียนแล้วอยากเปลี่ยนสูตรหรือเปลี่ยนฉลาก ต้องทำอะไรบ้าง?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ต้องยื่นขอแก้ไขรายการขึ้นทะเบียน (Variation) กับ อย. ก่อนทุกครั้ง ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเองได้ มีทั้ง Major Change และ Minor Change ที่มีขั้นตอนต่างกัน</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1780042813551" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q5: ยาสมุนไพรกับอาหารเสริมต่างกันอย่างไร เลือกขึ้นทะเบียนแบบไหนดี?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ขึ้นอยู่กับสรรพคุณที่อ้างและส่วนประกอบ ถ้าอ้างสรรพคุณในการรักษาหรือบำบัดโรคจะเข้าข่ายยา ถ้าอ้างว่าบำรุงสุขภาพโดยทั่วไปจะเข้าข่ายอาหารเสริม ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อระบุประเภทที่ถูกต้อง</p>

</div>
</div>
</div>
</div>


<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p>ถ้าคุณกำลังวางแผน<a href="https://csrich1.com/fda-registration-service/">จด อย.ยา</a>และต้องการผู้ช่วยที่มีประสบการณ์ด้านนี้โดยตรง ทีม <a href="https://csrich1.com/fda-registration-service/">C&amp;S Rich1 ให้บริการจด อย.</a> ครอบคลุมทั้งยาแผนปัจจุบัน ยาสมุนไพร และยาแผนโบราณ พร้อมให้คำปรึกษาเบื้องต้นฟรี</p>



<p>สามารถดูบริการเพิ่มเติมได้ที่ <a href="https://csrich1.com/fda-registration-service/">บริการรับจด อย.</a></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p>📲 Tel: <a href="tel:+66645607779">064-560-7779</a></p>



<p>💬 Line: @cs0645607779</p>



<p>📩 Email: <a href="mailto:csrich188@gmail.com">csrich188@gmail.com</a></p>



<p>📚 Facebook: <a href="https://www.facebook.com/p/%E0%B8%88%E0%B8%94-%E0%B8%AD%E0%B8%A2-%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%97-%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%AA-%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%8A1-%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%94-100069116491327/?_rdc=1&amp;_rdr#" target="_blank" rel="noopener">จด อย บริษัท ซีแอนด์เอสริช1 จำกัด</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จด อย. OEM/ODM ผลิตแบรนด์ตัวเองต้องรู้อะไรบ้าง?</title>
		<link>https://csrich1.com/fda-oem-odm-registration/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 29 May 2026 08:54:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ยื่นขอ รง. 4]]></category>
		<category><![CDATA[สินค้านำเข้า อย.]]></category>
		<category><![CDATA[เอกสารจดอย.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://csrich1.com/?p=1513</guid>

					<description><![CDATA[จด อย. OEM คือการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ที่คุณว่าจ้างโรงงานอื่นผลิตให้ ในชื่อแบรนด์ของคุณเอง ซึ่งเป็นรูปแบบที่นิยมมากในปัจจุบัน]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>จด อย. OEM</strong> คือการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ที่คุณว่าจ้างโรงงานอื่นผลิตให้ ในชื่อแบรนด์ของคุณเอง ซึ่งเป็นรูปแบบที่นิยมมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะในกลุ่มอาหารเสริม เครื่องสำอาง และสินค้าสุขภาพ เพราะช่วยให้เจ้าของแบรนด์ไม่ต้องลงทุนสร้างโรงงานเอง แต่ยังคงสามารถเป็นเจ้าของเลข อย. และวางจำหน่ายได้อย่างถูกกฎหมาย</p>



<p>บทความนี้จะอธิบายทุกสิ่งที่ผู้ประกอบการมือใหม่ที่ต้องการสร้างแบรนด์ผ่านระบบ OEM หรือ ODM ต้องรู้ ครอบคลุมความแตกต่างระหว่าง OEM และ ODM การขึ้นทะเบียนในชื่อใคร เอกสารพิเศษที่ต้องเพิ่ม ระยะเวลา และข้อควรระวังสำคัญ เช่น กรณีที่ต้องเปลี่ยนโรงงาน OEM</p>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">OEM และ ODM คืออะไร และต่างกันอย่างไร?</h2>



<p><strong>OEM (Original Equipment Manufacturer)</strong> และ <strong>ODM (Original Design Manufacturer)</strong> คือสองรูปแบบหลักของการว่าจ้างผลิตสินค้าในชื่อแบรนด์ของตัวเอง แม้หลายคนมักใช้คำนี้แทนกัน แต่จริง ๆ แล้วมีความแตกต่างที่ชัดเจน</p>



<p><strong>OEM</strong> คือการที่เจ้าของแบรนด์เป็นผู้กำหนดสูตร หรือสเปคสินค้าเอง แล้วจ้างโรงงานผลิตตามที่กำหนด เจ้าของแบรนด์เป็นเจ้าของสูตรและดีไซน์ผลิตภัณฑ์ โรงงานแค่ผลิตตามสั่ง เช่น คุณคิดสูตรอาหารเสริมเอง แล้วให้โรงงานผลิตตามสูตร</p>



<p><strong>ODM</strong> คือการที่โรงงานเป็นผู้ออกแบบและคิดสูตรสินค้าไว้แล้ว เจ้าของแบรนด์เลือกจากสินค้าที่โรงงานมีอยู่ แล้วใส่แบรนด์ของตัวเองลงไป เช่น โรงงานมีสูตรวิตามิน C 1000 มก. อยู่แล้ว คุณแค่เลือกแพ็คเกจ ใส่ชื่อแบรนด์ แล้วขาย</p>



<p>ในทางปฏิบัติสำหรับการ <strong>จด อย. OEM</strong> กระบวนการใกล้เคียงกันมาก แต่ถ้าเป็น ODM ที่ใช้สูตรของโรงงาน จะต้องมีเอกสารจากโรงงานยืนยันว่าอนุญาตให้ใช้สูตรนั้นได้</p>



<div style="background-color: #FFF8E1; border-left: 4px solid #FFC107; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;">

<p style="font-weight: bold; color: #F57F17; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">จุดสำคัญ:</p>

<p style="margin: 0; color: #333;">

ไม่ว่าจะเป็น OEM หรือ ODM เจ้าของแบรนด์ (ไม่ใช่โรงงาน) คือผู้ที่ต้องยื่นขอขึ้นทะเบียนกับ อย. และถือครองเลข อย. ทะเบียนจะอยู่ในชื่อแบรนด์ของคุณ ไม่ใช่ชื่อโรงงานที่ผลิต

</p>

</div>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/business-executives-using-digital-tablet-1024x683.jpg" alt="นักวิจัยและทีมงานร่วมกันวางแผนการสร้างแบรนด์สินค้าจากวัตถุดิบธรรมชาติ ชี้แจงสิทธิ์ความเป็นเจ้าของในการ จด อย. OEM" class="wp-image-1517" srcset="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/business-executives-using-digital-tablet-1024x683.jpg 1024w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/business-executives-using-digital-tablet-300x200.jpg 300w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/business-executives-using-digital-tablet-768x513.jpg 768w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/business-executives-using-digital-tablet-1536x1025.jpg 1536w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/business-executives-using-digital-tablet-2048x1367.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">ผลิต OEM แล้วต้องจด อย. ในชื่อใคร?</h2>



<p>นี่คือคำถามที่ผู้ประกอบการมือใหม่สงสัยมากที่สุด คำตอบที่ชัดเจนคือ <strong>เลข อย. ต้องอยู่ในชื่อของเจ้าของแบรนด์เสมอ</strong> ไม่ใช่ชื่อโรงงานที่รับจ้างผลิต</p>



<p>เหตุผลคือ อย. ต้องการให้มีผู้รับผิดชอบที่ชัดเจนในการนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด ถ้าเกิดปัญหากับสินค้า อย. จะติดต่อเจ้าของทะเบียนโดยตรง ดังนั้นการที่ทะเบียนอยู่ในชื่อคุณหมายความว่าคุณมีหน้าที่รับผิดชอบคุณภาพ และความปลอดภัยของสินค้าทั้งหมดที่ออกจำหน่าย</p>



<p>สิ่งที่โรงงาน OEM ต้องมี คือใบอนุญาตผลิต (สำหรับสินค้าประเภทนั้น ๆ) และมาตรฐานการผลิตที่ อย. กำหนด เช่น GMP หรือ HACCP ส่วนทะเบียนผลิตภัณฑ์เป็นสิทธิ์ของเจ้าของแบรนด์</p>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">ขั้นตอนจด อย. สำหรับสินค้า OEM</h2>



<p>กระบวนการ <strong>จด อย. OEM</strong> ไม่ได้ต่างจากการขึ้นทะเบียนทั่วไปมากนัก แต่มีขั้นตอนเพิ่มเติมในส่วนที่เกี่ยวกับโรงงานที่ว่าจ้าง ซึ่งต้องเตรียมให้พร้อมก่อนยื่นเอกสาร</p>



<h3 class="wp-block-heading">1. เลือกโรงงาน OEM ที่มีใบอนุญาตและมาตรฐานถูกต้อง</h3>



<p>ขั้นตอนแรกและสำคัญที่สุด โรงงานที่คุณเลือกต้องมีคุณสมบัติตรงตามที่ อย. กำหนดสำหรับประเภทสินค้าที่จะผลิต ถ้าโรงงานไม่ผ่านเกณฑ์ คุณจะยื่นขอ อย. ไม่ได้เลย ไม่ว่าเอกสารของแบรนด์จะครบแค่ไหนก็ตาม</p>



<p>ตรวจสอบโรงงานก่อนตัดสินใจว่าจ้าง:</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>มีใบอนุญาตผลิตผลิตภัณฑ์ประเภทที่คุณต้องการ (อาหารเสริม, เครื่องสำอาง, ยา)</li>



<li>ได้รับการรับรองมาตรฐาน GMP/HACCP ตามที่ อย. กำหนด</li>



<li>มีประสบการณ์ในการผลิตสินค้าชนิดนั้น ๆ มาก่อน</li>



<li>พร้อมให้เอกสารทุกอย่างที่คุณต้องการสำหรับการยื่น อย.</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading">2. เตรียมสูตร ฉลาก และข้อมูลผลิตภัณฑ์</h3>



<p>สำหรับ OEM ที่คุณเป็นผู้กำหนดสูตรเอง ต้องเตรียมสูตรส่วนประกอบที่ครบถ้วนและแม่นยำ รวมถึงปริมาณของสารแต่ละชนิด แหล่งที่มา และเอกสารรับรองความปลอดภัยของส่วนประกอบ</p>



<p>สำหรับ ODM ที่ใช้สูตรโรงงาน คุณต้องขอข้อมูลสูตรจากโรงงานมาให้ครบ เพราะ อย. จะขอดูรายละเอียดส่วนประกอบทั้งหมด</p>



<p>ฉลากผลิตภัณฑ์ต้องออกแบบให้ถูกต้องตามข้อกำหนดของ อย. ก่อนยื่น เพราะ อย. จะตรวจสอบฉลากว่าข้อมูลครบถ้วน และไม่มีการอ้างสรรพคุณเกินจริง</p>



<h3 class="wp-block-heading">3. ยื่นขอ อย. ในชื่อแบรนด์</h3>



<p>เมื่อเตรียมเอกสารครบแล้ว ยื่นคำขอในชื่อบริษัทหรือชื่อตัวคุณ (แล้วแต่รูปแบบธุรกิจ) โดยระบุโรงงานผู้รับจ้างผลิตในเอกสาร และแนบสัญญาว่าจ้างผลิตประกอบ</p>



<p>ขั้นตอนการยื่นจะต่างกันตามประเภทสินค้า:</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>อาหารเสริม:</strong> ยื่นผ่านระบบ e-Submission ของ อย. รายการอาหาร</li>



<li><strong>เครื่องสำอาง:</strong> ยื่นจดแจ้งเครื่องสำอางผ่านระบบออนไลน์ของ อย.</li>



<li><strong>ยา:</strong> ยื่นขอขึ้นทะเบียนยาซึ่งมีขั้นตอนเพิ่มเติม และใช้เวลานานกว่า สามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการขอ อย.ยา ได้ที่ <a href="https://csrich1.com/fda-medicine-registration/">จด อย. ยา ขั้นตอนที่ต้องรู้</a></li>
</ul>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/shareholders-reading-report-research-development-data-1024x683.jpg" alt="ผู้เชี่ยวชาญส่งมอบแผ่นข้อมูลข้างหมวกนิรภัยสีเหลือง เพื่อเตรียมชุดเอกสารพิเศษในการยื่น ขอจด อย. OEM" class="wp-image-1518" srcset="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/shareholders-reading-report-research-development-data-1024x683.jpg 1024w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/shareholders-reading-report-research-development-data-300x200.jpg 300w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/shareholders-reading-report-research-development-data-768x512.jpg 768w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/shareholders-reading-report-research-development-data-1536x1024.jpg 1536w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/shareholders-reading-report-research-development-data-2048x1366.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">เอกสารพิเศษที่ OEM ต้องเพิ่มเติม</h2>



<p>นอกจากเอกสารมาตรฐานที่ต้องใช้ในการขึ้นทะเบียนตามประเภทสินค้า การ <strong>จด อย. OEM</strong> ต้องมีเอกสารเพิ่มเติม 2 รายการสำคัญที่แตกต่างจากการผลิตเอง</p>



<h3 class="wp-block-heading">1. สัญญาว่าจ้างผลิต (Manufacturing Agreement / Contract Manufacturing Agreement)</h3>



<p>สัญญานี้ คือหลักฐานว่าเจ้าของแบรนด์กับโรงงานมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมาย เนื้อหาในสัญญาต้องระบุอย่างน้อย:</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ชื่อและที่อยู่ของทั้งสองฝ่าย</li>



<li>ผลิตภัณฑ์ที่จ้างผลิต (ชื่อสินค้า ประเภท สูตร)</li>



<li>ระยะเวลาของสัญญา</li>



<li>ข้อตกลงเรื่องคุณภาพและมาตรฐานการผลิต</li>



<li>ข้อตกลงว่าโรงงานอนุญาตให้เจ้าของแบรนด์ใช้ชื่อโรงงานในการขึ้นทะเบียน</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading">2. License Agreement หรือ Authorization Letter (กรณี ODM)</h3>



<p>ถ้าเป็น ODM ที่ใช้สูตรของโรงงาน ต้องมีเอกสารจากโรงงานที่อนุญาตให้เจ้าของแบรนด์นำสูตรนั้นไปขึ้นทะเบียนในชื่อแบรนด์ได้ เอกสารนี้สำคัญมากเพราะถ้าไม่มี อย. จะไม่สามารถยืนยันได้ว่าคุณมีสิทธิ์ใช้สูตรนั้น</p>



<div style="background-color: #E8F5E9; border-left: 4px solid #4CAF50; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;">

<p style="font-weight: bold; color: #2E7D32; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">Tips:</p>

<p style="margin: 0; color: #333;">เจรจากับโรงงาน OEM ให้ชัดเจนเรื่องสัญญาก่อนเริ่มกระบวนการ จด อย. เพราะบางโรงงานอาจไม่ยินดีออกเอกสารบางประเภท หรือมีเงื่อนไขพิเศษ การรู้เรื่องนี้ตั้งแต่ต้นจะช่วยให้เลือกโรงงานได้ต้องและประหยัดเวลา</p>

</div>



<h3 class="wp-block-heading">เอกสารรับรองมาตรฐานโรงงาน</h3>



<p>ต้องแนบสำเนาใบรับรองมาตรฐานของโรงงานด้วย เช่น:</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ใบอนุญาตผลิตผลิตภัณฑ์นั้น ๆ (ออกโดย อย.)</li>



<li>ใบรับรอง GMP / HACCP / ISO (แล้วแต่ประเภทสินค้า)</li>



<li>รายงานผลการตรวจสอบโรงงานล่าสุด (ถ้ามี)</li>
</ul>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">ระยะเวลา OEM vs ผลิตเอง</h2>



<p>ในแง่ระยะเวลา <strong>จด อย. OEM</strong> กับจด อย. สำหรับการผลิตเองมีความแตกต่างกันพอสมควร เพราะการผลิตเองต้องลงทุนสร้างโรงงาน และได้รับการรับรองมาตรฐานก่อน ซึ่งใช้เวลาและเงินมาก ส่วน OEM สามารถเริ่มกระบวนการขึ้นทะเบียนได้เร็วกว่า เพราะโรงงานมีโครงสร้างพื้นฐานพร้อมแล้ว</p>



<p>โดยประมาณการเปรียบเทียบ:</p>



<p><strong>อาหารเสริม OEM:</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>เตรียมเอกสารและเลือกโรงงาน: 1-2 เดือน</li>



<li>ขึ้นทะเบียนกับ อย.: 30-60 วันทำการ (ถ้าเอกสารครบ)</li>



<li>รวม: ประมาณ 3-4 เดือน</li>
</ul>



<p><strong>เครื่องสำอาง OEM:</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>เตรียมเอกสารและเลือกโรงงาน: 1-2 เดือน</li>



<li>จดแจ้งเครื่องสำอาง: 3-7 วันทำการ</li>



<li>รวม: ประมาณ 1-2 เดือน</li>
</ul>



<p><strong>ยา OEM:</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>เตรียมเอกสาร: 3-6 เดือน</li>



<li>ขึ้นทะเบียนยา: 6 เดือน &#8211; 1 ปีขึ้นไป</li>



<li>รวม: 1-2 ปีขึ้นไป</li>
</ul>



<p>เปรียบกับการสร้างโรงงานเอง ซึ่งใช้เวลาตั้งแต่การออกแบบ ก่อสร้าง ตรวจรับรอง GMP รวมแล้วอาจ 2-5 ปีสำหรับยา OEM จึงเป็นทางเลือกที่ประหยัดเวลาและเงินกว่ามาก</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="681" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/factory-manager-talking-with-quality-control-team-food-factory-food-quality-business-export-customer-factory-manager-with-worker-employee-checking-inventory-stock-wearhouse-1024x681.jpg" alt="เจ้าของโรงงานและผู้ประกอบการร่วมกันตรวจเช็กขวดเครื่องดื่มบนพาเลท ในขั้นตอนวิเคราะห์ประเภทสินค้าเพื่อ จด อย. OEM" class="wp-image-1519" srcset="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/factory-manager-talking-with-quality-control-team-food-factory-food-quality-business-export-customer-factory-manager-with-worker-employee-checking-inventory-stock-wearhouse-1024x681.jpg 1024w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/factory-manager-talking-with-quality-control-team-food-factory-food-quality-business-export-customer-factory-manager-with-worker-employee-checking-inventory-stock-wearhouse-300x200.jpg 300w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/factory-manager-talking-with-quality-control-team-food-factory-food-quality-business-export-customer-factory-manager-with-worker-employee-checking-inventory-stock-wearhouse-768x511.jpg 768w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/factory-manager-talking-with-quality-control-team-food-factory-food-quality-business-export-customer-factory-manager-with-worker-employee-checking-inventory-stock-wearhouse-1536x1022.jpg 1536w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/factory-manager-talking-with-quality-control-team-food-factory-food-quality-business-export-customer-factory-manager-with-worker-employee-checking-inventory-stock-wearhouse-2048x1363.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">สินค้าที่นิยมทำ OEM และข้อกำหนดเฉพาะ</h2>



<p>C&amp;S Rich1 ให้บริการ <strong>จด อย. OEM</strong> ครอบคลุมสินค้าหลัก 3 ประเภทที่ผู้ประกอบการนิยม แต่ละประเภทมีข้อกำหนดเฉพาะที่ต้องทราบ ดังนี้</p>



<h3 class="wp-block-heading">1. อาหารเสริม OEM</h3>



<p>อาหารเสริมเป็นประเภทสินค้าที่นิยมทำ OEM มากที่สุด เพราะมีโรงงาน OEM หลายแห่งที่ได้รับการรับรองและมีสูตรพร้อม ข้อกำหนดหลัก คือ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>โรงงานต้องได้รับ GMP/HACCP จาก อย.</li>



<li>ผลิตภัณฑ์ต้องผ่านการวิเคราะห์โภชนาการ (Nutritional Analysis)</li>



<li>ฉลากต้องแสดงข้อมูลโภชนาการและไม่อ้างสรรพคุณรักษาโรค</li>
</ul>



<p>สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่บทความ <a href="https://csrich1.com/fda-food-supplement-registration-steps/">จด อย. อาหารเสริม</a></p>



<h3 class="wp-block-heading">2. เครื่องสำอาง OEM</h3>



<p>เครื่องสำอางมีขั้นตอนเร็วที่สุดในบรรดาสินค้าสุขภาพ เพราะใช้ระบบ &#8220;จดแจ้ง&#8221; แทนการ &#8220;ขึ้นทะเบียน&#8221; ซึ่งใช้เวลาเพียง 3-7 วันทำการถ้าเอกสารครบ แต่ก็ต้องมีสัญญาว่าจ้างผลิตและเอกสารโรงงานครบด้วยเช่นกัน</p>



<p>อ่านข้อมูลเพิ่มเติมที่บทความ <a href="https://csrich1.com/fda-cosmetic-registration/">จด อย. เครื่องสำอาง</a></p>



<h3 class="wp-block-heading">3. ยา OEM</h3>



<p>ยาเป็นประเภทที่ซับซ้อนที่สุด เพราะต้องการเอกสารทางวิทยาศาสตร์เพิ่มเติม และโรงงานต้องผ่าน PIC/S GMP ที่เข้มงวดกว่า ราคาว่าจ้างผลิตและค่าใช้จ่ายในการขึ้นทะเบียนก็สูงกว่า แต่ถ้าสำเร็จแล้วสินค้ายาก็มีมูลค่าสูงตาม</p>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">ข้อควรระวัง: กรณีเปลี่ยนโรงงาน OEM ต้องทำอะไร?</h2>



<p>นี่คือ ปัญหาที่ผู้ประกอบการหลายรายประสบหลังจากมีสินค้าวางขายไปแล้ว และต้องการเปลี่ยนไปใช้โรงงาน OEM รายใหม่ด้วยเหตุผลต่าง ๆ เช่น ราคา คุณภาพ หรือโรงงานเดิมปิดตัว</p>



<p><strong>สิ่งสำคัญที่สุด:</strong> ห้ามเปลี่ยนโรงงานโดยไม่แจ้ง อย. ก่อน ถึงแม้ว่าสูตรสินค้าจะไม่เปลี่ยนก็ตาม เพราะ อย. ต้องการทราบว่าผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียนไว้กำลังถูกผลิตที่โรงงานใด ขั้นตอนเมื่อต้องการเปลี่ยนโรงงาน OEM มีดังนี้ คือ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ตรวจสอบโรงงานใหม่</strong> ต้องมีคุณสมบัติครบเหมือนโรงงานเดิม มีใบอนุญาตและมาตรฐานที่ถูกต้อง</li>



<li><strong>ทำสัญญาว่าจ้างผลิตกับโรงงานใหม่</strong> เพื่อใช้เป็นเอกสารประกอบการยื่นแก้ไข</li>



<li><strong>ยื่นขอแก้ไขทะเบียน (Variation)</strong> กับ อย. โดยระบุว่าต้องการเปลี่ยนสถานที่ผลิต พร้อมเอกสารโรงงานใหม่</li>



<li><strong>รอการอนุมัติก่อนผลิต</strong> ต้องได้รับอนุมัติจาก อย. ก่อนถึงจะให้โรงงานใหม่เริ่มผลิตได้</li>
</ul>



<div style="background-color: #FBE9E7; border-left: 4px solid #FF5722; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;">

<p style="font-weight: bold; color: #D84315; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">ข้อควรระวัง:</p>

<p style="margin: 0; color: #333;">ถ้าสินค้าที่ผลิตจากโรงงานใหม่วางจำหน่ายก่อนที่จะได้รับอนุมัติการเปลี่ยนแปลง ถือว่าผิดกฎหมาย สินค้านั้น ๆ อาจถูกเรียกคืน และเจ้าของแบรนด์อาจถูกดำเนินคดี ควรวางแผนล่วงหน้าและมีสต็อกสินค้าเพียงพอระหว่างรอการอนุมัติ</p>

</div>



<p>นอกจากการเปลี่ยนโรงงานแล้ว ยังมีการเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ ที่ต้องยื่นขอแก้ไขทะเบียนด้วย เช่น เปลี่ยนสูตร เปลี่ยนขนาดบรรจุ เปลี่ยนฉลาก ทุกการเปลี่ยนแปลงที่กระทบข้อมูลในทะเบียนต้องแจ้ง อย. ก่อนเสมอ</p>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">สรุป</h2>



<p>การ <strong>จด อย. OEM</strong> คือเส้นทางที่ดีสำหรับเจ้าของแบรนด์ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจ โดยไม่ต้องลงทุนสร้างโรงงานเอง แต่ก็มีความรับผิดชอบที่ต้องรับในฐานะเจ้าของทะเบียน คือต้องเลือกโรงงานที่ดี ทำสัญญาให้ชัดเจน เตรียมเอกสารให้ครบ และติดตามทุกการเปลี่ยนแปลงกับ อย.</p>



<p>ความสำเร็จในการจด อย. OEM คือการเลือกโรงงานที่มีมาตรฐานและพร้อมให้ความร่วมมือในเรื่องเอกสาร รวมถึงการวางแผนระยะเวลาล่วงหน้าเพื่อไม่ให้กระทบแผนการตลาด</p>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">FAQ</h2>


<div id="rank-math-faq" class="rank-math-block">
<div class="rank-math-list ">
<div id="faq-question-1780044316769" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q1: ถ้าโรงงาน OEM ที่ใช้อยู่ปิดกิจการกะทันหัน ต้องทำอย่างไร?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ต้องหาโรงงานใหม่ที่ผ่านเกณฑ์โดยเร็วที่สุด แล้วยื่นขอแก้ไขทะเบียนกับ อย. ระหว่างนั้นห้ามให้โรงงานใหม่ผลิตสินค้าจนกว่าจะได้รับอนุมัติ ถ้าสต็อกสินค้าเดิม (ที่ผลิตจากโรงงานเก่าก่อนปิด) ยังไม่หมด สามารถจำหน่ายต่อได้จนหมดล็อต</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1780044328343" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q2: สามารถใช้โรงงาน OEM ต่างประเทศแล้วนำเข้ามาขายในไทยได้ไหม?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ได้ แต่ต้องผ่านกระบวนการนำเข้าและขึ้นทะเบียนกับ อย. ไทยเช่นกัน โรงงานต่างประเทศต้องมีมาตรฐานที่ อย. ไทยยอมรับ และต้องมีเอกสารรับรองจากหน่วยงานของประเทศนั้นประกอบด้วย</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1780044336530" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q3: ถ้าต้องการทำสินค้าหลายรายการในโรงงาน OEM เดียวกัน ต้องยื่นแยกหรือยื่นรวมกันได้?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ต้องยื่นแยกเป็นรายผลิตภัณฑ์ เพราะ อย. พิจารณาทีละรายการ แต่ถ้าเป็นโรงงานเดียวกัน เอกสารของโรงงาน (ใบอนุญาต GMP) ใช้ร่วมกันได้ ต่างกันแค่เอกสารเฉพาะของแต่ละผลิตภัณฑ์</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1780044345416" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q4: เจ้าของแบรนด์บุคคลธรรมดา (ไม่ได้จดบริษัท) ยื่นจด อย. OEM ได้ไหม?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ได้สำหรับบางประเภท เช่น อาหารเสริมและเครื่องสำอาง บุคคลธรรมดาสามารถยื่นขอได้ แต่สำหรับยาต้องเป็นนิติบุคคล แนะนำให้ตรวจสอบเงื่อนไขตามประเภทสินค้าก่อน</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1780044353765" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q5: ถ้าต้องการเพิ่มสรรพคุณที่ระบุบนฉลากหลังจากได้รับ อย. แล้ว ทำได้ไหม?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ต้องยื่นขอแก้ไขทะเบียนก่อนทุกครั้ง ห้ามเปลี่ยนข้อความบนฉลากโดยไม่ได้รับอนุมัติ เพราะฉลากที่ อย. อนุมัติต้องตรงกับฉลากที่ใช้จริงเสมอ</p>

</div>
</div>
</div>
</div>


<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p>ถ้าคุณกำลังเริ่มต้นสร้างแบรนด์และต้องการขึ้น <a href="https://csrich1.com/fda-registration-service/"><strong>จด อย. OEM</strong></a> สำหรับอาหารเสริม เครื่องสำอาง หรือยา ทีมงาน <a href="https://csrich1.com/"><strong>C&amp;S Rich1</strong></a> พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลทุกขั้นตอนตั้งแต่เลือกโรงงาน จัดทำเอกสาร จนถึงได้รับเลข อย. ด้วยประสบการณ์กว่า 7 ปีและดูแลมาแล้วกว่า 500 เคส</p>



<p>สามารถดูบริการเพิ่มเติมได้ที่ <a href="https://csrich1.com/fda-registration-service/">บริการรับจด อย.</a></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p>📲 Tel: <a href="tel:+66645607779">064-560-7779</a></p>



<p>💬 Line: @cs0645607779</p>



<p>📩 Email: <a href="mailto:csrich188@gmail.com">csrich188@gmail.com</a></p>



<p>📚 Facebook: <a href="https://www.facebook.com/p/%E0%B8%88%E0%B8%94-%E0%B8%AD%E0%B8%A2-%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%97-%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%AA-%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%8A1-%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%94-100069116491327/?_rdc=1&amp;_rdr#" target="_blank" rel="noopener">จด อย บริษัท ซีแอนด์เอสริช1 จำกัด</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
